Share

2

last update Date de publication: 2026-01-19 18:04:11

รสิกาเงยหน้าขึ้นมองผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างๆ เธอ ซึ่งก่อนหน้านี้ยังเห็นแต่งตัวอย่างปกติธรรมดา ทว่าเวลานี้กลับเปลี่ยนเป็นนุ่งโจงกระเบนสีเข้ม สวมเสื้อแขนกระบอก รวมทั้งผมก็กลายเป็นทรงโบราณที่เคยเห็นจากในละครย้อนยุค เท่านั้นยังไม่พอ คนอื่นๆ ในรถก็ล้วนแล้วแต่แต่งตัวคล้ายคลึงกัน และที่สำคัญสายตาของทุกคนกำลังจ้องมาที่ตัวเธอเป็นจุดเดียวกัน ราวกับเธอเป็นตัวประหลาดอย่างไรอย่างนั้น!

ยิ่งกว่านั้นยังต้องตกใจแทบสิ้นสติ เมื่อรถเมล์ที่นั่งมาจู่ๆ ก็กลายเป็นรถราง ครีเอทีฟสาวก้าวลงไปยืนข้างล่างด้วยอาการมึนงง จับต้นชนปลายไม่ถูก

นี่มันเกิดอะไรขึ้น? หญิงสาวถามตัวเอง หรือว่าตาของเธอฝาดกระทั่งมองเห็นรถเมล์ที่นั่งอยู่บ่อยๆ กลายเป็นรถราง ซึ่งหญิงสาวก็ตอบไม่ได้เหมือนกันว่าเหตุใดเธอถึงมั่นใจว่ารถดังกล่าวคือรถรางทั้งๆ ที่ไม่เคยเห็น เพียงแต่เคยได้ยินคนแก่คนเฒ่าเล่าให้ฟังเท่านั้น จำได้ว่าพวกท่านเคยเล่าให้ฟังว่าสภาพบ้านเมืองเมื่อยุคกว่าร้อยปีก่อนน่าอยู่กว่าสมัยนี้มาก รถราไม่ติดเหมือนในสมัยปัจจุบัน มีพื้นที่บนถนนจำนวนหนึ่งช่องทางเพื่อวางรางรถรางฝังไปกับพื้นถนนด้านชิดขอบฟุตบาท กระทั่งรถรางไฟฟ้าสามารถวิ่งคู่ขนานไปกับรถยนต์ได้อย่างสบายๆ เนื่องจากสมัยนั้นรถยนต์มีน้อยกว่าในยุคปัจจุบันมาก

รสิการีบดึงความคิดของตัวเองให้กลับมาเผชิญกับเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเร่งด่วน ก่อนที่จะเตลิดไปไกลมากกว่านี้ ดวงตาที่กำลังฉายแววสับสนว้าวุ่นเพ่งมองไปยังรถรางที่ยังจอดรอรับผู้โดยสารอยู่ ก่อนจะหลับลงเพราะคิดว่าตาของตัวเองคงฝาดมากกว่า หลับแล้วลืม ลืมแล้วหลับอยู่เช่นนั้นหลายครั้งจนแสบตาไปหมด ทั้งยังยกมือขึ้นพนมแล้วนึกภาวนาในใจ

‘ขอให้ลูกช้างกลับไปยังที่เดิมด้วยเถิด! เจ้าประคู้น’

แต่ดูเหมือนคำภาวนาของเธอจะไม่เกิดผล เพราะเมื่อลืมตาขึ้นมาภาพตรงหน้าก็ยังปรากฏให้เห็นดังเดิม เจ้ารถสีน้ำตาลเข้ม หน้าตาคล้ายๆ รถเมล์ที่นั่งอยู่บ่อยๆ แต่ไม่สูงเท่า มีคนขับคอยบังคับอยู่ด้านหน้า วิ่งขนานไปกับรถยนต์เหมือนที่เคยฟังมาไม่มีผิด

