Se connecterบรรยากาศงานประมูลเพชรที่ผู้คนมีหน้ามีตาทางสังคมหลั่งไหลกันมา แสนรักจับชายกระโปรงชุดราตรียาวสีขาวสะอาดตา ผมของเธอดัดลอนสลวยประดับด้วยที่คาดผมไข่มุกแท้ กำไลเพชรสั่งทำพิเศษขับให้ผิวของเธอขาวผุดผ่อง แสงไฟประดับภายในงานทำให้เธอดูเจิดจรัสที่สุดจนผู้คนต้องหันมามอง
แสนรักยังคงประหม่าเมื่อเธอกวาดตาไปมองแล้วพบแต่ผู้คนในแวดวงไฮโซที่เคยคุ้นหน้าคุ้นตากันดี หากเป็นเมื่อก่อนคนพวกนั้นคงพากันกรูมาหาเธอเพื่อพูดคุยและตีสนิท แต่ในตอนนี้กลับใช้สายตามองเธอราวกับว่าเธอไม่ได้คู่ควรที่จะมายืนอยู่ตรงนี้
“ใครให้ความกล้าแกมาที่นี่?” แสนรักหันไปตามเสียงคนที่พูดเหน็บแนม เขาเจออาทิตย์กับสิรินาถยืนคงกันอยู่ ดวงตากลมหรี่ลงมองชุดราตรีสีแดงสดที่สิรินาถสวมใส่ แม้มันจะดูดีไม่น้อยเมื่ออยู่บนตัวอีกคน แต่สิรินาถก็ไม่ควรได้รับมัน
“ทำไมถึงมางานนี้ได้ละ?” อาทิตย์ถามเสียงเรียบไม่มีความหมายแฝงใดในนั้น แต่กลับทำให้สิรินาถหัวเสียจนเขากระแอมไอแล้วทำนิ่งขรึมต่อหน้าเธอ
“เธอไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะมาที่นี่ได้ด้วยซ้ำ มีเงินหรอ?”
“แต่ว่าสร้อยข้อมือกับที่คาดผมมุกนั่นไม่ธรรมดาเลยนะสิ” พริ้งพราวเพื่อนนางแบบคนสนิทที่เดินตามหลังมารีบกระซิบบอก แต่สิรินาถกลับแค่แค่นหัวเราะแล้วเดินเข้าไปใกล้แสนรักอย่างจงใจ กำไลข้อมือถูกกระชากออกไปเต็มแรง ก่อนที่แสนรักจะคว้ามันไว้อย่างห่วงแหนเพราะเป็นของที่ตะวันซื้อให้เธอ
“ก็แค่กำไลอันเดียว ฉันซื้อได้อีกเป็นสิบอัน” หลังคำพูดนั้นจบลงรองเท้าสีแดงสดก็เหยียบลงบนสร้อยข้อมือแล้วขยี้เท้าเต็มแรง แสนรักนั่งลงพยายามจะดึงกำไลข้อมือออกก่อนจะถูกเหยียบเข้าที่มือเต็มแรง
“สิ…พี่ว่าพอเถอะ”
“ทำไมคะ? หรือยังรักมันอยู่”
“ไม่ใช่แบบนั้น แต่คนเยอะนะ พี่ไม่อยากให้สิดูไม่ดี” สิรินาถกลับไม่ได้สนใจในสิ่งที่อาทิตย์พูดเลยแม้แต่น้อย แรงเหยียบยังเพิ่มมากขึ้นอีกกว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ผมถูกกระชากออกไปเต็มแรง
“เก่งมากหรอ? เจอกันหน่อยเป็นไง” หญิงสาวที่บุคลิกภายนอกดูน่ารักแต่กลับเข้มแข็งจนสามารถเหวี่ยงสิรินาถออกไปไกลแล้วนั่งคร่อม ใบหน้าสิรินาถหันไปตามแรงตบ ก่อนที่พริ้งพราวจะวิ่งเข้าไปช่วยรั้งหญิงสาวคนนั้นเอาไว้
แสนรักรวบรวมกำลังที่มีลุกขึ้นไปกอดคอพริ้งพราวเอาไว้แน่นเพื่อช่วยหญิงสาวที่มาช่วยเธอ ภาพในตอนนี้กลายเป็นอาทิตย์ที่ยืนหน้าเสียอย่างทำอะไรไม่ถูก หญิงสาวแปลกหน้าพลิกตัวขึ้นคร่อมสิรินาถไว้ ส่วนพริ้งพราวก็ถูกแสนรักรัดคอแน่นแล้วขี่หลังอยู่
“ปล่อยนะยายบ้า”
“ก็หยุดก่อนสิ!” แสนรักตอบโต้กลับไปอย่างที่ไม่เคยทำกับใครมาก่อน!!!”
