Masukงานประมูลดำเนินไปอย่างครึกครื้น ผู้คนพากันประมูลเครื่องประดับเพราะทุกชิ้นในงานเป็นชิ้นพิเศษที่ทำเอาไว้หนึึ่งชิ้นต่อแบบเท่านั้น ปาริฉัตรตั้งใจให้มันเป็นผลงานที่น่าจดจำสำหรับวันครบรอบการก่อตั้งบริษัทด้วย
แสงแฟลชดับลงมืดสนิทก่อนจะสาดขึ้นบนเวที ความอลังการและดนตรีน่าตื่นเต้นบ่งบอกเวลาของชุดเครื่องเพชรรอบฟินนาเล่ที่ทุกคนรอคอย นางแบบดังเดินออกมานำเสนออย่างหน้าสนใจ ก่อนจะหยุดยืนเพื่อรอคอยการประเมิน "สร้อยเส้นนี้ออกแบบให้เป็นดอกทานตะวันและหัวใจ ประดับเพชรเม็ดเล็กอย่างปราณีต เพชรทุกเม็ดเราคัดสรรมาอย่างดี เป็นเพชรน้ำร้อนทั้งหมดค่ะ" หลังฟังที่ปาริฉัตรอธิบายจบตะวัันขยับมองอย่างสนใจสร้อยเส้นนี้เป็นพิเศษ ทานตะวันกับหัวใจไม่ใช่ว่ามันคู่ควรกับแสนรักที่สุดหรอ เขาขยับเข้าไปใกล้แล้วกระซอบแผ่วเบาเพื่อถามเธอให้มั่นใจ "แสนรักชอบไหมเส้นนี้?" "ก็ดีนะคะ เป็นทานตะวันแถมยังมีหัวใจด้วย น่ารักดีค่ะ" แสนรักพยักหน้าไปตามความจริง สร้อยเพชรราคาแพงขนาดนี้ ใครไม่ชอบก็คงแปลกแล้ว "ราคาประมูลสร้อยเพชรชุดนี้เริ่มต้นที่สามล้านบาท เริ่มค่ะ" "ห้าล้าน" "พี่ตะวันคะ...." เธอคว้าแขนเขาเอาไว้ทันทีด้วยความตกใจที่เห็นเขาเริาิ่มประมูลด้วยอารมณ์ เห็นทีตะวันคงจะต่อสู้กับพวกนั้นแน่ เธอรู้ดีว่าตะวันำำม่ใช่คนยอมแพ้อะไรง่ายๆ แล้วถ้าทางนั้นตั้งใจลงเงินเพื่อต่อสู้กับเขา เขาต้องสวนกลับไปแบบไม่คิดแน่ "ไม่เป็นไรหรอก อยู่เฉยๆแล้วดูให้สนุกก็พอ" มือหนาแตะลงบนมือคนน้องแผ่วเบาเพราะเขารู้ว่าเธอคงกังวล แต่เงินแค่นี้มันเล็กน้อยมากสำหรับเขา "หกล้าน" อาทิตย์ยกป้ายบอกราคาประมูลขึ้นสู้ ตะวันเห็นแววตาท้าทายนั้นเขาแค่แค่นยิ้มแล้วยกป้ายบอกราคาประมูลต่ออย่างไม่รีรอ "หึ แปดล้าน' "สิบล้าน" ครั้งนี้สิรินาถพูดบ้าง เขารู้ว่าทั้งสองคนตั้งใจมองมาอย่างท้าทายเขา ว่าเขาจะสามารถสู่ราคาต่อได้ไหม เพิ่มทีละล้านสองล้านมันจะไปสนุกอะไร "สิบห้าล้าน" ตะวัันพูดอย่างมั่นคง เขามองมือเล็กที่จับแขนเขาแล้วบีบเล็กน้อยราวกับปรามเขาเอาไว้ แสนรักอาจจะไม่รู้ว่าเขาต้องการประมูลสร้อยเส้นนี้ให้เธออยู่แล้ว และไม่ว่าราคามันจะไหลไปเท่าไหร่ ตะวัันก็ยังจะสู้ต่อไปจนมันเป็นของเขา "สะ สิบหกล้าน" "ยี่สิบล้าน" เขารอบขำนิดหน่อยยามเห็นแสนรักตาเบิกกว้าง ดูท่าคนน้องคงอยากจะตีเขาเต็มทีที่เขาไม่ฟังที่เธอเตือนเธอเลย ตะวันแค่ทำเสมอไปทางอื่นแล้วรอฟังต่อว่าอาทิตย์จะสู้อีกไหม "ยี่สิบเอ็ดล้าน" "โหยยย อัครบวรเหมือนกันแต่ทำไมอาทิตย์ทันขี้เหนียวจังว่ะ" เสียงสกายตั้งใจพูดก่อกวนให้ทั้งอาทิตย์และสิรินาถรู้สึกขายหน้า ตะวันมองสกายที่ยักคิ้วให้เขาก่อนจะหันไปหาองศาเพื่อให้อีกคนพูดเสริมเจ้าไปอีก "จริง เพื่อนกูบิดทีตั้งสี่ห้าล้าน แต่คุณอาทิตย์ดันบิดเพิ่มแค่ทีละล้านเอง" "ก็นี่มันงานประมูล!! จะบิดเท่าไหร่ก็ได้ไม่ใช่หรือไง" สิรินาถลุกขึ้นเถียงทันควัน ตะวันได้แต่ส่ายหัวให้กับความปกป้องอาทิตย์ของหญิงสาวอีกคน ไม่รู้วึกอะไรเลยหรือไงที่ผู้ชายปกป้องตัวเองไม่ได้เลย ดูไปก็ยังไม่รู้ว่าสิรินาถไปหลงรักอาทิตย์ที่ตรงไหน "มันก็ใช่แหละ แต่ละดับคุณอาทิตย์กับคุณสิรินาถ ก็น่าจะสู้แบบสมน่ำสมเนื้อให้คนได้ตื่นตาตื่นใจกันหน่อย" สกายยักคิ้วราวกับท้าทายจนสิรินาถกำมือแน่น แม่พ่อของสิรินาถจะรวยและตามใจลูกสาวมาก แต่ก็เห็นแก่ผลประโยชน์มากเช่นกัน ขืนรู้ว่าลูกสาวเอาเงินมาถลุงประมูลแข่งแบบนี้ เห็นทีคงโดนด่ากันทั้งผัวทั้งเมีย "เอายังไงต่อดีคะ มีคนประมูลเพอ่มไหมเอ่ย ตอนนี้อยู่ที่ยี่สิบเอ็ดล้านค่ะ" ปาริฉัตรดำเนินงานประมูลต่อ เสียงนับหนึ่งและสองแต่ยังไม่ทันถึงสามตะวันก็ยกป้ายขึ้นเพื่อเสนอราคาอีกครั้ง "สามสิบล้าน" เสียงฮือฮาดังขึ้นภายในงาน ทุกสายตาจดจ้องไปที่อาทิตย์กับสิรินาถยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้ทั้งสองคนสู้ต่อ "สะ สามสิบเอ็ดล้าน" อาทิตย์เริ่มพูดตะกุกตะกักยิ่งทำให้ตะวันแค่ยหัวเราะ เขารู้ดีว่าอัครบวรไม่มีเงินขนาดนั้นหรอก แต่ถึงจะมีถ้าเอามาลงกับเครื่องเพชรราคานี้จริงก็คงไม่เหลืออะไร "สามสิบห้าล้าน" "พี่ตะวันพอแล้วค่ะ" ตะวันส่ายหัวให้แสนรักไปแล้วจับป้ายประมูลเอาไว้มั่น เขาลูบแก้มเธอแล้วขยับเข้าไปใกล้ "สร้อยเส้นนี้ควรจะเป็นของแสนรัก" เขาพูดเท่านั้นก่อนจะขยับกลับไปนั่งทิ้งตัวพิงเก้าอี้ทั้งไขว่ห้าง "มีใครจะสู้ต่อไหมคะ? สามสิบห้าล้านครั้งที่หนึ่ง สามสิบห้าล้านครั้งที่สอง สามสิบห้าล้านครั้งที่....." "สามสิบหกล้าน!" สิรินาถตะโกลั่นออกมานั่นไม่ทำให้ตะวัันรู้สึกเกรงกลัวแม้สักนิด เขาเคาะปลายนิ้วลงบนป้ายสำหรับยกประมูลตามจังหวะการนับเพื่อปิดประมูลของสร้อยเส้นนี้ "ไม่จำกัดวงเงิน...." คำของตะวันทำเอาทุกคนในงานประมูลพูดคุยกันเสียงเจื้อยแจ้ว เขาแค่นยิ้มมุมปากก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นอ่อนโยนเมื่อหันไปมองแสนรัก คืนวันนี้เธอจะต้องเจิดจรัสที่สุด เจิดจรัสกว่าสร้อยเพชรรอบฟินนาเล่เส้นนี้อีก ตะวันต้องการให้คนที่ดูถูกเธอในวันที่ครอบครัวเธอล้มได้รู้ว่าแสนรักไม่ได้หมดที่พึ่งอย่างที่คิด "ประมูลบ้าอะไรแบบนี้ ปกติต้องพูดราคาไม่ใช่หรอ!" สิรินาถลุกขึ้นเหวเสียงดังลั่นอย่างไม่พอใจ "คุณไม่เข้าใจหรอครับคุณสิรินาถ?" ตะวัันพูดทั้งลุกขึ้น เขาเดินออกจากโซนวีไอพีไปหาโซนที่อาทิตย์และสิรินาถนั่งอยู่ สรรพนามและคำลงท้ายที่สุภาพนั้นถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสถานการณ์ตอนนี้เท่านั้น "ไม่จำกัดวงเงินของผมหมายถึงว่า....