หญิงสาวเหลียวมองไปรอบๆ ตัว สีหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นซีดเผือดลงเรื่อยๆ ตรงจุดที่เธอยืนคว้างอยู่เป็นถนนกว้าง มีผู้คนพากันเดินสัญจรไปมาค่อนข้างหนาตา สิ่งที่ทำให้เริ่มมั่นใจว่าตัวเองหลุดเข้ามาในอดีตก็คือสภาพบ้านเรือนที่ไม่คุ้นตาและความรู้สึกเลยสักนิด ตึกรามบ้านช่องทรงทันสมัยที่เคยเห็นอยู่ในซอยกลายเป็นตัวตึกรูปทรงเก่าๆ ดูเทอะทะตั้งเรียงรายอยู่สองข้างทาง บางหลังเป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก ซึ่งเดาได้จากหลังคารูปทรงแปลกๆ ที่เคยเห็นผ่านตามาจากหนังสือ

การแต่งกายด้วยชุดโบร่ำโบราณของชายหญิงที่เดินสวนกับเธอ ยิ่งตอกย้ำว่าเธอหลุดเข้ามาในอดีตจริงๆ จากที่เคยดูละครย้อนยุค ผู้ชายมักจะนุ่งโจงกระเบนหรือกางเกงแพร สวมเสื้อคอกลมผ้าขาวบาง สวมหมวก ผู้หญิงส่วนใหญ่นุ่งโจงกระเบน สวมเสื้อแขนกระบอกหรือเสื้อลูกไม้ สวมรองเท้าพร้อมถุงน่องยาว ตอนนี้รสิกาได้มาเห็นของจริงด้วยตาตัวเอง!

การแต่งกายดังเช่นที่เห็นอยู่ในขณะนี้ ตามที่เคยร่ำเรียนหรือผ่านตาจากหนังสือ เป็นยุคสมัยเมื่อหลายสิบปีมาแล้วนี่นา แล้วตกลงเธอหลงเข้ามาในยุคสมัยไหนกัน และเธอหลุดเข้ามาเพราะอะไร รสิกาถามตัวเองอยู่ในใจอย่างจนหนทาง เพราะไม่รู้จะไปถามใครได้

ทรงผมนี่ก็อีก! หญิงสาวมองทรงผมของผู้หญิงแต่ละคนที่เดินสวนกันไปมา ส่วนใหญ่ไว้ผมยาวแต่เกล้าตลบเป็นมวยไว้ตรงท้ายทอย ข้างหน้าทำโป่งๆ บ้างก็เป็นทรงบ๊อบเสมอคอ ไว้จอนข้างๆ หู มองแล้วหญิงสาวถึงกับหัวเราะคิกออกมาเพราะรู้สึกว่าช่างเชยสิ้นดี โดยลืมคิดไปว่าตัวเองนั้นแต่งกายแปลกประหลาด ซ้ำทรงผมก็ไม่เหมือนผู้อื่น ดังนั้นขณะที่รสิกามองคนอื่นด้วยสายตาแปลกระคนขำ ผู้คนที่เดินสวนกับเธอต่างก็พากันจ้องกลับมาด้วยสายตาไม่ผิดแผกแตกต่าง ราวกับเธอเป็นตัวประหลาดเช่นกัน ทว่าเจ้าตัวไม่รู้เพราะมัวแต่เหลียวมองสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัว เพื่อหาหนทางกลับบ้าน พยายามทบทวนความรู้ที่เคยร่ำเรียน รวมทั้งหนังสือที่เคยอ่าน ไม่นานหญิงสาวก็ค่อยๆ นึกภาพออกโดยเอารถรางเป็นเกณฑ์ ตกลงว่าเธอหลุดเข้ามาในอดีตอย่างแน่นอน แต่เป็นสมัยรัชกาลที่ห้าหรือรัชกาลที่หกเธอยังไม่แน่ใจ

แต่จะเป็นไปได้ยังไงกัน! รสิการำพึงกับตัวเองอย่างไม่อยากจะเชื่อ แต่สิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวในเวลานี้คือคำตอบว่าสิ่งที่กำลังคิดมันคือความจริง

แล้วเธอจะกลับบ้านได้อย่างไรกัน ใครก็ได้ช่วยที! หญิงสาวตะโกนก้องอยู่ในใจอย่างหวาดหวั่นแกมหวาดกลัว

