Masuk“ในเมื่อทุกคนไม่ทำตามสัญญา วันนี้ผมก็จะมาเอาคนของผมคืน”
“มึงก็เอาคืนไปสิ!! มึงได้แสนรักคืน กูแต่งงานใหม่ก็แฟร์ดีไม่ใช่หรอว่ะ”
ตะวันมองอาทิตย์ที่สวนกลับมาอย่างไม่มีความใส่ใจแสนรักแม้สักนิด เขานึกถึงวันที่อีกคนสัญญากับเขาเอาไว้ว่าจะดูแลแสนรักและไม่ทำให้แสนรักเสียใจ แต่ดูเหมือนตอนนี้อีกคนจะลืมคำพูดของตัวเองไปหมดแล้ว
“มึงทำร้ายแสนรักขนาดนั้น คิดว่ากูควรปล่อยมึงไปหรอ!!!” เขากดไกปืนขึ้นเตรียมจะลั่นไกลออกไปแต่เสียงหวานแสนคุ้นหูเข้ามาหยุดเขาเอาไว้ก่อน
“พี่ตะวันอย่านะคะ” ตะวันมองแสนรักที่เดินมายืนขวางอาทิตย์เอาไว้ ปลายกระบอกปืนที่จ่อไปที่อีกคนตอนนี้กำลังจ่ออยู่ที่แสนรักจนเขาต้องเบี่ยงกระบอกปืนหนี
“รินทำไมปล่อยให้แสนรักเข้ามาละ” องซาหันไปถามดารินที่วิ่งตามเข้ามาหน้าตาตื่น
“เราแค่ลงไปหลังรถจะหาดูเสื้อผ้าให้น้องเปลี่ยน เดินกลับไปอีกทีน้องก็วิ่งมานี่แล้วอ่ะ”
“เอาไงดีว่ะไอ้องศา?”
“ดูไปก่อนว่าตะวันมันจะเอาไง แสนรักมาแบบนี้ แค่พูดนิดหน่อยมันก็คงใจอ่อนแล้ว”
องศาพูดตอบสกายไป พวกเขารู้จักตะวันดี อีกคนไม่ยอมอะไรง่ายๆโดยเฉพาะคนที่ทำให้แสนรักต้องเจ็บ แต่ถ้าแสนรักเป็นคนเอ่ยปาก ไม่ว่าจะเรื่องไหนตะวันสามารถยอมได้ทันทีโดยไม่มีข้อต่อแย้งใดทั้งสิ้น ขอเพียงแค่สิ่งนั้นที่เขาจะทำเป็นสิ่งที่ทำให้แสนรักสบายใจก็พอ
“แสนรัก… มันทำกับแสนรักขนาดนี้ ยังรักมันอยู่อีกหรอ?” ตะวันควบคุมน้ำเสียงที่ถามคนตรงหน้าออกไปอย่างไม่อยากให้น้องรับรู้ถึงความหงุดหงิดภายในใจเขา
“ไม่…มะ ไม่รัก” เสียงสั้นเครือนั้นไม่อาจปกปิดความรู้สึกของแสนรักไว้ได้เลย ตะวันเข้าใจแสนรักที่สุด การเลิกรักใครสักคนไม่ง่ายขนาดนั้น แต่เขาไม่อยากให้น้องต้องจมปลักกับผู้ชายอย่างอาทิตย์อีกแล้ว
“แสนรักไม่อยากให้พี่ตะวันทำร้ายใคร เรากลับกันนะคะ” เธอพยายามพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนก่อนจะเดินเข้าไปใกล้เขาเพื่อให้ตะวันคลายความโกรธลง
“แต่ว่ามัน…”
“นะคะพี่ตะวัน แสนรักเจ็บ พาแสนรักไปจากที่นี่นะคะ”
ตะวันลืมคำที่จะพูดไปเสียหมดสิ้นเพียงแค่แสนรักบอกว่าเจ็บ เขาเดินไปแนบชิดเธอแล้วก้มมองบาดแผลที่ขาเรียวที่ยังคงมีเลือดติดอยู่ก่อนที่จะพรูลมหายใจออกมาอย่างไม่สมอารมณ์ที่ไม่สามารถจัดการอะไรได้เลย
“มึงว่ามันจะทำไง?”
