Mag-log inแสนรักที่กำลังนั่งวาดภาพหันมองตะวันที่คุยโทรศัพท์อยู่นานสองนาน ใบหน้าของเขาดูตึงเครียดจนเธอไม่อาจปล่อยผ่านได้ เธอสะดุ้งเฮือกตอนที่สกายเรียกและบอกว่าสีจากพู่กันกำลังเปื่อนภาพที่เธอวาด
มือเล็กรุกลี้รุกรนหยิบทิชชูเปียกมาซับมันแผ่วเบาอย่างระมัดระวังก้อนจะมองภาพที่ไม่เปรอะเปื้อนมากนักทั้งพรูลมหายใจอย่างโล่งอก ถึงจะทำเป็นงานอดิเรกเวลาว่างแต่เธอรักภาพวาดและงานออกแบบของเธอทุกชิ้น ดังนั้นเลยไม่ขอบที่มันเสียหาย "เป็นไรว่ะไอ้ตะวัน?" สกายเอ่ยถามสิ่งที่แสนรักเองก็อยากรู้เช่นกัน ตะวันถอนหายใจแล้วชวนสกายกับองศาไปที่ห้องทำงานมแค่นั้นก็พอทำให้เธอรู้ว่ายังมีบางอย่างเกี่ยวกับตะวัันที่ยังเป็นความลับสลับเธออยู่ "เป็นห่วงตะวันหรอน้องแสนรัก?" "ค่ะ แสนรักเห็นพี่ตะวันสีหน้าไม่ค่อยดี ไม่รู้ว่ามีปัญหาอะไรรึเปล่า" เธอติบดาริินอย่างตรงไปตรงมาทั้งใบหน้ากังวล ดวงตากลมยังคงมองตามตะวัันกับเพื่อนที่ลับสายตาเข้าไปในห้องทำงาน "ไม่เป็นไรหรอก ตะวัันเก่งจะตายน้องแสนรักก็รู้นี่" "ก็ใช่ค่ะ แต่ว่าพี่รินรู้จักพี่ตะวันมานาน ก็คงจะรู้ใช่ไหมคะว่าคนแบบพี่ตะวัน ต่อให้ไหวหรือไม่ไหวก็จะไม่ค่อยบอกใคร" แสนรักพรูลมหายใจหนักออกมาอย่างรู้สึกไม่ดีนัก ตะวันเก่งและแก้ปัญหาได้เธอรับรู้สิ่งนั้นดี แต่ว่าบางครั้งเขาก็เป็นคนหนึ่งที่ก้าวผ่านความไม่ไหวของตัวเองอย่างโดดเดี่ยวเพียงเพื่อทำบางสิ่งให้สำเร็จเหมือนกัน ถึงตะวันในตอนนี้จะแตกต่างออกไปจากก่อนหน้ามากโขมแต่เธอก็เชื่อว่านิสัยบางส่วนของเขายังคงเหมือนเดิม "รู้สิ โดยเฉพาะกับคนที่ตะวัันแคร์มากๆ ตะวันจะไม่บอกเรื่องที่สบายใจหรือปัญหาให้ฟังหรอก เหมือนที่ไม่อยากบอกน้องแสนรักไง" เธอชะงักไปครู่หนึ่งกับคำพูดของดาริน ตะวันปกป้องเธอจากความเจ็บปวดมาแต่ไหนแต่ไร ไม่ว่าเรื่องไหนที่ทำให้เธอหนักใจเขาจะไม่เอ่ยถึงมันและไม่มีวันพาเธอเข้าไปข้องเกี่ยว เมื่อก่อนเธออาจไม่คิดอะไร เพราะเอาแต่มองหาความสำคัญจากอาทิตย์เพียงเท่านั้น แต่ในตอนนี้ไม่ใช่แบบนั้น แสนรักอยากเป็นผู้หญิงที่มีค่าพอจะอยู่เคียงข้างคนที่เคียงข้างเธอมาเสมอ "แต่บางครั้งแสนรักก็อยากตอบแทนพี่ตะวันบ้าง" "ทำไมไม่ลองตอบแทนด้วยการหันมารักตะวัันสักทีละคะ?" แสนรักหลบสายตาดาริินที่มองมา เธอไม่คิดว่าการตอบแทนด้วยวิธีนี้มันจะดีสำหรับเราทั้งคู่ "ถ้าง่ายขนาดนั้นก็ดีสิคะ แสนรักไม่อยากให้พี่ตะวันมาเป็นตัวแทนใคร ก็เลยไม่อยากรีบร้อน" แม้เธอจะไม่ได้รู้สึกรักอาทิตย์อย่างที่เคย