ขณะกำลังยืนหันรีหันขวางเพราะไม่รู้ว่าจะไปทางไหนดี ร่างสูงเพรียวของหญิงสาวก็ปะทะเต็มแรงเข้ากับร่างสูงใหญ่ของผู้ชายคนหนึ่งอย่างจังจนเกือบถลาล้มลงกับพื้น ทว่าแขนก็ถูกคว้าเอาไว้ได้ด้วยมือของคนที่ชนนั่นเอง ทำให้ต้องเอ่ยขอโทษเสียงละล่ำละลักออกไป เพราะรู้ว่าตัวเองนั้นผิดเต็มประตู

“ขอ...ขอโทษค่ะ” หลังทรงตัวได้ รสิกาจึงเงยหน้าขึ้นมองคนที่ตัวเองชน ครั้นเห็นใบหน้าของเจ้าของร่างสูงใหญ่ได้อย่างถนัดชัดตา ดวงตาคู่โตของหญิงสาวก็เบิกกว้างจับจ้องมองอีกฝ่ายจนตาแทบไม่กะพริบ ลืมเรื่องที่กำลังกระวนกระวายใจกับการหาทางกลับบ้านลงได้ชั่วขณะ

ร่างสูงใหญ่ตรงหน้าอยู่ในเครื่องแต่งกายชุดโจงกระเบนสีเหลืองทอง เสื้อราชปะแตนสีขาวติดกระดุมทองห้าเม็ดเรียบกริบไร้ซึ่งรอยยับย่น สวมหมวก สวมถุงเท้ายาวสีขาว รองเท้าสีดำขัดเป็นมันวับ ชุดดังกล่าวทำให้รสิกานึกถึงคุณหลวงเทพจากนวนิยายในดวงใจขึ้นมาทันที ไม่รู้ว่าคุณหลวงเทพกับชายตรงหน้าใครจะรูปงามกว่ากัน

หญิงสาวค่อยๆ มองสำรวจขึ้นไปยังดวงหน้าขาวจัด สองข้างแก้มเป็นสีเขียวจางๆ คิ้วเข้มได้รูปพาดโค้งขนานไปกับดวงตาคมกริบ เปลือกตาพับซ้อนจนเห็นเป็นสองชั้นได้อย่างชัดเจน จมูกโด่งคมได้รูปสวย ปากหยักหนาแดงระเรื่ออย่างคนสุขภาพดี

‘หล่อแบบโบร่ำโบราณจริงๆ’ รสิกาคิดอย่างขำๆ จนเผลอหลุดหัวเราะคิกออกมาอีกครั้งอย่างอดไม่ได้ ถ้าอยู่ในยุคเธอคาดว่าต้องถูกแมวมองชวนไปเล่นละครย้อนยุคเป็นแน่

เจ้าของดวงหน้าหล่อแบบโบร่ำโบราณ แท้ที่จริงคือหม่อมเจ้าดนัยเทพรังสรรค์หรือท่านชายก้อง เป็นโอรสในพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ พรหมกุล กับหม่อมเจ้าหญิงแพรวพรรณราย พรหมกุล ซึ่งทรงเรียนจบกลับมาจากประเทศอังกฤษได้ไม่ถึงเดือน

ท่านชายทอดพระเนตรผู้หญิงที่แต่งกายประหลาดๆ นี้ด้วยพระอาการตื่นตะลึง ดวงหทัยสั่นกระตุกอย่างรุนแรงราวถูกกระชาก เพราะเธอคือนางในฝันที่ท่านชายทรงฝันถึงมาตลอดหลายคืนที่ผ่านมา หญิงสาวดวงหน้าสวยประหลาดตรงหน้าพักตร์ในยามนี้มีรูปร่างหน้าตาและแม้กระทั่งการแต่งตัวเหมือนนางในฝันของท่านโดยไม่ผิดเพี้ยน ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างสูงเพรียวคล้ายหญิงชาวตะวันตก ผิวขาวนวลเนียนดั่งแพรเนื้อดีน่าสัมผัสลูบไล้เล่น ดวงหน้ารูปไข่ชวนมอง นัยน์ตาใหญ่ดำขลับ จมูกโด่งเรียว มีลักยิ้มสองข้างแก้ม ผมสีดำสนิทปล่อยยาวจนเกือบถึงกลางหลัง แตกต่างจากผู้หญิงส่วนใหญ่ในสยามที่เคยทอดพระเนตรเห็นมา รอยยิ้มพิมพ์ใจที่กำลังระบายอยู่ทั่วใบหน้าจนแก้มทั้งสองบุ๋มลึกช่างตรึงตราตรึงพระทัย จนมิอาจละสายพระเนตรจากดวงหน้าของเธอไปได้