ไม่ว่าพวกคุณจะประมูลราคาเท่าไหร่ ผมจะบิดเพิ่มห้าล้านเสมอ.. พูดง่ายๆก็คือสร้อยเส้นนี้ต้องเป็นของผม" "แกจะอวดดีไปแล้วไอ้ตะวัน มีปัญญาจ่ายหรือไง!!" อาทิตย์ชี้หน้าแล้วพูดประโยคแสนดูถูกออกมา ตะวันแค่นหัวเราะ ดูเหมือนน้องชายฝาแฝดของเขาจะยังคิดว่าตะวัันคนนี้เป็นคนไร้ค่าไร้ความสามารถที่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้เหมือนเมื่อก่อนสินะ "กูอ่ะมีแน่ แต่มึงมีรึเปล่า.... ใช้เฃินเมียประมูลให้เมีย น้าขายหน้าชิบหายเลยนะ" เขาตั้งใจพูดข้างหูให้อาทิตย์โกรธเคืืองขึ้นมา ตะวันหันมองไปโดยรอบตะโกนถามหาคนที่ต้องการประมูลสู้กับเจาแต่ก็ไม่มีใครยอมเอ่ยปาก เขามองสิรินาถที่พยายามโทรศัพท์ ถ้าเดาไม่ผิดก็คงโทรหาพ่อเธอ แต่สีหน้าที่ไม่สู้ดีนี้มันน่าตลกชะมัด สิ้นสุดการนับถอยหลังสร้อยเพชรเส้นนั้นก็เป็นของเขา ตะวันรับมันมาก่อนจะก้าวเดินมาเผชิญหน้ากับแสนรัก สร้อยเพชรเส้นนั้นถูกสวมให้เธออย่างไม่ต้องคิด ไม่ส่ามันจะราคาเท่าไหร่ ก็มีค่าสู้แสนรักของเขาไม่ได้เลยสักนิดกาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปราวกับภาพฝัน จากทารกน้อยตัวแดงเรื่อในอ้อมกอดวันนั้น บัดนี้น้องอคิณเติบโตขึ้นเป็นเด็กชายวัยสองขวบที่เต็มไปด้วยพลังงานและความสดใส ใบหน้าถอดแบบมาจากตะวันราวกับพิมพ์เดียวกัน ทั้งดวงตาคมกริบและจมูกโด่งรั้น หากแต่รอยยิ้มหวานหยดและแก้มป่องนั้นกลับได้มาจากแสนรักผู้เป็นแม่มาอย่างเต็มเปี่ยมคฤหาสน์ที่เคยเงียบเหงาและเคร่งขรึม บัดนี้ก้องกังวานไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงฝีเท้าเล็กๆที่วิ่งวุ่นไปทั่ว สนามหญ้าหน้าบ้านที่ตะวันเคยสัญญาว่าจะสร้างเป็นสนามเด็กเล่น บัดนี้ถูกเติมเต็มด้วยเครื่องเล่นหลากสีสันและบ่อทรายขนาดใหญ่ โดยมีเรือนกระจกหลังงามตั้งตระหง่านอยู่เคียงข้าง ดอกกุหลาบอังกฤษและลาเวนเดอร์ชูช่อบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบริเวณตะวันในชุดลำลองสบายๆสลัดคราบนักธุรกิจพันล้านทิ้งไปจนหมดสิ้น เขานั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นหญ้า คอยระวังหลังให้ลูกชายตัวน้อยที่กำลังพยายามปีนป่ายสไลเดอร์อย่างมุ่งมั่น โดยมีแสนรักนั่งมองภาพนั้นอยู่บนม้านั่งไม้ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ รอยยิ้มของเธอเปี่ยมไปด้วยความสุขที่เอ่อล้นจนไม่อาจบรรยายได้“ระวังครับอคิณ ค่อยๆก้าวลูก พ่อประคองอยู่ครับ” เสียงทุ้มของตะวัน
