Masukตะวันถือปืนในมือเอาไว้มั่น แขนแกร่งอีกข้างยังกอดคนน้องแน่นราวกับจะปกป้องแสนรักจากทุกเรื่องร้าย ตาคมหันขวับจ้องมองทางที่หูของเขาได้ยินเสียง ไกปืนกดลงอย่างตั้งตารอ หากทันทีคนที่โผล่มาเป็นพวกประสงค์ร้าย เขาก็พร้อมจะลั่นไกลอย่างไม่รีรอ
"เฮ่ย! เดี๋ยวๆๆ พวกกูเอง" เสียงสกายดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงของเพื่อนเขาที่โผล่มาแล้วยกมือปรามให้เขาวางปืนลง ตะวันรู้สึกเหมือนโชคชะตาเข้าข้างเขาเสียมีเมื่อเห็นว่าเพื่อนสองคนอยู่ที่นี่แล้ว "พวกมึง!.....กูนึกว่าพวกมึงจะหนีไปทางไหนแล้ว" "ตะวันน้องแสนรักเป็นไงบ้าง!?" ดารินรุดไปนั่งลงทั่งใช้หลังมือแตะที่หน้าผากแสนรักแผ่วเบา ทุกคนพากันมองไปที่แสนรักที่อยู่ในอ้อมแขนของตะวัันด้วยสภาพอิดโรยเต็มที เสื้อเชิ้ตที่ตะวันใช้ทัดอาจจะห้ามเลือดในเล็กน้อย แต่ยังคงมีเลือดไหลลงมาตามแขนเรียวอยู่ "กระสุนแค่ถากแต่ก็เลือดไหลเยอะ ไอองศามึงจำทางออกได้ใช่ไหม? กูต้องรีบพาแสนรักออกไปแล้วไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้" ตะวัันร้อนรนใจเสียจนอธิบายไม่ถูก เขาคาดหวังคำตอบที่ดีจากองศาทั้งกระชับกอดแสนรักไว้แน่น น้องตัวสั่นขึ้นเรื่อยๆราวกับทรมานเต็มที เขาไม่ชอบเห็นน้องทรมานอย่างนี้ ไม่ว่าจะเพราะพิษไข้หรือเพราะอะไรก็ตาม "กูพอรู้ แค่เดินตามธารน้ำตกไปก็คงถึงแล้ว แต่ทางมันอาจจะลำบากหน่อย มึงไหวป่ะว่ะ?" "กูอ่ะไหวอยู่แล้ว เรื่องแค่นี้เอง แสนรักกับรินน่ะสิ" เขาตอบอย่างหนักแน่นก่อนจะมองแสนรักที่หลับตาไปแล้วเพื่อหลีกหนีความเจ็บปวด สลับกับมองดารินอย่างกังวล ถึงดาริินจะไม่มีแผล แต่ก็เป็นผู้หญิง สองคนนี้ต่างหากที่น่าห่วง "มึงดูแลแสนรักเหอะ ส่วนรินกูกับไอ้องศาช่วยกันคอยดูได้ ไปกันเหอะ เดี๋ยวมืดขึ้นมาจะยุ่ง "พี่อุ้มนะ อดทนหน่อยนะ" เขาโอบอุ้มกายเล็กขึ้นมาในอ้อมแขนทันที ก้มมองเธอที่ซบหน้าลงมาบนอกทั้งพยายามลืมตาที่หนักอึ้งขึ้นมาเพื่อพูดกับเขา "พี่ตะวันไหวหรอ...." "พี่ไหว แสนรักไม่ต้องกังวลเลย แค่อดทนเข้าใจไหม หลังจากแสนรักหายดี เราจะได้คุยกัน" เขาถือวิสาสะหอมลงบนหน้าผากมลแสดงความรักใคร่และความห่วงใยอย่างไม่ปิดบัง ตะวันรู้ว่าแสนรักอาจไม่ได้คิดเหมือนกันกับเขา แต่ในเวลานี้ที่น้องกำลังเจ็บอย่างทรมาน เขาปค่ต้องการทำอะไรสักอย่างเพื่อให้แสนรักอุ่นใจ ว่าไม่ว่าทุกอย่างจะยุ่งยากแค่ไหน เขาก็จะยังไม่ไปไหน หลังจากมาถึงโรงพยาบาลแสนรักก็หลับไปร่วมสองวันเพราะเสียเลือดมากจนร่างกายอ่อนเพลีย ตะวัันยืนอยู่นอกรประตูระเบียง.