تسجيل الدخولคฤหาสต์ของตะวัน
ตะวันวิ่งเข้าไปในตัวคฤหาสน์ทันทีหลังจากเขาให้คนเหยียบคันเร่งรถจากที่จอดเครื่องบินส่วนตัวมาด้วยความเร็ว ขายาวก้าวเข้าไปในตัวบ้านก่อนจะเห็นว่าทุกคนนั่งรอเขาอยู่ที่นั่น มือหนารับเอาเอกสารสัญญาในมือองศามา ดวงตาคมไล่อ่านตัวอักษรตั้งแต่ตัวแรกจนตัวถึงตัวสุดท้ายให้เข้าใจ เขากำมือแน่นอย่างโกรธเคืองที่พวกมันกล้าเอาแสนรักมาต่อรองกับเขา พวกมันไม่รู้หรอกว่าแสนรักมีค่าสำหรับเยามากกว่าเส้นทางพวกนี้มาก แต่ตะวันก็มั่นใจว่าไม่ว่าอะไรจะสำคัญกว่าสำหรับเขา แต่เขาก็ยังจะไม่สูญเสียอะไรไป ตะวันสั่งให้แมนวิ่งขึ้นไปเอาหมึกสำหรับปั๊มลายนิ้วมือของเขามา เขาเซ็นมันทันทีและปั๊มนิ้วมือลงไปอย่างรวดเร็วจนองศาที่อยากจะรั้งด้วยความไม่เข้าใจยังรั้งไว้ไม่ทัน "มึงจะยอมหรอว่ะ" "กูไม่นอมเสียอะไรของกูให้ใคร ไม่ว่าจะเส้นทางธุรกิจ หรือแสนรัก แต่คิดจะเล่นละครก็ต้องเล่นให้เนียน ยังไงซะตอนนี้มันก็ยังมีแสนรักมีตัวประกันในมือ ยอมทำแบบนี้ไปก่อน แล้วค่อยทำให้พวกมันรู้สึกสูญเสียของที่อยากได้ไปตรฝหน้าดีกว่า" "งั้นมึงจะเอาไงต่อ?" สกายยกมือขึ้นท้าวเอวถามใบหน้าของเขาจริงจังรอคอยคำตอบจากตะวัน ในเวลานี้ถ้าตะวันอยากให้ช่วยอะไร เขาก็พร้อมช่วยเสมอ "มันบอกให้มึงไปภายในสิบโมง แต่มึงคงทนไม่ไหวใช่ไหม?" องศารู้ใจเพื่อนเป็นอย่างดี ตะวันตอบรับสิ่งที่องศาถามในทันที เขารอไม่ได้ ยิ่งน้องอยู่ในมือมันยิ่งยอมไม่ได้ มันอาจจะรับปากว่าจะไม่ทำร้ายหรือฆ่าแสนรักก่อนเขาจะไป แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่ทำอย่างอื่น ตะวัันอยู่วงการนี้มาพักใหญ่ เขารู้ดีว่าไม่มีสัจจะในคำพูดของพวกมัน "ทุกวินาทีมีค่ามาก มันเหมือนกับการที่ปล่อยให้น้องอยู่ในที่ไม่ปลอดภัยนานขึ้นเรื่อยๆ เพราะงั้นกูจะไม่ทนรอหรอก" เขากล่าวอย่างแน่วแน่ ตะวันรับเอาปืนจากแมนมาเช็คลูกกระสุน เขาพร้อมลั่นไกลเสมอถ้ามีโอกาส และเมื่อไปถึงหากเห็นว่าแสนรักมรแผลแม้แต่ปลายเล็บ.เขาจะฆ่าพวกมันให้ตายทีีละคน "โอเค งั้นพวกกูไปด้วย" "องศาคนเดียวพอ สกายมึงอยู่นี่ คอยดูรินกับฉัตรเถอะ" ตะวันพยักเพยิดหน้าให้สกายที่ตั้งท่าจะไปด้วยมองไปทางปาริฉัตรที่นั่งอยู่โดยมีดาริินนั่งตรวจดูรอยช้ำแล้วทายาให้ สกายพยักหน้าตอบรับอย่างว่าง่าย ตะวัันรู้ดีว่าเพื่อนเขาเองก็คงห่วงปาริฉัตรไม่น้อยเลย "นายจะให้ผมไปด้วยไหมครับ?" "มึงเป็นคนที่กูไว้ใจที่สุด รออยู่ที่นี่ เผื่อมันมีอะไรเกินการควบคุม