Masukแผลที่คอยังคงมีเลือดติดแห้งกังแต่คนตรงหน้าเธอกับเอามีดขยับมาใกล้เธออีกครั้ง ความเย็นเฉียบของมีดที่ไล้ไปตามผิวหน้าทำให้แสนรักตัวสั่นเทาไปทั้งตัวด้วยความหวาดกลัว เธอพยายามดิ้นเร่าแต่แขนและขาที่ถูกมัดคิดกับเก้าอี้กลายเป็นอุปสรรคใหญ่สำหรับการหลีกหนี
แสนรักหลับตาลงเมื่อคิดว่าตัวเองคงไม่อาจเอาตัวรอดไปจากตรงนี้ได้ แต่แล้วเสียงฝีเท้าของคนหลายคนที่วิ่งเข้ามาและเสียงแสนคุ้นหูก็ทำให้เธอมีความหวัง "ไอ้คาลอส ปล่อยคนของกู!" เสียงคุ้นหูของเขาตะโกนดังลั่นทำให้แสนรักใจชื้นขึ้นมาเมื่อได้ยิน ดวงตากลมสั่นไหวน้ำตาแทบจะไหลออกมาอยู่รอมร่อเมื่อเห็นคนที่รอคอยอยู่ตรงหน้า "มาเร็วชิบหาย กูกะจะเล่นสนุกกับมันสักหน่อย" คาลอสขยับไปยืนอยู่ด้านหลังร่างเล็กทันที แขนแกร่งของมันโอบไว้รอบคอของแสนรักพร้อมกับปลายมีดที่ถือจ่อไปมาอยู่ตามใบหน้าแล้วยกขึ้นถือให้ตะวันได้เห็น "พี่ตะวัน...." เสียงหวานของแสนรักแผ่วเบาแต่ตะวันกลับได้ยินมัรชัดเจน เขามองสบตาคนน้องเพื่อให้เธอเขื่อมั่นในตัวเขาและไม่กังวล ประโยคปลอบประโลมถูกเขาพูดออกไป "แสนรักต้องกลัวนะ พี่อยู่นี่แล้ว" "อีนี่มันสำคัญกับมึงจริงๆสินะ แสดงว่ากูจับมาไม่ผิดตัว" ยิ่งตะวันแสดงออกมาเท่าไหร่ก็ยิ่งย้ำเตือนให้มั่นใจว่าแสนรักเป็นคนสำคัญของเขา คาลอสที่จับทางได้ก็ขยับมืดมาลูบไล้ไปตามแก้มเนียนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่มีคำพูดขู่แต่ตะวันกลับรู้สึกเหมือนถํกข่มขู่อยู่ตลอดเวลา "เอามีดออกไปให้ไกลแสนรัก ถ้ามึงอยากได้สิ่งที่มึึึงต้องการ" เขายื่นคำขาดแล้วยกซองเอกสารให้คนตรงหน้าดู มึงอีกข้างเขากำแน่นอย่างโกรธเคือง สัญญาว่าพอเอาแสนรักกลับคืนมาในอ้อมกอดได้เมื่อไหร่ เขาจะจัดการมันในทันทีแบบไม่ปราณีใดๆ "กูว่าในตอนนี้ไม่ใช่มึงนะที่มีสิทธิ์ตัดสินใจอะไรอ่ะ" "นี่มึงคิดจะตุกติกหรอ!!" ตะวันที่เห็นว่าปลายมีดนั้นกดที่แก้มเนียนของแสนรักให้พอเลือดซิบเขาก็พยายามจะขยับเข้าไปแต่คนของคาลอสมาขวางไว้ก่อส เขากัดฟันกรอดอย่างโกรธเคือง แผลที่หน้าเธอแม้จะไม่ใหญ่ แต่มันกลับส่งความเจ็บปวดมากมายมาที่ใจเขา "แหม ก็มองกูในแง่ร้ายเกินไป กูก็แค่เปลี่ยนคำพูดนิดหน่อยเอง แค่อยากเล่นสนุก อย่าเรียกว่าตุกติกสิ" คาลอสเปลี่ยนจุดกดมีดลงอีกนิดหน่อย เขามองคนน้องที่หลับตาแน่น โชคดีที่คาลอสยังกดไม่แรงนัก มัันกำลังทำเหมือนเล่นสนุกอย่างที่บอก แต่เป็นการเล่นสนุกบนความรู้สึกและความอดทนของเขา "มึงต้องการอะไร!?" ในตอนนี้เขาเข้ามาที่นี่คนเดียวเพราะเป็นข้อต่อรองของมัน แต่เขาก็ไม่ได้โง่ขนาดนั้น ทันทีที่องศากับลูกน้องเขาจัดการข้างนอกเรียบร้อย เวลานั้นแหละคือเวลาตายของมัน ขายาวก้าวเชื่อวช้าแค่ได้เพียงสองก้าวก็ต้องหยุดลง