ความรักค่อยไลดลงไปจากความเจ็บปวดที่เขาทิ้งไว้ให้ แต่ว่ามันก็ยังรวดเร็วไปที่จะเริ่มต้นหรือให้โอกาสใครใหม่ โดยเฉพาะกับคนที่ไม่ใช่แค่หน้าเหมือนอาทิตย์แต่เป็นสายเลือดเดียวกันด้วย "แบบที่น้องแสนรักว่าก็มีเหตุผล อีกอย่างนะคนอย่างตะวันคงรอแสนรักได้จนตายนั่นแหละ" แสนรักรู้สึกไม่ค่อยชอบใจกับประโยคนี้เท่าไหร่นัก ถ้าวันหนึ่งข้างหน้าเราไม่อาจรู้สึกเหมือนกันได้ เธอก็ไม่ได้ต้องการให้ตะวัันมาจมปลักอยู่กับเธอเท่านั้น เธออยากให้เขาได้พบใครสักคนที่รักเขาด้วยใจจริง ห้องทำงานของตะวัน "อาวุธล็อตล่าสุดที่โกดังทางมาเก๊ามีปัญหา กูต้องรีบไปจัดการ" ตะวัันนั่งลงคิ้วขมวด ยิ่งเขาตรวจสอบภาพความเสียหายของสินค้าล็อตนี้เขาก็ยิ่งถอนหายใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า "มึงก็แค่บินไปดิ เครื่องบินส่วนตัวก็มี" องศาพูดออกมาอย่างง่ายดายแล้วยักไหล่ไม่เข้าใจว่าทำไมตะวันต้องเคร่งเครียดขนาดนั้นด้วย "นั่นดิ กลัวอะไรว่ะ" สกายถามเสริมด้วยอีกคนแล้วเดินไปนั่งลงไขว่ห้างตรงโซฟา "แล้วแสนรักละ...? กูไม่วางใจให้น้องอยู่ที่นี่โดยไม่มีกู แต่ถ้าพาไปนู่นด้วยก็ไม่รู้จะอันตรายแค่ไหน" เขาเอ่ยความกังวลที่มีเต็มอกของเขาออกมา ตอนนี้ความห่วงอาวุธที่เสียหายยังไม่เท่ากับที่ห่วงแสนรักเลย เขากลัวว่าถ้าห่างน้องไปแล้วจะเกิดเรื่อง "เอาน้องไว้นี่ พวกกูดูแลให้ก็ได้" สกายพูดน้ำเสียงขรี่เล่น เขาอยากมีน้องสาวพอดี แล้วน้องสาวอย่างแสนรักก็น่าสนใจดี "ไอ้องศาก็น่าพึ่งพาแหละ แต่กูไม่ไว้ใจมึงเลย ติดเล่นไอ้ห่า" "ดูพูดเข้า ละเรื่องใหญ่มากหรอว่ะ? แค่อาวุธมีปัญหา ให้คนอื่นขัดการไม่ได้หรอ?" สกายไม่เข้าใจว่าทำไมเพื่อนต้องลงไปจัดการเองทั้งที่มีลูกน้องอยู่เต็มคอนโด "ไม่ได้หรอก ล็อตนี้สำคัญ กูอยากไปเห็นด้วยตัวเองว่าเสียหายแค่ไหน" น้ำเสียงหนักแน่นแฝงความกังวลถูกส่งออกมา หากอาวุธล็อตนี้เสียหายเขาอาจสูญเสียดงินจำนวนมากและยังเสียลูกค้ารายใหญ่อีกด้วย "ก็แค่เอาน้องไว้นี่แหละ ฟังดูอันตราย ไม่ต้องพาไปหรอก พวกกูดูแลให้" องศาเดินไปตบบ่าตะวัันแผ่วเบาให้คลายกังวล แต่นั่นกลับไม่ช่วยให้ตะวันสบายใจขึ้นเลย "ใช่ เดี๋ยวมาอยู่นี่กับน้องเลย" สกายแกล้งเย้าให้บรรยากาศผ่อนคลายลงอย่างที่เขาชอบทำ "อย่าคิดจะทำอะไรแสนรักนะ ไม่งั้นกูกลับมากระทืบพวกมึงแน่" ตะวันชี้หน้าคาดโทษพวกเพื่อนตัวดี เขารู้ว่าองศากับสกายไม่ทีวันทำอะไรไม่ดีต่อแสนรัก แต่พอได้ยินอะไรแบบนี้กลับอดที่จะหึงหวงไม่ได้ "พวกกูจะทำอะไรได้ว่ะ เห็นเป็นน้องเป็นนุ่ง" สกายยิ้มแหยแล้วมองตะวันที่จ้องมาอย่างกลับจะกินเลือดกินเนื้อ "ถ้าอยากเห็นน้องไม่นุ่งเมื่อไหร่มึงโดน" เขาไม่หยุดที่จะเอ่ยเตือนเพื่อนโดยเฉพาะสกายที่ชอบรุ่มร่ามพูดจาสองแง่สองง่ามกับแสนรัก แม้แต่เพื่อนของเขา...