Masuk"สิเดี๋ยวก่อนสิครับ ฟังพี่ก่อนสิ"
ภาพอาทิตย์ที่วิ่งตามสิรินาถต้อยๆทำให้ผู้คนที่มองเห็นหยุดยืนมอง มันเป็นอย่างนี้มาเสมอ ทำตัวงี่เง่าให้อาทิตย์ง้อต่อหน้าทุกคน เพื่อให้คนอื่นมองว่าตัวเองมีค่ามากพอที่จะให้คนวิ่งตาม ทุกครั้งอาทิตย์ทำไปอย่างจำใจ ในหัวสมองเขาต้องคิดตชอดเวลาว่าสิรินาถมีบทบาทสำคัญที่จะทำให้อัครบวรเติบโตกว่านี้ "พี่ทำสิเสียหน้าขนาดนั้น สิพึ่งจะงอนพี่แค่อาทิตย์เดียวเอง ง้อต่อไปก็แล้วกันนะคะ" สิรินาถที่เลือกดูกระเป๋าแบรนด์เนมพูดขึ้นทั้งสายตายังจับจ้องที่กระเป๋าไม่ได้หันไปสนใจอาทิตย์ที่เดินตามต้อยๆ บทสนทนานั้นจงใจให้คนรอบข้างได้ยินอย่างทุกครั้ง "แต่พี่ง้อสิทุกวันเลยนะ เรื่องนี้เราคุยกันได้ไม่ใช่หรอครับ" น้ำเสียงของอาทิตย์ปนความเบื่อหน่ายอยู่ขั่วครู่ แต่เขาก็พยายามปรับให้เป็นปกติที่สุด เหนื่อยที่จะต้องมาคอยตามง้อ ตอนอยู่กับแสนรักไม่เคยต้องเหนื่อยขนาดนี้เลย "พี่อาทิตย์กำลังเถียงสิหรอคะ สิบอกแล้วไงว่าไม่ชอบให้ใครมาเถียง จำไม่ได้หรือไงคะ" "พี่ไม่ได้เถียง เรากำลังพูดกันด้วยเหตุผลอยู่นะครับ" อาทิตย์เอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงเรียบอย่างใช้เหตุผล แต่สิรินาถกลับกอดอกไม่พอใจเมื่อได้ยินคำนั้น เธอมักชอบอยู่เหนือกว่าเสมอ และไม่ชอบเวลาที่ถูกอาทิตย์ขัดใจ "ไม่มีเหตุผลอะไรทั้งนั้นแหละค่ะ สิบอกพี่ไปแล้วหนิ ว่าสิต้องถูกเสมอ" สิรินาถย้ำคำที่เคยย้ำเตือนอาทิตย์มาหลายครั้งตั้งแต่แอบรอบคบกัน ในตอนแรกอาทิตย์คิดว่าเขาทนไหว เขาทนได้ และไม่ได้รู้สึกอะไร ก็แค่เอาใจนิดหน่อยเขาก็ได้มาซึ่งทุกอย่างที่เขาต้องการและใช้เงินมหาศาลในการซื้อ แต่ตอนนี้อาทิตย์กลับรู้สึกว่าทุกอย่างกัดกินเขาเข้าไปทีละน้อยจนเริ่มเอือมระอาและไม่มีความสุข "แต่สิ....." "ไม่ต้องพูดแล้วค่ะ ถ้ายังพูดหรือทำให้สิหงุดหงิดอีก สิจะบอกคุณพ่อว่างานแต่งจะเลื่อนไปก่อน" ขายาวที่ก้าวเดินตามเมื่อครู่หยุดชะงัก คำขู่นั้นสร้างความหงุดหงิดให้อาทิตย์ไม่น้อย แต่เขาไม่สามารถทำอะไรได้เลย ไม่อาจเดอนตามไปแก้ตัวในเวลานี้ และไม่อาจโวยวายอะไรได้ การโดนเลื่อนงานแต่งออกไป เท่ากับโอกาสของอัครบวรที่จะมีหน้ามีตาก็เลื่อนออกไปอีก "ถ้าอยากจะเดินถือของให้สิก็ตามมานะคะ สิไม่ชอบให้ใครมาถ่วงเวลา" หลายต่อหลายครั้งที่สิรินาถพํดแต่สิ่งที่เธอไม่ชอบ สิ่งที่เขาควรจะปฏิบัติต่อเธอ ไม่เคยพูดเรื่องของเขาเลยแม้แต่น้อย จนพักหลังบางทีอาทิตย์ก็แอบคิดว่าเขาทนมาได้ยังไงจนถึงตอนนี้ "ครับ งั้นพี่จะเดินตามสิเฉยๆ สิจะได้ไม่อารมณ์เสียนะ" "ดีค่ะ แล้วก็จำเอาไว้ว่าอย่ามาทำตัวสั่งสอน หรืออยู่เหนือกว่าสิอีก พี่อยู่ไมไ่ด้หรอกค่ะถ้าไม่มีสิ ไม่มีเงินของคุณพ่อสิ" ประโยคเหล่านั้นตอกย้ำความล้มเหลวในฐานะผู้ชายของอาทิตย์จนไม่เหลือชิ้นดี เขากำหมัดแน่นมองแผ่นหลังของสิรินาถที่ไกลออกไป 'พี่อาทิตย์เก่งจังเลยค่ะ / พี่อาทิตย์อย่าว่าตัวเองแบบนั้นสิคะ / แสนรักว่าพี่อาทิตย์ทำดีมากแล้วค่ะ' จู่ๆดขาก็นึกถึงน้ำเสียงหวานที่เอ่ยประโยคเหล่านั้น ไม่ว่าเขาจะทำอะไร ถ้าสำเร็จแสนรักจะชมเขาไม่ขาดปาก แต่ถ้าไม่สำเร็จก็จะให้กำลังใจเขา แสนรักไม่เคยบั่นทอน ไม่เคยเหยียบย่ำ ทุกครั้งที่ทะเลาะกันเราจะคุยและจัดการปัญหากันเงียบๆ เธอไม่โทษเขาฝ่ายเดียว แล้วไม่เคยปล่อยให้เขาเป็นคนง้ออยู่คนเดียว หลายครั้งที่แสนรักเอาเงินของที่บ้านมาสนับสนุนเขา แต่เธอไม่เคยพูดถึงมันทีหลัง อาทิตย์สะบัดหัวไล่ความคิดของตัวเอง พักหลังมานี้เขากลับคิดถึงแสนรักมากขึ้นอีกแล้ว ยิ่งวันนั้นที่ไปเห็นท่าทางสง่างามของเธอในงานประมูล ภาพของเธอมีคนสำคัญในแวดวงไฮโซรายล้อม ก็ยิ่งทำให้ความรู้สึกบางอย่างตีรวนในใจของเขา "พี่อาทิตย์จะยืนอีกนานไหมคะ! สิต้องไปซื้อเสื้อผ้าอีกนะ หิ้วตามมาได้แล้วค่ะ" เสียงของสิรินาถเร้าให้อาทิตย์หลุดออกจากภวังค์ เขาก้มมองถุงข้าวของแบรนด์หรูมากมายที่วางกองอยู่ แล้วทำได้แค่ถอนหายใจก่อนจะถือตามไป บ้านของตะวัน ตะวัันกำลังนั่งจมอยู่กับกองเอกวารมากมาย มีองศานั่งช่วยคอยดูอยู่ไม่ห่าง กลิ่นหอมของอาหารจานโปรดเขารอยมาแตะจมูก ตะวันหลุดยิ้มนิดหน่อยเมื่อจินตนาการภาพของแสนรักตอนนี้ที่กำลังทำอาหารในครัว "ยิ้มอะไรของมึง? บ้าไปแล้วมั้ง" "ไม่เสือก" ตะวัันพูดเสียงเรียบ ดวงตาคมมององศาแล้วขมวดคิ้ว ยิ่งเห็นท่าทางกวนประสาทของเพื่อนเขาก็ยิ่งอยากจะตบมันสักที "โหย รุนแรงว่ะ แล้วนี่ติดต่อไอ้สกายได้ยัง?" "ไม่อ่ะ มันคงยุ่งๆตามง้อคุณฉัตรรึเปล่า" เขาส่ายหัวเล็กน้อยเมื่อนึกถึงสกาย เขาพยายามติดต่อไปหลายครั่งเพื่อให้มาช่วยกัน แต่ดูเหมือนช่วงนี้อีกคนจะยุ่งกับการตามง้อคู่หมั้นคนสวย "คงงั้นมั้ง สมควรละ ทำตัวส้นตีน" "เม้าท์เพื่อนไม่ดีเลยนะ พักกินมื้อเย็นกันก่อนสิ น้องแสนรักทำอาหารเสร็จแล้ว" ดาริินเดินออกมาพร้อมจานอาหารกลิ่นหอมฉุยในมือ เธอเอ่ยเรียกแล้วเดินนำไปที่ห้องทานอาหาร "โหยยย สวยด้วย น่ารักด้วย ทำอาหารเก่งด้วย นี่ถ้าชิมแล้วอร่อยนะ ใครที่ได้แสนรักไปเป็นเมียคงจะน่าอิจฉาแย่" องศาเอ่ยหยอกเย้าแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ กวาดสายตามองอาหารหลากหลายบนโต๊ะ ก่อนจะหัวเราะร่วนเมื่อได้ยินเสียงตะวันเอ่ยแดกดันใส่ "แดกเจ้าไปเถอะพูดมาก" "แต่ตำแหน่งเมียพี่ก็ว่างนะ ถ้าแสนรักสนใจก็ได้" องศายังคงไม่ยอมหยุด เขารู้ว่าตะวัันขี้หึงแค่ไหน เพียงแต่เมื่อก่อนแสดงออกไม่ได้มากนัก ตอนนี้แสนรักไม่มีใครเขาเลยได้เห็นเพื่อนแสดงออกความหึงหวงอย่างตรงไปตรงมาอยู่บ่อยครั้ง และองศาก็คิดว่ามันสนุก "ลองขอพี่ตะวันดูสิคะ ถ้าพี่ตะวันอนุญาต แสนรักเก็บเสื้อผ้าวันนี้เลย" "แสนรัก!" ตะวัันไม่ชอบใจเลยสักนิดเวลาได้ยินแสนรักพูดแบบนั้น เขารู้ว่าองศาแค่แกล้งเล่น และก็รู้ว่าตัวเองยังไม่ได้มีสิทธิ์อะไรขนาดนั้นที่จะหึงหวงคนน้อง แต่เขาก็ไม่ชอบอยู่ดีที่เห็นน้องไปหว่านสเน่ห์อย่างไม่ตั้งใจใส่ใคร "น้องแสนรักอย่าแกล้งเลยค่ะ คิ้วตะวันจะผูกเป็นโบว์แล้ว" ดารินเอ่ยปากแซวแล้วหัวเราะ แสนรักหันมองหน้าของตะวัันก็หลุดหัวเราะตามออกมาด้วย "ยังจะหัวเราะอีก พี่ไม่ชอบ" "ไม่ชอบในฐานะอะไรคะ?" แสนรักเผลอหลุดพูดประโยคที่ไม่น่าพูดออกมา รอยยิ้มขี้เล่นเมื่อครู่มลายหายไป ก่อนเธอจะเกาต้นคอ ไม่รู้ว่ากำลังเขินอาย หรือเป็นอะไรกันแน่ ความรู้สึกที่อธิบายยากอย่างนี้เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกัน "แน่ใจนะว่าอยากให้ตอบ" "เอ่อ.... ทะ ทานข้าวดีกว่าค่ะ" ประโยคสวนกลับของเขายิ่งทำให้หัวใจเธอแทบจะระเบิดออกมาอีก แสนรักอึกอักแล้วทำทีตักอาหารใส่จานดารินกับองศาอย่างพยายามหลีกเลี่ยง "ในฐานะคนที่รักแสนรักมากที่สุด และก็รักมาตลอด แค่นี้พอไหม?"กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปราวกับภาพฝัน จากทารกน้อยตัวแดงเรื่อในอ้อมกอดวันนั้น บัดนี้น้องอคิณเติบโตขึ้นเป็นเด็กชายวัยสองขวบที่เต็มไปด้วยพลังงานและความสดใส ใบหน้าถอดแบบมาจากตะวันราวกับพิมพ์เดียวกัน ทั้งดวงตาคมกริบและจมูกโด่งรั้น หากแต่รอยยิ้มหวานหยดและแก้มป่องนั้นกลับได้มาจากแสนรักผู้เป็นแม่มาอย่างเต็มเปี่ยมคฤหาสน์ที่เคยเงียบเหงาและเคร่งขรึม