LOGINบ้านอัครบวร
อาทิตย์เดินเข้ามาในตัวบ้านหลังจากเขาเสร็จจากประชุมด่วนเรื่องโปรเจคใหม่ที่พี่งได้เงินทุนมา พอเขาก้าวเข้าไปกลับรู้สึกว่าตั้งแต่บานประตูบ้านเงียบเชียบราวกับไม่มีใครอยู่ทั้งที่สิรินาถบอกว่าจะมารอเขาที่นี่ ขายาวก้าวไปตามทางเดินสู่ห้องนั่งเล่นก่อนเขาจะหยุดชะงักเมื่อได้ยินบทสนทนาของแม่เขาและสิรินาถ
"โดนยิงตกน้ำหรอลูก? ดีแล้ว ถ้าไม่มีนังเด็กนั่นสักคน ตะวันคงไม่บ้าขนาดนี้" อาทิตย์ขมวดคิ้วแน่น เขาไม่จำเป็นต้องคิดให้มากความเพราะมีชื่อของตะวันอยู่ในบทสนทนานั้นด้วย และคนที่มีอิทธิพลกับตะวันก็เห็นจะมีแค่แสนรักเท่านั้น หรือว่า...แม่เขากับสิรินาถจะให้คนไปทำอะไรแสนรัก
"แต่ก็ยังไม่แน่ใจนะคะคุณแม่ คนของคุณพ่อสิบอกว่า พี่ตะวันกระโดดตามลงไปด้วย"
"นังเด็กนั่นว่ายน้ำไม่แข็ง ถ้ารอดมาได้ก็ดวงแข็งเกินไปแล้ว ว่าแต่เรื่องนี้ตาอาทิตย์รู้หรือยัง?" คำของแม่ยิ่งยืนยันต่อเขาได้เป็นอย่างดี อาทิตย์ไม่รู้ว่าทำไมตอนนี้ในใจเขาถึงร้อนลุ่มขึ้นมา เดิมทีที่รู้เรื่องว่าบ้านของแสนรักล้มละลาย เขาก็แค่อยากแยกย้ายจากเธอไป แต่ไม่ได้คิดว่าจะต้องทำร้ายเธอถึงชีวิตอย่างมี่แม่เขากับสอรินาถทำอยู่ในตอนนี้
"ยังค่ะ คุณแม่ว่าสิควรบอกไหมคะ?"
"ไม่ต้องบอกอ่ะดีแล้ว ตาอาทิตย์ไม่ได้รู้สึกอะไรกับมันแล้วก็จริง แต่หนูสิก็รู้ว่าตาอาทิตย์อ่อนโยนแค่ไหน เดี๋ยวก็พาลใจอ่อนอีก"
"จริงค่ะ พี่อาทิตย์ใจอ่อนเกินไป" มันก็คงจะจริงอย่างที่ทั้งสองคนว่า ระหว่างเขากับแสนรักแม้จะแยกกันไปแล้วราวกับคนที่ไม่เหลืออะไรให้ผูกพันกันอีก แต่เวลาที่ได้ยินว่าแสนรักอยู่ในอันตรายเขาก็ยังคงกระวนกระวายอยู่
แม้ก่อนหน้านี้เราจะประทะกันหลายครั้ง แต่มันก็เป็นเพียงการขู่จากเขาเท่านั้น ถ้าเขาใจร้ายกับแสนรักได้จริง เขาคงลงมือฆ่าแสนรักไปนานแล้ว อาทิตย์เดินออกมากดโทรออกหาเบอร์ขององศาที่เขาไม่เคยแม้แต่จะมองมัน แต่กลับไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ เมื่อโทรออกหาเบอร์ของแสนรักก็เป็นแบบเดียวกัน
"อะไรของมึงว่ะอาทิตย์ จะมานั่งสนใจพวกมันทำไม" เขาพูดกับตัวเองส่ายหัว อาทิตย์ไม่จำเป็นต้องมาเสียเวลากับการสนใจเรื่องของคนเหล่านั้น เรื่องของผู้หญิงที่ไม่คู่ควรกับชีวิตเขาแล้ว หรือแม้แต่เรื่องของพี่ชายฝาแฝดที่ไม่เห็นหัวเขาเลยแม้สักนิด พอคิดได้อย่างนั้นเขาก็แค่เก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกง ก่อนเผยรอยยิ้มบนใบหน้าแล้วจะเดินเข้าไปหาไม่ของแม่ของเขากับสิรินาถอย่างใจเย็น