เขายกบุหรี่ขึ้นมาจุดดูดอย่างปกติที่ชอบทำเวลาเครียด ควันขาวพวยพุ่งไปเบื้องหน้าขณะมี่ดวงตาเขามองออกไปไกลอย่างใช้ความคิด เสียงประตูเลื่อนไม่ได้ทำให้เขาหันไป เพราะเขารู้ดีว่าคงเป็นองศากับสกายที่เดินมา "คิดไรอยู่ว่ะมึง?" สกายเดินมาบีบที่ไหล่เขาแผ่วเบาด้วยคำถาม ก่อนจะหยิบบุหรี่มวนหนึ่งในกระเป๋าเสื้อเขาไปจุดดูดด้วยอีกคน "กูแค่กำลังสงสัยว่าเป็นพวกไหน ถึงขั้นทำให้องศาม้นสืบไม่ได้" ตลอดสองวันมานี้องศาพยายามสืบเรื่องนี้ให้เขาแต่กลับไม่ได้รับข้อมูลอะไรกลับมาเลยจนน่าใจหาย "กูไม่รู้ว่ากูคิดไปเองไหมนะ แต่อาจเป็นฝีมือน้องกับแม่มึงก็ได้" องศาจับปลายคางแล้วพูดออกมา "แต่อัครบวรไม่ได้มีคอนเนคชั่นที่เชียงใหม่ขนาดนั้น กูไม่คิดว่าแม่กับไอ้อาทิตย์จะทำได้" ถ้าจะสั่งคนมาฆ่าแสนรักมันก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรนัก เพียงแต่ต้องทิ้งร่องรอยอะไรไว้บ้าง แต่นี่กลับไม่ได้ทิ้งร่อยรอยอะไรไว้เลย อัครบวรไม่ได้มีคอนเนคชั่นมากมายนัก โดยเฉพาะที่เชียงใหม่ยิ่งไม่มีเลย แล้วเหตุการณ์มันเป็นยังไงกันแน่ ยิ่งคิดเท่าไหร่ก็ยิ่งคิดไม่ตก "แต่เมียมันมี" ตะวัันขมวดคิ้วรับสิ่งที่องศาพูดทันทีด้วยความไม่เข้าใจ ทั้งสกายเองก็ถามอย่างงุนงงเช่นกัน "มึงหมายความว่าไงว่ะองศา" "กูพึ่งได้จ้อมูลล่าสุดมา พ่อของสิรินาถมีคอนเนคชั่นเยอะมากที่นี่ แล้วตอนนี้มึงคิดว่าเป็นไปได้หรือยัง" เขาพยักหน้ารับคำ ที่แท้ก็เป็นสิรินาถนี่เอง ทั้งที่เห็นท่าทีของอาทิตย์มานับครั้งไม่ถ้วน ก็ยังไม่วายหลงจนช่วยอาทิตย์ทำทุกอย่างแบบไม่ลืมหูลืมตา "เป้าหมายคือน้องแสนรักตรงๆเลยนะ พอยิงน้องได้ ตอนแรกก็ยิงไล่พวกกู แต่ไม่ได้ตามมา เหมือนแค่ยิงไล่เพื่อหาโอกาสหนีเฉยๆ" สกายพูดทวนให้ตะวัันได้รับฟังเรื่องวันนั้นที่เกิดขึ้น เขาจำได้ว่าเพื่อนเขามาเจอดขากับแสนรักเร็วมาก เขาพยักหน้ากับตัวเองอย่างเข้าใจ ที่แท้คนพวกนั้นก็เป้าหมายชัดเจนอยู่แล้วว่าต้องการกำจัดแสนรัก "แค่เรื่องที่มันทิ้งขว้างน้องก็ทำให้กูโกรธชิบหายละ ยังคิดจะฆ่าน้องอีกหรอ" น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความโกรธเคืืองที่มีเต็มอก เขาสูบบุหรี่อย่างระบายอารมณ์ออกมาก่อนจะกดดับมัน "ที่มึงไม่จัดการให้ถึงที่สุด เพราะยังเห็นแก่แม่แก่น้องมึงใช่ไหม?" ใบหน้าขององศามีแต่ความสงสัย ทั้งที่ปกติตะวันตัดสินใจเด็ดเดี่ยวมาก บางครั้งถ้าเป็นคนอื่นที่มาทำกับแสนรักแบบนี้คงโดนฆ่าตายไปแล้ว "กูเห็นแก่แสนรักต่างหาก ที่ไม่อยากตอบโต้แรง เพราะกูรู้ว่ามันจะไม่มาเอาคืนที่กู แต่ต้องเอาคืนที่แสนรัก ทำให้คนที่กูรักเจ็บ กูก็ยิ่งเจ็บกว่า" สำหรับบางคนการตอบโต้ของเขาก่อนหน้านี้อาจรุนแรงแล้ว แต่ความจริงปกติเขาทำใากกว่านั้น คนที่รังแกคนที่เขารักควรชดใช้ด้วยชีวิตเท่านั้นถึงจะสาสม "แล้วมึงจะเอาไงต่อ...." "มาขนาดนี้แล้วก็ไม่ใช่เรื่องที่กูต้องออมมือ กูต้องการให้อัครบวรรู้ว่าตะวันที่พวกเขาทิ้งขว้างไปปกติแล้วใข้ชีวิตแบบไหนกันแน่" ตะวันส่งข้อความหาลูกน้องคนสนิทให้เตรียมตัวเอาไว้ ทันทีที่แสนรักฟื้นตัวและบินกลับคฤหาสน์ของเขา ตะวันจะลงมือจัดการบางอย่างด้วยตัวเอง