บัดนี้ก้องกังวานไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงฝีเท้าเล็กๆที่วิ่งวุ่นไปทั่ว สนามหญ้าหน้าบ้านที่ตะวันเคยสัญญาว่าจะสร้างเป็นสนามเด็กเล่น บัดนี้ถูกเติมเต็มด้วยเครื่องเล่นหลากสีสันและบ่อทรายขนาดใหญ่ โดยมีเรือนกระจกหลังงามตั้งตระหง่านอยู่เคียงข้าง ดอกกุหลาบอังกฤษและลาเวนเดอร์ชูช่อบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบริเวณตะวันในชุดลำลองสบายๆสลัดคราบนักธุรกิจพันล้านทิ้งไปจนหมดสิ้น เขานั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นหญ้า คอยระวังหลังให้ลูกชายตัวน้อยที่กำลังพยายามปีนป่ายสไลเดอร์อย่างมุ่งมั่น โดยมีแสนรักนั่งมองภาพนั้นอยู่บนม้านั่งไม้ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ รอยยิ้มของเธอเปี่ยมไปด้วยความสุขที่เอ่อล้นจนไม่อาจบรรยายได้“ระวังครับอคิณ ค่อยๆก้าวลูก พ่อประคองอยู่ครับ” เสียงทุ้มของตะวัน
เสียงไซเรนจากรถตำรวจนำขบวนของลูกน้องตะวันดังสนั่นไปทั่วท้องถนนยามค่ำคืน รถยุโรปคันหรูพุ่งทะยานเข้าสู่หน้าแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่กฎหมายและสัญชาตญาณจะเอื้ออำนวย ทันทีที่รถจอดสนิทตะวันแทบจะกระโจนลงจากรถก่อนที่คนขับจะดับเครื่องยนต์เสียอีก เขารีบช้อนร่างของแสนรักที่บัดนี้ใบหน้าซีดเผือดและชุ่มไปด้วยเหงื่อขึ้นแนบอก ท่ามกลางเสียงตะโกนสั่งการที่ปนไปด้วยความลนลานของเขาเอง"หมอ! พยาบาล! ช่วยเมียผมด้วย! เธอปวดท้องมาก!" ตะวันตะโกนก้องโถงโรงพยาบาล จนเจ้าหน้าที่เข็นเตียงรับตัวรุดเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว แสนรักถูกวางลงบนเตียงเข็น มือเล็กยังคงบีบมือตะวันไว้แน่นจนเส้นเลือดหลังมือเขาปูดโปน"พี่ตะวัน... ฮึก... แสนรักปวด... ปวดเหมือนตัวจะแตกเลยค่ะ" เสียงสะอื้นที่ขาดห่วงของเธอทำให้หัวใจของมาเฟียหนุ่มบีบคั้นจนแทบจะหยุดหายใจ"พี่อยู่ตรงนี้ครับแสนรัก พี่ไม่ไปไหนทั้งนั้น!" ตะวันวิ่งตามเตียงเข็นไปจนถึงหน้าประตูห้องคลอดสีเขียวสะอาดตาที่สลักคำว่า 'เขตหวงห้าม' พยาบาลรีบเข้ามากันตัวเขาไว้"ญาติรอข้างนอกก่อนนะคะ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่เตรียมตัวคุณแม่เสร็จแล้วจะเชิญคุณพ่อเข้าไปข้างในค่ะ"ตะวันยืนนิ่งง