เขาก็ไม่ชอบให้ไปสนิทกับเธอมากกว่าเขา "หวงเหมือนได้เขาเป็นเมียแล้ว ทั้งที่เขาไม่สนใจ" "ไอ้สกาย!!"กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปราวกับภาพฝัน จากทารกน้อยตัวแดงเรื่อในอ้อมกอดวันนั้น บัดนี้น้องอคิณเติบโตขึ้นเป็นเด็กชายวัยสองขวบที่เต็มไปด้วยพลังงานและความสดใส ใบหน้าถอดแบบมาจากตะวันราวกับพิมพ์เดียวกัน ทั้งดวงตาคมกริบและจมูกโด่งรั้น หากแต่รอยยิ้มหวานหยดและแก้มป่องนั้นกลับได้มาจากแสนรักผู้เป็นแม่มาอย่างเต็มเปี่ยมคฤหาสน์ที่เคยเงียบเหงาและเคร่งขรึม บัดนี้ก้องกังวานไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงฝีเท้าเล็กๆที่วิ่งวุ่นไปทั่ว สนามหญ้าหน้าบ้านที่ตะวันเคยสัญญาว่าจะสร้างเป็นสนามเด็กเล่น บัดนี้ถูกเติมเต็มด้วยเครื่องเล่นหลากสีสันและบ่อทรายขนาดใหญ่ โดยมีเรือนกระจกหลังงามตั้งตระหง่านอยู่เคียงข้าง ดอกกุหลาบอังกฤษและลาเวนเดอร์ชูช่อบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบริเวณตะวันในชุดลำลองสบายๆสลัดคราบนักธุรกิจพันล้านทิ้งไปจนหมดสิ้น เขานั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นหญ้า คอยระวังหลังให้ลูกชายตัวน้อยที่กำลังพยายามปีนป่ายสไลเดอร์อย่างมุ่งมั่น โดยมีแสนรักนั่งมองภาพนั้นอยู่บนม้านั่งไม้ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ รอยยิ้มของเธอเปี่ยมไปด้วยความสุขที่เอ่อล้นจนไม่อาจบรรยายได้“ระวังครับอคิณ ค่อยๆก้าวลูก พ่อประคองอยู่ครับ” เสียงทุ้มของตะวัน
เสียงไซเรนจากรถตำรวจนำขบวนของลูกน้องตะวันดังสนั่นไปทั่วท้องถนนยามค่ำคืน รถยุโรปคันหรูพุ่งทะยานเข้าสู่หน้าแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่กฎหมายและสัญชาตญาณจะเอื้ออำนวย ทันทีที่รถจอดสนิทตะวันแทบจะกระโจนลงจากรถก่อนที่คนขับจะดับเครื่องยนต์เสียอีก เขารีบช้อนร่างของแสนรักที่บัดนี้ใบหน้าซีดเผือดและชุ่มไปด้วยเหงื่อขึ้นแนบอก ท่ามกลางเสียงตะโกนสั่งการที่ปนไปด้วยความลนลานของเขาเอง"หมอ! พยาบาล! ช่วยเมียผมด้วย! เธอปวดท้องมาก!" ตะวันตะโกนก้องโถงโรงพยาบาล จนเจ้าหน้าที่เข็นเตียงรับตัวรุดเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว