Masukงานประมูลดำเนินไปอย่างครึกครื้น ผู้คนพากันประมูลเครื่องประดับเพราะทุกชิ้นในงานเป็นชิ้นพิเศษที่ทำเอาไว้หนึึ่งชิ้นต่อแบบเท่านั้น ปาริฉัตรตั้งใจให้มันเป็นผลงานที่น่าจดจำสำหรับวันครบรอบการก่อตั้งบริษัทด้วย
แสงแฟลชดับลงมืดสนิทก่อนจะสาดขึ้นบนเวที ความอลังการและดนตรีน่าตื่นเต้นบ่งบอกเวลาของชุดเครื่องเพชรรอบฟินนาเล่ที่ทุกคนรอคอย นางแบบดังเดินออกมานำเสนออย่างหน้าสนใจ ก่อนจะหยุดยืนเพื่อรอคอยการประเมิน "สร้อยเส้นนี้ออกแบบให้เป็นดอกทานตะวันและหัวใจ ประดับเพชรเม็ดเล็กอย่างปราณีต เพชรทุกเม็ดเราคัดสรรมาอย่างดี เป็นเพชรน้ำร้อนทั้งหมดค่ะ" หลังฟังที่ปาริฉัตรอธิบายจบตะวัันขยับมองอย่างสนใจสร้อยเส้นนี้เป็นพิเศษ ทานตะวันกับหัวใจไม่ใช่ว่ามันคู่ควรกับแสนรักที่สุดหรอ เขาขยับเข้าไปใกล้แล้วกระซอบแผ่วเบาเพื่อถามเธอให้มั่นใจ "แสนรักชอบไหมเส้นนี้?" "ก็ดีนะคะ เป็นทานตะวันแถมยังมีหัวใจด้วย น่ารักดีค่ะ" แสนรักพยักหน้าไปตามความจริง สร้อยเพชรราคาแพงขนาดนี้ ใครไม่ชอบก็คงแปลกแล้ว "ราคาประมูลสร้อยเพชรชุดนี้เริ่มต้นที่สามล้านบาท เริ่มค่ะ" "ห้าล้าน" "พี่ตะวันคะ...." เธอคว้าแขนเขาเอาไว้ทันทีด้วยความตกใจที่เห็นเขาเริาิ่มประมูลด้วยอารมณ์ เห็นทีตะวันคงจะต่อสู้กับพวกนั้นแน่ เธอรู้ดีว่าตะวันำำม่ใช่คนยอมแพ้อะไรง่ายๆ แล้วถ้าทางนั้นตั้งใจลงเงินเพื่อต่อสู้กับเขา เขาต้องสวนกลับไปแบบไม่คิดแน่ "ไม่เป็นไรหรอก อยู่เฉยๆแล้วดูให้สนุกก็พอ" มือหนาแตะลงบนมือคนน้องแผ่วเบาเพราะเขารู้ว่าเธอคงกังวล แต่เงินแค่นี้มันเล็กน้อยมากสำหรับเขา "หกล้าน" อาทิตย์ยกป้ายบอกราคาประมูลขึ้นสู้ ตะวันเห็นแววตาท้าทายนั้นเขาแค่แค่นยิ้มแล้วยกป้ายบอกราคาประมูลต่ออย่างไม่รีรอ "หึ แปดล้าน' "สิบล้าน" ครั้งนี้สิรินาถพูดบ้าง เขารู้ว่าทั้งสองคนตั้งใจมองมาอย่างท้าทายเขา ว่าเขาจะสามารถสู่ราคาต่อได้ไหม เพิ่มทีละล้านสองล้านมันจะไปสนุกอะไร "สิบห้าล้าน" ตะวัันพูดอย่างมั่นคง เขามองมือเล็กที่จับแขนเขาแล้วบีบเล็กน้อยราวกับปรามเขาเอาไว้ แสนรักอาจจะไม่รู้ว่าเขาต้องการประมูลสร้อยเส้นนี้ให้เธออยู่แล้ว และไม่ว่าราคามันจะไหลไปเท่าไหร่ ตะวัันก็ยังจะสู้ต่อไปจนมันเป็นของเขา "สะ สิบหกล้าน" "ยี่สิบล้าน" เขารอบขำนิดหน่อยยามเห็นแสนรักตาเบิกกว้าง ดูท่าคนน้องคงอยากจะตีเขาเต็มทีที่เขาไม่ฟังที่เธอเตือนเธอเลย ตะวันแค่ทำเสมอไปทางอื่นแล้วรอฟังต่อว่าอาทิตย์จะสู้อีกไหม "ยี่สิบเอ็ดล้าน" "โหยยย