ตอนที่ 8 เขตอาคม
วี๊ดดดด ครึ้มมมม เสียงเหมือนมีวัว มีควายตัวใหญ่ร่วงตกลงมากลางเรือน หุ่นปั้นดินเหนียวรูปร่างคล้ายคนมีกระดูกผีตายโหงชิ้นเล็กๆ เหน็บติดไว้พันรอบด้วยด้ายแดงลงอาคมตกลงมาแขนขาหักครึ่ง หักกลาง เบื้องหน้าหมอเสน่ห์
เปรี๊ยะ วี๊ดดดด เสียงเหมือนมีคนหักกิ่งไม้แห้งดังมาจากหุ่นดินปั้น ของเหลวข้นสีคล้ำกลิ่นเหม็นเน่าซึมไหลออกมาจากหุ่นและกระดูกผี วิญญาณผีบริวารแตกสลายกลายเป็นอากาศธาตุไปในทันใด
“พ่อครู...” ไอ้ครั้นยื่นหน้าไปมองหุ่นผีที่ถูกส่งไปทำร้ายคนที่มีส่วนทำให้เนื้อทองต้องตาย
“มันก็มีอาจารย์ดีมีฝีมือไม่น้อย”
แกร๊ง แกร๊ง แกร๊ง ฟู่วววว ขันน้ำมนต์บนแท่นปรากฏตะปูผี เหล็กเส้น เข็มเย็บผ้า เศษเนื้อ เศษหนัง ร่วงตกลงไปเปลี่ยนน้ำมนต์ใส ให้กลายเป็นสีดำราวกับน้ำโคลนก่อนที่ขันน้ำมนต์จะลุกเป็นไฟ
“แล้วจะเอาอย่างไรพ่อครู มันสู้เราขนาดนี้”
“อย่างไรเสียกูก็ไม่เอามันไว้”
หมอเสน่ห์ไม่สิ้นอาคมขลังนั่งเข้าที่หลับตานิ่งท่องบ่นมนต์คาถา ก่อนจะหันมาทางเสาเรือนซึ่งมีวิญญาณอสุรกายเกิดใหม่หมอบคลานอยู่เบื้องต่ำ วิญญาณน้อยกลอกดวงตาก่ำมองพ่อก่อนจะครางออกมารับคำสั่งแล้วหายวับย้ายดวงจิตคิดอาฆาตพุ่งปราดไปยังเรือนหลังใหญ่
ตึง ตึง ตึง อสุรกายร่างกายไร่เนื้อหนังห่อหุ้ม คลานสี่ขาตะกายติดอยู่ข้างฝาเรือน ด้วยบุพกรรมและมนต์ดำของอาคมสะกดผี ครอบงำสำนึกรู้ผิดชอบชั่วดี แม้ไมตรีอันดีที่เคยมีต่อกันวิญญาณน้อยก็ลืมจนหมดสิ้น ผู้คนบนเรือนใหญ่กระโดดหายไปหลบอยู่หลังอาสนะของทั้งพระ ทั้งพราหมณ์ บ่าวไพร่ขยับไปนั่งกอดกันเป็นวงใหญ่อยู่ภายในข่ายเขตอาคมของหลังแนวสายสิญจน์
“มึงกลับไปเถอะ กูไม่ใคร่ทำร้ายมึงดอก” พราหมณ์ผมขาวยืนประจันหน้ากับอสุรกายน้อย
“แฮ่” ผีตัวแดงน่าเกลียดน่ากลัวร้องขู่ คลานขยับจ้องมองร่างชายหนุ่มรูปงามบนเสื่อผืนใหญ่ รอบกายถูกพันไว้ด้วยด้ายสายสิญจน์ขาว
“เนื้อทอง” ปากซีดเอ่ยเรียกเสียงพร่า
“แฮ่”
อสุรกายตัวแดงเถือกสยายกรงเล็บยาว กระโจนพุ่งเข้าใส่ชายที่นอนอยู่กลางวงล้อมตามคำสั่งที่ได้รับมา หากแต่วิญญาณน่าสงสารไม่อาจทะลวงผ่านม่านอาคมของพราหมณ์เฒ่า ไม้เท้ายาวฟาดสะบัดออกไปเบื้องหน้า ได้ยินเสียงกรีดร้องชวนเวทนาโหยหวนดังไกลไปทั่วคุ้งน้ำ