สายลมเย็นพัดผ่านจนกายบางที่เปียกชุ่มหนาวเหน็บ ตะวันพยุงพาคนน้องมานั่งพิงลงบนต้นไม้ เขาดูบาดแผลที่เลือดไหลไม่ยอมหยุด แม้จะไม่ใหญ่มากแต่ก็คงสร้างความเจ็บปวดให้เธอพอสมควร ดูจากใบหน้าเหยเของเธอในตอนนี้เขาก็ยิ่งอยู่ไม่สุข
“พี่จะห้ามเลือดไว้ เจ็บหน่อยนะแสนรัก”
“โอ๊ย!!!” เธอร้องลั่นเมื่อเขาฉีกเอาเสื้อเชิ้ตที่สวมอยู่มาพันรอบแผลของเธอแล้วออกแรงมัดเอาไว้จนแน่น ตะวันลูบหัวคนน้องอย่างปอบโยนเธอ เขามองไปรอบทิศทางที่มีแต่ป่าแล้วได้แต่ถอนหายใจ ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่เขาคุ้นเคย การเดินไปแบบไม่รู้ทิศทางอาจทำให้แย่ยิ่งกว่าเก่า เขาควรหยุดนิ่งรอให้พวกองศามาช่วย
เวลาผ่านร่วงเลยไปร่วมหลายชั่วโมงแต่เขากลับมองไม่เห็นแม้แต่เงาของเพื่อนเลย ตะวันลุกขึ้นสำรวจมองทุกทิศทางก่อนจะเดินกลับมาหาแสนรักที่หน้าพิงต้นไม้ด้วยใบหน้าซีดเซียว เธอสั่นเทาไปทั้งตัวแล้วยังดูอิดโรยมากจนเขาร้อนใจ
“แสนรักอดทนหน่อยนะ”
“พี่ตะวัน….แสนรักเจ็บ ฮึก แสนรักหนาว” คนน้องเอ่ยบอกกับเขาเสียงสั่น หัวใจของตะวันกระตุกวูบเมื่อเธอร้องไห้ออกมา เขาขยับเข้าไปนั่งใกล้แล้วพิงต้นไม้ ก่อนจะออกแรงให้เธอนั่งทิ้งแผ่นหลังมาพิงอกเขา ทั้งสองแขนแกร่งของเขากอดเอาไว้แน่น
“ดีขึ้นไหม? หืม?” ตะวันหอมลงบนหัวน้องอย่างปลอบประโลม แต่เขารู้สึกได้ว่าแรงสั่นสะท้านของตัวเธอไม่ได้ลดน้อยลงเลย ยิ่งเห็นว่าแสนรักเจ็บปวดมากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งนึกโทษตัวเอง ถ้าเขาไม่อยู่ห่างน้อง มันคงไม่เป็นอย่างนี้ อย่างน้อยเขาก็คงปกป้องน้องได้ ไม่ทำให้น้องตกอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่แบบนี้
เขาหยิบเอาโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงออกมาดู แม้จะโชคดีที่โทรศัพท์ของเขากันน้ำและยังเปิดติด แต่เมื่อมองดูสัญญาณมือถือตะสันก็ต้องสิ้นหวังอีกครั้ง เขาลืมไปเสียงสนิทว่าน้ำตกสูงที่มีแต่ป่าอย่างนี้คงไม่มีสัญญาณให้เขาได้ใช้งาน
“พี่ตะวันโกรธแสนรักหรอ?” เธอถามเขาเสียงแผ่วจนเขาชะงักค้าง แม้จะเข้าใจดีในคำถามนั้นแต่ตะวันก็ยังทำทีถามกลับไปเพื่อให้บทสนทนาระหว่างเราดำเนินต่อไปหลังจากที่เขาหนีหน้าคนน้องตั้งแต่เมื่อเช้า
“พี่จะโกรธแสนรักเรื่องอะไร?”
