LOGIN“ฉันไม่ได้เป็นอะไร แค่...รู้สึกว่าตัวเองมาเป็นส่วนเกินของพวกคุณเท่านั้นเอง” ตอบพลางกัดริมฝีปากเอาไว้ เพราะกลัวว่าจะทนไม่ไหวกรีดร้องออกมาให้สมกับความคับแค้นใจ
“ฉันขอโทษเธอจากใจจริงแองจี้ แต่ฉันสาบานว่าไม่ได้คิดกับเอลิซเป็นอื่นนอกจากความหวังดีอย่างเพื่อนและคนในครอบครัว ฉันคิดกับเอลิซแค่นั้นจริงๆ”
โจนาธานพยายามอธิบาย เขารั้งร่างอรชรของภรรยาที่รักมากอดรัดจนรับรู้ได้ถึงเรือนกายอบอุ่นของหล่อน ปลายจมูกโด่งคมสูดดมกลิ่นกระหม่อมหอมกรุ่นเข้าปอดแรงๆ ประหนึ่งว่าการกระทำเช่นนั้นจะช่วยทำให้วาจาของเขาดูมีมนต์ขลังพอที่จะทำให้นิลอรเชื่อใจได้
“นอนเถอะค่ะ พรุ่งนี้อุตส่าห์ได้พักทั้งที จะได้มีเวลาอยู่กับลูกๆ บ้าง คุณรู้หรือเปล่าว่าเอาเวลาให้กับงานมากเกินไปแล้ว”
นิลอรเสเปลี่ยนเรื่องด้วยว่าไม่อยากให้สามีเซ้าซี้มากไปกว่านี้ เพราะต่อให้เขากราบกรานให้เลิกโกรธ เธอก็เลิกไม่ได้อยู่ดี นาทีนี้มันต้องตาต่อตาฟันต่อฟัน จึงจะสามารถล้มคู่แข่งได้ ในเมื่อเอลิซอยากตั้งตัวเป็นนางเอกผู้น่าสงสารมากนัก ก็ลองมาแข่งกันดูว่าใครจะแน่กว่ากัน
“ก็งานมันยุ่งนี่นา” สามีหนุ่มใหญ่อมยิ้มน้อยๆ กับอารมณ์ของเมียรักที่เปลี่ยนอย่างปัจจุบันทันด่วน หล่อนกำลังบอกเขาเป็นนัยใช่ไหมว่ากรุณาอย่าพูดถึงเรื่องเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้วอีกเป็นอันขาด
“มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ ฉันพอช่วยอะไรได้บ้างไหม” เธอลุกมานั่งมองใบหน้าหล่อเหลาของสามี นึกโกรธตัวเองที่ทำให้เขาต้องกังวลเรื่องงานอีกจนได้
“เรื่องภายในองค์กรน่ะ เธออย่ารู้เลย เดี๋ยวไม่สบายใจเปล่าๆ” เขาบอกปัดเพราะไม่อยากให้หล่อนไม่สบายใจไปด้วย เขาดึงหล่อนให้ลงมานอนหนุนแขน โอบกอดหล่อนไว้อีกครั้ง
“เพราะฉันเป็นคนนอกหรือคะ คุณถึงบอกไม่ได้ คุณยังเห็นฉันเป็นคนนอกทั้งๆ ที่ฉันเป็นแม่ของลูกคุณหรือคะโจนาธาน...” หยดน้ำตาหลั่งมาอีกระลอก นาทีนี้นิลอรมิได้เสแสร้งแต่อย่างใด เธอน้อยใจที่สามีเอ่ยเช่นนั้นจริงๆ
“โอ...ที่รัก ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นนะ ฉันแค่เกรงว่าเธอจะไม่สบายใจจริงๆ”
“แต่ฉันเป็นเมียคุณนะคะ ไม่ใช่นางบำเรอที่มีค่าแค่เวลาขึ้นเตียง ฉันยังพอมีความสามารถ ถึงมันจะเล็กน้อยแต่ฉันก็อยากช่วยคุณจริงๆ คุณพูดแบบนี้ ฉันเสียใจนะ”
โจนาธานกอดรัดร่างนิลอรแน่นขึ้นไปอีก เขากลัวว่าหล่อนจะโกรธเกลียดเขาจริงๆ ที่ทำให้หล่อนต้องเสียน้ำตาเช่นนี้