วี๊ดดดดด
“เนื้อทอง เนื้อทองของพี่ นั่นทองหรือ” ใบหน้าเซียวซีดขาวหันไปมองร่างเงาอันน่าเวทนานั้นแล้วจำได้ว่าวิญญาณร้ายตนนี้คืออดีตเด็กน้อยเนื้อทองผู้น่าสงสาร
“ฮือออออ” วิญญาณเด็กน้อยตัวแดงชุ่มโชกไปด้วยเลือดนอนสั่นอยู่ติดพื้นเรือน ด้วยตาละห้อยลอยเหม่อมองมายังอดีตชายที่ตนรักนักหนา ดวงจิตพร่ามัวเหมือนกำลังจ้องมองเงาผ่านผิวน้ำ เห็นใบหน้าชายรูปงามนั้นลอยแทรกเข้ามาในความจำ
“จับมันถ่วงน้ำเสียปะไรพ่อพราหมณ์”
“ปล่อยมันไปสักคราวเถิด มันไม่รู้ความดอกคุณหญิง”
“ฮืออออ” วิญญาณอ่อนอาคมถอยร่นหนีห่างออกไปด้วยเพราะทนอยู่ใกล้บารมีองค์พุทธคุณไม่ไหว เกราะอาคมสีทองสว่างดังระฆังใบใหญ่ยกครอบลงมาขังวิญญาณร้ายทำให้ไม่อาจแสดงอิทธิฤทธิ์หรือขัดขืน
“มึงคิดจะทำร้ายลูกกูหรือไอ้ผีชั่ว อย่าคิดว่าจะเอาวิชาเดรัจฉานมาทำร้ายคนบนเรือนนี้ได้แม้แต่คนเดียว” ขุนศรีคว้าหวายด้ามยาวกระทืบตีนโครมๆ ตรงเข้าไปง้างมือสูง
“ท่านขุน อย่าทำมันเลย เวทนามันเถิด”
“แต่พ่อมันทำลูกข้า พรเทพนอนเจ็บเจียนตายอยู่นั่น พ่อพราหมณ์ก็เห็นอยู่ ในเมื่อมันทำให้ลูกข้าเจ็บ ข้าก็จะทำให้ลูกมันเจ็บเช่นกัน” หวายลงอาคมหวดขวับลงมาบนร่างกายหักงอของวิญญาณน้อยผู้น่าสงสาร เสียงร้องไห้ฮือๆ สะท้อนสะท้านสั่นอกคนที่เพิ่งถูกถอนคุณไสยไปจากตัวคลานมาคว้าข้อเท้าหยาบ
“พ่ออย่า...อย่า...อย่าตีทอง”
“พรเทพ นี่ลูก..”
“เนื้อทองของพี่ พี่ขอโทษ พี่ไม่ได้ตั้งใจทำให้ทองเป็นอย่างนี้ พี่ขอโทษ” มือหนายื่นออกไปเบื้องพยายามแตะต้องสัมผัสร่างแดงของวิญญาณไร้ผิวหนัง
“ฮืออ” ดวงตาถลนกลั่นเลือดทิ้งออกมาเป็นหยดไหลอาบเต็มดวงหน้า ดวงตาหม่นเศร้าหงอยเหงามองปลายนิ้วที่เลื่อนเข้ามาหา เลือดหุ้มกระดูกข้อนิ้วยาวกรีดเลื่อนยื่นตอบกลับมาเหมือนอยากสัมผัสมือนุ่มนั้นอีกครั้ง
“ถอยไป อยากมาแตะต้องลูกกู” หวายอาคมสะบัดปลายเฆี่ยนลงไปยังวิญญาณน้อยอันเปราะบาง พลันด้ายแดงตรงข้อเท้ากระตุกตึงดูดดึงวิญญาณผีให้กลับคืนสู่เรือนหมอเสน่ห์
“เนื้อทอง”
“ฮือออ” วิญญาณผีเนื้อทองนอนกลิ้งอยู่กลางเรือน ทั่วทั้งเนื้อตัวอันชวนเวทนามีร่องรอยถูกคาถาอาคมของหมอพราหมณ์ เนื้อหนังแดงฉานขาดเป็นริ้วๆ จวนเจียนให้ดวงวิญญาณเกือบฉีกขาดแตกสลาย