เสียงไซเรนจากรถตำรวจนำขบวนของลูกน้องตะวันดังสนั่นไปทั่วท้องถนนยามค่ำคืน รถยุโรปคันหรูพุ่งทะยานเข้าสู่หน้าแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่กฎหมายและสัญชาตญาณจะเอื้ออำนวย ทันทีที่รถจอดสนิทตะวันแทบจะกระโจนลงจากรถก่อนที่คนขับจะดับเครื่องยนต์เสียอีก เขารีบช้อนร่างของแสนรักที่บัดนี้ใบหน้าซีดเผือดและชุ่มไปด้วยเหงื่อขึ้นแนบอก ท่ามกลางเสียงตะโกนสั่งการที่ปนไปด้วยความลนลานของเขาเอง"หมอ! พยาบาล! ช่วยเมียผมด้วย! เธอปวดท้องมาก!" ตะวันตะโกนก้องโถงโรงพยาบาล จนเจ้าหน้าที่เข็นเตียงรับตัวรุดเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว แสนรักถูกวางลงบนเตียงเข็น มือเล็กยังคงบีบมือตะวันไว้แน่นจนเส้นเลือดหลังมือเขาปูดโปน"พี่ตะวัน... ฮึก... แสนรักปวด... ปวดเหมือนตัวจะแตกเลยค่ะ" เสียงสะอื้นที่ขาดห่วงของเธอทำให้หัวใจของมาเฟียหนุ่มบีบคั้นจนแทบจะหยุดหายใจ"พี่อยู่ตรงนี้ครับแสนรัก พี่ไม่ไปไหนทั้งนั้น!" ตะวันวิ่งตามเตียงเข็นไปจนถึงหน้าประตูห้องคลอดสีเขียวสะอาดตาที่สลักคำว่า 'เขตหวงห้าม' พยาบาลรีบเข้ามากันตัวเขาไว้"ญาติรอข้างนอกก่อนนะคะ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่เตรียมตัวคุณแม่เสร็จแล้วจะเชิญคุณพ่อเข้าไปข้างในค่ะ"ตะวันยืนนิ่งง
ค่ำคืนที่เงียบสงัดภายในคฤหาสน์ถูกโอบล้อมด้วยแสงจันทร์สีนวลตา ลมพัดเอื่อยๆ พาเอากลิ่นหอมของดอกราตรีที่แสนรักปลูกไว้ในสวนหลังบ้านโชยเข้ามาถึงระเบียงห้องนอนใหญ่ เวลาผ่านล่วงเลยไปอย่างรวดเร็วราวกับติดปีกบิน จากวันที่ทราบข่าวดีเรื่องเจ้าตัวเล็ก บัดนี้ครรภ์ของแสนรักแก่ขึ้นจนเห็นความนูนเด่นชัดเจนใต้ชุดนอนผ้าแพรสีหวานตะวันในชุดลำลองกางเกงขายาวตัวเดียว นั่งพิงหัวเตียงกว้างโดยมีแสนรักกึ่งนั่งกึ่งนอนเอนกายซบอยู่บนอกแกร่ง มือหนาที่เคยจับอาวุธ บัดนี้ลูบวนไปบนหน้าท้องกลมโตของภรรยาอย่างแผ่วเบาและทะนุถนอม สายตาของเขาเปลี่ยนไปจากคนดุดันกลายเป็นชายหนุ่มที่เปี่ยมไปด้วยความละมุนละไม“ดูสิแสนรัก... เจ้าตัวเล็กเตะพี่อีกแล้ว สงสัยจะอยากออกมาดูโลกเต็มทีแล้วนะครับ” ตะวันกระซิบเสียงทุ้มพลางคลี่ยิ้มกว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงเคลื่อนไหวจากภายใน แสนรักหัวเราะเบาๆ มือเล็กวางทับบนมือของตะวัน“สงสัยจะเหมือนพ่อเขานะคะ ขยันขยับตัวไม่ยอมอยู่นิ่งเลย พี่ตะวันวางแผนหรือยังคะว่าถ้าเขาออกมาแล้ว พี่จะสอนอะไรเขาเป็นอย่างแรก?”“พี่จะสอนให้เขารู้จักคำว่ารักและปกป้องครับแสนรัก” ตะวันจูบที่ขมับของเธอ“พี่จะสอนให้เขาเป็นสุภาพบุรุษท