แสนรักถูกวางลงบนเตียงเข็น มือเล็กยังคงบีบมือตะวันไว้แน่นจนเส้นเลือดหลังมือเขาปูดโปน"พี่ตะวัน... ฮึก... แสนรักปวด... ปวดเหมือนตัวจะแตกเลยค่ะ" เสียงสะอื้นที่ขาดห่วงของเธอทำให้หัวใจของมาเฟียหนุ่มบีบคั้นจนแทบจะหยุดหายใจ"พี่อยู่ตรงนี้ครับแสนรัก พี่ไม่ไปไหนทั้งนั้น!" ตะวันวิ่งตามเตียงเข็นไปจนถึงหน้าประตูห้องคลอดสีเขียวสะอาดตาที่สลักคำว่า 'เขตหวงห้าม' พยาบาลรีบเข้ามากันตัวเขาไว้"ญาติรอข้างนอกก่อนนะคะ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่เตรียมตัวคุณแม่เสร็จแล้วจะเชิญคุณพ่อเข้าไปข้างในค่ะ"ตะวันยืนนิ่งง
ค่ำคืนที่เงียบสงัดภายในคฤหาสน์ถูกโอบล้อมด้วยแสงจันทร์สีนวลตา ลมพัดเอื่อยๆ พาเอากลิ่นหอมของดอกราตรีที่แสนรักปลูกไว้ในสวนหลังบ้านโชยเข้ามาถึงระเบียงห้องนอนใหญ่ เวลาผ่านล่วงเลยไปอย่างรวดเร็วราวกับติดปีกบิน จากวันที่ทราบข่าวดีเรื่องเจ้าตัวเล็ก บัดนี้ครรภ์ของแสนรักแก่ขึ้นจนเห็นความนูนเด่นชัดเจนใต้ชุดนอนผ้าแพรสีหวานตะวันในชุดลำลองกางเกงขายาวตัวเดียว นั่งพิงหัวเตียงกว้างโดยมีแสนรักกึ่งนั่งกึ่งนอนเอนกายซบอยู่บนอกแกร่ง มือหนาที่เคยจับอาวุธ บัดนี้ลูบวนไปบนหน้าท้องกลมโตของภรรยาอย่างแผ่วเบาและทะนุถนอม สายตาของเขาเปลี่ยนไปจากคนดุดันกลายเป็นชายหนุ่มที่เปี่ยมไปด้วยความละมุนละไม“ดูสิแสนรัก... เจ้าตัวเล็กเตะพี่อีกแล้ว สงสัยจะอยากออกมาดูโลกเต็มทีแล้วนะครับ” ตะวันกระซิบเสียงทุ้มพลางคลี่ยิ้มกว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงเคลื่อนไหวจากภายใน แสนรักหัวเราะเบาๆ มือเล็กวางทับบนมือของตะวัน“สงสัยจะเหมือนพ่อเขานะคะ ขยันขยับตัวไม่ยอมอยู่นิ่งเลย พี่ตะวันวางแผนหรือยังคะว่าถ้าเขาออกมาแล้ว พี่จะสอนอะไรเขาเป็นอย่างแรก?”“พี่จะสอนให้เขารู้จักคำว่ารักและปกป้องครับแสนรัก” ตะวันจูบที่ขมับของเธอ“พี่จะสอนให้เขาเป็นสุภาพบุรุษท
พายุความกังวลจากเหตุการณ์สะดุดล้มในวันนั้นถูกแทนที่ด้วยคลื่นความรักที่ทวีความรุนแรงยิ่งกว่าเดิม เมื่อกาลเวลาล่วงเข้าสู่สัปดาห์ที่แปดของการตั้งครรภ์ ร่างกายของแสนรักเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ทำให้ชีวิตในคฤหาสน์วรโชติเมธีปั่นป่วนไปหมด ไม่ใช่เพราะศัตรูจากภายนอก แต่เป็นเพราะอาการแพ้ท้องอย่างหนักที่จู่โจมคุณแม่มือใหม่จนแทบกระดิกตัวไม่ได้"อึก... แหวะ!"