“พ่อครู ไอ้ทองสู้มันไม่ได้หรือ”
“วิญญาณเนื้อทอง มันถูกแยกออกเป็นสามส่วน ส่วนหนึ่งพรากไปกับแผ่นหนังและปั้นเหน่งกะโหลกหน้าผากมัน เหลือเพียงส่วนเดียวอยู่กับกูทางนี้ หากไม่เช่นนั้นมีหรือพวกมันจะทำร้ายเนื้อทองได้”
“แล้วจะทำอย่างไรดีพ่อครู”
“ไอ้ครั้น มึงไปเตรียมแช่ว่านคืนวิญญาณให้เนื้อทอง กูจะผสานวิญญาณมันขึ้นมาใหม่ กูไม่ยอมให้ใครมาทำอะไรลูกกูได้หรอก”
“จ้ะ พ่อครู”
ไอ้ครั้นกระโดดพรวดวิ่งหายเข้าไปในห้องหนึ่ง รื้อค้นห่อสมุนไพรและว่านต่างๆ จากนั้นเอาไปแช่ใส่ในขันน้ำมนต์ ก่อนจะยกมาให้พ่อครู กระดูกผีลูกชายถูกโยนใส่ลงไปในหม้อ พร้อมกับเริ่มต้นทำพิธีชุบวิญญาณใหม่ คล้ายการรักษาบาดแผลปฐมพยาบาล ผ่านไปนานข้ามวันข้ามคืนวิญญาณผีเนื้อทองจึงค่อยๆ ฟื้นคืนกลับสภาพเดิม
“มึงทำลูกกู” จิตละเอียดหมอเสน่ห์ทอดกายทิ้งร่างพุ่งมายืนอยู่บนหลังคาเรือนทรงไทย
“แต่ผีลูกเอ็ง มาทำร้ายคนบนเรือนนี้ คุ้มเอ็งกับข้าเคยเป็นศิษย์สำนักเดียวกันมา เคยยกพานกราบไหว้ครูคนเดียวกัน อย่าให้ต้องมาหมางใจกันด้วยเรื่องนี้เลย”
“เนื้อทองลูกข้ามันถูกไอ้หนุ่มนั่นพาไปตาย”
“กรรมใครก็กรรมมัน เนื้อทองมันตายไปแล้ว เอ็งควรปล่อยมันไปในฐานะคนเป็นพ่อ มิใช้ผูกล่าม กักขังมันไว้ให้เที่ยวทำเวรทำกรรม ดีร้ายบาปกรรมจะติดตัวตามมันไปในภพหน้า เอ็งไม่เวทนามันบ้างหรือ”
“แต่แผ่นหนังนะเนื้อทองนั้นเป็นของกู กูเฝ้าเพียรปลุกเสกมานานถึงเจ็ดปี”
“เอ็งอาศัยร่างกายเลือดเนื้อผิวหนังของลูกสร้างคุณไสยวิเศษ หวังจะเป็นจอมขมังเวทย์เลื่องชื่อ เพราะได้ครอบครอง นะเนื้อทอง ไอ้คุ้ม เอ็งนั่นแหละที่ทำให้เนื้อทองตาย คาถามหาเวทย์ครอบใหญ่ทรงคุณ มากอานุภาพออกปานนั้น เอ็งคิดจะพรางตาหมอเวทย์คนอื่นไปได้หรือ ที่เนื้อทองมันอยู่รอดปลอดภัยมาจนป่านนี้ มิใช่เพราะไอ้พวกนั้นมันรอให้เอ็งปิดผนึกอาคมครบทุกบทหรืออย่างไร”
“ไม่ว่าอย่างไร กูจะไปตามนะเนื้อทองของกูคืน มึงอย่าได้มาขวาง”
“ข้ามีทางของข้า เอ็งมีทางของเอ็ง ตราบใดที่เอ็งไม่มาวุ่นวายข้ามมาเขต ข้าจะไม่ยุ่ง”
"ถ้าเช่นนั้นก็ต่างคนต่างอยู่..."
“มึงมาทำไม” วิญญาณน้อยนั่งห้อยขาอยู่บนชายคา ร้องถามวิญญาณเด็กหัวจุกมายืนเกาะรั้วหน้าบ้าน
“พ่อให้มาดูว่าพ่อครูอยู่หรือเปล่า”
“ตอแหล!”