“เรื่องธนาคารที่ต่างประเทศน่ะ เราถูกตรวจพบว่าฟอกเงินให้ประเทศที่สหรัฐคว่ำบาตร ตอนนี้กำลังดำเนินการเรื่องคดีความอยู่ มันทำให้ฉันเครียดมากๆ เพราะหากเราแพ้คดี เราต้องสูญเงินมหาศาลเป็นค่าปรับ แม้ว่าหุ้นที่ฉันถืออยู่จะไม่ถึงกึ่งหนึ่งของหุ้นทั้งหมด แต่เชื่อเถอะว่าหากธนาคารสูญเงินจำนวนนี้เพื่อชำระค่าปรับจริงๆ หุ้นส่วนที่เหลือต้องระดมทุนกันมากโขทีเดียวเพื่อที่จะได้ดึงเอาความมั่นอกมั่นใจของพวกนายทุนกลับมา และเงินจำนวนนั้นมันอาจทำให้กระทบต่อธนาคารเล็กๆ ที่ฉันเป็นเจ้าของอยู่ ฉันกลัวว่าจะหมุนเงินไม่ทัน มันจะขาดสภาพคล่องหากโยกย้ายเงินที่นี่ไปจ่ายค่าปรับ ฉันอาจต้องขายทรัพย์สินบางส่วนเพื่อแลกกับความเชื่อมั่นของนักลงทุน”
นิลอรปาดน้ำตาพลางลอบมองใบหน้าเคร่งเครียดของสามี
“ฉันมีแค่ร้านกาแฟเล็กๆ ของฉัน แต่เชื่อไหมคะว่ามันทำเงินให้ฉันเดือนละเป็นแสนเลย ร้านเล็กๆ ที่สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึงด้วยตัวเอง เราจะมีความสุขมากกว่ากิจการใหญ่โตที่ต้องให้คนอื่นช่วยทำ แต่ต้องมานั่งกลุ้มใจที่หลังนะคะ ฉันไม่ได้ว่าลูกน้องของคุณหรือคนที่คุณไว้ใจที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา แต่นั่นเพราะฉันมั่นใจว่าคุณคงไม่ได้รู้เห็นเป็นใจกับการฟอกเงินในครั้งนี้ เพราะถ้าคุณเป็นหนึ่งในคนที่ทำผิดจริงๆ คุณคงไม่มานั่งกลุ้มใจอย่างนี้หรอกใช่ไหม”
หนุ่มใหญ่ยิ้มอ่อนโยน บางทีนิลอรก็ช่างเข้าอกเข้าใจเขาจนน่าตกใจ หล่อนมีวิธีคิดที่เขาต้องยอมรับเลยว่าประทับใจเหลือเกิน
“แองจี้...” เขาครางชื่อหล่อน สองมือกอบกุมวงหน้าที่ชื้นด้วยหยาดน้ำตา
“คะ” นิลอรขานรับคำสามี แล้วเธอก็ได้รับจุมพิตหวานละมุนเนิ่นนานอย่างไม่มีเหตุผล จู่ๆ เขาก็จูบเธออย่างอ้อยอิ่งจนเธอแทบจะละลายกับจุมพิตอ่อนหวานหนนี้
“ฉันไม่เสียใจสักนิดที่ได้เธอมาเป็นแม่ของลูกฉัน ฉันไม่ผิดหวังจริงๆ”
หนุ่มใหญ่พร่ำคำเยินยอภรรยาคนงามไม่หยุดปาก ก่อนจะบรรจงจุมพิตหล่อนอีกครั้งอย่างอ่อนหวาน และทวีความเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดทั้งคู่ก็หลงลืมไปชั่วขณะว่ากำลังคุยเรื่องใดกันอยู่ ไฟพิศวาสที่เกิดขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วนพัดพาเอาความไม่สบายใจ ความน้อยอกน้อยใจ และความขุ่นเคืองใจออกไปจนหมดสิ้น เรือนกายขาวโพลนของหนุ่มใหญ่นำพาเอาเรือนกายอรชรของฝ่ายภรรยา ดำดิ่งสู่อารมณ์หวามอันล้ำลึกสุดรัญจวน
หลังจากเปลวเพลิงที่โหมแรงจนเตียงแทบพังได้มอดดับลงไป สิ่งที่เหลือจึงมีเพียงเถ้าถ่านแห่งความอิ่มเปรมที่กำลังต่อเติมไออุ่นให้เมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตอยู่ในครรภ์ของแม่แองจี้น้อยนิลอร รอวันเติบใหญ่เป็นเจ้าน้องเล็กคนสุดท้องของสองแฝดแสนซน
...........