ได้ใจกันไปก่อนแล้วเขาจะทำให้เข้าใจว่าหัวเราะที่หลังดังกว่าทีี่แท้จริงมันเป็นอย่างไร "เวลาไม่ถูกใจกูแค่ไม่เอาไว้ แล้วเวลาที่ใครทำให้กูหงุดหงิด กูก็แค่ฆ่าทิ้ง ยิ่งคนที่ทำคนที่กูรักก็สมควรรับสิ่งที่ทำไปให้สาสม"ภายในห้องนอนใหญ่ที่มืดสลัว แสงเทียนสั่นไหววูบวาบประดับบนโต๊ะอาหารมื้อพิเศษที่ อาทิตย์สั่งให้จัดเตรียมขึ้น เขานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับแสนรักในชุดสูทสีขาวสะอาดตาที่จงใจให้ดูเหมือนเทพบุตรที่สุดเท่าที่จะทำได้"แสนรัก... ในเมื่อทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นใหม่แล้ว พี่อยากให้เรามีพันธสัญญาที่มั่นคงกว่าเดิม" อาทิตย์เอ่ยเสียงนุ่มพลางหยิบกล่องแหวนเพชรเม็ดโตออกมาวางบนโต๊ะ "แต่งงานกับพี่นะ..."แสนรักจ้องมองกล่องแหวนนั้นด้วยความรู้สึกขยะแขยงจนแทบอยากจะอาเจียน มือของเธอที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ดวงตากลมมองแหวนในนิ้วที่ตะวันใส่ให้ ทุกอย่างยิ่งยืนยันกับเธอชัดเจนว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ตะวัน เธอแอบชำเลืองมองนาฬิกาที่ผนัง... อีกเพียงสิบนาทีเท่านั้น"พี่ตะวันคะ... แสนรักขอเวลาคิดแป๊บนึงได้ไหมคะ" เธอพยายามยื้อเวลาอย่างสุดความสามารถ"คิดอะไรอีกล่ะ!?" แววตาของอาทิตย์เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราด บรรยากาศตรงรั้วหลังคฤหาสน์ องศาและสกายในชุดปฏิบัติการสีดำสนิทกำลังซุ่มรอสัญญาณจากคนของตะวันที่ซ่อนอยู่ภายในบ้าน ซึ่งก็คือป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่ที่แอบตัดวงจรไฟฟ้าในจุดอับสายตาตามคำแนะนำของสกายผ่านโทรศัพท์ที่
แสงของวันใหม่ไม่ได้นำมาซึ่งความหวัง แต่มันกลับขับเน้นให้เห็นบรรยากาศที่เปลี่ยนไปของบ้านที่เคยอบอุ่น ดารินตื่นขึ้นมาด้วยอาการล้าเต็มที เธอแสร้งทำเป็นไอและเดินกระย่องกระแย่งออกจากห้องนอนใหญ่เพื่อสำรวจสถานการณ์ โดยมีแสนรักเดินประคองอยู่ข้างๆไม่ห่างที่ห้องอาหารอาทิตย์ในคราบของตะวันนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าของเขาดูหมองคล้ำจากการไม่ได้นอน แต่แววตานั้นกลับวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ เมื่อเห็นดารินยังคงเดินนัวเนียอยู่กับแสนรัก เขาก็กระแทกแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังปัง!"ริน... เราว่าอาการรินดูไม่ดีเลยนะ" อาทิตย์พูดเสียงเย็น"เราเรียกให้คนขับรถเตรียมรถไว้แล้ว เดี๋ยวจะให้ไปส่งรินที่โรงพยาบาลส่วนตัว จะได้ให้หมอตรวจละเอียด""ไม่เป็นไรตะวัน... เราเริ่มดีขึ้นแล้ว แค่ยังมึนๆ" ดารินแสร้งปาดเหงื่อที่หน้าผาก"เราอยากพักผ่อนอยู่ที่นี่อีกสักหน่อย ให้น้องแสนรักดูแลน่ะดีที่สุด หมอที่ไหนก็ไม่รู้ใจเท่าน้องแสนรักหรอก"อาทิตย์ลุกขึ้นยืนทันทีจนเก้าอี้กระเด็นไปด้านหลัง"เราไม่ได้ถามความสมัครใจ! นี่มันบ้านเรา และเราเห็นว่ารินควรไปโรงพยาบาล แสนรัก... เธอขึ้นไปเก็บของให้ดารินเดี๋ยวนี้!""พี่ตะวันคะ... ทำไมต้องรุนแรงขนา