กรึบ! มือยาวยืดจากบนหลังคาคว้าคอกุมารทองตัวน้อย บีบจนลิ้นมันห้อยออกมายาวเกือบถึงพื้น
“ฮือ พี่เนื้อทอง หนูกลัวแล้ว”
“มึงอย่าคิดว่ากูจะโง่เชื่อผีเด็กอย่างมึงนะ”
“แฮ่” มือน้อยๆ ขย้ำจิกปลายเล็บลงมาหลังมือสีดำหยาบ ปากกว้างอ้าออกใหญ่เท่าฝาโอ่ง
“ฮึ คิดจะลองดีกับกูหรือ”
ขวับ ตึง ตึง ตึง กร๊อบ ผีเนื้อทองหายวับโผล่ลงมายืนอยู่ต่อหน้า คว้ามือรวบแขนเล็กของกุมารน้อย แล้วจับร่างผีด้อยอาคมฟาดลงไปบนพื้นเสียงตึง ตึง ตึง ก่อนจะยกตีนเหยียบกระทืบลงไปในตอนท้าย รูปปั้นกุมารทองมัดจุกหักกลางถูกเตะทิ้งออกไปจากรั้วเรือน
“กับผีเด็กมึงก็ไม่เว้นนะไอ้ทอง” ไอ้ครั้นยืนกอดอกมองลงมาจากเรือน
ฟึ่บ
“พ่อบอกให้กูเฝ้าบ้าน ห้ามให้ใครเข้ามา กูทำอย่างนี้ไม่ถูกหรือ” วิญญาณน้อยย้ายขึ้นไปนั่งห้อยขาอยู่บนขื่อในมือมีกระทงขนมที่ไอ้ครั้นเพิ่งเอาใส่ถาดไปวางให้บนแท่นเลี้ยงผี
“เออ เรื่องของมึงเถอะ มีมึงมาช่วยงานพ่อครูอย่างนี้ก็ดีเหมือนกัน กูจะได้ไม่เหนื่อย”
“มึงมันไอ้คนขี้เกียจ”
“ทำไม มึงจะเป็นผีขี้เกียจบ้างหรือไง ไป...คืนนี้พ่อครูจะไปขุดผีตายโหงให้มาเป็นบริวารมึงเพิ่มอีกตัว”
“ผีไอ้ยอด ที่มันโดนฟ้าผ่าตายนะหรือ”
“ใช่”
ตาทิพย์ของผีเนื้อทองมองทะลุข้ามดงไม้ไปไกลจนถึงป่าช้าใหญ่ หูทิพย์แว่วได้ยินเสียงคนคุยกันจับใจความว่าจะชวนกันไปหารนน้ำมันทำผีพราย ใบหน้าขึงสะบัดหันกลับมาจ้องหน้าไอ้ครั้น
“พวกชาวบ้านมันกำลังไปขุดผีไอ้ยอด”
“งั้นมึงก็รีบไปขวาง เดี๋ยวกูกับพ่อครูจะรีบตามไป”
ฟึบ วิญญาณน้อยหายวับมาขวางอยู่ตรงทางสามแพร่งก่อนเข้าไปถึงป่าช้าใหญ่ แปลงกายเปลี่ยนรูปเป็นร่างอสุรกายน่าเกลียดน่ากลัวนอนแผ่แบอยู่กลางดิน เพื่อขวางทางและไล่ไอ้พวกที่คิดจะมาแย่งศพผีตายโหงของพ่อ จนพวกมันวิ่งเตลิดหนีกระเจิดกระเจิงไปคนละทาง
“ขึ้นมา” มือใหญ่จิกหัววิญญาณผีตายโหงขึ้นมาจากหลุม
เบื้องหน้านั้นคือไอ้ครั้นกำลังนั่งเตรียมเครื่องพิธีสำหรับใช้เก็บน้ำมันผี เก็บกระดูก หมอคุ้มนั่งหลับตาพนมมือท่องคาถาสะกดดวงวิญญาณ ส่วนวิญญาณลูกชายตัวน้อย นั่งยองมองพ่อคอยเฝ้าไม่ให้วิญญาณผีนั้นดื้อดึงขัดขืน เมื่อได้ทุกอย่างตามที่พ่อต้องการสองคน สองผีเดินตามกันมาเพื่อออกจากป่าช้า
“แฮ่...” ผีกระจอกยืนแหวกอกทำท่าหลอกให้ไอ้ครั้นกลัว เหมือนเมื่อหลายปีก่อนที่มันกับเนื้อทองเคยเดินสะพายย่ามตามหลังหมอคุ้มหากแต่คราวนี้นั้น....