เพราะยิ่งก้าวไปใกล้มีดเย็นเฉียบก็จะกดให้เกิดแผลบนใบหน้าแสนรักเพิ่มขึ้นอีกราวกับการเตือนเขาไม่ให้ทำอะไรนอกเหนือจากที่บ้านต้องการ "แผลที่หน้ากูมึงฝากไว้ งั้นหน้าอีนี่กูก็อยากฝากไว้เหมือนกัน เผื่อเวลาเห็นหน้ามัน มึงจะได้จำได้ว่าทำอะะไรกับกูเอาไว้บ้าง!" "อย่านะ!! ถ้ามึงทำแสนรักเจ็บแม้แต่นิดเดียว ก็ฆ่ามึงแน่!!" สิ่งที่ตะวัันกำลังพูดไม่ใช่คำขู่ หากคาลอสยังทำอะไรมากกว่านี้เขาก็ยินดีที่จะพรากชีวิตมัน และดูเหมือนคนตรงหน้าจะไม่เชื่อและคิดว่าเขาหมดหนทางแล้วจริงๆ น้ำเสียงราวกับว่าอยู่เหนือว่าทำเอาตะวันอยากจะหัวเราะออกมาแต่ก็เก็บอาการไว้เพราะไม่อยากให้มันรู้ตัวก่อน "จุ๊ๆๆ ไอ้ตะวัน ตอนนี้อีนี่อยู่ในมือกู มึงจะทำอะไรก็ได้" "กูบอกว่าอย่าแตะไง!!" ตะวันก้าวเข้าไปอีกก้าวเมื่อเห็นว่าปลายจมูกของมันเริ่มจะเข้าใกล้แสนรัก ท่าทางเย้นหยันและรอยยิ้มท้าทายนั้นทำเอาตะวันออกจนเลือดขึ้นหน้า เขาค่อยๆประโลมตัวเองในใจว่าให้ใจเย็น ตะวันนับหนึ่งถึงสิบในใจเมื่อเขามองนาฬิกาที่ข้อมือ มันเป็นเวลาที่เขาคาดคะเนไว้ว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย ปึ้ง!!! องศาและลูกน้องเขากรูเข้ามาก่อนจะล้อมรอบเอาไว้เป็นวงกลม ลูกน้องของคาลอสที่อยู่ที่นี่ถูกคนของเขาจัดการทันที ตะวันจ้องมองคาลอสที่เริ่มตื่นตระหนก ถึงมันจะไม่มีลูกน้องคอยช่วยแล้วในตอนนี้ แต่ก็ยังมีแสนรักอยู่ในกำมือซึ่งนั่นมันน่ากลัวสำหรับเขามากกว่าสิ่งไหน "มึงเล่นตุกติกหรอไอ้ตะวัน!" "ทีมึงยังตุกติกกูเลย ส่งคนของกูคืนมา" เขาเน้นย้ำคำว่า 'คนของกู' เพื่อให่คาลอสเห็นความสำคัญของแสนรัก และทำให้มันได้รู้ว่าไม่ควรมายุ่หรือปตะต้องคนของเขาเด็ดขาด "อีนี่ยังอยู่กับกู! แน่จริงมึงก็เข้ามา" เชือกที่มัดแขนและขาของแสนรักถูกคาลอสเอามีดตัดเชือกทั้งหมดออก กายเล็กถูกกระชากไปล็อกไว้เพื่อเป็นโล่กำบัง ตะวันยกมือให้ลูกน้องเขาลดปืนลงทันที "มึงแน่ใจนะว่าจะเอาแบบนี้?" ตะวัันถามเสียงเรียบ ในเมื่อให้โอาสไปแล้วแม้จะแค่เล็กน้อย แต่ในเมื่อมันไม่รับ เขาก็ไม่จำเป็นต้องให้โอกาสอีก "ทำไม!? มึงกลัวขึ้นมาแล้วหรอ!?" "พี่ตะวัน... แสนรักกลัว" เสียงสั่นเครืออของแสนรักทำตะวัันใจอ่อนยวบ แต่เขาสะบัดหัวเพื่อให้กลับมาเป็นคนที่ดุดันพอ ถ้าเขาแสดงออกมากเกินไป อาจกลายเป็นจุดที่ทำให้คาลอสใช้ฌจมตีเขาได้ง่ายๆ เพราะฉะนั้นตะวันจะไม่มีวันยอมให้คนเห็นมุมที่น่าสงสารของเขาเด็ดขาด "กูจะให้มึงเลือก ปล่อยแสนรักแล้วไปซะ กับไม่ปล่อยแล้วให้กูจัดการมึง" "มึงอย่ามาต่อรองกับกู" "เลือก!!!!"ภายในห้องนอนใหญ่ที่มืดสลัว แสงเทียนสั่นไหววูบวาบประดับบนโต๊ะอาหารมื้อพิเศษที่ อาทิตย์สั่งให้จัดเตรียมขึ้น เขานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับแสนรักในชุดสูทสีขาวสะอาดตาที่จงใจให้ดูเหมือนเทพบุตรที่สุดเท่าที่จะทำได้"แสนรัก... ในเมื่อทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นใหม่แล้ว พี่อยากให้เรามีพันธสัญญาที่มั่นคงกว่าเดิม" อาทิตย์เอ่ยเสียงนุ่มพลางหยิบกล่องแหวนเพชรเม็ดโตออกมาวางบนโต๊ะ "แต่งงานกับพี่นะ..."แสนรักจ้องมองกล่องแหวนนั้นด้วยความรู้สึกขยะแขยงจนแทบอยากจะอาเจียน มือของเธอที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ดวงตากลมมองแหวนในนิ้วที่ตะวันใส่ให้ ทุกอย่างยิ่งยืนยันกับเธอชัดเจนว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ตะวัน เธอแอบชำเลืองมองนาฬิกาที่ผนัง... อีกเพียงสิบนาทีเท่านั้น"พี่ตะวันคะ... แสนรักขอเวลาคิดแป๊บนึงได้ไหมคะ" เธอพยายามยื้อเวลาอย่างสุดความสามารถ"คิดอะไรอีกล่ะ!?" แววตาของอาทิตย์เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราด บรรยากาศตรงรั้วหลังคฤหาสน์ องศาและสกายในชุดปฏิบัติการสีดำสนิทกำลังซุ่มรอสัญญาณจากคนของตะวันที่ซ่อนอยู่ภายในบ้าน ซึ่งก็คือป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่ที่แอบตัดวงจรไฟฟ้าในจุดอับสายตาตามคำแนะนำของสกายผ่านโทรศัพท์ที่
แสงของวันใหม่ไม่ได้นำมาซึ่งความหวัง แต่มันกลับขับเน้นให้เห็นบรรยากาศที่เปลี่ยนไปของบ้านที่เคยอบอุ่น ดารินตื่นขึ้นมาด้วยอาการล้าเต็มที เธอแสร้งทำเป็นไอและเดินกระย่องกระแย่งออกจากห้องนอนใหญ่เพื่อสำรวจสถานการณ์ โดยมีแสนรักเดินประคองอยู่ข้างๆไม่ห่างที่ห้องอาหารอาทิตย์ในคราบของตะวันนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าของเขาดูหมองคล้ำจากการไม่ได้นอน แต่แววตานั้นกลับวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ เมื่อเห็นดารินยังคงเดินนัวเนียอยู่กับแสนรัก เขาก็กระแทกแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังปัง!"ริน... เราว่าอาการรินดูไม่ดีเลยนะ" อาทิตย์พูดเสียงเย็น"เราเรียกให้คนขับรถเตรียมรถไว้แล้ว เดี๋ยวจะให้ไปส่งรินที่โรงพยาบาลส่วนตัว จะได้ให้หมอตรวจละเอียด""ไม่เป็นไรตะวัน... เราเริ่มดีขึ้นแล้ว แค่ยังมึนๆ" ดารินแสร้งปาดเหงื่อที่หน้าผาก"เราอยากพักผ่อนอยู่ที่นี่อีกสักหน่อย ให้น้องแสนรักดูแลน่ะดีที่สุด หมอที่ไหนก็ไม่รู้ใจเท่าน้องแสนรักหรอก"อาทิตย์ลุกขึ้นยืนทันทีจนเก้าอี้กระเด็นไปด้านหลัง"เราไม่ได้ถามความสมัครใจ! นี่มันบ้านเรา และเราเห็นว่ารินควรไปโรงพยาบาล แสนรัก... เธอขึ้นไปเก็บของให้ดารินเดี๋ยวนี้!""พี่ตะวันคะ... ทำไมต้องรุนแรงขนา
ภายในห้องนอนใหญ่ที่เคยอบอวลไปด้วยไอรัก บัดนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนกรงขัง อาทิตย์ในคราบของตะวันยืนจ้องมองแสนรักด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิด เขาคาดหวังว่าการกลับมาครั้งนี้จะได้รับความปรนนิบัติและการตอบรับอย่างเร่าร้อนแต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม"แสนรัก พี่บอกให้มานี่ไง จะถอยหนีพี่ทำไม?" อาทิตย์ก้าวเดินเข้าหาเธอด้วยท่าทางคุกคาม น้ำเสียงทุ้มต่ำเริ่มมีความกระด้างที่ปิดไม่มิด"พี่ตะวัน... แสนรักรู้สึกไม่ค่อยสบายค่ะ วันนี้แสนรักเพลียมากจริงๆ" แสนรักตอบพลางขยับตัวไปจนชิดขอบเตียง มือของเธอกำชายเสื้อตัวเองไว้แน่น สัมผัสที่เย็นชารวมถึงแววตาที่จ้องมองมาอย่างหิวกระหายนั้นทำให้เธอหวาดกลัวจนแทบหยุดหายใจ เธอรู้ดีว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่ตะวันที่แสนอบอุ่นคนเดิมแน่ๆ แต่เธอก็ยังไม่กล้าพูดออกมา"ไม่สบายงั้นเหรอ? หรือว่าพอพี่ไม่อยู่ ใจเธอก็เปลี่ยนไปหาคนอื่นแล้ว!" อาทิตย์คว้าข้อมือเล็กของแสนรักไว้แน่นแล้วกระชากเข้าหาตัว"โอ๊ย! พี่ตะวัน แสนรักเจ็บค่ะ ปล่อยแสนรักนะ!" แสนรักพยายามดิ้นรน แรงบีบที่ข้อมือของเขามันรุนแรงและป่าเถื่อนจนเธอเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า ก่อนที่อาทิตย์จะโน้มตัวลงมาใช้กำลังข่มเหงเธอ เสียง
หยาดฝนยามบ่ายเริ่มโปรยปรายลงมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ท้องฟ้าเบื้องบนเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่นสอดรับกับความกังวลใจของแสนรักที่เพิ่มทวีคูณ เธอพยายามต่อสายหาตะวันนับสิบครั้งแต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงเสียงสัญญาณที่บอกว่า "ไม่สามารถติดต่อเลขหมายดังกล่าวได้""พี่ตะวัน... ทำไมเงียบไปแบบนี้คะ" เธอพึมพำกับตัวเองพลางกำโทรศัพท์แน่นจนปลายนิ้วซีดขาว ในขณะที่ความวุ่นวายใจกำลังถึงขีดสุด เสียงรถยนต์ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มก้าวลงจากรถท่ามกลางสายฝนที่เริ่มหนาเม็ด ใบหน้าคมเข้มที่เหมือนกับตะวันราวกับพิมพ์เดียวปรากฏสู่สายตา"พี่ตะวัน!" แสนรักรีบวิ่งลงไปรับที่หน้าประตูโถงด้วยความดีใจ แต่เมื่อเธอเข้าใกล้ ร่างกายของเธอกลับหยุดชะงักลงโดยอัตโนมัติอาทิตย์ในคราบของพี่ชายฝาแฝดยืนอยู่ตรงนั้น เขาส่งยิ้มบางๆให้เธอ ยิ้มที่ดูเผินๆเหมือนตะวันทุกประการ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับนิ่งสนิทและเย็นเยียบราวกับก้นมหาสมุทรที่ไม่มีแสงส่องถึง"พี่กลับมาแล้วครับแสนรัก... ขอโทษทีที่ติดต่อไม่ได้ พอดีเครื่องมีปัญหานิดหน่อยน่ะ" เสียงของเขาถูกปรับโทนให้ทุ้มต่ำและหนักแน่นเลียนแบบพี่ชายได้อย่างไร้ที่ติ อาทิตย์ก