“ใจอ่อนชัวร์” สกายตอบด้วยน้ำเสียงกวนกลับไปกับคำถามขององศา พวกเขาแค่ยักคิ้วใส่กันแล้วส่ายหัว ก่อนจะโดนดารินตีไปคนละที
“นี่! ยังจะทำเป็นเล่นกันอีก”
“พี่ตะวัน….”
เสียงหวานเรียกชื่อเขาซ้ำอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเขายังไม่ยอมออกไปจากที่นี่ง่ายๆ เขาพยักหน้ารับให้แสนรักได้คลายกังวล แล้วถือวิสาสะอุ้มเธอขึ้นมาสู่อ้อมแขน ก่อนจะหันไปมองจ้องอาทิตย์สลับกับพ่อแม่เขา ตะวันไม่ได้ยอมแพ้แค่ทำเพื่อความสบายใจของแสนรักเท่านั้น และเขาก็ไม่ได้จะหยุดแค่นี้
“อย่าทำได้ใจไป เพราะกูจัดการมึงแน่”
เขาพูดทิ้งท้ายไว้ก่อนจะกระชับอ้อมแขนที่โอบอุ้มกายเล็กเอาไว้ให้มั่นคงขึ้น ตะวันส่งสายตาให้องศากับสกายอย่างเข้าใจกัน เพื่อนเขาสองคนยกมือกลับมาอย่างไม่ต้องตกลงอะไรมาก ก่อนเขาจะเดินไปทั้งที่มีดารินวิ่งตามออกไปด้วย
“ไหน ๆก็มีเรื่องให้ขวัญเสียกันแล้ว รับไปอีกสักหน่อยนะครับคุณพ่อคุณแม่” สกายกวักมือให้คนที่พวกเขาเอามาด้วยเข้าไปพังข้าวของในงานแต่งให้หมดอย่างตั้งใจก่อกวน ทุกอย่างที่ถูกทำลายในวันนี้ยังไม่แหลกสลายเท่าใจของแสนรักด้วยซ้ำ
“พวกมึงก็เป็นเพื่อนกูนะ”
“อย่าคิดว่าแค่หน้าเหมือนตะวันแล้วจะมาเป็นเพื่อนพวกกูได้นะ” องศาเอาปืนชี้หน้าแล้วมองอย่างไม่ชอบใจที่อาทิตย์พูดนัก
“เพื่อนพวกกูมีแค่ตะวัน คนแบบมึงไม่มีวันมีเพื่อนหรอก” ปั้ง!!! สกายพูดทิ้งท้ายแล้วยิงลงที่พื้นที่ว่างใกล้ปลายเท้าจนอาทิตย์ต้องถอยหลังไปด้วยความตกใจ
รถคันหรูแล่นด้วยความเร็วไปตามถนนที่เขาไม่ได้มาเหยียบนานถึงสี่ปี ตะวันรอบมองแสนรักที่เอนพิงเบาะรถแล้วมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไม่พูดไม่จา ยังดีที่ในรถมีเสียงขององศากับสกายถกเถียงกันพอทำให้บรรยากาศไม่เงียบจนเกินไป
ตะวันมองมือเล็กของแสนรักก่อนที่เขาจะเอื้อมไปกอบกุมมือเธอเอาไว้ คนน้องไม่หันกลับมามองเขาแม้สักนิด แต่ตะวันกลับไม่ได้รู้สึกหงุดหงิดอะไร เขาเข้าใจแสนรักมากกว่าใคร และยอมให้เธอทำอะไรก็ได้ที่สบายใจ
“บ้านใครอ่ะ?” ดารินขมวดคิ้วเมื่อรถเลี้ยวเข้าไปในบ้านที่ใหญ่โตราวคฤหาสต์แห่งหนึ่ง
“มึงเตรียมทุกอย่างครบแล้วใช่ไหม?” ตะวันเอ่ยปากถามลูกน้องคนสนิท บ้านหลังนี้เขาพึ่งสั่งให้คนสนิทของเขาจัดการเมื่อคืน มันอยู่ห่างจากอัครบวรไม่มาก ดีสำหรับเขาที่จะเทียวไปเยี่ยมเยียนคนที่นั่นได้บ่อยครั้งโดยไม่ต้องกังวล
“ที่นี่ที่ไหนคะ?” เขามองแสนรักที่ถามเขาเมื่อบานประตูรถเปิดออกแล้วเขากำลังยืนรอให้เธอลงมาจากรถ