อรุณฉัตรถามสาวใช้ที่ชื่อโซเฟียที่ยืนอยู่หน้าบ้าน สองตาแลหาไม่เจอใครก็มั่นใจแล้วว่าตัวเองคงถูกทิ้งละ เธอถือตะกร้าปิกนิกด้วยมือซ้าย ส่วนมืออีกข้างถือตะกร้าเสื้อผ้าและของใช้จำเป็นของเด็กๆ นี่ถ้าป้ามาเรียไม่ขนทุกอย่างใส่ตะกร้าของกินให้เธอ เธอก็คงไม่ถูกทิ้งแน่ๆ แล้วเธอจะไปทันเจ้านายได้อย่างไรล่ะนี่“นายให้คุณครูไปพร้อมกับคุณชาร์ลส์ค่ะ”โซเฟียตอบแล้วกลับเข้าบ้านไป อรุณฉัตรยืนเคว้งอยู่หน้าบ้านอยู่ราวนาทีกว่าๆ ชาร์ลส์ก็ขับรถยุโรปสีเดียวกับดวงตาของเขาเข้ามาเทียบถึงปลายเท้าเธอ“ขึ้นรถสิ หรือต้องให้ไปอุ้มขึ้นมา” ชายหนุ่มเลื่อนกระจกรถลงเพื่อแขวะครูพี่เลี้ยงเล็กน้อย เขาเหล่มองทรวงอกอวบอิ่มที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อสายเดี่ยวที่ปกปิดเนินอกพอดิบพอดี คลุมทับอีกชั้นด้วยเสื้อเชิ้ตที่ไม่ได้ติดกระดุม ชายเสื้อเชิ้ตถูกเจ้าของรวบขึ้นมาผูกไว้ที่เอว ส่วนกางกางเกงนั้นเป็นยีนห้าส่วนและมีรองเท้าผ้าใบสีแดงแจ๋ลายสตรอว์เบอรี่...ก็ดูน่ารักสดใสไปอีกแบบ“ปากดีจริงๆ เห็นหน้าทีแรกนึกว่าจะเงียบๆ ขรึมๆ” อรุณฉัตรบ่นพึมพำขณะอ้อมไปขึ้นรถแล้วปิดประตูแรงๆ เป็นการประชดคืนถ้อยคำของเขา“ฉันไม่ว่าหรอกนะที่เธอจะปิดประตูรถฉันจนมันพัง แต่ฉัน
...........อรุณรุ่งเช้าวันใหม่เช้าวันนี้สองสามีภรรยา โปรยยิ้มละไมให้กันตั้งแต่เดินลงมาจากชั้นบน อลิเซียและอันโทนี่รีบวิ่งไปหาบิดาบุญธรรมของพวกเขาอย่างดีอกดีใจ ทั้งสองแต่งกายเสร็จเรียบร้อยพร้อมเที่ยวอย่างเต็มที่ แต่ลูกๆ ตัวจริงของโจนาธานกลับยังไม่มีใครตื่นขึ้นมาจากเตียงเลย“อาลิเซียจาไปดูนกบินพั่บๆๆ แด็ดดีพาอาลีเซียไปดูนกสวยๆ ด้วยนะค้า”หนูน้อยซึ่งมีเรือนผมสีเดียวกับพี่ชาย เอ่ยกับบิดาบุญธรรมอย่างประจบ นิลอรต้องแยกจากสามีชั่วครู่เพื่อที่เขาจะได้ก้มลงไปอุ้มเอาแม่หนูน้อยอลิเซียวัยเกือบห้าขวบมาไว้ในอ้อมแขน ส่วนอีกมือก็จับจูงมือขาวผ่องของอันโทนี่แล้วพาเดินเข้าสู่ห้องนั่งเล่นของบ้าน เขาคงหลงลืมไปกระมังว่าตอนลงจากบันไดมา เขามิได้เดินลงมาเพียงลำพัง“หลงกันจริงนะกับเด็กๆ เนี่ย เดี๋ยวจะมีให้สักโหลเลย ดูซิว่าจะมีเวลาไปโอ๋ลูกชาวบ้านอยู่อีกไหม เชอะ!” นิลอรยืนกอดอกอยู่ที่บันไดขั้นสุดท้าย เธอตัดสินใจไม่เดินตามเข้าไปในห้องนั่งเล่น แต่เดินขึ้นบันไดทางปีกซ้ายเพื่อไปดูว่าลูกๆ ของตนลุกจากที่นอนหรือยัง...........ภายในห้องนอนของสองแฝด“อ๊ากกก! ม่ายอาบน้ำนะ! มันหนาวเจคม่ายอาบ อือออ...” สุดหล่อของอรุณฉัต
