LOGINบ้านอัครบวร
อาทิตย์เดินเข้ามาในตัวบ้านหลังจากเขาเสร็จจากประชุมด่วนเรื่องโปรเจคใหม่ที่พี่งได้เงินทุนมา พอเขาก้าวเข้าไปกลับรู้สึกว่าตั้งแต่บานประตูบ้านเงียบเชียบราวกับไม่มีใครอยู่ทั้งที่สิรินาถบอกว่าจะมารอเขาที่นี่ ขายาวก้าวไปตามทางเดินสู่ห้องนั่งเล่นก่อนเขาจะหยุดชะงักเมื่อได้ยินบทสนทนาของแม่เขาและสิรินาถ
"โดนยิงตกน้ำหรอลูก? ดีแล้ว ถ้าไม่มีนังเด็กนั่นสักคน ตะวันคงไม่บ้าขนาดนี้" อาทิตย์ขมวดคิ้วแน่น เขาไม่จำเป็นต้องคิดให้มากความเพราะมีชื่อของตะวันอยู่ในบทสนทนานั้นด้วย และคนที่มีอิทธิพลกับตะวันก็เห็นจะมีแค่แสนรักเท่านั้น หรือว่า...แม่เขากับสิรินาถจะให้คนไปทำอะไรแสนรัก
"แต่ก็ยังไม่แน่ใจนะคะคุณแม่ คนของคุณพ่อสิบอกว่า พี่ตะวันกระโดดตามลงไปด้วย"
"นังเด็กนั่นว่ายน้ำไม่แข็ง ถ้ารอดมาได้ก็ดวงแข็งเกินไปแล้ว ว่าแต่เรื่องนี้ตาอาทิตย์รู้หรือยัง?" คำของแม่ยิ่งยืนยันต่อเขาได้เป็นอย่างดี อาทิตย์ไม่รู้ว่าทำไมตอนนี้ในใจเขาถึงร้อนลุ่มขึ้นมา เดิมทีที่รู้เรื่องว่าบ้านของแสนรักล้มละลาย เขาก็แค่อยากแยกย้ายจากเธอไป แต่ไม่ได้คิดว่าจะต้องทำร้ายเธอถึงชีวิตอย่างมี่แม่เขากับสอรินาถทำอยู่ในตอนนี้
"ยังค่ะ คุณแม่ว่าสิควรบอกไหมคะ?"
"ไม่ต้องบอกอ่ะดีแล้ว ตาอาทิตย์ไม่ได้รู้สึกอะไรกับมันแล้วก็จริง แต่หนูสิก็รู้ว่าตาอาทิตย์อ่อนโยนแค่ไหน เดี๋ยวก็พาลใจอ่อนอีก"
"จริงค่ะ พี่อาทิตย์ใจอ่อนเกินไป" มันก็คงจะจริงอย่างที่ทั้งสองคนว่า ระหว่างเขากับแสนรักแม้จะแยกกันไปแล้วราวกับคนที่ไม่เหลืออะไรให้ผูกพันกันอีก แต่เวลาที่ได้ยินว่าแสนรักอยู่ในอันตรายเขาก็ยังคงกระวนกระวายอยู่
แม้ก่อนหน้านี้เราจะประทะกันหลายครั้ง แต่มันก็เป็นเพียงการขู่จากเขาเท่านั้น ถ้าเขาใจร้ายกับแสนรักได้จริง เขาคงลงมือฆ่าแสนรักไปนานแล้ว อาทิตย์เดินออกมากดโทรออกหาเบอร์ขององศาที่เขาไม่เคยแม้แต่จะมองมัน แต่กลับไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ เมื่อโทรออกหาเบอร์ของแสนรักก็เป็นแบบเดียวกัน
"อะไรของมึงว่ะอาทิตย์ จะมานั่งสนใจพวกมันทำไม" เขาพูดกับตัวเองส่ายหัว อาทิตย์ไม่จำเป็นต้องมาเสียเวลากับการสนใจเรื่องของคนเหล่านั้น เรื่องของผู้หญิงที่ไม่คู่ควรกับชีวิตเขาแล้ว หรือแม้แต่เรื่องของพี่ชายฝาแฝดที่ไม่เห็นหัวเขาเลยแม้สักนิด พอคิดได้อย่างนั้นเขาก็แค่เก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกง ก่อนเผยรอยยิ้มบนใบหน้าแล้วจะเดินเข้าไปหาไม่ของแม่ของเขากับสิรินาถอย่างใจเย็น