“เรื่องเมื่อคืน….แสนรักไม่ได้ตั้งใจพูดให้พี่รู้สึกไม่ดีนะ”
“เรื่องที่ยังมองพี่เป็นภาพซ้อนของไอ้อาทิตย์อ่ะหรอ?” เขายอมรับว่าสิ่งที่แสนรักพูดอาจทำให้เขารู้สึกแย่ไปบ้าง แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่เขาหลบหน้าน้องเลย ที่ตะวันทำอย่างนั้นเพราะเขาไม่กล้าสู้หน้าแสนรักต่างหาก เพราะกลัวว่าน้องจะไม่ให้อภัยที่เขาเผลอไปฉวยโอกาสอย่างนั้น สิ่งที่แสนรักพูดมันไม่ได้มากพอให้คนอย่างเขาหมดความหวังดีไปจากน้องได้หรอก
“ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เราจะพูดเรื่องนี้เลย พี่ขอแค่แสนรักปลอดภัย แล้วเราค่อยคุยกันตกลงไหม? พี่ขอโทษที่หนีหน้าแสนรักตั้งแต่เช้า” เขารู้ดีว่าสิ่งที่ตัวเองทำมันไม่ถูก แล้วคงทำให้น้องคิดมากเข้าไปใหญ่ที่เขาเลือกเมินหลังจากการกระทของเขาเมื่อคืน
“แสนรักกลัวแทบแย่….ว่าพี่อาจจะไม่อยากคุยกับแสนรักอีกแล้ว” คำพูดของน้องเร้าให้เขาจูบลงบนผมหอมของเธอแล้วโยกตัวเธอไปมาราวกลับเด็ก ยิ่งกอดแน่นตะวันก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงความร้อนลุ่มของร่างกายเธอ แขนเรียวที่ทิ้งลงข้างลำตัวเร้าให้เขาก้มมองน้องก่อนจะเห็นว่าเธออหมดสติไปแล้วจนตะวันอดไม่ได้ที่จะกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นอีก
“แสนรักอย่าพึ่งเป็นอะไรนะ อีกแค่นิดเดียว” เสียงฝีเท้าของคนที่เหยียบย่ำลงบนใบไม้แห้งทำให้ตะวันกำก้อนหินที่อยู่ใกล้มือแน่นโดยอัติโนมัติ เขากลัวเหลือเกินว่าคนพวกนั้นจะยังไม่ไป แล้วถ้ามันโผล่มาอีกครั้ง เขาจะไม่มีวันยอมให้มันได้ทำร้ายน้องอีกแล้ว…..
กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปราวกับภาพฝัน จากทารกน้อยตัวแดงเรื่อในอ้อมกอดวันนั้น บัดนี้น้องอคิณเติบโตขึ้นเป็นเด็กชายวัยสองขวบที่เต็มไปด้วยพลังงานและความสดใส ใบหน้าถอดแบบมาจากตะวันราวกับพิมพ์เดียวกัน ทั้งดวงตาคมกริบและจมูกโด่งรั้น หากแต่รอยยิ้มหวานหยดและแก้มป่องนั้นกลับได้มาจากแสนรักผู้เป็นแม่มาอย่างเต็มเปี่ยมคฤหาสน์ที่เคยเงียบเหงาและเคร่งขรึม บัดนี้ก้องกังวานไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงฝีเท้าเล็กๆที่วิ่งวุ่นไปทั่ว สนามหญ้าหน้าบ้านที่ตะวันเคยสัญญาว่าจะสร้างเป็นสนามเด็กเล่น บัดนี้ถูกเติมเต็มด้วยเครื่องเล่นหลากสีสันและบ่อทรายขนาดใหญ่ โดยมีเรือนกระจกหลังงามตั้งตระหง่านอยู่เคียงข้าง ดอกกุหลาบอังกฤษและลาเวนเดอร์ชูช่อบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบริเวณตะวันในชุดลำลองสบายๆสลัดคราบนักธุรกิจพันล้านทิ้งไปจนหมดสิ้น เขานั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นหญ้า คอยระวังหลังให้ลูกชายตัวน้อยที่กำลังพยายามปีนป่ายสไลเดอร์อย่างมุ่งมั่น โดยมีแสนรักนั่งมองภาพนั้นอยู่บนม้านั่งไม้ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ รอยยิ้มของเธอเปี่ยมไปด้วยความสุขที่เอ่อล้นจนไม่อาจบรรยายได้“ระวังครับอคิณ ค่อยๆก้าวลูก พ่อประคองอยู่ครับ” เสียงทุ้มของตะวัน