“ฉันไม่ได้เป็นอะไร แค่...รู้สึกว่าตัวเองมาเป็นส่วนเกินของพวกคุณเท่านั้นเอง” ตอบพลางกัดริมฝีปากเอาไว้ เพราะกลัวว่าจะทนไม่ไหวกรีดร้องออกมาให้สมกับความคับแค้นใจ“ฉันขอโทษเธอจากใจจริงแองจี้ แต่ฉันสาบานว่าไม่ได้คิดกับเอลิซเป็นอื่นนอกจากความหวังดีอย่างเพื่อนและคนในครอบครัว ฉันคิดกับเอลิซแค่นั้นจริงๆ”โจนาธานพยายามอธิบาย เขารั้งร่างอรชรของภรรยาที่รักมากอดรัดจนรับรู้ได้ถึงเรือนกายอบอุ่นของหล่อน ปลายจมูกโด่งคมสูดดมกลิ่นกระหม่อมหอมกรุ่นเข้าปอดแรงๆ ประหนึ่งว่าการกระทำเช่นนั้นจะช่วยทำให้วาจาของเขาดูมีมนต์ขลังพอที่จะทำให้นิลอรเชื่อใจได้“นอนเถอะค่ะ พรุ่งนี้อุตส่าห์ได้พักทั้งที จะได้มีเวลาอยู่กับลูกๆ บ้าง คุณรู้หรือเปล่าว่าเอาเวลาให้กับงานมากเกินไปแล้ว”นิลอรเสเปลี่ยนเรื่องด้วยว่าไม่อยากให้สามีเซ้าซี้มากไปกว่านี้ เพราะต่อให้เขากราบกรานให้เลิกโกรธ เธอก็เลิกไม่ได้อยู่ดี นาทีนี้มันต้องตาต่อตาฟันต่อฟัน จึงจะสามารถล้มคู่แข่งได้ ในเมื่อเอลิซอยากตั้งตัวเป็นนางเอกผู้น่าสงสารมากนัก ก็ลองมาแข่งกันดูว่าใครจะแน่กว่ากัน“ก็งานมันยุ่งนี่นา” สามีหนุ่มใหญ่อมยิ้มน้อยๆ กับอารมณ์ของเมียรักที่เปลี่ยนอย่างปัจจุบันทันด่
ปลายเท้ามนบนรองเท้าแตะนุ่มนิ่มก้าวเร็วๆ ไปยังอีกฝั่งของบ้าน แต่ทว่าพอเลี้ยวตรงหัวมุมทางเดิน เท้าเรียวก็ต้องสะดุดเพราะความคิดบางอย่างสว่างวาบเข้ามาในสมอง“ทำไมฉันต้องเป็นนางมารร้ายด้วยล่ะเอลิซ ฉันต้องเป็นนางเอกสิถึงจะถูก ฉันจะไม่ยอมให้เธอมาแย่งพ่อของลูกฉันไปอย่างเด็ดขาด!” คิดได้ดังนั้นนิลอรก็หันหลังกลับทางเก่าด้วยฝีเท้าที่เร็วกว่าขามาเกือบเท่าตัว ด้วยกลัวว่าทั้งสองจะเลิกอยู่ในโหมดโอบกอดปลอบประโลม เพราะถ้าทั้งสองผละจากกันแล้วจริงๆ แผนการปูทางสู่การเป็นนางเอกของเธอมันก็ไม่สมบูรณ์แบบน่ะสินับว่าโชคยังเข้าข้างคุณแม่ลูกสอง เพราะนิลอรกลับมายืนนิ่งที่หน้าประตูได้ทันท่วงที เป็นจังหวะที่เอลิซกำลังจะโผเข้ากอดสามีเธออีกรอบ แต่เธอจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นอย่างเด็ดขาดก๊อกๆ ๆเสียงเคาะบานประตูเป็นสัญญาณ ก่อนที่ประตูซึ่งเปิดแง้มไว้จะค่อยๆ เปิดกว้างขึ้นทีละน้อย โจนาธานตัวชาดิกไม่ไหวติง เขาต้องตายแน่ๆ เพราะแม่คุณคนดีคงเห็นอะไรๆ ต่อมิอะไรจนเข้าใจผิดไปอย่างไม่ต้องสงสัย“โอ...เปล่านะแองจี้ ฉันกับคุณคิงส์ไม่ได้กำลังกอดกันอย่างที่เธอคิดหรอกนะ”เอลิซพยายามอธิบาย แต่ใช้คำพูดที่นิลอรได้ฟังแล้วเจ็บจี๊ดไปถึงขั้วห