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • ดั่งพรหมลิขิตรัก   5

    ‘นี่มันอะไรกัน’ รสิกาอุทานอยู่ในใจ ยืนตาเบิกโพลงมองภาพที่ฝาผนังด้วยอาการมึนตึ้บ หรือนี่คือคุณหนูการะเกดอะไรนั่นที่เธอถูกจวงเรียกขาน ทำไมถึงได้เหมือนเธอราวกับคนคนเดียวกันเช่นนี้ แล้วการะเกดตัวจริงหายไปไหนกัน...ไฉนจึงกลายมาเป็นตัวเธอได้!รสิกาพร่ำถามตัวเองในใจอย่างมึนงงสงสัย แต่ก็ก้าวตามหลังจวงไปด้วยอาการเบลอๆ จนมาถึงห้องนอนห้องหนึ่ง กระทั่งทรุดนั่งลงบนเตียงถึงได้รู้สึกตัว หญิงสาวกวาดสายตาที่กำลังอยู่ในอาการสับสนมองไปรอบๆ ห้อง ก่อนดวงตาคู่สวยจะเปลี่ยนเป็นทอประกายชื่นชม เพราะทั่วทั้งห้องทาเป็นสีเขียวอ่อนๆ ซึ่งเป็นสีโปรดของเธอ เตียงไม้สีน้ำตาลเข้มที่ตัวเองนั่งอยู่เป็นแบบโบราณมีสี่เสา ลวดลายอ่อนช้อยสวยงามที่หัวเตียง รวมทั้งปลายเตียงที่ทำเป็นลูกกรงถี่ๆ นั้นเป็นลวดลายเฉกเช่นเดียวกัน ที่นอนหนาเรียบตึงจนสงสัยว่าตอนนอนไม่ปวดหลังแย่หรือ หมอนนุ่มสีขาวสะอาดตาพร้อมปลอก เห็นแล้วแทบอยากจะล้มตัวนอนลงเดี๋ยวนั้นเลยสิ่งที่ถูกอกถูกใจเธอที่สุดคงไม่พ้นมุ้งผ้าลูกไม้สีขาว ซึ่งเวลานี้ผูกไว้เป็นสี่มุมราวกับม่าน แต่นอกจากโต๊ะเครื่องแป้งสีเข้าชุดกับเตียงนอนแล้ว ก็แทบจะไม่มีเฟอร์นิเจอร์อื่นใดอีกเลย ทุกอย่างที่เห็