“หยุด!!!” เสียงของสกายตะโกนดังลั่นจนทุกอย่างหยุดชะงัก แสนรักถูกตะวันอุ้มลงมาจากแผ่นหลังของพริ้งพราว เขาจับเธอหมุนไปมาเพื่อสำรวจบาดแผล แม้จะเป็นห่วงมาก แต่ก็อดยิ้มไม่ได้ที่เห็นเธอเริ่มสู้คนขึ้นมาบ้าง
“บี๋ทำอะไรเนี่ย?” สกายเอ่ยถามจนแสนรักมองทั้งขมวดคิ้ว หญิงสาวอีกคนอยู่ในอ้อมแขนของสกาย ทั้งสกายยังลูบหลงเธอคนนั้นด้วย
“ก็เค้าไม่ชอบคนพวกนี้นี่ คิดว่าเป็นนางแบบดังแล้วจะทำอะไรก็ได้มั้ง ไม่ได้รวยคนเดียวในโลกนะเว้ย” คำพูดของหญิงสาวคนนั้นดูไม่หวาดกลัวอะไรแม้สักนิด แสนรักมองสกายที่ส่ายหัวแล้วมองคนในอ้อมแขนอย่างเอ็นดู แค่เห็นสายตาที่ใช้มองก็พอจะเข้าใจว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาคืออะไร
“นังบ้า!!! ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร!!”
“แล้วเธอรู้ไหมว่างานที่เธอเหยียบอยู่ตอนนี้ของใคร?” ใบหน้าหวานหันไปมองตะวันก่อนจะได้รับการพยักหน้าเป็นการยืนยันว่าสิ่งที่เธอคิดอยู่เป็นเรื่องจริง
“นี่คุณ….” อาทิตย์ชี้แล้วหรี่ตามองอย่างใช้ความคิด ก่อนจะเบิกตกว้างแล้วดึสิรินาถมาไว้ข้างกายทันทีเพื่อให้หยุดก่อเรื่อง
“น้องแสนรักเป็นอะไรไหมคะ?”
“รู้จักหนูด้วยหรอคะ?” แสนรักพยายามมองใบหน้าน่ารักของคนตรงหน้าแล้วคิดไม่ตก เธอไม่รู้สึกคุ้นอีกคนเลย แต่ทำไมคนตรงหน้าถึงรู้จักเธอได้กัน
“รู้จักสิ เมื่อก่อนน้องแสนรักเคยชอบออกแบบเครื่องประดับใช่ไหม จำแหวนนี่ได้ไหม?”
เธอเบิกตากว้างเมื่อคนตรงหน้ายกมือขึ้นมาให้เธอดู มือเล็กจับมือของคนตรงหน้าทั้งรอยยิ้มด้วยดวงตาที่เอ่อคลอ เมื่อก่อนตอนเรียนเวลาว่างเธอกมักจะออกแบบเครื่องประดับเสมอ พ่อกับแม่ก็ชอบเอาไปอวดเพื่อน เธอจำได้ว่ามีบริษัทหนึ่งขอซื้อแบบไปจากคุณพ่อ แต่แค่ไม่รู้ว่าเป็นใคร
“ตอนนั้นคุณพ่อของน้องแสนรักเอาแบบให้คุณแม่พี่ดู พี่ไปงานด้วยแล้วชอบมาก ก็เลยบอกกับคุณพ่อน้องแสนรักไป ไม่กี่วันท่านก็เอามาให้ แล้วบอกว่าน้องแสนรักไม่เอาเงินเลยสักบาท พี่ก็เลยทำมาใส่เองคนเดียว”
“แหวนวงนี้ฉัตรหวงมากเลยนะ ขนาดแหวนหมั้นยังแทนที่ไม่ได้เลย” สกายพูดทั้งทำหน้าน้อยใจนิดหน่อยจนปาริฉัตรต้องเอาศอกกระทุ้งอย่างหมั่นไส้
“คู่หมั้น?”