เสียงขย้อนดังก้องออกมาจากห้องน้ำในเช้ามืดวันที่อากาศเย็นสบาย ตะวันที่นอนตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาสะดุ้งสุดตัว เขาดีดกายลุกขึ้นจากเตียงพุ่งตรงไปยังห้องน้ำทันที ภาพที่เห็นคือแสนรักในชุดนอนสายเดี่ยวสีขาว นั่งคุกเข่าอยู่ ใบหน้าหวานซีดเผือด ผมเผ้ายุ่งเหยิง และดวงตาที่รื้นไปด้วยน้ำตาจากแรงบีบคั้นของกระเพาะอาหาร"แสนรัก... เป็นยังไงบ้างครับคนดี" ตะวันรีบเข้าไปประคองไหล่บาง มือหนาลูบแผ่นหลังให้เบาๆด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสารจนแทบจะอยากเป็นคนแพ้ท้องแทนเสียเอง"พี่ตะวัน... แสนรัก้หม็น... แสนรักเหม็นกลิ่นสบู่ที่พี่เพิ่งใช้จังเลยค่ะ ฮึก" แสนรักเบือนหน้าหนีพลางปิดจมูก น้ำตาคลอเบ้า"สบู่เหรอ? พี่เพิ่งอาบน้ำมาเมื่อกี้นี้เองนะ..
เช้าวันใหม่ที่คฤหาสน์ดูจะเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทันทีที่ผลตรวจเลือดจากโรงพยาบาลยืนยันชัดเจนว่าแสนรักตั้งครรภ์ได้เกือบ 6 สัปดาห์ ตะวันก็เปลี่ยนร่างจากนักธุรกิจมาดเข้มกลายเป็นองครักษ์พิทักษ์คุณแม่แบบเต็มตัว เขาแทบจะไม่ยอมให้แสนรักคลาดสายตาแม้แต่วินาทีเดียว"พี่ตะวันคะ... แสนรักแค่จะไปหยิบน้ำส้มในตู้เย็นเองค่ะ ไม่ต้องประคองขนาดนี้ก็ได้" แสนรักเอ่ยกลั้วหัวเราะ ขณะที่ร่างสูงใหญ่ของตะวันเดินขนาบข้าง มือหนึ่งประคองเอว อีกมือเตรียมพร้อมจะคว้าร่างเธอไว้หากเธอสะดุดยอดหญ้าในบ้าน"ไม่ได้ครับแสนรัก หมอบอกว่าช่วงสามเดือนแรกอันตรายมาก ต้องประคบประหงมให้ดีที่สุด" ตะวันพูดด้วยสีหน้าจริงจังขั้นสุด "แล้วน้ำส้มน่ะ เดี๋ยวพี่ไปหยิบให้เอง แสนรักนั่งเฉยๆบนโซฟานี่แหละ ห้ามลุก ห้ามเดินเยอะ และที่สำคัญที่สุด... ห้ามวิ่ง เด็ดขาด เข้าใจไหมครับ?""รับทราบค่ะ" แสนรักทำท่าตะเบ๊ะหยอกล้อ แต่ในใจกลับรู้สึกอบอุ่นที่เห็นเขาเห่อลูกขนาดนี้ตลอดทั้งสัปดาห์ตะวันสั่งติดตั้งพรมกันลื่นใหม่ทั่วทั้งบ้าน มุมโต๊ะทุกตัวถูกหุ้มด้วยยางกันกระแทกหนาเตอะ จนองศาและสกายที่แวะมาเยี่ยมถึงกับหลุดขำที่เห็นมาเฟียจอมโหดกลายเป็นคนวิตกจ
กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปหนึ่งเดือนเต็มหลังจากค่ำคืนที่แสนหวานในห้องทำงานวันนั้น บ้านของตะวันดูจะสว่างไสวและเต็มไปด้วยพลังงานบวกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ตะวันเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะนักธุรกิจสีขาวอย่างเต็มตัว เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการประชุมร่วมกับองศาและสกายเพื่อนสนิทที่ร่วมหัวจมท้ายกันมานาน