สายลมเย็นพัดผ่านจนกายบางที่เปียกชุ่มหนาวเหน็บ ตะวันพยุงพาคนน้องมานั่งพิงลงบนต้นไม้ เขาดูบาดแผลที่เลือดไหลไม่ยอมหยุด แม้จะไม่ใหญ่มากแต่ก็คงสร้างความเจ็บปวดให้เธอพอสมควร ดูจากใบหน้าเหยเของเธอในตอนนี้เขาก็ยิ่งอยู่ไม่สุข
“พี่จะห้ามเลือดไว้ เจ็บหน่อยนะแสนรัก”
“โอ๊ย!!!” เธอร้องลั่นเมื่อเขาฉีกเอาเสื้อเชิ้ตที่สวมอยู่มาพันรอบแผลของเธอแล้วออกแรงมัดเอาไว้จนแน่น ตะวันลูบหัวคนน้องอย่างปอบโยนเธอ เขามองไปรอบทิศทางที่มีแต่ป่าแล้วได้แต่ถอนหายใจ ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่เขาคุ้นเคย การเดินไปแบบไม่รู้ทิศทางอาจทำให้แย่ยิ่งกว่าเก่า เขาควรหยุดนิ่งรอให้พวกองศามาช่วย
เวลาผ่านร่วงเลยไปร่วมหลายชั่วโมงแต่เขากลับมองไม่เห็นแม้แต่เงาของเพื่อนเลย ตะวันลุกขึ้นสำรวจมองทุกทิศทางก่อนจะเดินกลับมาหาแสนรักที่หน้าพิงต้นไม้ด้วยใบหน้าซีดเซียว เธอสั่นเทาไปทั้งตัวแล้วยังดูอิดโรยมากจนเขาร้อนใจ
“แสนรักอดทนหน่อยนะ”
“พี่ตะวัน….แสนรักเจ็บ ฮึก แสนรักหนาว” คนน้องเอ่ยบอกกับเขาเสียงสั่น หัวใจของตะวันกระตุกวูบเมื่อเธอร้องไห้ออกมา เขาขยับเข้าไปนั่งใกล้แล้วพิงต้นไม้ ก่อนจะออกแรงให้เธอนั่งทิ้งแผ่นหลังมาพิงอกเขา ทั้งสองแขนแกร่งของเขากอดเอาไว้แน่น
“ดีขึ้นไหม? หืม?” ตะวันหอมลงบนหัวน้องอย่างปลอบประโลม แต่เขารู้สึกได้ว่าแรงสั่นสะท้านของตัวเธอไม่ได้ลดน้อยลงเลย ยิ่งเห็นว่าแสนรักเจ็บปวดมากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งนึกโทษตัวเอง ถ้าเขาไม่อยู่ห่างน้อง มันคงไม่เป็นอย่างนี้ อย่างน้อยเขาก็คงปกป้องน้องได้ ไม่ทำให้น้องตกอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่แบบนี้
เขาหยิบเอาโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงออกมาดู แม้จะโชคดีที่โทรศัพท์ของเขากันน้ำและยังเปิดติด แต่เมื่อมองดูสัญญาณมือถือตะสันก็ต้องสิ้นหวังอีกครั้ง เขาลืมไปเสียงสนิทว่าน้ำตกสูงที่มีแต่ป่าอย่างนี้คงไม่มีสัญญาณให้เขาได้ใช้งาน
“พี่ตะวันโกรธแสนรักหรอ?” เธอถามเขาเสียงแผ่วจนเขาชะงักค้าง แม้จะเข้าใจดีในคำถามนั้นแต่ตะวันก็ยังทำทีถามกลับไปเพื่อให้บทสนทนาระหว่างเราดำเนินต่อไปหลังจากที่เขาหนีหน้าคนน้องตั้งแต่เมื่อเช้า
“พี่จะโกรธแสนรักเรื่องอะไร?”