อัครบวรเหมือนกันแต่ทำไมอาทิตย์ทันขี้เหนียวจังว่ะ" เสียงสกายตั้งใจพูดก่อกวนให้ทั้งอาทิตย์และสิรินาถรู้สึกขายหน้า ตะวันมองสกายที่ยักคิ้วให้เขาก่อนจะหันไปหาองศาเพื่อให้อีกคนพูดเสริมเจ้าไปอีก "จริง เพื่อนกูบิดทีตั้งสี่ห้าล้าน แต่คุณอาทิตย์ดันบิดเพิ่มแค่ทีละล้านเอง" "ก็นี่มันงานประมูล!! จะบิดเท่าไหร่ก็ได้ไม่ใช่หรือไง" สิรินาถลุกขึ้นเถียงทันควัน ตะวันได้แต่ส่ายหัวให้กับความปกป้องอาทิตย์ของหญิงสาวอีกคน ไม่รู้วึกอะไรเลยหรือไงที่ผู้ชายปกป้องตัวเองไม่ได้เลย ดูไปก็ยังไม่รู้ว่าสิรินาถไปหลงรักอาทิตย์ที่ตรงไหน "มันก็ใช่แหละ แต่ละดับคุณอาทิตย์กับคุณสิรินาถ ก็น่าจะสู้แบบสมน่ำสมเนื้อให้คนได้ตื่นตาตื่นใจกันหน่อย" สกายยักคิ้วราวกับท้าทายจนสิรินาถกำมือแน่น แม่พ่อของสิรินาถจะรวยและตามใจลูกสาวมาก แต่ก็เห็นแก่ผลประโยชน์มากเช่นกัน ขืนรู้ว่าลูกสาวเอาเงินมาถลุงประมูลแข่งแบบนี้ เห็นทีคงโดนด่ากันทั้งผัวทั้งเมีย "เอายังไงต่อดีคะ มีคนประมูลเพอ่มไหมเอ่ย ตอนนี้อยู่ที่ยี่สิบเอ็ดล้านค่ะ" ปาริฉัตรดำเนินงานประมูลต่อ เสียงนับหนึ่งและสองแต่ยังไม่ทันถึงสามตะวันก็ยกป้ายขึ้นเพื่อเสนอราคาอีกครั้ง "สามสิบล้าน" เสียงฮือฮาดังขึ้นภายในงาน ทุกสายตาจดจ้องไปที่อาทิตย์กับสิรินาถยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้ทั้งสองคนสู้ต่อ "สะ สามสิบเอ็ดล้าน" อาทิตย์เริ่มพูดตะกุกตะกักยิ่งทำให้ตะวันแค่ยหัวเราะ เขารู้ดีว่าอัครบวรไม่มีเงินขนาดนั้นหรอก แต่ถึงจะมีถ้าเอามาลงกับเครื่องเพชรราคานี้จริงก็คงไม่เหลืออะไร "สามสิบห้าล้าน" "พี่ตะวันพอแล้วค่ะ" ตะวันส่ายหัวให้แสนรักไปแล้วจับป้ายประมูลเอาไว้มั่น เขาลูบแก้มเธอแล้วขยับเข้าไปใกล้ "สร้อยเส้นนี้ควรจะเป็นของแสนรัก" เขาพูดเท่านั้นก่อนจะขยับกลับไปนั่งทิ้งตัวพิงเก้าอี้ทั้งไขว่ห้าง "มีใครจะสู้ต่อไหมคะ? สามสิบห้าล้านครั้งที่หนึ่ง สามสิบห้าล้านครั้งที่สอง สามสิบห้าล้านครั้งที่....." "สามสิบหกล้าน!" สิรินาถตะโกลั่นออกมานั่นไม่ทำให้ตะวัันรู้สึกเกรงกลัวแม้สักนิด เขาเคาะปลายนิ้วลงบนป้ายสำหรับยกประมูลตามจังหวะการนับเพื่อปิดประมูลของสร้อยเส้นนี้ "ไม่จำกัดวงเงิน...." คำของตะวันทำเอาทุกคนในงานประมูลพูดคุยกันเสียงเจื้อยแจ้ว เขาแค่นยิ้มมุมปากก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นอ่อนโยนเมื่อหันไปมองแสนรัก คืนวันนี้เธอจะต้องเจิดจรัสที่สุด เจิดจรัสกว่าสร้อยเพชรรอบฟินนาเล่เส้นนี้อีก