“บ้านพี่เอง ต่อไปนี้แสนรักอยู่กับพี่ที่นี่นะ”
“แต่แสนรัก….อ๊ะ พี่ตะวัน” ตะวันไม่ได้รอให้แสนรักตอบตกลง เขาอุ้มเธอขึ้นมาในอ้อมแขนแล้วก้าวเข้าตัวบ้านอย่างไม่ไสนจว่ายังไม่ได้กดเลื่อนเบาะให้เพื่อนที่นั่งอยู่ด้านหลังออกมาได้
“ดูมัน….ไม่เอาอะไรละ สนใจแต่แสนรัก”
สกายที่ลงจากรถมาได้เพราะแมนมาเปิดให้ก็เอาแต่บ่นอุบ จนดารินต้องส่ายหัวแล้วเดินตามตะวันเข้าไป ไม่ได้สนใจเพื่อนตัวดีสองคนที่เอาแต่คุยกวนกันไปมา
ตะวันวางแสนรักลงบนโซฟาตัวนุ่ม เขานั่งลงข้างล่างชันเข่าขึ้นหนึ่งข้างแล้วยกขาเรียวพาดไว้บนของเขา มือหนาที่เอาไว้ชกต่อยและจับปืน เขาไม่เคยใช้มันสัมผัสอะไรแผ่วเบา แต่ในตอนนี้กลับสัมผัสไปตามขาเรียวที่มีแผลอย่างนุ่มนวล
“เจ็บมากไหม?”
“ไม่เจ็บค่ะ” เธอตอบเขาเสียงสั่นเครือ
“โกหก…รินเราขออุปกรณ์ทำแผลหน่อยสิ”
“พี่ตะวันคะ แสนรักไม่เป็นไร”
“นั่งเฉยๆพี่จะทำแผลให้” เขาพูดเสียงแข็งราวกับเอ่ยดุ แต่มันเป็นการดุเพราะความเป็นห่วง
“แสนรักทำเองก็ได้ค่ะ”
“อยู่เฉยๆ อย่าดื้อ”
กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปราวกับภาพฝัน จากทารกน้อยตัวแดงเรื่อในอ้อมกอดวันนั้น บัดนี้น้องอคิณเติบโตขึ้นเป็นเด็กชายวัยสองขวบที่เต็มไปด้วยพลังงานและความสดใส ใบหน้าถอดแบบมาจากตะวันราวกับพิมพ์เดียวกัน ทั้งดวงตาคมกริบและจมูกโด่งรั้น หากแต่รอยยิ้มหวานหยดและแก้มป่องนั้นกลับได้มาจากแสนรักผู้เป็นแม่มาอย่างเต็มเปี่ยมคฤหาสน์ที่เคยเงียบเหงาและเคร่งขรึม บัดนี้ก้องกังวานไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงฝีเท้าเล็กๆที่วิ่งวุ่นไปทั่ว สนามหญ้าหน้าบ้านที่ตะวันเคยสัญญาว่าจะสร้างเป็นสนามเด็กเล่น บัดนี้ถูกเติมเต็มด้วยเครื่องเล่นหลากสีสันและบ่อทรายขนาดใหญ่ โดยมีเรือนกระจกหลังงามตั้งตระหง่านอยู่เคียงข้าง ดอกกุหลาบอังกฤษและลาเวนเดอร์ชูช่อบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบริเวณตะวันในชุดลำลองสบายๆสลัดคราบนักธุรกิจพันล้านทิ้งไปจนหมดสิ้น เขานั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นหญ้า คอยระวังหลังให้ลูกชายตัวน้อยที่กำลังพยายามปีนป่ายสไลเดอร์อย่างมุ่งมั่น โดยมีแสนรักนั่งมองภาพนั้นอยู่บนม้านั่งไม้ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ รอยยิ้มของเธอเปี่ยมไปด้วยความสุขที่เอ่อล้นจนไม่อาจบรรยายได้“ระวังครับอคิณ ค่อยๆก้าวลูก พ่อประคองอยู่ครับ” เสียงทุ้มของตะวัน