โครม เนื้อทองยกตีนถีบเปรี้ยงเข้าให้ ผีร้ายกระเด็นหวือไปไกลจนถึงยอดตาล ส่วนผีอื่นที่เหลือได้แต่ขยับถอยออกไปห่างไม่มีใครกล้าแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ข่มขวัญไอ้ครั้นอีก
“ฮึ...” ไอ้ครั้นหันมายิ้มให้วิญญาณน้อย
“กูสู้มันได้แล้ว”
“เออ มึงเก่ง”
*** จิ้น เนื้อทอง กับไอ้ครั้นได้มั้ย ..... 5555 ตกลงพระเอกคือใคร
*** จริงของพ่อพราหมณ์นะ เนื้อทองเป็นแบบนี้พ่อก็มีส่วน แม้จะยังไม่รู้ว่าใครฆ่าเนื้อทอง แต่พ่อก็ใจร้ายกับเนื้อทองอ่ะ ตกลงพี่พรเทพยังไงดี ไม่ครั้นยังไงดี พี่รุ่งยังไงดี พ่อพราหมณ์ยังไงดี ใครฆ่าเนื้อทอง พระเอกคือใคร...ค่าตัวแพงเหลือเกินพ่อคุณ
ตอนที่ 45 มีความสุขด้วยกันนะ (จบ)“พี่คณิณ ไม่กลับบ้านหรือครับ” เนื้อทองนั่งเอียงคอมองพรเทพพร้อมตั้งคำถามมาจากบนเตียง เมื่อพรเทพวางสายจากพี่รหัสเรียบร้อยแล้ว“เห็นบอกว่าจะนอนค้างกับดอกเตอร์กานต์น่ะ”“พี่คณิณบอกว่าดอกเตอร์กานต์ทำของใส่ ทำให้พี่คณิณคิดถึงดอกเตอร์ไม่หยุดเลย”“คณิณบอกทองอย่างนั้นหรือ” พรเทพขยับลงมานั่งลงลนเตียงนอนของนักศึกษาที่เขาไปขออนุญาตคุณปู่คุณย่าให้เข้ามาพักอยู่ที่บ้านของเขาแทนการออกไปเช่าหอพักข้างนอก“ครับ พี่คณิณบอกว่าคิดถึงดอกเตอร์กานต์มาก คิดถึงจนกินไม่ได้ นอนไม่หลับ ก็เลยต้องไปหาดอกเตอร์กานต์จะให้ดอกเตอร์กานต์ถอนคุณไสยให้”“อย่างนั้นหรือ” พรเทพพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ แล้วหย่อนตัวนั่งลงบนเตียงนุ่มซึ่งมีนักศึกษาปีหนึ่งหน้าตาน่ารัก น่าเอ็นดู นั่งแก้มชมพูมองเขาตาแป๋ว“คณิณเริ่มโตเป็นผู้ใหญ่แล้วสินะ”“พี่เทพหมายความว่า...พี่คณิณกับดอกเตอร์กานต์”“ดอกเตอร์กานต์น่ะ แต่ไหนแต่ไรมาเป็นคนค่อน
ตอนที่ 44 โดนของตั้งแต่กลับมากรุงเทพ คณิณรับรู้ได้ถึงบางอย่างที่เปลี่ยนไป สิ่งแรกเลยที่ขวางหู ขวางตาทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดของเขาสูงขึ้นและกระบอกตาร้อนผ่าวๆ นั่นคือพี่ชายกับน้องรหัสที่ขยันเติมความหวานใส่กันจนเขาแทบไม่อยากอยู่ใกล้ ตั้งแต่เด็กจนโตแม้คณิณจะรู้ว่าพี่ชายนั้นเป็นคนสุภาพอ่อนโยนและเอาใจใส่คนรอบข้างอยู่เสมอก็จริง แต่ไม่คิดว่าจะเป็นพวกคลั่งรักเด็กขนาดนี้เพราะเพียงเขาหันหลังให้เผลอหน่อยเป็นไม่ได้สองคนนี้แอบเอาแก้มมาชนกัน ป้อนขนม ป้อนน้ำให้ จนคณิณต้องทำใจยอมรับให้สิ่งเหล่านี้กลายเป็นเรื่องปกติในชีวิต