ตะวันต้องการให้คนที่ดูถูกเธอในวันที่ครอบครัวเธอล้มได้รู้ว่าแสนรักไม่ได้หมดที่พึ่งอย่างที่คิด "ประมูลบ้าอะไรแบบนี้ ปกติต้องพูดราคาไม่ใช่หรอ!" สิรินาถลุกขึ้นเหวเสียงดังลั่นอย่างไม่พอใจ "คุณไม่เข้าใจหรอครับคุณสิรินาถ?" ตะวัันพูดทั้งลุกขึ้น เขาเดินออกจากโซนวีไอพีไปหาโซนที่อาทิตย์และสิรินาถนั่งอยู่ สรรพนามและคำลงท้ายที่สุภาพนั้นถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสถานการณ์ตอนนี้เท่านั้น "ไม่จำกัดวงเงินของผมหมายถึงว่า....ไม่ว่าพวกคุณจะประมูลราคาเท่าไหร่ ผมจะบิดเพิ่มห้าล้านเสมอ.. พูดง่ายๆก็คือสร้อยเส้นนี้ต้องเป็นของผม" "แกจะอวดดีไปแล้วไอ้ตะวัน มีปัญญาจ่ายหรือไง!!" อาทิตย์ชี้หน้าแล้วพูดประโยคแสนดูถูกออกมา ตะวันแค่นหัวเราะ ดูเหมือนน้องชายฝาแฝดของเขาจะยังคิดว่าตะวัันคนนี้เป็นคนไร้ค่าไร้ความสามารถที่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้เหมือนเมื่อก่อนสินะ "กูอ่ะมีแน่ แต่มึงมีรึเปล่า.... ใช้เฃินเมียประมูลให้เมีย น้าขายหน้าชิบหายเลยนะ" เขาตั้งใจพูดข้างหูให้อาทิตย์โกรธเคืืองขึ้นมา ตะวันหันมองไปโดยรอบตะโกนถามหาคนที่ต้องการประมูลสู้กับเจาแต่ก็ไม่มีใครยอมเอ่ยปาก เขามองสิรินาถที่พยายามโทรศัพท์ ถ้าเดาไม่ผิดก็คงโทรหาพ่อเธอ แต่สีหน้าที่ไม่สู้ดีนี้มันน่าตลกชะมัด สิ้นสุดการนับถอยหลังสร้อยเพชรเส้นนั้นก็เป็นของเขา ตะวันรับมันมาก่อนจะก้าวเดินมาเผชิญหน้ากับแสนรัก สร้อยเพชรเส้นนั้นถูกสวมให้เธออย่างไม่ต้องคิด ไม่ส่ามันจะราคาเท่าไหร่ ก็มีค่าสู้แสนรักของเขาไม่ได้เลยสักนิดภายในห้องนอนใหญ่ที่มืดสลัว แสงเทียนสั่นไหววูบวาบประดับบนโต๊ะอาหารมื้อพิเศษที่ อาทิตย์สั่งให้จัดเตรียมขึ้น เขานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับแสนรักในชุดสูทสีขาวสะอาดตาที่จงใจให้ดูเหมือนเทพบุตรที่สุดเท่าที่จะทำได้"แสนรัก... ในเมื่อทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นใหม่แล้ว พี่อยากให้เรามีพันธสัญญาที่มั่นคงกว่าเดิม" อาทิตย์เอ่ยเสียงนุ่มพลางหยิบกล่องแหวนเพชรเม็ดโตออกมาวางบนโต๊ะ "แต่งงานกับพี่นะ..."แสนรักจ้องมองกล่องแหวนนั้นด้วยความรู้สึกขยะแขยงจนแทบอยากจะอาเจียน มือของเธอที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ดวงตากลมมองแหวนในนิ้วที่ตะวันใส่ให้ ทุกอย่างยิ่งยืนยันกับเธอชัดเจนว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ตะวัน