  • ดั่งพรหมลิขิตรัก   4

    เป็นเพราะอารามดีใจเมื่อเห็นจามจุรีต้นใหญ่ตรงเบื้องหน้า รสิกาจึงรีบผละจากร่างของผู้ชายที่เธอตั้งตำแหน่งให้เสร็จสรรพว่าคุณหลวง ตรงไปยืนอยู่ข้างหลังลำต้นของมันในทันใด เพราะจำได้ว่าต้นไม้ดังกล่าวคลับคล้ายคลับคลาจะเป็นต้นเดียวกับที่อยู่หน้าบ้านของเธอ ทว่าดวงหน้าสวยกลับซีดสลดลงด้วยความผิดหวัง เมื่อเหลียวมองไปหลังต้นจามจุรี ซึ่งแทนที่จะเป็นตัวตึกขนาดกลางสีครีมซึ่งเป็นบ้านของตัวเอง แต่สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้ากลับกลายเป็นตึกทรงยุโรปก่ออิฐถือปูนสีน้ำตาลแดงหลังใหญ่ หลังคาเป็นรูปทรงแปลกๆ ที่ไม่เคยคุ้น ซ้ำมีอาณาบริเวณกว้างใหญ่ผิดกับบ้านของเธอราวกับหน้ามือเป็นหลังมือหญิงสาวยืนชะงักอยู่กับที่พักใหญ่ก่อนเดินวนเวียนเหลียวซ้ายแลขวาไปมา มองไปทางไหนก็ไม่เห็นมีสิ่งที่คุ้นเคยสายตาของเธอเลยแม้แต่น้อย มีเพียงจามจุรีต้นใหญ่ที่เธอกำลังยืนอยู่ใต้ร่มเงาของมันเท่านั้นที่เธอคุ้นชินที่สุด ร่างสูงเพรียวยื่นมือเรียวบางลูบไล้สัมผัสต้นไม้ใหญ่เบาๆ ราวกับมันคือเพื่อนแท้ของเธอในยามนี้ ดวงหน้าเศร้าหมอง ผิดกับก่อนหน้านี้ที่ยังมีร่องรอยของการหัวเราะประดับอยู่ มิได้สนใจไยดีกับสายตาผู้คนที่เดินผ่านและพากันจับจ้องมองมาด้วยสายตาแ

  • ดั่งพรหมลิขิตรัก   3

    เธอคือผู้หญิงในฝันของท่านชัดๆ แล้วเหตุไฉนเธอจึงมาปรากฏกาย ณ ที่นี้ได้ทว่า...เสียงหัวเราะคิกคักที่ดังขึ้นกระชากพระสติที่กำลังลอยคว้างให้กลับคืนมาสู่เหตุการณ์ตรงหน้าในฉับพลัน แล้วพระอาการขุ่นเคืองพระทัยก็เข้ามาแทนที่ ไฉนนางในฝันของท่านจึงมีกิริยามารยาทเช่นนี้ ช่างไม่เหมาะสมเอาซะเลย ไม่รู้จักสงวนท่าทีตัวเองเอาไว้บ้าง ทรงดำริก่อนส่งสายพระเนตรดุๆ ไปให้ดูสิ! ท่านอุตส่าห์ช่วยพยุงเอาไว้ไม่ให้ล้มคว่ำลงกับพื้น ยังจะมายืนหัวเราะอีก ทรงไม่ค่อยได้พบสตรีใดในสยามที่มีกิริยาเช่นนี้นัก ถ้าเป็นการแสดงออกของสตรีจากประเทศอังกฤษที่ทรงเพิ่งจากมาคงไม่ประหลาดพระทัยนัก เพราะที่นั่นมีอิสรเสรีในการแสดงออกอย่างชัดเจนโดยไม่ต้องหวั่นต่อสายตาผู้ใด แต่นี่เป็นประเทศสยามที่เคร่งครัดในเรื่องขนบธรรมเนียมประเพณี ผิดจากกิริยามารยาทของผู้หญิงในฝันของท่านราวหน้ามือกับหลังมือ แม้จะมีรูปร่างหน้าตาเหมือนกันก็ตามขณะกำลังทรงคำนึงในพระทัยอยู่นั้น ช่างน่าประหลาดยิ่งนัก เมื่อจู่ๆ ร่างของผู้หญิงในฝันที่ยืนอยู่ตรงหน้าก็หายวับจากสายพระเนตรโดยไม่รู้ว่าหายไปตอนไหน ทอดพระเนตรชะเง้อชะแง้หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอทำไมถึงหายตัวไปอย่างรวดเร็วเ