...........อีกห้องหนึ่งซึ่งอยู่ถัดจากห้องของครูสาว มีห้องเด็กกั้นอยู่ตรงกลาง อดีตภรรยาของโจนาธานกำลังยืนข่มอารมณ์โกรธอยู่หน้ากระจกเงา เอลิซยังเจ็บแค้นเรื่องที่ชาร์ลส์ดูถูกจนไม่สามารถหลับตานอนได้ เมื่อเวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง ความโกรธกรุ่นที่มีก็ถูกความเย็นจากเครื่องปรับอากาศภายในห้องค่อยๆ สลายมันไป เหลือทิ้งไว้เพียงความน้อยเนื้อต่ำใจเท่านั้นก๊อกๆ ๆเสียงเคาะประตูเบาๆ ทำให้เอลิซถอนหายใจแรงๆ ก่อนจะเดินไปเปิด และคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าก็ทำให้เธอต้องรีบปรับอารมณ์ให้สดใสร่าเริงด้วยความรวดเร็ว“มีอะไรหรือเปล่าคะ?” ถามพร้อมยิ้มเยือนส่งให้ นึกดีใจที่ยังไม่ได้ดึงเสื้อคลุมให้ปกปิดทรวงอวบ เพราะตอนนี้โจนาธานกำลังยืนมองเธอตาปรอยทีเดียว“อ่า...คือ...ผมแวะมาดูว่าเด็กๆ หลับหรือน่ะ อะแฮ่ม!”โจนาธานกระแอมเมื่อความอวบอัดของอดีตภรรยากำลังปั่นป่วนร่างกายเขา แต่มันก็แค่ปั่นป่วน ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น เพราะเขาสำนึกอยู่เสมอว่าเวลานี้ไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะทำเจ้าชู้ยักษ์ใส่ใครได้อีกแล้ว“หลับกันหมดแล้วค่ะ เด็กๆ บ่นคิดถึงคุณกันใหญ่เลย ตั้งแต่ลูกๆ ของคุณมาอยู่ด้วย คุณไม่มีเวลาให้พวกแกเลยนะคะ”เอลิซไม่ได้พูดเกินจ
...........บทที่ 8แผนรักนางมารร้าย...........สิบห้านาทีผ่านไปอรุณฉัตรพลิกกายช้าๆ ชาร์ลส์ช่วยเอาเสื้อคลุมคลุมร่างให้ หญิงสาวลุกอย่างระวัง มือจับเชือกที่มัดเสื้อคลุมมามัดเป็นปมอย่างยากลำบาก เมื่อสำเร็จก็ลุกมามองดูเนื้อตัวที่เหนอะหนะไปด้วยน้ำผึ้ง ถึงแม้ว่าจะเจือจางด้วยน้ำแต่มันก็ยังเหนียวอยู่ดี “เฮ้อ! เวรกรรมอะไรของฉันกันเนี่ย” หญิงสาวโอดครวญ ขณะที่ชาร์ลส์เริ่มแต้มยาบนพวงแก้มให้ “อยู่เฉยๆ สิเอลลี่ เดี๋ยวฉันก็เทน้ำผึ้งราดหน้าเธอพอดี” ปรามคนที่เอียงหน้าหลบมือเขาซ้ายทีขวาทีอย่างน่ารำคาญอรุณฉัตรทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ ก็คนมันทั้งเขินทั้งอาย ทั้ง...“ฉะ...ฉัน ฉันเขินนี่นา...” ตอบแล้วจ้องเข้าไปในหน่วยตาสีเทาคู่นั้น ชาร์ลส์วางถ้วยยาใส่มือคืนมาให้ อรุณฉัตรจึงเอี้ยวกายเอาถ้วยกลับไปวางไว้บนโต๊ะเตี้ยข้างหัวเตียง“เธอต้องกินยาหรือเปล่า” เขาถามแล้วจับแขนเรียวมาดู รูดแขนเสื้อคลุมขึ้นจนถึงศอกก่อนจะเป่าลมใส่เบาๆ อย่างอ่อนโยน อรุณฉัตรหัวใจสั่นไหวอย่างรุนแรง เขาจะดีกับเธอมากไปแล้วนะ จับปล้ำทำสามีเสียเลยจะดีไหม แต่เอ...ไม่เอาดีกว่า น่ากลัวอ่า ตัวใหญ่เบ้อเร่อ เธอตายคาเตียงแหงๆ อรุณฉัตรหน้าแดงกับความค






![คุณเลขากับสามีทิพย์ [ Comedy 18++]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