“เรื่องเมื่อคืน….แสนรักไม่ได้ตั้งใจพูดให้พี่รู้สึกไม่ดีนะ”
“เรื่องที่ยังมองพี่เป็นภาพซ้อนของไอ้อาทิตย์อ่ะหรอ?” เขายอมรับว่าสิ่งที่แสนรักพูดอาจทำให้เขารู้สึกแย่ไปบ้าง แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่เขาหลบหน้าน้องเลย ที่ตะวันทำอย่างนั้นเพราะเขาไม่กล้าสู้หน้าแสนรักต่างหาก เพราะกลัวว่าน้องจะไม่ให้อภัยที่เขาเผลอไปฉวยโอกาสอย่างนั้น สิ่งที่แสนรักพูดมันไม่ได้มากพอให้คนอย่างเขาหมดความหวังดีไปจากน้องได้หรอก
“ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เราจะพูดเรื่องนี้เลย พี่ขอแค่แสนรักปลอดภัย แล้วเราค่อยคุยกันตกลงไหม? พี่ขอโทษที่หนีหน้าแสนรักตั้งแต่เช้า” เขารู้ดีว่าสิ่งที่ตัวเองทำมันไม่ถูก แล้วคงทำให้น้องคิดมากเข้าไปใหญ่ที่เขาเลือกเมินหลังจากการกระทของเขาเมื่อคืน
“แสนรักกลัวแทบแย่….ว่าพี่อาจจะไม่อยากคุยกับแสนรักอีกแล้ว” คำพูดของน้องเร้าให้เขาจูบลงบนผมหอมของเธอแล้วโยกตัวเธอไปมาราวกลับเด็ก ยิ่งกอดแน่นตะวันก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงความร้อนลุ่มของร่างกายเธอ แขนเรียวที่ทิ้งลงข้างลำตัวเร้าให้เขาก้มมองน้องก่อนจะเห็นว่าเธออหมดสติไปแล้วจนตะวันอดไม่ได้ที่จะกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นอีก
“แสนรักอย่าพึ่งเป็นอะไรนะ อีกแค่นิดเดียว” เสียงฝีเท้าของคนที่เหยียบย่ำลงบนใบไม้แห้งทำให้ตะวันกำก้อนหินที่อยู่ใกล้มือแน่นโดยอัติโนมัติ เขากลัวเหลือเกินว่าคนพวกนั้นจะยังไม่ไป แล้วถ้ามันโผล่มาอีกครั้ง เขาจะไม่มีวันยอมให้มันได้ทำร้ายน้องอีกแล้ว…..
ภายในห้องนอนใหญ่ที่มืดสลัว แสงเทียนสั่นไหววูบวาบประดับบนโต๊ะอาหารมื้อพิเศษที่ อาทิตย์สั่งให้จัดเตรียมขึ้น เขานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับแสนรักในชุดสูทสีขาวสะอาดตาที่จงใจให้ดูเหมือนเทพบุตรที่สุดเท่าที่จะทำได้"แสนรัก... ในเมื่อทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นใหม่แล้ว พี่อยากให้เรามีพันธสัญญาที่มั่นคงกว่าเดิม" อาทิตย์เอ่ยเสียงนุ่มพลางหยิบกล่องแหวนเพชรเม็ดโตออกมาวางบนโต๊ะ "แต่งงานกับพี่นะ..."แสนรักจ้องมองกล่องแหวนนั้นด้วยความรู้สึกขยะแขยงจนแทบอยากจะอาเจียน มือของเธอที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ดวงตากลมมองแหวนในนิ้วที่ตะวันใส่ให้ ทุกอย่างยิ่งยืนยันกับเธอชัดเจนว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ตะวัน เธอแอบชำเลืองมองนาฬิกาที่ผนัง... อีกเพียงสิบนาทีเท่านั้น"พี่ตะวันคะ... แสนรักขอเวลาคิดแป๊บนึงได้ไหมคะ" เธอพยายามยื้อเวลาอย่างสุดความสามารถ"คิดอะไรอีกล่ะ!?" แววตาของอาทิตย์เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราด บรรยากาศตรงรั้วหลังคฤหาสน์ องศาและสกายในชุดปฏิบัติการสีดำสนิทกำลังซุ่มรอสัญญาณจากคนของตะวันที่ซ่อนอยู่ภายในบ้าน ซึ่งก็คือป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่ที่แอบตัดวงจรไฟฟ้าในจุดอับสายตาตามคำแนะนำของสกายผ่านโทรศัพท์ที่