เสียงไซเรนจากรถตำรวจนำขบวนของลูกน้องตะวันดังสนั่นไปทั่วท้องถนนยามค่ำคืน รถยุโรปคันหรูพุ่งทะยานเข้าสู่หน้าแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่กฎหมายและสัญชาตญาณจะเอื้ออำนวย ทันทีที่รถจอดสนิทตะวันแทบจะกระโจนลงจากรถก่อนที่คนขับจะดับเครื่องยนต์เสียอีก เขารีบช้อนร่างของแสนรักที่บัดนี้ใบหน้าซีดเผือดและชุ่มไปด้วยเหงื่อขึ้นแนบอก ท่ามกลางเสียงตะโกนสั่งการที่ปนไปด้วยความลนลานของเขาเอง"หมอ! พยาบาล! ช่วยเมียผมด้วย! เธอปวดท้องมาก!" ตะวันตะโกนก้องโถงโรงพยาบาล จนเจ้าหน้าที่เข็นเตียงรับตัวรุดเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว แสนรักถูกวางลงบนเตียงเข็น มือเล็กยังคงบีบมือตะวันไว้แน่นจนเส้นเลือดหลังมือเขาปูดโปน"พี่ตะวัน... ฮึก... แสนรักปวด... ปวดเหมือนตัวจะแตกเลยค่ะ" เสียงสะอื้นที่ขาดห่วงของเธอทำให้หัวใจของมาเฟียหนุ่มบีบคั้นจนแทบจะหยุดหายใจ"พี่อยู่ตรงนี้ครับแสนรัก พี่ไม่ไปไหนทั้งนั้น!" ตะวันวิ่งตามเตียงเข็นไปจนถึงหน้าประตูห้องคลอดสีเขียวสะอาดตาที่สลักคำว่า 'เขตหวงห้าม' พยาบาลรีบเข้ามากันตัวเขาไว้"ญาติรอข้างนอกก่อนนะคะ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่เตรียมตัวคุณแม่เสร็จแล้วจะเชิญคุณพ่อเข้าไปข้างในค่ะ"ตะวันยืนนิ่งง
ค่ำคืนที่เงียบสงัดภายในคฤหาสน์ถูกโอบล้อมด้วยแสงจันทร์สีนวลตา ลมพัดเอื่อยๆ พาเอากลิ่นหอมของดอกราตรีที่แสนรักปลูกไว้ในสวนหลังบ้านโชยเข้ามาถึงระเบียงห้องนอนใหญ่ เวลาผ่านล่วงเลยไปอย่างรวดเร็วราวกับติดปีกบิน จากวันที่ทราบข่าวดีเรื่องเจ้าตัวเล็ก บัดนี้ครรภ์ของแสนรักแก่ขึ้นจนเห็นความนูนเด่นชัดเจนใต้ชุดนอนผ้าแพรสีหวานตะวันในชุดลำลองกางเกงขายาวตัวเดียว นั่งพิงหัวเตียงกว้างโดยมีแสนรักกึ่งนั่งกึ่งนอนเอนกายซบอยู่บนอกแกร่ง มือหนาที่เคยจับอาวุธ บัดนี้ลูบวนไปบนหน้าท้องกลมโตของภรรยาอย่างแผ่วเบาและทะนุถนอม สายตาของเขาเปลี่ยนไปจากคนดุดันกลายเป็นชายหนุ่มที่เปี่ยมไปด้วยความละมุนละไม“ดูสิแสนรัก... เจ้าตัวเล็กเตะพี่อีกแล้ว สงสัยจะอยากออกมาดูโลกเต็มทีแล้วนะครับ” ตะวันกระซิบเสียงทุ้มพลางคลี่ยิ้มกว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงเคลื่อนไหวจากภายใน แสนรักหัวเราะเบาๆ มือเล็กวางทับบนมือของตะวัน“สงสัยจะเหมือนพ่อเขานะคะ ขยันขยับตัวไม่ยอมอยู่นิ่งเลย พี่ตะวันวางแผนหรือยังคะว่าถ้าเขาออกมาแล้ว พี่จะสอนอะไรเขาเป็นอย่างแรก?”“พี่จะสอนให้เขารู้จักคำว่ารักและปกป้องครับแสนรัก” ตะวันจูบที่ขมับของเธอ“พี่จะสอนให้เขาเป็นสุภาพบุรุษท