พายุความกังวลจากเหตุการณ์สะดุดล้มในวันนั้นถูกแทนที่ด้วยคลื่นความรักที่ทวีความรุนแรงยิ่งกว่าเดิม เมื่อกาลเวลาล่วงเข้าสู่สัปดาห์ที่แปดของการตั้งครรภ์ ร่างกายของแสนรักเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ทำให้ชีวิตในคฤหาสน์วรโชติเมธีปั่นป่วนไปหมด ไม่ใช่เพราะศัตรูจากภายนอก แต่เป็นเพราะอาการแพ้ท้องอย่างหนักที่จู่โจมคุณแม่มือใหม่จนแทบกระดิกตัวไม่ได้"อึก... แหวะ!"เสียงขย้อนดังก้องออกมาจากห้องน้ำในเช้ามืดวันที่อากาศเย็นสบาย ตะวันที่นอนตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาสะดุ้งสุดตัว เขาดีดกายลุกขึ้นจากเตียงพุ่งตรงไปยังห้องน้ำทันที ภาพที่เห็นคือแสนรักในชุดนอนสายเดี่ยวสีขาว นั่งคุกเข่าอยู่ ใบหน้าหวานซีดเผือด ผมเผ้ายุ่งเหยิง และดวงตาที่รื้นไปด้วยน้ำตาจากแรงบีบคั้นของกระเพาะอาหาร"แสนรัก... เป็นยังไงบ้างครับคนดี" ตะวันรีบเข้าไปประคองไหล่บาง มือหนาลูบแผ่นหลังให้เบาๆด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสารจนแทบจะอยากเป็นคนแพ้ท้องแทนเสียเอง"พี่ตะวัน... แสนรัก้หม็น... แสนรักเหม็นกลิ่นสบู่ที่พี่เพิ่งใช้จังเลยค่ะ ฮึก" แสนรักเบือนหน้าหนีพลางปิดจมูก น้ำตาคลอเบ้า"สบู่เหรอ? พี่เพิ่งอาบน้ำมาเมื่อกี้นี้เองนะ..
เช้าวันใหม่ที่คฤหาสน์ดูจะเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทันทีที่ผลตรวจเลือดจากโรงพยาบาลยืนยันชัดเจนว่าแสนรักตั้งครรภ์ได้เกือบ 6 สัปดาห์ ตะวันก็เปลี่ยนร่างจากนักธุรกิจมาดเข้มกลายเป็นองครักษ์พิทักษ์คุณแม่แบบเต็มตัว เขาแทบจะไม่ยอมให้แสนรักคลาดสายตาแม้แต่วินาทีเดียว"พี่ตะวันคะ... แสนรักแค่จะไปหยิบน้ำส้มในตู้เย็นเองค่ะ ไม่ต้องประคองขนาดนี้ก็ได้" แสนรักเอ่ยกลั้วหัวเราะ ขณะที่ร่างสูงใหญ่ของตะวันเดินขนาบข้าง มือหนึ่งประคองเอว อีกมือเตรียมพร้อมจะคว้าร่างเธอไว้หากเธอสะดุดยอดหญ้าในบ้าน"ไม่ได้ครับแสนรัก หมอบอกว่าช่วงสามเดือนแรกอันตรายมาก ต้องประคบประหงมให้ดีที่สุด" ตะวันพูดด้วยสีหน้าจริงจังขั้นสุด "แล้วน้ำส้มน่ะ เดี๋ยวพี่ไปหยิบให้เอง แสนรักนั่งเฉยๆบนโซฟานี่แหละ ห้ามลุก ห้ามเดินเยอะ และที่สำคัญที่สุด... ห้ามวิ่ง เด็ดขาด เข้าใจไหมครับ?""รับทราบค่ะ" แสนรักทำท่าตะเบ๊ะหยอกล้อ แต่ในใจกลับรู้สึกอบอุ่นที่เห็นเขาเห่อลูกขนาดนี้ตลอดทั้งสัปดาห์ตะวันสั่งติดตั้งพรมกันลื่นใหม่ทั่วทั้งบ้าน มุมโต๊ะทุกตัวถูกหุ้มด้วยยางกันกระแทกหนาเตอะ จนองศาและสกายที่แวะมาเยี่ยมถึงกับหลุดขำที่เห็นมาเฟียจอมโหดกลายเป็นคนวิตกจ
กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปหนึ่งเดือนเต็มหลังจากค่ำคืนที่แสนหวานในห้องทำงานวันนั้น บ้านของตะวันดูจะสว่างไสวและเต็มไปด้วยพลังงานบวกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ตะวันเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะนักธุรกิจสีขาวอย่างเต็มตัว เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการประชุมร่วมกับองศาและสกายเพื่อนสนิทที่ร่วมหัวจมท้ายกันมานาน