ค่ำคืนที่เงียบสงัดภายในคฤหาสน์ถูกโอบล้อมด้วยแสงจันทร์สีนวลตา ลมพัดเอื่อยๆ พาเอากลิ่นหอมของดอกราตรีที่แสนรักปลูกไว้ในสวนหลังบ้านโชยเข้ามาถึงระเบียงห้องนอนใหญ่ เวลาผ่านล่วงเลยไปอย่างรวดเร็วราวกับติดปีกบิน จากวันที่ทราบข่าวดีเรื่องเจ้าตัวเล็ก บัดนี้ครรภ์ของแสนรักแก่ขึ้นจนเห็นความนูนเด่นชัดเจนใต้ชุดนอนผ้าแพรสีหวานตะวันในชุดลำลองกางเกงขายาวตัวเดียว นั่งพิงหัวเตียงกว้างโดยมีแสนรักกึ่งนั่งกึ่งนอนเอนกายซบอยู่บนอกแกร่ง มือหนาที่เคยจับอาวุธ บัดนี้ลูบวนไปบนหน้าท้องกลมโตของภรรยาอย่างแผ่วเบาและทะนุถนอม สายตาของเขาเปลี่ยนไปจากคนดุดันกลายเป็นชายหนุ่มที่เปี่ยมไปด้วยความละมุนละไม“ดูสิแสนรัก... เจ้าตัวเล็กเตะพี่อีกแล้ว สงสัยจะอยากออกมาดูโลกเต็มทีแล้วนะครับ” ตะวันกระซิบเสียงทุ้มพลางคลี่ยิ้มกว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงเคลื่อนไหวจากภายใน แสนรักหัวเราะเบาๆ มือเล็กวางทับบนมือของตะวัน“สงสัยจะเหมือนพ่อเขานะคะ ขยันขยับตัวไม่ยอมอยู่นิ่งเลย พี่ตะวันวางแผนหรือยังคะว่าถ้าเขาออกมาแล้ว พี่จะสอนอะไรเขาเป็นอย่างแรก?”“พี่จะสอนให้เขารู้จักคำว่ารักและปกป้องครับแสนรัก” ตะวันจูบที่ขมับของเธอ“พี่จะสอนให้เขาเป็นสุภาพบุรุษท
พายุความกังวลจากเหตุการณ์สะดุดล้มในวันนั้นถูกแทนที่ด้วยคลื่นความรักที่ทวีความรุนแรงยิ่งกว่าเดิม เมื่อกาลเวลาล่วงเข้าสู่สัปดาห์ที่แปดของการตั้งครรภ์ ร่างกายของแสนรักเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ทำให้ชีวิตในคฤหาสน์วรโชติเมธีปั่นป่วนไปหมด ไม่ใช่เพราะศัตรูจากภายนอก แต่เป็นเพราะอาการแพ้ท้องอย่างหนักที่จู่โจมคุณแม่มือใหม่จนแทบกระดิกตัวไม่ได้"อึก... แหวะ!"เสียงขย้อนดังก้องออกมาจากห้องน้ำในเช้ามืดวันที่อากาศเย็นสบาย ตะวันที่นอนตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาสะดุ้งสุดตัว เขาดีดกายลุกขึ้นจากเตียงพุ่งตรงไปยังห้องน้ำทันที ภาพที่เห็นคือแสนรักในชุดนอนสายเดี่ยวสีขาว นั่งคุกเข่าอยู่ ใบหน้าหวานซีดเผือด ผมเผ้ายุ่งเหยิง และดวงตาที่รื้นไปด้วยน้ำตาจากแรงบีบคั้นของกระเพาะอาหาร"แสนรัก... เป็นยังไงบ้างครับคนดี" ตะวันรีบเข้าไปประคองไหล่บาง มือหนาลูบแผ่นหลังให้เบาๆด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสารจนแทบจะอยากเป็นคนแพ้ท้องแทนเสียเอง"พี่ตะวัน... แสนรัก้หม็น... แสนรักเหม็นกลิ่นสบู่ที่พี่เพิ่งใช้จังเลยค่ะ ฮึก" แสนรักเบือนหน้าหนีพลางปิดจมูก น้ำตาคลอเบ้า"สบู่เหรอ? พี่เพิ่งอาบน้ำมาเมื่อกี้นี้เองนะ..