กูจะได้วางใจว่ายังเหลือมึงที่พร้อมจัดการทุกอย่างให้ราบรื่นต่อ" เขามองแมนที่พยักหน้ารับคำ การเอาแมนไว้ที่นี่ง่ายต่อเขาหากเกิดเรื่องที่เขาไม่ทันได้ตั้งตัว ยังน้อยแมนที่คอยจับตาดูจะได้เข้าไปช่วยพวกเขาได้ทันเวลา "แต่ยังไงถ้าอันตรายหรือเสี่ยงเกินไป บอกกูทันทีนะเว้ย กูจะได้ไปช่วย" สกายยังคงอดห่วงไม่ได้ เขาห่วงเพื่อน และไม่ชอบความรู้สึกของการรอคอย หรือมานั่งเดาว่าเพื่อนของเขาจะรอดไหม แต่ปาริฉัตรที่อยู่ทางนี้เขาก็ทิ้งไปไม่ได้ "มึงอยู่นี่ ดูแลคู่หมั้นมึงให้ดี ส่วนเรื่องแสนรักกูจะจัดการเอง" โกดังร้างที่ลับของพวกคาลอส 'คาลอส' คู่อริตัวเต็งเส้นทางสีเทาของตะวัน คาลอสอายุมากกว่าตะวัยหลายปีและเคยโดดเด่นในแวดวงนี้มาก่อน จนกระทั่งตะวันเด็กที่ดูเหมือนไม่มีอะไรเลยแต่กลับสามารถอยู่เหนือเขาด้วยช่วงเวลาเพียงสั้น มันทำให้คาลอสเกลียดตะวันเข้าใส่ ยิ่งลูกค้ารายใหญ่เทใจไปทางตะวันกันหมด ความเกลียดของคาลอสก็ทวีคูณขึ้น "นายจับฉันมาทำไม!?" แสนรักตะโกนถามทั้งที่ยังโดนมัดติดไว้ที่เก้าอี้ ดวงตากลมมองคาลอสที่นั่งไขว่สูบบุหรี่อยู่ไม่ไกล ทุกคนที่นี่กลัวคนตรงหน้าเธอกันหมด แสดงว่าเขานั่นแหละคือนายของคนพวกนี้ "เดี๋ยวก็รู้เอง อย่าพูดมาก ไม่งั้นฉันจะตัดลิ้นเธอ" เสียงเข้มนั้นแฝงความหงุดหงิดเอาไว้จนแสนรักเงียบไปชั่วครู่ อีกคนนั่งอยู่ไกลและไฟในโกดังเปิดแค่พอสลัวทำให้เธอมองไม่เห็นหน้าเขาแบบชัดเจน แต่ยังรับรู้ได้ถึงความเย็นเยือก ราวกับว่าคนตรงหน้าคือบุคคลอันตรายคนหนึ่ง "นายต้องการอะไรจากพี่ตะวัน?" แสนรักไม่ลดละและถามอย่างตรงไปตรงมา เธอสังเกตเห็นสีหน้าของฮงศาและสกายที่อ่านเอกสารนั่นด้วยความหนักใจ แสดงว่าสิ่งคนตรงหน้าต้องการ แค่นั้นก็คาดเดาได้ว่ามันอาจเป็นเรื่องสำคัญ "มึงไม่จำเป็นต้องมายุ่ง ถ้าไม่อยู่เป็นตัวประกันเฉยๆ แล้วเอาแต่ถามนั่นถามนี่หรือโวยวาย กูจะฆ่ามึงซะ" "ถ้านายฆ่าฉัน ไม่ว่าอะไรที่นายต้องการจากพี่ตะวัน นายจะไม่มีวันได้" แม้จะเสียงสั่นเพียงไหนเธอก็ยังคงเถียงออกไป แสนรักรวบรวมความกล้าและซ่อนความหวาดกลัวเอาไว้ เธอเชื่อมใจในตัวตะวันว่าเขาจะไม่มีวันปล่อยเธอไว้แบบนี้ "เหอะ นี่ฟังเหมือนคำขู่เลยนะ" กายกำยำเดินเข้ามาใกล้แสนรักมากขึ้น มือหนาบีบที่คางเต็มแรงแล้วเชิดขึ้น มันทำให้เธอเหผ้นบาดแผลบนใบหน้าของอีกคนได้ชัดขึ้น แผลเป็นคาดบนใบหน้านั้นนูนจนเห็นชัด แสนรักสะดุ้งเฮือกไปชั้วครู่่ก่อนจะถูกบีบคางเต็มแรง "ตกใจหรอ? แผลนี้แหละ เป็นแผลที่ไอ้ตะวันมาฝากความแค้นเอาำว้ที่ฉัน!!!! ฮ่าๆๆ" แสนรักยิ่งตัวสั่นเทาเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะและร้องไห้ปะปนกันเหมือนกับเสียสติอยู่ "จะ .... จะทำอะไรน่ะ!?" แสนรักเอ่ยเสียงสั้นเมื่อปลายมีดแหลมถูกถือมาทางเธอก่อนคมของมันจะไล้ไปตามกรอบหน้าแผ่วเบา "เอาคืนไง กูสัญญาว่าจะเจ็บแค่แปปเดียใ"กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปราวกับภาพฝัน จากทารกน้อยตัวแดงเรื่อในอ้อมกอดวันนั้น บัดนี้น้องอคิณเติบโตขึ้นเป็นเด็กชายวัยสองขวบที่เต็มไปด้วยพลังงานและความสดใส ใบหน้าถอดแบบมาจากตะวันราวกับพิมพ์เดียวกัน ทั้งดวงตาคมกริบและจมูกโด่งรั้น หากแต่รอยยิ้มหวานหยดและแก้มป่องนั้นกลับได้มาจากแสนรักผู้เป็นแม่มาอย่างเต็มเปี่ยมคฤหาสน์ที่เคยเงียบเหงาและเคร่งขรึม บัดนี้ก้องกังวานไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงฝีเท้าเล็กๆที่วิ่งวุ่นไปทั่ว สนามหญ้าหน้าบ้านที่ตะวันเคยสัญญาว่าจะสร้างเป็นสนามเด็กเล่น บัดนี้ถูกเติมเต็มด้วยเครื่องเล่นหลากสีสันและบ่อทรายขนาดใหญ่ โดยมีเรือนกระจกหลังงามตั้งตระหง่านอยู่เคียงข้าง ดอกกุหลาบอังกฤษและลาเวนเดอร์ชูช่อบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบริเวณตะวันในชุดลำลองสบายๆสลัดคราบนักธุรกิจพันล้านทิ้งไปจนหมดสิ้น เขานั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นหญ้า คอยระวังหลังให้ลูกชายตัวน้อยที่กำลังพยายามปีนป่ายสไลเดอร์อย่างมุ่งมั่น โดยมีแสนรักนั่งมองภาพนั้นอยู่บนม้านั่งไม้ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ รอยยิ้มของเธอเปี่ยมไปด้วยความสุขที่เอ่อล้นจนไม่อาจบรรยายได้“ระวังครับอคิณ ค่อยๆก้าวลูก พ่อประคองอยู่ครับ” เสียงทุ้มของตะวัน
เสียงไซเรนจากรถตำรวจนำขบวนของลูกน้องตะวันดังสนั่นไปทั่วท้องถนนยามค่ำคืน รถยุโรปคันหรูพุ่งทะยานเข้าสู่หน้าแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่กฎหมายและสัญชาตญาณจะเอื้ออำนวย ทันทีที่รถจอดสนิทตะวันแทบจะกระโจนลงจากรถก่อนที่คนขับจะดับเครื่องยนต์เสียอีก เขารีบช้อนร่างของแสนรักที่บัดนี้ใบหน้าซีดเผือดและชุ่มไปด้วยเหงื่อขึ้นแนบอก ท่ามกลางเสียงตะโกนสั่งการที่ปนไปด้วยความลนลานของเขาเอง"หมอ! พยาบาล! ช่วยเมียผมด้วย! เธอปวดท้องมาก!" ตะวันตะโกนก้องโถงโรงพยาบาล จนเจ้าหน้าที่เข็นเตียงรับตัวรุดเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว แสนรักถูกวางลงบนเตียงเข็น