ส่วนสิ่งที่สองที่คณิณรู้สึกร้อนรุ่มกลุ้มใจจนทำให้ตัวเองไม่มีความสุขคือตัวเขาเองที่รู้สึกจิตใจมันไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไหร่“พี่คณิณเป็นอะไร” เนื้อทองซึ่งนั่งมองไอ้อาการกระสับกระส่ายกับถอนหายใจทิ้งดังเฮือกๆ ของพี่รหัส ทุกสองสามนาทีคณิณจะถอนหายใจทิ้งแรงๆ ออกมาครั้งหนึ่งแล้วก็นั่งไม่ติดเก้าอี้ อาการหลุกหลิกๆ ดูร้อนรนจนผิดปกติ“ไม่รู้สิ พี่ว่า...พี่โดนของ”“หือ พี่คณิณโดนของอีกแล้วหรือ ไปกินอะไรของใคร
ตอนที่ 43 นอนด้วยกัน“ดื้อแบบนี้...แสดงว่าของยังออกไม่หมด” ดอกเตอร์หนุ่มซึ่งนอนคร่อมอยู่ด้านบนอมยิ้มพูด พรางใช้ข้อนิ้วเกลี่ยลงมาบนแก้มขาวของน้องชายเพื่อน“ฮะ อะไรนะครับ” คณิณเอียงแก้มขยับห่างออกมาแต่ฝ่ามืออีกข้างของดอกเตอร์กานต์กางกั้นพร้อมทั้งดันคร่อมข้อศอกล็อกต้นคอนั้นให้นอนอยู่นิ่งๆ“เดี๋ยวพี่เอาของออกให้”สัมผัสนุ่มหยุ่นๆ กดประทับลงมาบนกลีบปาก เรี่ยวแรงแขนขาของคนหนุ่มเหมือนจะถูกดอกเตอร์ผู้เป็นเพื่อนของพี่ชายสูบหายออกไปจากตัว คณิณนอนนิ่งไม่กล้าขยับเพราะยังสับสนอยู่ว่าไอ้ที่แขนขากำลังสั่นเกร็งอยู่นี่ มันเกิดจากฤทธิ์ยาที่หมอให้มา หรือว่าเกิดจาก “ของ” ที่ดอกเตอร์กานต์บอกว่ายังไม่หมด“คุณ...” คำถามและประโยคต่างๆ ที่เรียบเรียงอยู่ในหัว หลุดออกมาจากปากได้เพียงคำเรียกขานสั้นๆ เพราะนอกเหนือจากนั้นมันถูกดูดกลืนหายไปจากคนที่โตกว่า“นอนนิ่งๆ นะครับ” เสียงกระซิบเบาๆ เล่นทำเอาคณิณไม่กล้าขยับ“นี่..”“อย่าดื้อสิ”&ldq
ตอนที่ 42 เพื่อนพี่ชาย“เนื้อทอง” พรเทพคลี่ยิ้มออกมาอย่างโล่งใจเมื่อเห็นคนที่ตนนั่งเฝ้าไข้อยู่ข้างเตียงนานถึงสามวันสามคืนฟื้นขึ้นมาได้ ด้านหลังเยื้องห่างออกไปคือคุณปู่คุณย่า หลวงตาแก่น พร้อมด้วยพราหมณ์ชุดขาวซึ่งเนื้อทองเจอในภาพฝัน“พี่เทพ หลวงตา...นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับ”“พี่กับหลวงตากลับมาจากบิณฑบาต พี่ยอดวิ่งมาบอกว่า ทองกับคณิณหายไปในป่าช้า ทั้งพระ ทั้งเณร ชาวบ้านช่วยกันออกตามหาทั้งวันทั้งคืนก็ไม่เจอ โชคดีได้พราหมณ์บุญเมตตา ท่านแวะมาเยี่ยม มาหาหลวงตาพอดี เลยบอกให้คนช่วยกันขุดศพในป่าช้าขึ้นมา ถึงเจอเนื้อทองกับคณิณถูกฝังรวมอยู่กับศพพวกนั้นด้วย” พรเทพเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ฟัง"ทองกับพี่คณิณ ถูกฝังอยู่ในหลุมศพอย่างนั้นหรือครับ"“หมดเคราะห์แล้วนะเนื้อทอง ต่อแต่นี้ไปไม่มีใครมาทำร้าย ทำลายเจ้าได้อีกแล้ว” พราหมณ์เฒ่าผมขาวสะอาดสะอ้านยิ้มน้อยๆ พยักหน้าให้ เนื้อทองมองไปยังย่ามขาวแล้วเงยหน้าขึ้นไปสบตาพราหมณ์ท่านนั้นแล้วก้มลงกราบท่านอยู่บนเตียงผู้ป่วยอีกครั้ง"พราหมณ์บุญ นา