  • ดั่งพรหมลิขิตรัก   2

    รสิกาเงยหน้าขึ้นมองผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างๆ เธอ ซึ่งก่อนหน้านี้ยังเห็นแต่งตัวอย่างปกติธรรมดา ทว่าเวลานี้กลับเปลี่ยนเป็นนุ่งโจงกระเบนสีเข้ม สวมเสื้อแขนกระบอก รวมทั้งผมก็กลายเป็นทรงโบราณที่เคยเห็นจากในละครย้อนยุค เท่านั้นยังไม่พอ คนอื่นๆ ในรถก็ล้วนแล้วแต่แต่งตัวคล้ายคลึงกัน และที่สำคัญสายตาของทุกคนกำลังจ้องมาที่ตัวเธอเป็นจุดเดียวกัน ราวกับเธอเป็นตัวประหลาดอย่างไรอย่างนั้น!ยิ่งกว่านั้นยังต้องตกใจแทบสิ้นสติ เมื่อรถเมล์ที่นั่งมาจู่ๆ ก็กลายเป็นรถราง ครีเอทีฟสาวก้าวลงไปยืนข้างล่างด้วยอาการมึนงง จับต้นชนปลายไม่ถูกนี่มันเกิดอะไรขึ้น? หญิงสาวถามตัวเอง หรือว่าตาของเธอฝาดกระทั่งมองเห็นรถเมล์ที่นั่งอยู่บ่อยๆ กลายเป็นรถราง ซึ่งหญิงสาวก็ตอบไม่ได้เหมือนกันว่าเหตุใดเธอถึงมั่นใจว่ารถดังกล่าวคือรถรางทั้งๆ ที่ไม่เคยเห็น เพียงแต่เคยได้ยินคนแก่คนเฒ่าเล่าให้ฟังเท่านั้น จำได้ว่าพวกท่านเคยเล่าให้ฟังว่าสภาพบ้านเมืองเมื่อยุคกว่าร้อยปีก่อนน่าอยู่กว่าสมัยนี้มาก รถราไม่ติดเหมือนในสมัยปัจจุบัน มีพื้นที่บนถนนจำนวนหนึ่งช่องทางเพื่อวางรางรถรางฝังไปกับพื้นถนนด้านชิดขอบฟุตบาท กระทั่งรถรางไฟฟ้าสามารถวิ่งคู่ขนานไปกับรถยน

  • ดั่งพรหมลิขิตรัก   1

    “ตกลงโลกจะแตกตามคำทำนายหรือไงนะ อากาศถึงได้ร้อนจับจิตจับใจเช่นนี้”รสิกาพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางหรี่ตากลมโตมองผู้คนที่พากันเดินเบียดเสียดยัดเยียดอยู่ภายในบริเวณตลาดนัดสวนจตุจักรยามใกล้เที่ยง ท่ามกลางอากาศอันแสนจะร้อนอบอ้าวจากแสงร้อนแรงของดวงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมาราวกับต้องการจะแผดเผาผิวกายให้มอดไหม้กลายเป็นจุณทว่าหญิงสาวก็เอ่ยปากบ่นออกไปอย่างนั้นเอง ด้วยตนเองชอบมาเดินที่สวนจตุจักรแทบจะทุกวันหยุดเลยก็ว่าได้ แม้ว่าที่พักกับที่นี่จะอยู่ห่างไกลกันมากโขก็ตาม เพราะการมาเดินยังสถานที่นี้มักจะทำให้ได้พบเห็นพฤติกรรมหลากหลายของผู้คนรอบตัวด้วยตาของตัวเอง และอาจจะได้แนวความคิดแปลกใหม่กลับไปนำเสนอลูกค้า ด้วยอาชีพครีเอทีฟอย่างเธอต้องหมั่นเสาะแสวงหา พร้อมทั้งพัฒนาความคิดของตัวเองให้ก้าวล้ำนำหน้าอยู่ตลอดเวลานั่นเองร่างสูงระหงได้สัดส่วนสวยงามของครีเอทีฟสาวในชุดกางเกงยีนเอวต่ำทันสมัยสีซีด ตรงช่วงหัวเข่ามีรอยขาดลุ่ยทั้งสองข้าง สวมเสื้อยืดตัวเล็กพอดีตัวสีดำ ยามเยื้องย่างเผยให้เห็นช่วงเอวขาวๆ อยู่รำไร เพราะมัวแต่เดินหลบหลีกผู้คนที่พากันหลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย เจ้าตัวจึงไม่ทราบเลยว่าดวงหน้าสวยแปลกตาขอ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status