“ใช่แล้วน้องแสนรัก นี่ปาริฉัตร สิริกุลนกร เป็นคู่หมั้นของไอ้สกายมัน” ตะวันย้ำคำที่แสนรักอยากรู้ เธอสะบัดหัวไล่ควางุนงงที่ทุกคนดูจะเชื่อมโยงกันไปหมด แสนรักหันไปมองปาริฉัตรที่ยังคงจับมือเธออยู่ ดวงตากลมหันไปสบกับตะวันอย่างนึกขอบคุณ เป็นเพราะเขาที่ยังทำให้เธอรู้สึกว่ายังมีคนอีกมากมายที่พร้อมจะยังวนเวียนอยู่ในชีวิตเธอ
“พี่ตะวันพูดดีๆนะคะ ตอนนี้ฉัตรยังโกรธอยู่ ยังไม่ได้ให้อภัยเพื่อนพี่เลย”
“โธ่ บี๋”
“สิริกุลนกร?”
สิรินาถทวนนามสกุลที่ตะวันพึ่งพูดไปแล้วเปิดดูบัตรเชิญอย่างร้อนรน ในนั้นระบุรายละเอียดเอาไว้อย่างชัดเจนว่างานประมูลในวันนี้จัดขึ้นภายใต้บริษัทเอสเอ็น ซึ่งเป็นบริษัทผลิตเครื่องประดับขนาดใหญ่ของตระกูลสิริกุลนกล เธอกำมือแน่นอย่างขัดใจ ทำไมจู่ๆแสนรักถึงได้มีคนมากมายเข้ามาปกป้องเต็มไปหมด ตระกูลสิริกุลนกลไม่ใช่ตระกูลที่จะแตะต้องได้ง่ายๆ
“ทำไมตกใจหรอ? เดิมทีก็อยากมาเจอน้องแสนรักแบบดีๆ แต่ดันเจอเซอร์ไพรส์ซะได้”
“ผมอาทิตย์ครับ อาทิตย์ อัครบวร” อาทิตย์กระชับสูดแล้วยื่นมือปหวังทำความรู้จักกับตระกูลใหญ่
“นี่หรอคะน้องชายฝาแฝดพี่ตะวัน หน้าตาเหมือนกันมากเลยนะ แต่ความฉลาดสู้พี่ตะวันไม่ได้เลย ความจริงก็น่าจะเลือกภรรยาให้ดีกว่านี้หน่อยนะคะ” ตะวันแค่แค่นหัวเราะส่วนแสนรักอึ้งกับคำพูดนั้น ปาริฉัตรกล้าหาญมากจริงๆ เธออยากเป็นให้ได้แบบนี้บ้างจัง
“งานใกล้เริ่มแล้ว พี่ว่าฉัตรไปเตรียมตัวเถอะ อย่าเสียเวลาเลย”
“น้องแสนรักมานี่กันเถอะ พอพี่ตะวันบอกว่าจะพาน้องแสนรักมาด้วย พี่ก็เลยจัดโซนวีไอพีให้เลย” ปาริฉัตรจับจูงมือของแสนรักไปราวกับรู้จักกันมานาน ตะวันก้มลงหยิบสร้อยข้อมือที่สิรินาถเหยียบไปขึ้นมา เขามองมันแล้วกำมือแน่น
“บอกเมียมึงให้รอรับใบแจ้งหนี้ด้วย กูต้องการค่าสร้อยข้อมือคืน”
“มันจะสักเท่าไหร่กันเชียว!!” สิรินาถเถียงขึ้นมาทันควัน
“สร้อยข้อมือเส้นนี้กูสั่งทำพิเศษ มีแค่ชิ้นเดียวในโลก เพชรทุกเม็ดกูให้ร้านคัดมาอย่างดีที่สุด เดี๋ยวบิลไปถึงมึงก็รู้เอง” ตะวันเหยียดยิ้มแล้วเดินไปอย่างไม่ใยดี ปล่อยให้อาทิตย์และสิรินาถยืนอย่างหัวเสีย ในเมื่อชอบใช้คอนเนคชั่นและอำนาจกันนัก ตะวันก็ไม่รังเกียจที่จะใช้บ้าง…
กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปราวกับภาพฝัน จากทารกน้อยตัวแดงเรื่อในอ้อมกอดวันนั้น บัดนี้น้องอคิณเติบโตขึ้นเป็นเด็กชายวัยสองขวบที่เต็มไปด้วยพลังงานและความสดใส ใบหน้าถอดแบบมาจากตะวันราวกับพิมพ์เดียวกัน ทั้งดวงตาคมกริบและจมูกโด่งรั้น หากแต่รอยยิ้มหวานหยดและแก้มป่องนั้นกลับได้มาจากแสนรักผู้เป็นแม่มาอย่างเต็มเปี่ยมคฤหาสน์ที่เคยเงียบเหงาและเคร่งขรึม บัดนี้ก้องกังวานไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงฝีเท้าเล็กๆที่วิ่งวุ่นไปทั่ว สนามหญ้าหน้าบ้านที่ตะวันเคยสัญญาว่าจะสร้างเป็นสนามเด็กเล่น บัดนี้ถูกเติมเต็มด้วยเครื่องเล่นหลากสีสันและบ่อทรายขนาดใหญ่ โดยมีเรือนกระจกหลังงามตั้งตระหง่านอยู่เคียงข้าง ดอกกุหลาบอังกฤษและลาเวนเดอร์ชูช่อบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบริเวณตะวันในชุดลำลองสบายๆสลัดคราบนักธุรกิจพันล้านทิ้งไปจนหมดสิ้น เขานั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นหญ้า คอยระวังหลังให้ลูกชายตัวน้อยที่กำลังพยายามปีนป่ายสไลเดอร์อย่างมุ่งมั่น โดยมีแสนรักนั่งมองภาพนั้นอยู่บนม้านั่งไม้ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ รอยยิ้มของเธอเปี่ยมไปด้วยความสุขที่เอ่อล้นจนไม่อาจบรรยายได้“ระวังครับอคิณ ค่อยๆก้าวลูก พ่อประคองอยู่ครับ” เสียงทุ้มของตะวัน
เสียงไซเรนจากรถตำรวจนำขบวนของลูกน้องตะวันดังสนั่นไปทั่วท้องถนนยามค่ำคืน รถยุโรปคันหรูพุ่งทะยานเข้าสู่หน้าแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่กฎหมายและสัญชาตญาณจะเอื้ออำนวย ทันทีที่รถจอดสนิทตะวันแทบจะกระโจนลงจากรถก่อนที่คนขับจะดับเครื่องยนต์เสียอีก เขารีบช้อนร่างของแสนรักที่บัดนี้ใบหน้าซีดเผือดและชุ่มไปด้วยเหงื่อขึ้นแนบอก ท่ามกลางเสียงตะโกนสั่งการที่ปนไปด้วยความลนลานของเขาเอง"หมอ! พยาบาล! ช่วยเมียผมด้วย! เธอปวดท้องมาก!" ตะวันตะโกนก้องโถงโรงพยาบาล จนเจ้าหน้าที่เข็นเตียงรับตัวรุดเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว แสนรักถูกวางลงบนเตียงเข็น มือเล็กยังคงบีบมือตะวันไว้แน่นจนเส้นเลือดหลังมือเขาปูดโปน"พี่ตะวัน... ฮึก... แสนรักปวด... ปวดเหมือนตัวจะแตกเลยค่ะ" เสียงสะอื้นที่ขาดห่วงของเธอทำให้หัวใจของมาเฟียหนุ่มบีบคั้นจนแทบจะหยุดหายใจ"พี่อยู่ตรงนี้ครับแสนรัก พี่ไม่ไปไหนทั้งนั้น!" ตะวันวิ่งตามเตียงเข็นไปจนถึงหน้าประตูห้องคลอดสีเขียวสะอาดตาที่สลักคำว่า 'เขตหวงห้าม' พยาบาลรีบเข้ามากันตัวเขาไว้"ญาติรอข้างนอกก่อนนะคะ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่เตรียมตัวคุณแม่เสร็จแล้วจะเชิญคุณพ่อเข้าไปข้างในค่ะ"ตะวันยืนนิ่งง