เธอแอบชำเลืองมองนาฬิกาที่ผนัง... อีกเพียงสิบนาทีเท่านั้น"พี่ตะวันคะ... แสนรักขอเวลาคิดแป๊บนึงได้ไหมคะ" เธอพยายามยื้อเวลาอย่างสุดความสามารถ"คิดอะไรอีกล่ะ!?" แววตาของอาทิตย์เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราด บรรยากาศตรงรั้วหลังคฤหาสน์ องศาและสกายในชุดปฏิบัติการสีดำสนิทกำลังซุ่มรอสัญญาณจากคนของตะวันที่ซ่อนอยู่ภายในบ้าน ซึ่งก็คือป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่ที่แอบตัดวงจรไฟฟ้าในจุดอับสายตาตามคำแนะนำของสกายผ่านโทรศัพท์ที่
แสงของวันใหม่ไม่ได้นำมาซึ่งความหวัง แต่มันกลับขับเน้นให้เห็นบรรยากาศที่เปลี่ยนไปของบ้านที่เคยอบอุ่น ดารินตื่นขึ้นมาด้วยอาการล้าเต็มที เธอแสร้งทำเป็นไอและเดินกระย่องกระแย่งออกจากห้องนอนใหญ่เพื่อสำรวจสถานการณ์ โดยมีแสนรักเดินประคองอยู่ข้างๆไม่ห่างที่ห้องอาหารอาทิตย์ในคราบของตะวันนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าของเขาดูหมองคล้ำจากการไม่ได้นอน แต่แววตานั้นกลับวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ เมื่อเห็นดารินยังคงเดินนัวเนียอยู่กับแสนรัก เขาก็กระแทกแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังปัง!"ริน... เราว่าอาการรินดูไม่ดีเลยนะ" อาทิตย์พูดเสียงเย็น"เราเรียกให้คนขับรถเตรียมรถไว้แล้ว เดี๋ยวจะให้ไปส่งรินที่โรงพยาบาลส่วนตัว จะได้ให้หมอตรวจละเอียด""ไม่เป็นไรตะวัน... เราเริ่มดีขึ้นแล้ว แค่ยังมึนๆ" ดารินแสร้งปาดเหงื่อที่หน้าผาก"เราอยากพักผ่อนอยู่ที่นี่อีกสักหน่อย ให้น้องแสนรักดูแลน่ะดีที่สุด หมอที่ไหนก็ไม่รู้ใจเท่าน้องแสนรักหรอก"อาทิตย์ลุกขึ้นยืนทันทีจนเก้าอี้กระเด็นไปด้านหลัง"เราไม่ได้ถามความสมัครใจ! นี่มันบ้านเรา และเราเห็นว่ารินควรไปโรงพยาบาล แสนรัก... เธอขึ้นไปเก็บของให้ดารินเดี๋ยวนี้!""พี่ตะวันคะ... ทำไมต้องรุนแรงขนา
ภายในห้องนอนใหญ่ที่เคยอบอวลไปด้วยไอรัก บัดนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนกรงขัง อาทิตย์ในคราบของตะวันยืนจ้องมองแสนรักด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิด เขาคาดหวังว่าการกลับมาครั้งนี้จะได้รับความปรนนิบัติและการตอบรับอย่างเร่าร้อนแต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม"แสนรัก พี่บอกให้มานี่ไง จะถอยหนีพี่ทำไม?" อาทิตย์ก้าวเดินเข้าหาเธอด้วยท่าทางคุกคาม น้ำเสียงทุ้มต่ำเริ่มมีความกระด้างที่ปิดไม่มิด"พี่ตะวัน... แสนรักรู้สึกไม่ค่อยสบายค่ะ วันนี้แสนรักเพลียมากจริงๆ" แสนรักตอบพลางขยับตัวไปจนชิดขอบเตียง มือของเธอกำชายเสื้อตัวเองไว้แน่น สัมผัสที่เย็นชารวมถึงแววตาที่จ้องมองมาอย่างหิวกระหายนั้นทำให้เธอหวาดกลัวจนแทบหยุดหายใจ เธอรู้ดีว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่ตะวันที่แสนอบอุ่นคนเดิมแน่ๆ แต่เธอก็ยังไม่กล้าพูดออกมา"ไม่สบายงั้นเหรอ? หรือว่าพอพี่ไม่อยู่ ใจเธอก็เปลี่ยนไปหาคนอื่นแล้ว!" อาทิตย์คว้าข้อมือเล็กของแสนรักไว้แน่นแล้วกระชากเข้าหาตัว"โอ๊ย! พี่ตะวัน แสนรักเจ็บค่ะ ปล่อยแสนรักนะ!" แสนรักพยายามดิ้นรน แรงบีบที่ข้อมือของเขามันรุนแรงและป่าเถื่อนจนเธอเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า ก่อนที่อาทิตย์จะโน้มตัวลงมาใช้กำลังข่มเหงเธอ เสียง
หยาดฝนยามบ่ายเริ่มโปรยปรายลงมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ท้องฟ้าเบื้องบนเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่นสอดรับกับความกังวลใจของแสนรักที่เพิ่มทวีคูณ เธอพยายามต่อสายหาตะวันนับสิบครั้งแต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงเสียงสัญญาณที่บอกว่า "ไม่สามารถติดต่อเลขหมายดังกล่าวได้""พี่ตะวัน... ทำไมเงียบไปแบบนี้คะ" เธอพึมพำกับตัวเองพลางกำโทรศัพท์แน่นจนปลายนิ้วซีดขาว ในขณะที่ความวุ่นวายใจกำลังถึงขีดสุด เสียงรถยนต์ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มก้าวลงจากรถท่ามกลางสายฝนที่เริ่มหนาเม็ด ใบหน้าคมเข้มที่เหมือนกับตะวันราวกับพิมพ์เดียวปรากฏสู่สายตา"พี่ตะวัน!" แสนรักรีบวิ่งลงไปรับที่หน้าประตูโถงด้วยความดีใจ แต่เมื่อเธอเข้าใกล้ ร่างกายของเธอกลับหยุดชะงักลงโดยอัตโนมัติอาทิตย์ในคราบของพี่ชายฝาแฝดยืนอยู่ตรงนั้น เขาส่งยิ้มบางๆให้เธอ ยิ้มที่ดูเผินๆเหมือนตะวันทุกประการ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับนิ่งสนิทและเย็นเยียบราวกับก้นมหาสมุทรที่ไม่มีแสงส่องถึง"พี่กลับมาแล้วครับแสนรัก... ขอโทษทีที่ติดต่อไม่ได้ พอดีเครื่องมีปัญหานิดหน่อยน่ะ" เสียงของเขาถูกปรับโทนให้ทุ้มต่ำและหนักแน่นเลียนแบบพี่ชายได้อย่างไร้ที่ติ อาทิตย์ก