เพื่อวางรากฐานโปรเจกต์อสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่จะเน้นความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างสรรค์ชุมชนที่ปลอดภัย ซึ่งเป็นธุรกิจที่เขาตั้งใจจะมอบให้เป็นของขวัญแก่ครอบครัวในอนาคตเย็นวันนั้นรถยุโรปคันหรูของตะวันแล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้านพร้อมกับรถขององศาและสกายที่ตามมาติดๆ วันนี้เป็นวันที่พวกเขาเพิ่งกลับจากการไปดูไซต์งานก่อสร้างที่เขาใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ตะวันตั้งใจจะสร้างรีสอร์ตระดับไฮเอนด์และแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้สร้างบ้านพักตากอากาศส่วนตัว**ดารินก้าวลงจากรถพร้อมกับหิ้วถุงของฝากพะรุงพะรัง ทั้งขนมนำเข้าจากต่างประเทศและของฝากติดไม้ติดมือจากเขาใหญ่ เธอเดินนำหน้าพวกหนุ่มๆ เข้าไปในตัวบ้านด้วยความร่าเริงตามสไตล์"แสนรัก! พี่ดารินมาแล้วค่า มีของอร่อยมาฝากเพียบเลยนะ!” เสียงใสของดารินดังก้องไปทั่วโถงบ้านหรูใ
แสงแดดอ่อนยามเช้าทอแสงลอดผ่านผ้าม่านสีขาวนวลเข้ามาในห้องนอนกว้าง กลิ่นอายของความรักและบทเพลงแห่งความปรารถนาเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาและกลิ่นแอลกอฮอล์จายกายเขายังคงอบอวลอยู่ในอากาศ ตาวันลืมตาขึ้นช้าๆ ความรู้สึกแรกที่เยาสัมผัสได้คือความอบอุ่นจากร่างนุ่มนิ่มของแสนรักที่ซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของเขา เขามองเธอท
แผลที่คอยังคงมีเลือดติดแห้งกังแต่คนตรงหน้าเธอกับเอามีดขยับมาใกล้เธออีกครั้ง ความเย็นเฉียบของมีดที่ไล้ไปตามผิวหน้าทำให้แสนรักตัวสั่นเทาไปทั้งตัวด้วยความหวาดกลัว เธอพยายามดิ้นเร่าแต่แขนและขาที่ถูกมัดคิดกับเก้าอี้กลายเป็นอุปสรรคใหญ่สำหรับการหลีกหนีแสนรักหลับตาลงเมื่อคิดว่าตัวเองคงไม่อาจเอาตัวรอดไปจาก
คฤหาสต์ของตะวันตะวันวิ่งเข้าไปในตัวคฤหาสน์ทันทีหลังจากเขาให้คนเหยียบคันเร่งรถจากที่จอดเครื่องบินส่วนตัวมาด้วยความเร็ว ขายาวก้าวเข้าไปในตัวบ้านก่อนจะเห็นว่าทุกคนนั่งรอเขาอยู่ที่นั่นมือหนารับเอาเอกสารสัญญาในมือองศามา ดวงตาคมไล่อ่านตัวอักษรตั้งแต่ตัวแรกจนตัวถึงตัวสุดท้ายให้เข้าใจ เขากำมือแน่นอย่างโก
"แสนรัก!!!" ตะวันตะโกนลั่นเมื่อเห็นภาพผ่านกล้องว่าคนน้องกำลังพยายามขัดขืนจนโดนผลักตกลงมาจากบันได แม้บันไดหน้าประตูบ้านแค่ไม่กี่ขั้น แต่แรงกระแทกของเธออาจจะแรงพอสมควร ดูจากที่แสนรักประคองตัวเองให้ลุกขึ้นยืนแทบไม่ขึ้นเขาจิ๊ปากด้วยความขัดใจในสถานการณ์นี้ ตะวันไม่ชอบสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ โดยเฉพาะสถ