ภายในห้องนอนใหญ่ที่เคยอบอวลไปด้วยไอรัก บัดนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนกรงขัง อาทิตย์ในคราบของตะวันยืนจ้องมองแสนรักด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิด เขาคาดหวังว่าการกลับมาครั้งนี้จะได้รับความปรนนิบัติและการตอบรับอย่างเร่าร้อนแต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม"แสนรัก พี่บอกให้มานี่ไง จะถอยหนีพี่ทำไม?" อาทิตย์ก้าวเดินเข้าหาเธอด้วยท่าทางคุกคาม น้ำเสียงทุ้มต่ำเริ่มมีความกระด้างที่ปิดไม่มิด"พี่ตะวัน... แสนรักรู้สึกไม่ค่อยสบายค่ะ วันนี้แสนรักเพลียมากจริงๆ" แสนรักตอบพลางขยับตัวไปจนชิดขอบเตียง มือของเธอกำชายเสื้อตัวเองไว้แน่น สัมผัสที่เย็นชารวมถึงแววตาที่จ้องมองมาอย่างหิวกระหายนั้นทำให้เธอหวาดกลัวจนแทบหยุดหายใจ เธอรู้ดีว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่ตะวันที่แสนอบอุ่นคนเดิมแน่ๆ แต่เธอก็ยังไม่กล้าพูดออกมา"ไม่สบายงั้นเหรอ? หรือว่าพอพี่ไม่อยู่ ใจเธอก็เปลี่ยนไปหาคนอื่นแล้ว!" อาทิตย์คว้าข้อมือเล็กของแสนรักไว้แน่นแล้วกระชากเข้าหาตัว"โอ๊ย! พี่ตะวัน แสนรักเจ็บค่ะ ปล่อยแสนรักนะ!" แสนรักพยายามดิ้นรน แรงบีบที่ข้อมือของเขามันรุนแรงและป่าเถื่อนจนเธอเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า ก่อนที่อาทิตย์จะโน้มตัวลงมาใช้กำลังข่มเหงเธอ เสียง
หยาดฝนยามบ่ายเริ่มโปรยปรายลงมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ท้องฟ้าเบื้องบนเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่นสอดรับกับความกังวลใจของแสนรักที่เพิ่มทวีคูณ เธอพยายามต่อสายหาตะวันนับสิบครั้งแต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงเสียงสัญญาณที่บอกว่า "ไม่สามารถติดต่อเลขหมายดังกล่าวได้""พี่ตะวัน... ทำไมเงียบไปแบบนี้คะ" เธอพึมพำกับตัวเองพลางกำโทรศัพท์แน่นจนปลายนิ้วซีดขาว ในขณะที่ความวุ่นวายใจกำลังถึงขีดสุด เสียงรถยนต์ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มก้าวลงจากรถท่ามกลางสายฝนที่เริ่มหนาเม็ด ใบหน้าคมเข้มที่เหมือนกับตะวันราวกับพิมพ์เดียวปรากฏสู่สายตา"พี่ตะวัน!" แสนรักรีบวิ่งลงไปรับที่หน้าประตูโถงด้วยความดีใจ แต่เมื่อเธอเข้าใกล้ ร่างกายของเธอกลับหยุดชะงักลงโดยอัตโนมัติอาทิตย์ในคราบของพี่ชายฝาแฝดยืนอยู่ตรงนั้น เขาส่งยิ้มบางๆให้เธอ ยิ้มที่ดูเผินๆเหมือนตะวันทุกประการ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับนิ่งสนิทและเย็นเยียบราวกับก้นมหาสมุทรที่ไม่มีแสงส่องถึง"พี่กลับมาแล้วครับแสนรัก... ขอโทษทีที่ติดต่อไม่ได้ พอดีเครื่องมีปัญหานิดหน่อยน่ะ" เสียงของเขาถูกปรับโทนให้ทุ้มต่ำและหนักแน่นเลียนแบบพี่ชายได้อย่างไร้ที่ติ อาทิตย์ก