ค่ำคืนที่เงียบสงัดภายในคฤหาสน์ถูกโอบล้อมด้วยแสงจันทร์สีนวลตา ลมพัดเอื่อยๆ พาเอากลิ่นหอมของดอกราตรีที่แสนรักปลูกไว้ในสวนหลังบ้านโชยเข้ามาถึงระเบียงห้องนอนใหญ่ เวลาผ่านล่วงเลยไปอย่างรวดเร็วราวกับติดปีกบิน จากวันที่ทราบข่าวดีเรื่องเจ้าตัวเล็ก บัดนี้ครรภ์ของแสนรักแก่ขึ้นจนเห็นความนูนเด่นชัดเจนใต้ชุดนอนผ้าแพรสีหวานตะวันในชุดลำลองกางเกงขายาวตัวเดียว นั่งพิงหัวเตียงกว้างโดยมีแสนรักกึ่งนั่งกึ่งนอนเอนกายซบอยู่บนอกแกร่ง มือหนาที่เคยจับอาวุธ บัดนี้ลูบวนไปบนหน้าท้องกลมโตของภรรยาอย่างแผ่วเบาและทะนุถนอม สายตาของเขาเปลี่ยนไปจากคนดุดันกลายเป็นชายหนุ่มที่เปี่ยมไปด้วยความละมุนละไม“ดูสิแสนรัก... เจ้าตัวเล็กเตะพี่อีกแล้ว สงสัยจะอยากออกมาดูโลกเต็มทีแล้วนะครับ” ตะวันกระซิบเสียงทุ้มพลางคลี่ยิ้มกว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงเคลื่อนไหวจากภายใน แสนรักหัวเราะเบาๆ มือเล็กวางทับบนมือของตะวัน“สงสัยจะเหมือนพ่อเขานะคะ ขยันขยับตัวไม่ยอมอยู่นิ่งเลย พี่ตะวันวางแผนหรือยังคะว่าถ้าเขาออกมาแล้ว พี่จะสอนอะไรเขาเป็นอย่างแรก?”“พี่จะสอนให้เขารู้จักคำว่ารักและปกป้องครับแสนรัก” ตะวันจูบที่ขมับของเธอ“พี่จะสอนให้เขาเป็นสุภาพบุรุษท
พายุความกังวลจากเหตุการณ์สะดุดล้มในวันนั้นถูกแทนที่ด้วยคลื่นความรักที่ทวีความรุนแรงยิ่งกว่าเดิม เมื่อกาลเวลาล่วงเข้าสู่สัปดาห์ที่แปดของการตั้งครรภ์ ร่างกายของแสนรักเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ทำให้ชีวิตในคฤหาสน์วรโชติเมธีปั่นป่วนไปหมด ไม่ใช่เพราะศัตรูจากภายนอก แต่เป็นเพราะอาการแพ้ท้องอย่างหนักที่จู่โจมคุณแม่มือใหม่จนแทบกระดิกตัวไม่ได้"อึก... แหวะ!"เสียงขย้อนดังก้องออกมาจากห้องน้ำในเช้ามืดวันที่อากาศเย็นสบาย ตะวันที่นอนตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาสะดุ้งสุดตัว เขาดีดกายลุกขึ้นจากเตียงพุ่งตรงไปยังห้องน้ำทันที ภาพที่เห็นคือแสนรักในชุดนอนสายเดี่ยวสีขาว นั่งคุกเข่าอยู่ ใบหน้าหวานซีดเผือด ผมเผ้ายุ่งเหยิง