เช้าวันใหม่ที่คฤหาสน์ดูจะเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทันทีที่ผลตรวจเลือดจากโรงพยาบาลยืนยันชัดเจนว่าแสนรักตั้งครรภ์ได้เกือบ 6 สัปดาห์ ตะวันก็เปลี่ยนร่างจากนักธุรกิจมาดเข้มกลายเป็นองครักษ์พิทักษ์คุณแม่แบบเต็มตัว เขาแทบจะไม่ยอมให้แสนรักคลาดสายตาแม้แต่วินาทีเดียว"พี่ตะวันคะ... แสนรักแค่จะไปหยิบน้ำส้มในตู้เย็นเองค่ะ ไม่ต้องประคองขนาดนี้ก็ได้" แสนรักเอ่ยกลั้วหัวเราะ ขณะที่ร่างสูงใหญ่ของตะวันเดินขนาบข้าง มือหนึ่งประคองเอว อีกมือเตรียมพร้อมจะคว้าร่างเธอไว้หากเธอสะดุดยอดหญ้าในบ้าน"ไม่ได้ครับแสนรัก หมอบอกว่าช่วงสามเดือนแรกอันตรายมาก ต้องประคบประหงมให้ดีที่สุด" ตะวันพูดด้วยสีหน้าจริงจังขั้นสุด "แล้วน้ำส้มน่ะ เดี๋ยวพี่ไปหยิบให้เอง แสนรักนั่งเฉยๆบนโซฟานี่แหละ ห้ามลุก ห้ามเดินเยอะ และที่สำคัญที่สุด... ห้ามวิ่ง เด็ดขาด เข้าใจไหมครับ?""รับทราบค่ะ" แสนรักทำท่าตะเบ๊ะหยอกล้อ แต่ในใจกลับรู้สึกอบอุ่นที่เห็นเขาเห่อลูกขนาดนี้ตลอดทั้งสัปดาห์ตะวันสั่งติดตั้งพรมกันลื่นใหม่ทั่วทั้งบ้าน มุมโต๊ะทุกตัวถูกหุ้มด้วยยางกันกระแทกหนาเตอะ จนองศาและสกายที่แวะมาเยี่ยมถึงกับหลุดขำที่เห็นมาเฟียจอมโหดกลายเป็นคนวิตกจ
กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปหนึ่งเดือนเต็มหลังจากค่ำคืนที่แสนหวานในห้องทำงานวันนั้น บ้านของตะวันดูจะสว่างไสวและเต็มไปด้วยพลังงานบวกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ตะวันเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะนักธุรกิจสีขาวอย่างเต็มตัว เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการประชุมร่วมกับองศาและสกายเพื่อนสนิทที่ร่วมหัวจมท้ายกันมานาน เพื่อวางรากฐานโปรเจกต์อสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่จะเน้นความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างสรรค์ชุมชนที่ปลอดภัย ซึ่งเป็นธุรกิจที่เขาตั้งใจจะมอบให้เป็นของขวัญแก่ครอบครัวในอนาคตเย็นวันนั้นรถยุโรปคันหรูของตะวันแล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้านพร้อมกับรถขององศาและสกายที่ตามมาติดๆ วันนี้เป็นวันที่พวกเขาเพิ่งกลับจากการไปดูไซต์งานก่อสร้างที่เขาใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ตะวันตั้งใจจะสร้างรีสอร์ตระดับไฮเอนด์และแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้สร้างบ้านพักตากอากาศส่วนตัว**ดารินก้าวลงจากรถพร้อมกับหิ้วถุงของฝากพะรุงพะรัง ทั้งขนมนำเข้าจากต่างประเทศและของฝากติดไม้ติดมือจากเขาใหญ่ เธอเดินนำหน้าพวกหนุ่มๆ เข้าไปในตัวบ้านด้วยความร่าเริงตามสไตล์"แสนรัก! พี่ดารินมาแล้วค่า มีของอร่อยมาฝากเพียบเลยนะ!” เสียงใสของดารินดังก้องไปทั่วโถงบ้านหรูใ
ท้องฟ้าเหนือกรุงเทพมหานครเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่น เมฆฝนตั้งเค้ามาแต่ไกลส่งสัญญาณถึงพายุที่กำลังจะโหมกระหน่ำ เช่นเดียวกับคลื่นใต้น้ำที่สิรินาถซุกซ่อนไว้ในใจ ความคั่งแค้นจากการที่ถูกตะวันฉีกหน้ากลางงานแต่งงานจนชื่อเสียงของเธอป่นปี้นิ้วเรียวยาวไล่ไปตามข้อมูลที่ผู้จัดการส่วนตัวพึ่งส่งมา เป็นรายละเอีย
เสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงแผ่วเบาอยู่ภายในห้องโถงหรูหราของโรงแรมระดับห้าดาว กลิ่นดอกลิลลี่สีขาวอบอวลไปทั่วงาน ภายในงานยังประดับประดาด้วยผ้าไหมสีทองดูสูงค่าอย่างที่สิรินาถคุณหนูของตระกูลที่มีทั้งอำนาจและเงินทองชอบทุกอย่างราวกับถูกจัดเตรียมไว้อย่างประณีตยิ่งกว่าครั้งก่อน เพราะนี่คือการแก้ตัวหลังจากที่ง
แสงแดดอ่อนยามเช้าทอแสงลอดผ่านผ้าม่านสีขาวนวลเข้ามาในห้องนอนกว้าง กลิ่นอายของความรักและบทเพลงแห่งความปรารถนาเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาและกลิ่นแอลกอฮอล์จายกายเขายังคงอบอวลอยู่ในอากาศ ตาวันลืมตาขึ้นช้าๆ ความรู้สึกแรกที่เยาสัมผัสได้คือความอบอุ่นจากร่างนุ่มนิ่มของแสนรักที่ซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของเขา เขามองเธอท
ท่ามกลางแสงไฟสลัวภายในบ้านพัก เสียงดนตรีจากงานปาร์ตี้ด้านล่างเริ่มจางหายไปแทนที่ด้วยความเงียบสงัดของทางเดินชั้นบน ร่างสูงใหญ่ของตะวันทิ้งน้ำหนักตัวเกือบทั้งหมดลงบนบ่าเล็กของแสนรัก เธอพยายามประคองเขาที่เมามายไม่ได้สติจากการดวลเหล้ากับ องศา และ สกาย มาตลอดทั้งคืน "พี่ตะวันคะ อดทนหน่อยนะ ใกล้ถึงห้องแล
![นรสิงห์ [มาเฟียร้ายรัก]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