แสงตะวันยามสายสาดส่องลงมายังรันเวย์ของสนามบินสุวรรณภูมิ เครื่องบินลำยักษ์ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ามุ่งหน้าสู่มาเก๊า บนเครื่องนั้นมีตะวัน ที่นั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยความรู้สึกพะวักพะวน แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นเรื่องงานที่สำคัญระดับพันล้าน แต่ใจของเขากลับทิ้งไว้ที่คฤหาสน์หลังใหญ่ ทิ้งไว้กับผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจเขาสะบัดไล่ความกังวลออกไปจากหัวพลางหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาตรวจเช็กระบบรักษาความปลอดภัยของบ้านผ่านแอปพลิเคชัน ทุกอย่างยังปกติดี กล้องวงจรปิดทุกตัวทำงานได้ไร้ที่ติ และเขาก็สั่งกำชับองศากับสกายให้คอยเวียนเข้าไปดูแสนรักทุกเย็น‘ฉันอาจจะแค่คิดมากไปเอง’ ตะวันบอกตัวเองแบบนั้น แต่สัญชาตญาณของเขากลับร้องเตือนบางอย่างที่เขาก็ยังหาคำตอบไม่ได้ภายในคฤหาสน์แสนรักที่ยืนส่งรถของตะวันที่แล่นพ้นรั้วบ้านไปตั้งแต่เช้าตรู่ ความเงียบเหงาเริ่มเข้ามาทักทายเธอทันทีที่เขาไม่อยู่ เธอเดินกลับเข้ามาในบ้านที่ดูจะกว้างขวางเกินไปสำหรับคนเพียงคนเดียว แม้จะมีเหล่าแม่บ้านและคนของเขาอยู่ด้วยก็ตาม"คุณแสนรักคะ มีพัสดุมาส่งค่ะ" ป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่เดินเข้ามาพร้อมกับกล่องกระดาษขนาดกลางสีน้ำตาล ไม่มีชื่อผู้ส่ง มีเพี
กาลเวลาหมุนผ่านไปอย่างมั่นคง เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ของ ตะวัน และแสนรักที่หยั่งรากลึกลงในใจของกันและกัน ภายในคฤหาสน์มีชีวิตชีวาขึ้นด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ และกลิ่นหอมของอาหารที่แสนรักตั้งใจเข้าครัวทำเอง ตะวันในชุดลำลองเนื้อดีนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะอาหารสายตาก็จดจ้องอยู่ที่หนังสือพิมพ์แต่หูกลับคอยฟังเสียงกุกกักจากในครัวอย่างเพลิดเพลิน"พี่ตะวันคะ ลองชิมข้าวต้มปลากะพงสูตรใหม่ของแสนรักดูหน่อยค่ะ" แสนรักเดินออกมาพร้อมถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาว ควันกรุ่นที่ลอยขึ้นมาส่งกลิ่นหอมของขิงและหอมเจียวตะวันวางหนังสือพิมพ์ลงทันที เขามองดูคนน้องที่ดูมีน้ำมีนวลขึ้นกว่าวันแรกที่เขาพามาที่นี่ ใบหน้าที่เคยอมทุกข์บัดนี้กลับสดใสราวกับดอกไม้ที่ได้รับน้ำค้างยามเช้า"แค่กลิ่นก็รู้แล้วว่าอร่อย แสนรักทำอะไรพี่ก็กินได้ทั้งนั้นแหละ แต่ขยันทำขนาดนี้ พี่ว่าพี่ต้องขยายชุดสูทเพิ่มแล้วนะ" เขารับถ้วยมาวางตรงหน้า"พี่ตะวันก็พูดเกินไปค่ะ แสนรักแค่อยากดูแลพี่ ตอบแทนที่ทำให้แสนรักรู้สึกมีความสุขขึ้นมาอีกครั้ง" เธอสบตาเขาด้วยความซาบซึ้ง ก่อนตะวันจะเอื้อมมือไปกุมมือเรียวไว้"มันเป็นหน้าที่ของพี่อยู่แล้ว และมันจะเป็นแบบนี้ตลอดไป"ในข