และดวงตาที่รื้นไปด้วยน้ำตาจากแรงบีบคั้นของกระเพาะอาหาร"แสนรัก... เป็นยังไงบ้างครับคนดี" ตะวันรีบเข้าไปประคองไหล่บาง มือหนาลูบแผ่นหลังให้เบาๆด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสารจนแทบจะอยากเป็นคนแพ้ท้องแทนเสียเอง"พี่ตะวัน... แสนรัก้หม็น... แสนรักเหม็นกลิ่นสบู่ที่พี่เพิ่งใช้จังเลยค่ะ ฮึก" แสนรักเบือนหน้าหนีพลางปิดจมูก น้ำตาคลอเบ้า"สบู่เหรอ? พี่เพิ่งอาบน้ำมาเมื่อกี้นี้เองนะ..
เช้าวันใหม่ที่คฤหาสน์ดูจะเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทันทีที่ผลตรวจเลือดจากโรงพยาบาลยืนยันชัดเจนว่าแสนรักตั้งครรภ์ได้เกือบ 6 สัปดาห์ ตะวันก็เปลี่ยนร่างจากนักธุรกิจมาดเข้มกลายเป็นองครักษ์พิทักษ์คุณแม่แบบเต็มตัว เขาแทบจะไม่ยอมให้แสนรักคลาดสายตาแม้แต่วินาทีเดียว"พี่ตะวันคะ... แสนรักแค่จะไปหยิบน้ำส้มในตู้เย็นเองค่ะ ไม่ต้องประคองขนาดนี้ก็ได้" แสนรักเอ่ยกลั้วหัวเราะ ขณะที่ร่างสูงใหญ่ของตะวันเดินขนาบข้าง มือหนึ่งประคองเอว อีกมือเตรียมพร้อมจะคว้าร่างเธอไว้หากเธอสะดุดยอดหญ้าในบ้าน"ไม่ได้ครับแสนรัก หมอบอกว่าช่วงสามเดือนแรกอันตรายมาก ต้องประคบประหงมให้ดีที่สุด" ตะวันพูดด้วยสีหน้าจริงจังขั้นสุด "แล้วน้ำส้มน่ะ เดี๋ยวพี่ไปหยิบให้เอง แสนรักนั่งเฉยๆบนโซฟานี่แหละ ห้ามลุก ห้ามเดินเยอะ และที่สำคัญที่สุด... ห้ามวิ่ง เด็ดขาด เข้าใจไหมครับ?""รับทราบค่ะ" แสนรักทำท่าตะเบ๊ะหยอกล้อ แต่ในใจกลับรู้สึกอบอุ่นที่เห็นเขาเห่อลูกขนาดนี้ตลอดทั้งสัปดาห์ตะวันสั่งติดตั้งพรมกันลื่นใหม่ทั่วทั้งบ้าน มุมโต๊ะทุกตัวถูกหุ้มด้วยยางกันกระแทกหนาเตอะ จนองศาและสกายที่แวะมาเยี่ยมถึงกับหลุดขำที่เห็นมาเฟียจอมโหดกลายเป็นคนวิตกจ
กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปหนึ่งเดือนเต็มหลังจากค่ำคืนที่แสนหวานในห้องทำงานวันนั้น บ้านของตะวันดูจะสว่างไสวและเต็มไปด้วยพลังงานบวกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ตะวันเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะนักธุรกิจสีขาวอย่างเต็มตัว เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการประชุมร่วมกับองศาและสกายเพื่อนสนิทที่ร่วมหัวจมท้ายกันมานาน เพื่อวางรากฐานโปรเจกต์อสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่จะเน้นความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างสรรค์ชุมชนที่ปลอดภัย