ตอนที่ 41 อโหสิกรรม"แม่ช่วยด้วย" เสียงของไอ้รุ่งร้องโหยหวนออกมาอย่างน่าเวทนา ดวงตาเหลือกเหล่มองหาแม่ผู้เป็นที่พึ่งหนึ่งเดียวของมัน"ปล่อยลูกกู...ปล่อยลูกกู""มึงสองแม่ลูก สมควรตายแล้ว" ไอ้ทองเลาะมีดปลายแหลมกรีดลึกลงไปท่ามกลางความมืดดำของความทรงจำอันย้อนลึกถอยหลังไปไกลหลายชาติ หลายภพ เสียงร่ำไห้จากดวงใจของคนที่ได้ชื่อว่าแม่ แม้ลูกของตัวจะชั่วช้าสามานย์สักเพียงใด แต่อย่างไรเสียนั่นก็ถือว่าเป็นเลือดจากอก ตาประสานตาสองมือแม่ลูกที่พยายามไขว่คว้าเข้าหากัน ก่อนที่ชะตาชีวิตของไอ้รุ่งนั้นจะขาดสะบั้นดับหายไปก่อนที่มันจะได้สัมผัสความรัก ความห่วงใยจากแม่เป็นครั้งสุดท้าย หยดน้ำตาแห่งความขลาดกลัวรั่วไหลออกมาเป็นสายเลือดครืด แผ่นหนังเนื้อมนุษย์ลงอักขระสักยันต์เมตตามหามงคลทั่วทุกรูขุมขนถูกไอ้ทองถลกลอกออกมาอย่างง่ายดายถือชูขึ้นมา นังบัวล้มตัวลงไปนอนเกลือกกลิ้งดิ้นพล่านๆ เรียกหาลูกชายของมัน พร้อมทั้งตีอกชกหัวตัวเอง กรีดร้องราวกับคนบ้า สองมือคว้ามีด คว้าดาบพยายามเข่นฆ่าคร่าเอาชีวิตคนที่ฆ่าลูกชายมัน หากแต่มันไม่อาจทำได้อย่างใจเ
ตอนที่ 40 ศิษย์ทรยศ“พ่อครูจะให้ข้ากับแม่ ช่วยขโมยตำรานะเนื้อทอง จากพ่อครูทองกระนั้นหรือ” ไอ้รุ่งนั่งอยู่ต่อหน้าหมอขาม บนพานมีเบี้ยถุงใหญ่วางไว้ล่อตา สองแม่ลูกผู้ละโมบโลภในเงินทองมองตากันไปมา“ข้าไม่ได้ต้องการคัมภีร์ของไอ้ทองดอก ข้าก็แค่อยากรู้ว่ามันร่ายมนตร์ใดใส่มึง”"ร่ายมนตร์ใส่ข้า...พ่อครูหมายความว่าอย่างไร""ฮึ มึงดูเอาเถิด ว่าไอ้ทอง...มันลวงมึงว่าอย่างไร"หมอขาม เป่าคาถาถอนมนต์ครอบร่างของไอ้รุ่งออก ทำให้นังบัวและไอ้รุ่งซึ่งหลงลำพองใจคิดว่าร่างกายของมันกลับมาเป็นปกติได้รู้ความจริงว่าแท้จริงแล้วมันยังคงอยู่ในร่างเดิมคือไอ้รุ่งผู้พิกลพิการ หน้าตาอัปลักษณ์ ผิวกายดำคล้ำหยาบกร้านน่ารังเกียจ นังบัวโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ยกตีนขึ้นมากระทืบกระดานไม้อยู่โครมๆ ไอ้รุ่งนั่นทุบกำปั้นตบฝ่ามือแป ลงไปบนหัวเข่าหงิกงอ ออกปากด่าทอสาปแช่งคนที่มันก้มกราบเรียกหาว่าเป็นพ่อครูอยู่นานปี ดวงตาถลนปูดโปนเนื่องจากโกรธแค้นเคืองให้พ่อครูทอง และรังเกียจในความอัปลักษณ์ซึ่งฉายส่องมาให้มันเห็นผ่านกระจกเงา“ไอ้ทอง