มือเล็กยังคงบีบมือตะวันไว้แน่นจนเส้นเลือดหลังมือเขาปูดโปน"พี่ตะวัน... ฮึก... แสนรักปวด... ปวดเหมือนตัวจะแตกเลยค่ะ" เสียงสะอื้นที่ขาดห่วงของเธอทำให้หัวใจของมาเฟียหนุ่มบีบคั้นจนแทบจะหยุดหายใจ"พี่อยู่ตรงนี้ครับแสนรัก พี่ไม่ไปไหนทั้งนั้น!" ตะวันวิ่งตามเตียงเข็นไปจนถึงหน้าประตูห้องคลอดสีเขียวสะอาดตาที่สลักคำว่า 'เขตหวงห้าม' พยาบาลรีบเข้ามากันตัวเขาไว้"ญาติรอข้างนอกก่อนนะคะ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่เตรียมตัวคุณแม่เสร็จแล้วจะเชิญคุณพ่อเข้าไปข้างในค่ะ"ตะวันยืนนิ่งง
ค่ำคืนที่เงียบสงัดภายในคฤหาสน์ถูกโอบล้อมด้วยแสงจันทร์สีนวลตา ลมพัดเอื่อยๆ พาเอากลิ่นหอมของดอกราตรีที่แสนรักปลูกไว้ในสวนหลังบ้านโชยเข้ามาถึงระเบียงห้องนอนใหญ่ เวลาผ่านล่วงเลยไปอย่างรวดเร็วราวกับติดปีกบิน จากวันที่ทราบข่าวดีเรื่องเจ้าตัวเล็ก บัดนี้ครรภ์ของแสนรักแก่ขึ้นจนเห็นความนูนเด่นชัดเจนใต้ชุดนอนผ้าแพรสีหวานตะวันในชุดลำลองกางเกงขายาวตัวเดียว นั่งพิงหัวเตียงกว้างโดยมีแสนรักกึ่งนั่งกึ่งนอนเอนกายซบอยู่บนอกแกร่ง มือหนาที่เคยจับอาวุธ บัดนี้ลูบวนไปบนหน้าท้องกลมโตของภรรยาอย่างแผ่วเบาและทะนุถนอม สายตาของเขาเปลี่ยนไปจากคนดุดันกลายเป็นชายหนุ่มที่เปี่ยมไปด้วยความละมุนละไม“ดูสิแสนรัก... เจ้าตัวเล็กเตะพี่อีกแล้ว สงสัยจะอยากออกมาดูโลกเต็มทีแล้วนะครับ” ตะวันกระซิบเสียงทุ้มพลางคลี่ยิ้มกว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงเคลื่อนไหวจากภายใน แสนรักหัวเราะเบาๆ มือเล็กวางทับบนมือของตะวัน“สงสัยจะเหมือนพ่อเขานะคะ ขยันขยับตัวไม่ยอมอยู่นิ่งเลย พี่ตะวันวางแผนหรือยังคะว่าถ้าเขาออกมาแล้ว พี่จะสอนอะไรเขาเป็นอย่างแรก?”“พี่จะสอนให้เขารู้จักคำว่ารักและปกป้องครับแสนรัก” ตะวันจูบที่ขมับของเธอ“พี่จะสอนให้เขาเป็นสุภาพบุรุษท
พายุความกังวลจากเหตุการณ์สะดุดล้มในวันนั้นถูกแทนที่ด้วยคลื่นความรักที่ทวีความรุนแรงยิ่งกว่าเดิม เมื่อกาลเวลาล่วงเข้าสู่สัปดาห์ที่แปดของการตั้งครรภ์ ร่างกายของแสนรักเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ทำให้ชีวิตในคฤหาสน์วรโชติเมธีปั่นป่วนไปหมด ไม่ใช่เพราะศัตรูจากภายนอก แต่เป็นเพราะอาการแพ้ท้องอย่างหนักที่จู่โจมคุณแม่มือใหม่จนแทบกระดิกตัวไม่ได้"อึก... แหวะ!"