ซึ่งเป็นธุรกิจที่เขาตั้งใจจะมอบให้เป็นของขวัญแก่ครอบครัวในอนาคตเย็นวันนั้นรถยุโรปคันหรูของตะวันแล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้านพร้อมกับรถขององศาและสกายที่ตามมาติดๆ วันนี้เป็นวันที่พวกเขาเพิ่งกลับจากการไปดูไซต์งานก่อสร้างที่เขาใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ตะวันตั้งใจจะสร้างรีสอร์ตระดับไฮเอนด์และแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้สร้างบ้านพักตากอากาศส่วนตัว**ดารินก้าวลงจากรถพร้อมกับหิ้วถุงของฝากพะรุงพะรัง ทั้งขนมนำเข้าจากต่างประเทศและของฝากติดไม้ติดมือจากเขาใหญ่ เธอเดินนำหน้าพวกหนุ่มๆ เข้าไปในตัวบ้านด้วยความร่าเริงตามสไตล์"แสนรัก! พี่ดารินมาแล้วค่า มีของอร่อยมาฝากเพียบเลยนะ!” เสียงใสของดารินดังก้องไปทั่วโถงบ้านหรูใ
“คุณแม่….วันนี้แสนรักพาพี่ตะวันกับพวกพี่ๆคนอื่นมาเยี่ยมด้วยนะคะ” ตะวันมองแสนรักที่ก้มไปกระซิบข้างหูแม่ของเธอที่นอนนิ่งทั้งมีสายระโยงระยางอยู่บนเตียง เขาเดินไปลูบหลังคนน้องก่อนได้รับรอยยิ้มจากเธอ แสนรักเบี่ยงตัวออกให้เขาได้เดินเข้าไปข้างเตียงความว่างเปล่าแสนเงียบสงัดนี้ที่เขาได้รับมาจากคนที่นอนแน่น
สายน้ำเย็นเฉียบตรงอ่างล้างหน้าในห้องน้ำของห้องนอนเขาไหลผ่านฝ่ามือหนาเพื่อล้างโลหิตสีแดงสดที่เปรอะเปื้อนเต็มมือหยาบของเขา ตะวันไม่ได้รู้สึกผิดเมื่อมองสายน้ำที่กลายเป็นสีแดง กลิ่นโลหิตจางๆแตะเข้าจมูกเขา นั่นยิ่งตอกย้ำว่าเขาได้เอาความเจ็บปวดนั้นของแสนรักไปคืนสู่คนที่ควรได้รับความเจ็บปวดนั้นตะวันอาบน้
ควันขาวพวยพุ่งไปตามอากาศ ตะวันยืนอยู่ด้านนอกริมระเบียงห้องนอนของแสนรัก องศากับสกายก็ยืนอยู่เป็นเพื่อนเขาด้วย บุหรี่ในมือเขาเกือบจะหมดมวนแล้ว แต่ความเครียดและความโกรธยังไม่คลายลงเลย ตะวันมองคนน้องที่หลับสนิทอยู่บนเตียงทั้งมีดารินกำลังช่วยเอาผ้าเช็ดซับตามใบหน้าให้องศาถอนหายแล้วกดบุหรี่ให้ดับลงบนที่เ
ตะวันเหลือบมองคนที่นั่งเงียบมองออกไปนอกรถตั้งแต่ออกมาจากห้าง เขาคิดไม่ตกทั้งกังวลว่าน้องอาจจะโกรธกับอาการที่เขาแสดงออกไปหรือเปล่า มือหนาเอื้อมไปจับมือเล็กของเธอที่วางอยู่บนตัก ตะวันยังสังเกตเห็นท่าทีเหม่อลอยนั้นแต่เขาเลือกที่จะไม่เอ่ยถามอะไร เพราะคิดว่าน้องอาจต้องการเวลาทันทีที่รถจอดลงที่ลานจอดรถข