พายุความกังวลจากเหตุการณ์สะดุดล้มในวันนั้นถูกแทนที่ด้วยคลื่นความรักที่ทวีความรุนแรงยิ่งกว่าเดิม เมื่อกาลเวลาล่วงเข้าสู่สัปดาห์ที่แปดของการตั้งครรภ์ ร่างกายของแสนรักเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ทำให้ชีวิตในคฤหาสน์วรโชติเมธีปั่นป่วนไปหมด ไม่ใช่เพราะศัตรูจากภายนอก แต่เป็นเพราะอาการแพ้ท้องอย่างหนักที่จู่โจมคุณแม่มือใหม่จนแทบกระดิกตัวไม่ได้"อึก... แหวะ!"เสียงขย้อนดังก้องออกมาจากห้องน้ำในเช้ามืดวันที่อากาศเย็นสบาย ตะวันที่นอนตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาสะดุ้งสุดตัว เขาดีดกายลุกขึ้นจากเตียงพุ่งตรงไปยังห้องน้ำทันที ภาพที่เห็นคือแสนรักในชุดนอนสายเดี่ยวสีขาว นั่งคุกเข่าอยู่ ใบหน้าหวานซีดเผือด ผมเผ้ายุ่งเหยิง และดวงตาที่รื้นไปด้วยน้ำตาจากแรงบีบคั้นของกระเพาะอาหาร"แสนรัก... เป็นยังไงบ้างครับคนดี" ตะวันรีบเข้าไปประคองไหล่บาง มือหนาลูบแผ่นหลังให้เบาๆด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสารจนแทบจะอยากเป็นคนแพ้ท้องแทนเสียเอง"พี่ตะวัน... แสนรัก้หม็น... แสนรักเหม็นกลิ่นสบู่ที่พี่เพิ่งใช้จังเลยค่ะ ฮึก" แสนรักเบือนหน้าหนีพลางปิดจมูก น้ำตาคลอเบ้า"สบู่เหรอ? พี่เพิ่งอาบน้ำมาเมื่อกี้นี้เองนะ..
เช้าวันใหม่ที่คฤหาสน์ดูจะเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทันทีที่ผลตรวจเลือดจากโรงพยาบาลยืนยันชัดเจนว่าแสนรักตั้งครรภ์ได้เกือบ 6 สัปดาห์ ตะวันก็เปลี่ยนร่างจากนักธุรกิจมาดเข้มกลายเป็นองครักษ์พิทักษ์คุณแม่แบบเต็มตัว เขาแทบจะไม่ยอมให้แสนรักคลาดสายตาแม้แต่วินาทีเดียว"พี่ตะวันคะ... แสนรักแค่จะไปหยิบน้ำส้มในตู้เย็นเองค่ะ ไม่ต้องประคองขนาดนี้ก็ได้" แสนรักเอ่ยกลั้วหัวเราะ ขณะที่ร่างสูงใหญ่ของตะวันเดินขนาบข้าง มือหนึ่งประคองเอว อีกมือเตรียมพร้อมจะคว้าร่างเธอไว้หากเธอสะดุดยอดหญ้าในบ้าน"ไม่ได้ครับแสนรัก หมอบอกว่าช่วงสามเดือนแรกอันตรายมาก ต้องประคบประหงมให้ดีที่สุด" ตะวันพูดด้วยสีหน้าจริงจังขั้นสุด "แล้วน้ำส้มน่ะ เดี๋ยวพี่ไปหยิบให้เอง แสนรักนั่งเฉยๆบนโซฟานี่แหละ ห้ามลุก ห้ามเดินเยอะ และที่สำคัญที่สุด... ห้ามวิ่ง เด็ดขาด เข้าใจไหมครับ?""รับทราบค่ะ" แสนรักทำท่าตะเบ๊ะหยอกล้อ แต่ในใจกลับรู้สึกอบอุ่นที่เห็นเขาเห่อลูกขนาดนี้ตลอดทั้งสัปดาห์ตะวันสั่งติดตั้งพรมกันลื่นใหม่ทั่วทั้งบ้าน มุมโต๊ะทุกตัวถูกหุ้มด้วยยางกันกระแทกหนาเตอะ จนองศาและสกายที่แวะมาเยี่ยมถึงกับหลุดขำที่เห็นมาเฟียจอมโหดกลายเป็นคนวิตกจ
กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปหนึ่งเดือนเต็มหลังจากค่ำคืนที่แสนหวานในห้องทำงานวันนั้น บ้านของตะวันดูจะสว่างไสวและเต็มไปด้วยพลังงานบวกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ตะวันเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะนักธุรกิจสีขาวอย่างเต็มตัว เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการประชุมร่วมกับองศาและสกายเพื่อนสนิทที่ร่วมหัวจมท้ายกันมานาน เพื่อวางรากฐานโปรเจกต์อสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่จะเน้นความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างสรรค์ชุมชนที่ปลอดภัย ซึ่งเป็นธุรกิจที่เขาตั้งใจจะมอบให้เป็นของขวัญแก่ครอบครัวในอนาคตเย็นวันนั้นรถยุโรปคันหรูของตะวันแล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้านพร้อมกับรถขององศาและสกายที่ตามมาติดๆ วันนี้เป็นวันที่พวกเขาเพิ่งกลับจากการไปดูไซต์งานก่อสร้างที่เขาใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ตะวันตั้งใจจะสร้างรีสอร์ตระดับไฮเอนด์และแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้สร้างบ้านพักตากอากาศส่วนตัว**ดารินก้าวลงจากรถพร้อมกับหิ้วถุงของฝากพะรุงพะรัง ทั้งขนมนำเข้าจากต่างประเทศและของฝากติดไม้ติดมือจากเขาใหญ่ เธอเดินนำหน้าพวกหนุ่มๆ เข้าไปในตัวบ้านด้วยความร่าเริงตามสไตล์"แสนรัก! พี่ดารินมาแล้วค่า มีของอร่อยมาฝากเพียบเลยนะ!” เสียงใสของดารินดังก้องไปทั่วโถงบ้านหรูใ
โกดังของตะวันที่มาเก๊า ตะวันยังคงขมวดคิ้วแน่นเมื่อเดินดูความเสียหายของอาวุธในรอบนี้ มันไม่ได้มากจนเขาไม่มีเงินสำหรับล็อตใหม่ แต่เขาเป็นคนที่ไม่ชอบความผิดพลาดโดยเฉพาะกับงานสำคัญ เห็นทีถ้าเกิดว่าทุกอย่างเป็นอย่างนี้ เขาคงต้องอยู่มาเก๊านานกว่าที่คิดไว้ แล้วต้องอยู่ห่างแสนรักนานขึ้นอีก “ที่นู่นเป็นยัง
แสนรักที่กำลังนั่งวาดภาพหันมองตะวันที่คุยโทรศัพท์อยู่นานสองนาน ใบหน้าของเขาดูตึงเครียดจนเธอไม่อาจปล่อยผ่านได้ เธอสะดุ้งเฮือกตอนที่สกายเรียกและบอกว่าสีจากพู่กันกำลังเปื่อนภาพที่เธอวาด มือเล็กรุกลี้รุกรนหยิบทิชชูเปียกมาซับมันแผ่วเบาอย่างระมัดระวังก้อนจะมองภาพที่ไม่เปรอะเปื้อนมากนักทั้งพรูลมหายใจอย่า
"สิเดี๋ยวก่อนสิครับ ฟังพี่ก่อนสิ" ภาพอาทิตย์ที่วิ่งตามสิรินาถต้อยๆทำให้ผู้คนที่มองเห็นหยุดยืนมอง มันเป็นอย่างนี้มาเสมอ ทำตัวงี่เง่าให้อาทิตย์ง้อต่อหน้าทุกคน เพื่อให้คนอื่นมองว่าตัวเองมีค่ามากพอที่จะให้คนวิ่งตาม ทุกครั้งอาทิตย์ทำไปอย่างจำใจ ในหัวสมองเขาต้องคิดตชอดเวลาว่าสิรินาถมีบทบาทสำคัญที่จะทำให
วีดีโอในหน้าเว็บข่างแวดวงไฮโซวันนี้ถูกแสนรักกดเล่นมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในวีดีโอนั้นแสดงภาพมนงานประมูลเมื่อคืนในตอนที่ตะวัันสวมสร้อยที่พึ่งประมูลได้ให้กับเธอ ในความคิดเห็นมีทั้งความอิจฉาและการขุดคุ้ยว่าเธอเป็นใครมาจากไหนแสนรักปิดหน้าจอโทรศัพท์ลง ยอมรับว่าการดูแลและเอาใจเธอของตะวันทำให้ใจดวงน้อยของเธอเ




![กรงรักเถื่อนสวาท NC25+ [พระเอกมาเฟีย โหด คลั่งรัก]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