เสียงขย้อนดังก้องออกมาจากห้องน้ำในเช้ามืดวันที่อากาศเย็นสบาย ตะวันที่นอนตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาสะดุ้งสุดตัว เขาดีดกายลุกขึ้นจากเตียงพุ่งตรงไปยังห้องน้ำทันที ภาพที่เห็นคือแสนรักในชุดนอนสายเดี่ยวสีขาว นั่งคุกเข่าอยู่ ใบหน้าหวานซีดเผือด ผมเผ้ายุ่งเหยิง และดวงตาที่รื้นไปด้วยน้ำตาจากแรงบีบคั้นของกระเพาะอาหาร"แสนรัก... เป็นยังไงบ้างครับคนดี" ตะวันรีบเข้าไปประคองไหล่บาง มือหนาลูบแผ่นหลังให้เบาๆด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสารจนแทบจะอยากเป็นคนแพ้ท้องแทนเสียเอง"พี่ตะวัน... แสนรัก้หม็น... แสนรักเหม็นกลิ่นสบู่ที่พี่เพิ่งใช้จังเลยค่ะ ฮึก" แสนรักเบือนหน้าหนีพลางปิดจมูก น้ำตาคลอเบ้า"สบู่เหรอ? พี่เพิ่งอาบน้ำมาเมื่อกี้นี้เองนะ..
เช้าวันใหม่ที่คฤหาสน์ดูจะเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทันทีที่ผลตรวจเลือดจากโรงพยาบาลยืนยันชัดเจนว่าแสนรักตั้งครรภ์ได้เกือบ 6 สัปดาห์ ตะวันก็เปลี่ยนร่างจากนักธุรกิจมาดเข้มกลายเป็นองครักษ์พิทักษ์คุณแม่แบบเต็มตัว เขาแทบจะไม่ยอมให้แสนรักคลาดสายตาแม้แต่วินาทีเดียว"พี่ตะวันคะ... แสนรักแค่จะไปหยิบน้ำส้มในตู้เย็นเองค่ะ ไม่ต้องประคองขนาดนี้ก็ได้" แสนรักเอ่ยกลั้วหัวเราะ ขณะที่ร่างสูงใหญ่ของตะวันเดินขนาบข้าง มือหนึ่งประคองเอว อีกมือเตรียมพร้อมจะคว้าร่างเธอไว้หากเธอสะดุดยอดหญ้าในบ้าน"ไม่ได้ครับแสนรัก หมอบอกว่าช่วงสามเดือนแรกอันตรายมาก ต้องประคบประหงมให้ดีที่สุด" ตะวันพูดด้วยสีหน้าจริงจังขั้นสุด "แล้วน้ำส้มน่ะ เดี๋ยวพี่ไปหยิบให้เอง แสนรักนั่งเฉยๆบนโซฟานี่แหละ ห้ามลุก ห้ามเดินเยอะ และที่สำคัญที่สุด... ห้ามวิ่ง เด็ดขาด เข้าใจไหมครับ?""รับทราบค่ะ" แสนรักทำท่าตะเบ๊ะหยอกล้อ แต่ในใจกลับรู้สึกอบอุ่นที่เห็นเขาเห่อลูกขนาดนี้ตลอดทั้งสัปดาห์ตะวันสั่งติดตั้งพรมกันลื่นใหม่ทั่วทั้งบ้าน มุมโต๊ะทุกตัวถูกหุ้มด้วยยางกันกระแทกหนาเตอะ จนองศาและสกายที่แวะมาเยี่ยมถึงกับหลุดขำที่เห็นมาเฟียจอมโหดกลายเป็นคนวิตกจ
กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปหนึ่งเดือนเต็มหลังจากค่ำคืนที่แสนหวานในห้องทำงานวันนั้น บ้านของตะวันดูจะสว่างไสวและเต็มไปด้วยพลังงานบวกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ตะวันเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะนักธุรกิจสีขาวอย่างเต็มตัว เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการประชุมร่วมกับองศาและสกายเพื่อนสนิทที่ร่วมหัวจมท้ายกันมานาน เพื่อวางรากฐานโปรเจกต์อสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่จะเน้นความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างสรรค์ชุมชนที่ปลอดภัย