แสงตะวันยามสายสาดส่องลงมายังรันเวย์ของสนามบินสุวรรณภูมิ เครื่องบินลำยักษ์ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ามุ่งหน้าสู่มาเก๊า บนเครื่องนั้นมีตะวัน ที่นั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยความรู้สึกพะวักพะวน แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นเรื่องงานที่สำคัญระดับพันล้าน แต่ใจของเขากลับทิ้งไว้ที่คฤหาสน์หลังใหญ่ ทิ้งไว้กับผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจเขาสะบัดไล่ความกังวลออกไปจากหัวพลางหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาตรวจเช็กระบบรักษาความปลอดภัยของบ้านผ่านแอปพลิเคชัน ทุกอย่างยังปกติดี กล้องวงจรปิดทุกตัวทำงานได้ไร้ที่ติ และเขาก็สั่งกำชับองศากับสกายให้คอยเวียนเข้าไปดูแสนรักทุกเย็น‘ฉันอาจจะแค่คิดมากไปเอง’ ตะวันบอกตัวเองแบบนั้น แต่สัญชาตญาณของเขากลับร้องเตือนบางอย่างที่เขาก็ยังหาคำตอบไม่ได้ภายในคฤหาสน์แสนรักที่ยืนส่งรถของตะวันที่แล่นพ้นรั้วบ้านไปตั้งแต่เช้าตรู่ ความเงียบเหงาเริ่มเข้ามาทักทายเธอทันทีที่เขาไม่อยู่ เธอเดินกลับเข้ามาในบ้านที่ดูจะกว้างขวางเกินไปสำหรับคนเพียงคนเดียว แม้จะมีเหล่าแม่บ้านและคนของเขาอยู่ด้วยก็ตาม"คุณแสนรักคะ มีพัสดุมาส่งค่ะ" ป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่เดินเข้ามาพร้อมกับกล่องกระดาษขนาดกลางสีน้ำตาล ไม่มีชื่อผู้ส่ง มีเพี
กาลเวลาหมุนผ่านไปอย่างมั่นคง เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ของ ตะวัน และแสนรักที่หยั่งรากลึกลงในใจของกันและกัน ภายในคฤหาสน์มีชีวิตชีวาขึ้นด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ และกลิ่นหอมของอาหารที่แสนรักตั้งใจเข้าครัวทำเอง ตะวันในชุดลำลองเนื้อดีนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะอาหารสายตาก็จดจ้องอยู่ที่หนังสือพิมพ์แต่หูกลับคอยฟังเสียงกุกกักจากในครัวอย่างเพลิดเพลิน"พี่ตะวันคะ ลองชิมข้าวต้มปลากะพงสูตรใหม่ของแสนรักดูหน่อยค่ะ" แสนรักเดินออกมาพร้อมถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาว ควันกรุ่นที่ลอยขึ้นมาส่งกลิ่นหอมของขิงและหอมเจียวตะวันวางหนังสือพิมพ์ลงทันที เขามองดูคนน้องที่ดูมีน้ำมีนวลขึ้นกว่าวันแรกที่เขาพามาที่นี่ ใบหน้าที่เคยอมทุกข์บัดนี้กลับสดใสราวกับดอกไม้ที่ได้รับน้ำค้างยามเช้า"แค่กลิ่นก็รู้แล้วว่าอร่อย แสนรักทำอะไรพี่ก็กินได้ทั้งนั้นแหละ แต่ขยันทำขนาดนี้ พี่ว่าพี่ต้องขยายชุดสูทเพิ่มแล้วนะ" เขารับถ้วยมาวางตรงหน้า"พี่ตะวันก็พูดเกินไปค่ะ แสนรักแค่อยากดูแลพี่ ตอบแทนที่ทำให้แสนรักรู้สึกมีความสุขขึ้นมาอีกครั้ง" เธอสบตาเขาด้วยความซาบซึ้ง ก่อนตะวันจะเอื้อมมือไปกุมมือเรียวไว้"มันเป็นหน้าที่ของพี่อยู่แล้ว และมันจะเป็นแบบนี้ตลอดไป"ในข