เพื่อวางรากฐานโปรเจกต์อสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่จะเน้นความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างสรรค์ชุมชนที่ปลอดภัย ซึ่งเป็นธุรกิจที่เขาตั้งใจจะมอบให้เป็นของขวัญแก่ครอบครัวในอนาคตเย็นวันนั้นรถยุโรปคันหรูของตะวันแล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้านพร้อมกับรถขององศาและสกายที่ตามมาติดๆ วันนี้เป็นวันที่พวกเขาเพิ่งกลับจากการไปดูไซต์งานก่อสร้างที่เขาใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ตะวันตั้งใจจะสร้างรีสอร์ตระดับไฮเอนด์และแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้สร้างบ้านพักตากอากาศส่วนตัว**ดารินก้าวลงจากรถพร้อมกับหิ้วถุงของฝากพะรุงพะรัง ทั้งขนมนำเข้าจากต่างประเทศและของฝากติดไม้ติดมือจากเขาใหญ่ เธอเดินนำหน้าพวกหนุ่มๆ เข้าไปในตัวบ้านด้วยความร่าเริงตามสไตล์"แสนรัก! พี่ดารินมาแล้วค่า มีของอร่อยมาฝากเพียบเลยนะ!” เสียงใสของดารินดังก้องไปทั่วโถงบ้านหรูใ
คฤหาสต์ของตะวันตะวันวิ่งเข้าไปในตัวคฤหาสน์ทันทีหลังจากเขาให้คนเหยียบคันเร่งรถจากที่จอดเครื่องบินส่วนตัวมาด้วยความเร็ว ขายาวก้าวเข้าไปในตัวบ้านก่อนจะเห็นว่าทุกคนนั่งรอเขาอยู่ที่นั่นมือหนารับเอาเอกสารสัญญาในมือองศามา ดวงตาคมไล่อ่านตัวอักษรตั้งแต่ตัวแรกจนตัวถึงตัวสุดท้ายให้เข้าใจ เขากำมือแน่นอย่างโก
"แสนรัก!!!" ตะวันตะโกนลั่นเมื่อเห็นภาพผ่านกล้องว่าคนน้องกำลังพยายามขัดขืนจนโดนผลักตกลงมาจากบันได แม้บันไดหน้าประตูบ้านแค่ไม่กี่ขั้น แต่แรงกระแทกของเธออาจจะแรงพอสมควร ดูจากที่แสนรักประคองตัวเองให้ลุกขึ้นยืนแทบไม่ขึ้นเขาจิ๊ปากด้วยความขัดใจในสถานการณ์นี้ ตะวันไม่ชอบสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ โดยเฉพาะสถ
แสนรักก้าวเดินลงมาจากชั้นบนของตัวบ้านด้วยรอยยิ้ม เธอคิดว่าเพื่อนของตะวัันคงมาถึงกันหมดแล้ว เสียงหวานเอ่ยเรียกหาปาริฉัตรที่ออกจากห้องมาก่อนสักพักแล้วแต่ความเงียบกลับทำให้เธอได้แต่ขมวดคิ้วอย่างสงสัยขาเรียวก้าวเดินไปที่ประตูบ้านกลับำำบแต่ควาทเงียบเชียบ ก่อนจะเดินเข้าไปที่ห้องนั่งเล่นแล้วหยุดชะงัก เมื
โกดังของตะวันที่มาเก๊า ตะวันยังคงขมวดคิ้วแน่นเมื่อเดินดูความเสียหายของอาวุธในรอบนี้ มันไม่ได้มากจนเขาไม่มีเงินสำหรับล็อตใหม่ แต่เขาเป็นคนที่ไม่ชอบความผิดพลาดโดยเฉพาะกับงานสำคัญ เห็นทีถ้าเกิดว่าทุกอย่างเป็นอย่างนี้ เขาคงต้องอยู่มาเก๊านานกว่าที่คิดไว้ แล้วต้องอยู่ห่างแสนรักนานขึ้นอีก “ที่นู่นเป็นยัง