แสงตะวันยามสายสาดส่องลงมายังรันเวย์ของสนามบินสุวรรณภูมิ เครื่องบินลำยักษ์ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ามุ่งหน้าสู่มาเก๊า บนเครื่องนั้นมีตะวัน ที่นั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยความรู้สึกพะวักพะวน แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นเรื่องงานที่สำคัญระดับพันล้าน แต่ใจของเขากลับทิ้งไว้ที่คฤหาสน์หลังใหญ่ ทิ้งไว้กับผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจเขาสะบัดไล่ความกังวลออกไปจากหัวพลางหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาตรวจเช็กระบบรักษาความปลอดภัยของบ้านผ่านแอปพลิเคชัน ทุกอย่างยังปกติดี กล้องวงจรปิดทุกตัวทำงานได้ไร้ที่ติ และเขาก็สั่งกำชับองศากับสกายให้คอยเวียนเข้าไปดูแสนรักทุกเย็น‘ฉันอาจจะแค่คิดมากไปเอง’ ตะวันบอกตัวเองแบบนั้น แต่สัญชาตญาณของเขากลับร้องเตือนบางอย่างที่เขาก็ยังหาคำตอบไม่ได้ภายในคฤหาสน์แสนรักที่ยืนส่งรถของตะวันที่แล่นพ้นรั้วบ้านไปตั้งแต่เช้าตรู่ ความเงียบเหงาเริ่มเข้ามาทักทายเธอทันทีที่เขาไม่อยู่ เธอเดินกลับเข้ามาในบ้านที่ดูจะกว้างขวางเกินไปสำหรับคนเพียงคนเดียว แม้จะมีเหล่าแม่บ้านและคนของเขาอยู่ด้วยก็ตาม"คุณแสนรักคะ มีพัสดุมาส่งค่ะ" ป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่เดินเข้ามาพร้อมกับกล่องกระดาษขนาดกลางสีน้ำตาล ไม่มีชื่อผู้ส่ง มีเพี
กาลเวลาหมุนผ่านไปอย่างมั่นคง เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ของ ตะวัน และแสนรักที่หยั่งรากลึกลงในใจของกันและกัน ภายในคฤหาสน์มีชีวิตชีวาขึ้นด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ และกลิ่นหอมของอาหารที่แสนรักตั้งใจเข้าครัวทำเอง ตะวันในชุดลำลองเนื้อดีนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะอาหารสายตาก็จดจ้องอยู่ที่หนังสือพิมพ์แต่หูกลับคอยฟังเสียงกุกกักจากในครัวอย่างเพลิดเพลิน"พี่ตะวันคะ ลองชิมข้าวต้มปลากะพงสูตรใหม่ของแสนรักดูหน่อยค่ะ" แสนรักเดินออกมาพร้อมถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาว ควันกรุ่นที่ลอยขึ้นมาส่งกลิ่นหอมของขิงและหอมเจียวตะวันวางหนังสือพิมพ์ลงทันที เขามองดูคนน้องที่ดูมีน้ำมีนวลขึ้นกว่าวันแรกที่เขาพามาที่นี่ ใบหน้าที่เคยอมทุกข์บัดนี้กลับสดใสราวกับดอกไม้ที่ได้รับน้ำค้างยามเช้า"แค่กลิ่นก็รู้แล้วว่าอร่อย แสนรักทำอะไรพี่ก็กินได้ทั้งนั้นแหละ แต่ขยันทำขนาดนี้ พี่ว่าพี่ต้องขยายชุดสูทเพิ่มแล้วนะ" เขารับถ้วยมาวางตรงหน้า"พี่ตะวันก็พูดเกินไปค่ะ แสนรักแค่อยากดูแลพี่ ตอบแทนที่ทำให้แสนรักรู้สึกมีความสุขขึ้นมาอีกครั้ง" เธอสบตาเขาด้วยความซาบซึ้ง ก่อนตะวันจะเอื้อมมือไปกุมมือเรียวไว้"มันเป็นหน้าที่ของพี่อยู่แล้ว และมันจะเป็นแบบนี้ตลอดไป"ในข