แสงของวันใหม่ไม่ได้นำมาซึ่งความหวัง แต่มันกลับขับเน้นให้เห็นบรรยากาศที่เปลี่ยนไปของบ้านที่เคยอบอุ่น ดารินตื่นขึ้นมาด้วยอาการล้าเต็มที เธอแสร้งทำเป็นไอและเดินกระย่องกระแย่งออกจากห้องนอนใหญ่เพื่อสำรวจสถานการณ์ โดยมีแสนรักเดินประคองอยู่ข้างๆไม่ห่างที่ห้องอาหารอาทิตย์ในคราบของตะวันนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าของเขาดูหมองคล้ำจากการไม่ได้นอน แต่แววตานั้นกลับวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ เมื่อเห็นดารินยังคงเดินนัวเนียอยู่กับแสนรัก เขาก็กระแทกแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังปัง!"ริน... เราว่าอาการรินดูไม่ดีเลยนะ" อาทิตย์พูดเสียงเย็น"เราเรียกให้คนขับรถเตรียมรถไว้แล้ว เดี๋ยวจะให้ไปส่งรินที่โรงพยาบาลส่วนตัว จะได้ให้หมอตรวจละเอียด""ไม่เป็นไรตะวัน... เราเริ่มดีขึ้นแล้ว แค่ยังมึนๆ" ดารินแสร้งปาดเหงื่อที่หน้าผาก"เราอยากพักผ่อนอยู่ที่นี่อีกสักหน่อย ให้น้องแสนรักดูแลน่ะดีที่สุด หมอที่ไหนก็ไม่รู้ใจเท่าน้องแสนรักหรอก"อาทิตย์ลุกขึ้นยืนทันทีจนเก้าอี้กระเด็นไปด้านหลัง"เราไม่ได้ถามความสมัครใจ! นี่มันบ้านเรา และเราเห็นว่ารินควรไปโรงพยาบาล แสนรัก... เธอขึ้นไปเก็บของให้ดารินเดี๋ยวนี้!""พี่ตะวันคะ... ทำไมต้องรุนแรงขนา
ภายในห้องนอนใหญ่ที่เคยอบอวลไปด้วยไอรัก บัดนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนกรงขัง อาทิตย์ในคราบของตะวันยืนจ้องมองแสนรักด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิด เขาคาดหวังว่าการกลับมาครั้งนี้จะได้รับความปรนนิบัติและการตอบรับอย่างเร่าร้อนแต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม"แสนรัก พี่บอกให้มานี่ไง จะถอยหนีพี่ทำไม?" อาทิตย์ก้าวเดินเข้าหาเธอด้วยท่าทางคุกคาม น้ำเสียงทุ้มต่ำเริ่มมีความกระด้างที่ปิดไม่มิด"พี่ตะวัน... แสนรักรู้สึกไม่ค่อยสบายค่ะ วันนี้แสนรักเพลียมากจริงๆ" แสนรักตอบพลางขยับตัวไปจนชิดขอบเตียง มือของเธอกำชายเสื้อตัวเองไว้แน่น สัมผัสที่เย็นชารวมถึงแววตาที่จ้องมองมาอย่างหิวกระหายนั้นทำให้เธอหวาดกลัวจนแทบหยุดหายใจ เธอรู้ดีว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่ตะวันที่แสนอบอุ่นคนเดิมแน่ๆ แต่เธอก็ยังไม่กล้าพูดออกมา"ไม่สบายงั้นเหรอ? หรือว่าพอพี่ไม่อยู่ ใจเธอก็เปลี่ยนไปหาคนอื่นแล้ว!" อาทิตย์คว้าข้อมือเล็กของแสนรักไว้แน่นแล้วกระชากเข้าหาตัว"โอ๊ย! พี่ตะวัน แสนรักเจ็บค่ะ ปล่อยแสนรักนะ!" แสนรักพยายามดิ้นรน แรงบีบที่ข้อมือของเขามันรุนแรงและป่าเถื่อนจนเธอเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า ก่อนที่อาทิตย์จะโน้มตัวลงมาใช้กำลังข่มเหงเธอ เสียง
หยาดฝนยามบ่ายเริ่มโปรยปรายลงมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ท้องฟ้าเบื้องบนเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่นสอดรับกับความกังวลใจของแสนรักที่เพิ่มทวีคูณ เธอพยายามต่อสายหาตะวันนับสิบครั้งแต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงเสียงสัญญาณที่บอกว่า "ไม่สามารถติดต่อเลขหมายดังกล่าวได้""พี่ตะวัน... ทำไมเงียบไปแบบนี้คะ" เธอพึมพำกับตัวเองพลางกำโทรศัพท์แน่นจนปลายนิ้วซีดขาว ในขณะที่ความวุ่นวายใจกำลังถึงขีดสุด เสียงรถยนต์ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มก้าวลงจากรถท่ามกลางสายฝนที่เริ่มหนาเม็ด ใบหน้าคมเข้มที่เหมือนกับตะวันราวกับพิมพ์เดียวปรากฏสู่สายตา"พี่ตะวัน!" แสนรักรีบวิ่งลงไปรับที่หน้าประตูโถงด้วยความดีใจ แต่เมื่อเธอเข้าใกล้ ร่างกายของเธอกลับหยุดชะงักลงโดยอัตโนมัติอาทิตย์ในคราบของพี่ชายฝาแฝดยืนอยู่ตรงนั้น เขาส่งยิ้มบางๆให้เธอ ยิ้มที่ดูเผินๆเหมือนตะวันทุกประการ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับนิ่งสนิทและเย็นเยียบราวกับก้นมหาสมุทรที่ไม่มีแสงส่องถึง"พี่กลับมาแล้วครับแสนรัก... ขอโทษทีที่ติดต่อไม่ได้ พอดีเครื่องมีปัญหานิดหน่อยน่ะ" เสียงของเขาถูกปรับโทนให้ทุ้มต่ำและหนักแน่นเลียนแบบพี่ชายได้อย่างไร้ที่ติ อาทิตย์ก
แสงตะวันยามสายสาดส่องลงมายังรันเวย์ของสนามบินสุวรรณภูมิ เครื่องบินลำยักษ์ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ามุ่งหน้าสู่มาเก๊า บนเครื่องนั้นมีตะวัน ที่นั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยความรู้สึกพะวักพะวน แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นเรื่องงานที่สำคัญระดับพันล้าน แต่ใจของเขากลับทิ้งไว้ที่คฤหาสน์หลังใหญ่ ทิ้งไว้กับผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจเขาสะบัดไล่ความกังวลออกไปจากหัวพลางหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาตรวจเช็กระบบรักษาความปลอดภัยของบ้านผ่านแอปพลิเคชัน ทุกอย่างยังปกติดี กล้องวงจรปิดทุกตัวทำงานได้ไร้ที่ติ และเขาก็สั่งกำชับองศากับสกายให้คอยเวียนเข้าไปดูแสนรักทุกเย็น‘ฉันอาจจะแค่คิดมากไปเอง’ ตะวันบอกตัวเองแบบนั้น แต่สัญชาตญาณของเขากลับร้องเตือนบางอย่างที่เขาก็ยังหาคำตอบไม่ได้ภายในคฤหาสน์แสนรักที่ยืนส่งรถของตะวันที่แล่นพ้นรั้วบ้านไปตั้งแต่เช้าตรู่ ความเงียบเหงาเริ่มเข้ามาทักทายเธอทันทีที่เขาไม่อยู่ เธอเดินกลับเข้ามาในบ้านที่ดูจะกว้างขวางเกินไปสำหรับคนเพียงคนเดียว แม้จะมีเหล่าแม่บ้านและคนของเขาอยู่ด้วยก็ตาม"คุณแสนรักคะ มีพัสดุมาส่งค่ะ" ป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่เดินเข้ามาพร้อมกับกล่องกระดาษขนาดกลางสีน้ำตาล ไม่มีชื่อผู้ส่ง มีเพี
กาลเวลาหมุนผ่านไปอย่างมั่นคง เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ของ ตะวัน และแสนรักที่หยั่งรากลึกลงในใจของกันและกัน ภายในคฤหาสน์มีชีวิตชีวาขึ้นด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ และกลิ่นหอมของอาหารที่แสนรักตั้งใจเข้าครัวทำเอง ตะวันในชุดลำลองเนื้อดีนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะอาหารสายตาก็จดจ้องอยู่ที่หนังสือพิมพ์แต่หูกลับคอยฟังเสียงกุกกักจากในครัวอย่างเพลิดเพลิน"พี่ตะวันคะ ลองชิมข้าวต้มปลากะพงสูตรใหม่ของแสนรักดูหน่อยค่ะ" แสนรักเดินออกมาพร้อมถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาว ควันกรุ่นที่ลอยขึ้นมาส่งกลิ่นหอมของขิงและหอมเจียวตะวันวางหนังสือพิมพ์ลงทันที เขามองดูคนน้องที่ดูมีน้ำมีนวลขึ้นกว่าวันแรกที่เขาพามาที่นี่ ใบหน้าที่เคยอมทุกข์บัดนี้กลับสดใสราวกับดอกไม้ที่ได้รับน้ำค้างยามเช้า"แค่กลิ่นก็รู้แล้วว่าอร่อย แสนรักทำอะไรพี่ก็กินได้ทั้งนั้นแหละ แต่ขยันทำขนาดนี้ พี่ว่าพี่ต้องขยายชุดสูทเพิ่มแล้วนะ" เขารับถ้วยมาวางตรงหน้า"พี่ตะวันก็พูดเกินไปค่ะ แสนรักแค่อยากดูแลพี่ ตอบแทนที่ทำให้แสนรักรู้สึกมีความสุขขึ้นมาอีกครั้ง" เธอสบตาเขาด้วยความซาบซึ้ง ก่อนตะวันจะเอื้อมมือไปกุมมือเรียวไว้"มันเป็นหน้าที่ของพี่อยู่แล้ว และมันจะเป็นแบบนี้ตลอดไป"ในข