ซึ่งเป็นธุรกิจที่เขาตั้งใจจะมอบให้เป็นของขวัญแก่ครอบครัวในอนาคตเย็นวันนั้นรถยุโรปคันหรูของตะวันแล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้านพร้อมกับรถขององศาและสกายที่ตามมาติดๆ วันนี้เป็นวันที่พวกเขาเพิ่งกลับจากการไปดูไซต์งานก่อสร้างที่เขาใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ตะวันตั้งใจจะสร้างรีสอร์ตระดับไฮเอนด์และแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้สร้างบ้านพักตากอากาศส่วนตัว**ดารินก้าวลงจากรถพร้อมกับหิ้วถุงของฝากพะรุงพะรัง ทั้งขนมนำเข้าจากต่างประเทศและของฝากติดไม้ติดมือจากเขาใหญ่ เธอเดินนำหน้าพวกหนุ่มๆ เข้าไปในตัวบ้านด้วยความร่าเริงตามสไตล์"แสนรัก! พี่ดารินมาแล้วค่า มีของอร่อยมาฝากเพียบเลยนะ!” เสียงใสของดารินดังก้องไปทั่วโถงบ้านหรูใ
แสงแดดอ่อนๆยามเช้าทอดผ่านบานหน้าต่างกระจกใสของห้องพักฟื้นวีไอพีในโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจางๆถูกกลบด้วยกลิ่นหอมละมุนของดอกลิลลี่สีขาวที่วางประดับอยู่ตรงมุมห้อง เสียงเครื่องวัดชีพจรดังกังวานเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับเพลงกล่อมเด็กที่ช่วยปลอบประโลมความวุ่นวายในจิตใจให้สงบลงตะวันค่อยๆขย
“แสนรัก! ดูจี้เพชรรูปหยดน้ำอันนี้สิ พี่ว่ามันเข้ากับชุดเดรสสีขาวที่แสนรักใส่มาวันนี้มากเลยนะ” ดารินเอ่ยขึ้นด้วยเสียงใสเจื้อยแจ้ว พยายามดึงความสนใจของแสนรักให้จดจ่ออยู่กับตู้กระจกที่ส่องประกายระยิบระยับ แสนรักยิ้มบางๆ พยักหน้าเออออไปตามคำชวน“สวยค่ะพี่ดาริน แต่เราเดินดูมาหลายร้านแล้วนะคะ พี่ยังไม่เห
ท้องฟ้าเหนือกรุงเทพมหานครเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่น เมฆฝนตั้งเค้ามาแต่ไกลส่งสัญญาณถึงพายุที่กำลังจะโหมกระหน่ำ เช่นเดียวกับคลื่นใต้น้ำที่สิรินาถซุกซ่อนไว้ในใจ ความคั่งแค้นจากการที่ถูกตะวันฉีกหน้ากลางงานแต่งงานจนชื่อเสียงของเธอป่นปี้นิ้วเรียวยาวไล่ไปตามข้อมูลที่ผู้จัดการส่วนตัวพึ่งส่งมา เป็นรายละเอีย
เสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงแผ่วเบาอยู่ภายในห้องโถงหรูหราของโรงแรมระดับห้าดาว กลิ่นดอกลิลลี่สีขาวอบอวลไปทั่วงาน ภายในงานยังประดับประดาด้วยผ้าไหมสีทองดูสูงค่าอย่างที่สิรินาถคุณหนูของตระกูลที่มีทั้งอำนาจและเงินทองชอบทุกอย่างราวกับถูกจัดเตรียมไว้อย่างประณีตยิ่งกว่าครั้งก่อน เพราะนี่คือการแก้ตัวหลังจากที่ง