เสียงไซเรนจากรถตำรวจนำขบวนของลูกน้องตะวันดังสนั่นไปทั่วท้องถนนยามค่ำคืน รถยุโรปคันหรูพุ่งทะยานเข้าสู่หน้าแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่กฎหมายและสัญชาตญาณจะเอื้ออำนวย ทันทีที่รถจอดสนิทตะวันแทบจะกระโจนลงจากรถก่อนที่คนขับจะดับเครื่องยนต์เสียอีก เขารีบช้อนร่างของแสนรักที่บัดนี้ใบหน้าซีดเผือดและชุ่มไปด้วยเหงื่อขึ้นแนบอก ท่ามกลางเสียงตะโกนสั่งการที่ปนไปด้วยความลนลานของเขาเอง"หมอ! พยาบาล! ช่วยเมียผมด้วย! เธอปวดท้องมาก!" ตะวันตะโกนก้องโถงโรงพยาบาล จนเจ้าหน้าที่เข็นเตียงรับตัวรุดเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว แสนรักถูกวางลงบนเตียงเข็น มือเล็กยังคงบีบมือตะวันไว้แน่นจนเส้นเลือดหลังมือเขาปูดโปน"พี่ตะวัน... ฮึก... แสนรักปวด... ปวดเหมือนตัวจะแตกเลยค่ะ" เสียงสะอื้นที่ขาดห่วงของเธอทำให้หัวใจของมาเฟียหนุ่มบีบคั้นจนแทบจะหยุดหายใจ"พี่อยู่ตรงนี้ครับแสนรัก พี่ไม่ไปไหนทั้งนั้น!" ตะวันวิ่งตามเตียงเข็นไปจนถึงหน้าประตูห้องคลอดสีเขียวสะอาดตาที่สลักคำว่า 'เขตหวงห้าม' พยาบาลรีบเข้ามากันตัวเขาไว้"ญาติรอข้างนอกก่อนนะคะ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่เตรียมตัวคุณแม่เสร็จแล้วจะเชิญคุณพ่อเข้าไปข้างในค่ะ"ตะวันยืนนิ่งง
ค่ำคืนที่เงียบสงัดภายในคฤหาสน์ถูกโอบล้อมด้วยแสงจันทร์สีนวลตา ลมพัดเอื่อยๆ พาเอากลิ่นหอมของดอกราตรีที่แสนรักปลูกไว้ในสวนหลังบ้านโชยเข้ามาถึงระเบียงห้องนอนใหญ่ เวลาผ่านล่วงเลยไปอย่างรวดเร็วราวกับติดปีกบิน จากวันที่ทราบข่าวดีเรื่องเจ้าตัวเล็ก บัดนี้ครรภ์ของแสนรักแก่ขึ้นจนเห็นความนูนเด่นชัดเจนใต้ชุดนอนผ้าแพรสีหวานตะวันในชุดลำลองกางเกงขายาวตัวเดียว นั่งพิงหัวเตียงกว้างโดยมีแสนรักกึ่งนั่งกึ่งนอนเอนกายซบอยู่บนอกแกร่ง มือหนาที่เคยจับอาวุธ บัดนี้ลูบวนไปบนหน้าท้องกลมโตของภรรยาอย่างแผ่วเบาและทะนุถนอม สายตาของเขาเปลี่ยนไปจากคนดุดันกลายเป็นชายหนุ่มที่เปี่ยมไปด้วยความละมุนละไม“ดูสิแสนรัก... เจ้าตัวเล็กเตะพี่อีกแล้ว สงสัยจะอยากออกมาดูโลกเต็มทีแล้วนะครับ” ตะวันกระซิบเสียงทุ้มพลางคลี่ยิ้มกว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงเคลื่อนไหวจากภายใน แสนรักหัวเราะเบาๆ มือเล็กวางทับบนมือของตะวัน“สงสัยจะเหมือนพ่อเขานะคะ ขยันขยับตัวไม่ยอมอยู่นิ่งเลย พี่ตะวันวางแผนหรือยังคะว่าถ้าเขาออกมาแล้ว พี่จะสอนอะไรเขาเป็นอย่างแรก?”“พี่จะสอนให้เขารู้จักคำว่ารักและปกป้องครับแสนรัก” ตะวันจูบที่ขมับของเธอ“พี่จะสอนให้เขาเป็นสุภาพบุรุษท
พายุความกังวลจากเหตุการณ์สะดุดล้มในวันนั้นถูกแทนที่ด้วยคลื่นความรักที่ทวีความรุนแรงยิ่งกว่าเดิม เมื่อกาลเวลาล่วงเข้าสู่สัปดาห์ที่แปดของการตั้งครรภ์ ร่างกายของแสนรักเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ทำให้ชีวิตในคฤหาสน์วรโชติเมธีปั่นป่วนไปหมด ไม่ใช่เพราะศัตรูจากภายนอก แต่เป็นเพราะอาการแพ้ท้องอย่างหนักที่จู่โจมคุณแม่มือใหม่จนแทบกระดิกตัวไม่ได้"อึก... แหวะ!"เสียงขย้อนดังก้องออกมาจากห้องน้ำในเช้ามืดวันที่อากาศเย็นสบาย ตะวันที่นอนตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาสะดุ้งสุดตัว เขาดีดกายลุกขึ้นจากเตียงพุ่งตรงไปยังห้องน้ำทันที ภาพที่เห็นคือแสนรักในชุดนอนสายเดี่ยวสีขาว นั่งคุกเข่าอยู่ ใบหน้าหวานซีดเผือด ผมเผ้ายุ่งเหยิง และดวงตาที่รื้นไปด้วยน้ำตาจากแรงบีบคั้นของกระเพาะอาหาร"แสนรัก... เป็นยังไงบ้างครับคนดี" ตะวันรีบเข้าไปประคองไหล่บาง มือหนาลูบแผ่นหลังให้เบาๆด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสารจนแทบจะอยากเป็นคนแพ้ท้องแทนเสียเอง"พี่ตะวัน... แสนรัก้หม็น... แสนรักเหม็นกลิ่นสบู่ที่พี่เพิ่งใช้จังเลยค่ะ ฮึก" แสนรักเบือนหน้าหนีพลางปิดจมูก น้ำตาคลอเบ้า"สบู่เหรอ? พี่เพิ่งอาบน้ำมาเมื่อกี้นี้เองนะ..
เช้าวันใหม่ที่คฤหาสน์ดูจะเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทันทีที่ผลตรวจเลือดจากโรงพยาบาลยืนยันชัดเจนว่าแสนรักตั้งครรภ์ได้เกือบ 6 สัปดาห์ ตะวันก็เปลี่ยนร่างจากนักธุรกิจมาดเข้มกลายเป็นองครักษ์พิทักษ์คุณแม่แบบเต็มตัว เขาแทบจะไม่ยอมให้แสนรักคลาดสายตาแม้แต่วินาทีเดียว"พี่ตะวันคะ... แสนรักแค่จะไปหยิบน้ำส้มในตู้เย็นเองค่ะ ไม่ต้องประคองขนาดนี้ก็ได้" แสนรักเอ่ยกลั้วหัวเราะ ขณะที่ร่างสูงใหญ่ของตะวันเดินขนาบข้าง มือหนึ่งประคองเอว อีกมือเตรียมพร้อมจะคว้าร่างเธอไว้หากเธอสะดุดยอดหญ้าในบ้าน"ไม่ได้ครับแสนรัก หมอบอกว่าช่วงสามเดือนแรกอันตรายมาก ต้องประคบประหงมให้ดีที่สุด" ตะวันพูดด้วยสีหน้าจริงจังขั้นสุด "แล้วน้ำส้มน่ะ เดี๋ยวพี่ไปหยิบให้เอง แสนรักนั่งเฉยๆบนโซฟานี่แหละ ห้ามลุก ห้ามเดินเยอะ และที่สำคัญที่สุด... ห้ามวิ่ง เด็ดขาด เข้าใจไหมครับ?""รับทราบค่ะ" แสนรักทำท่าตะเบ๊ะหยอกล้อ แต่ในใจกลับรู้สึกอบอุ่นที่เห็นเขาเห่อลูกขนาดนี้ตลอดทั้งสัปดาห์ตะวันสั่งติดตั้งพรมกันลื่นใหม่ทั่วทั้งบ้าน มุมโต๊ะทุกตัวถูกหุ้มด้วยยางกันกระแทกหนาเตอะ จนองศาและสกายที่แวะมาเยี่ยมถึงกับหลุดขำที่เห็นมาเฟียจอมโหดกลายเป็นคนวิตกจ
กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปหนึ่งเดือนเต็มหลังจากค่ำคืนที่แสนหวานในห้องทำงานวันนั้น บ้านของตะวันดูจะสว่างไสวและเต็มไปด้วยพลังงานบวกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ตะวันเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะนักธุรกิจสีขาวอย่างเต็มตัว เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการประชุมร่วมกับองศาและสกายเพื่อนสนิทที่ร่วมหัวจมท้ายกันมานาน เพื่อวางรากฐานโปรเจกต์อสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่จะเน้นความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างสรรค์ชุมชนที่ปลอดภัย ซึ่งเป็นธุรกิจที่เขาตั้งใจจะมอบให้เป็นของขวัญแก่ครอบครัวในอนาคตเย็นวันนั้นรถยุโรปคันหรูของตะวันแล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้านพร้อมกับรถขององศาและสกายที่ตามมาติดๆ วันนี้เป็นวันที่พวกเขาเพิ่งกลับจากการไปดูไซต์งานก่อสร้างที่เขาใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ตะวันตั้งใจจะสร้างรีสอร์ตระดับไฮเอนด์และแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้สร้างบ้านพักตากอากาศส่วนตัว**ดารินก้าวลงจากรถพร้อมกับหิ้วถุงของฝากพะรุงพะรัง ทั้งขนมนำเข้าจากต่างประเทศและของฝากติดไม้ติดมือจากเขาใหญ่ เธอเดินนำหน้าพวกหนุ่มๆ เข้าไปในตัวบ้านด้วยความร่าเริงตามสไตล์"แสนรัก! พี่ดารินมาแล้วค่า มีของอร่อยมาฝากเพียบเลยนะ!” เสียงใสของดารินดังก้องไปทั่วโถงบ้านหรูใ
ในเวลาเช้ามืดที่ท้องฟ้ายังเป็นสีม่วงคราม รถตู้คอนเทนเนอร์ที่ดัดแปลงภายในเป็นรถพยาบาลฉุกเฉินระดับสูงเคลื่อนตัวออกจากโรงพยาบาลอย่างเงียบเชียบ โดยมีรถเอสยูวีสีดำสนิทขับนำและปิดท้าย ภายในนั้น แสนรักนั่งกุมมือคุณแม่ไว้แน่น สายตาของเธอเต็มไปด้วยความกังวล ขณะที่มองดูอุปกรณ์ประคองสัญญาณชีพที่ยังคงทำงานสม่ำ
แสงแดดอ่อนๆยามเช้าทอดผ่านบานหน้าต่างกระจกใสของห้องพักฟื้นวีไอพีในโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจางๆถูกกลบด้วยกลิ่นหอมละมุนของดอกลิลลี่สีขาวที่วางประดับอยู่ตรงมุมห้อง เสียงเครื่องวัดชีพจรดังกังวานเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับเพลงกล่อมเด็กที่ช่วยปลอบประโลมความวุ่นวายในจิตใจให้สงบลงตะวันค่อยๆขย
“แสนรัก! ดูจี้เพชรรูปหยดน้ำอันนี้สิ พี่ว่ามันเข้ากับชุดเดรสสีขาวที่แสนรักใส่มาวันนี้มากเลยนะ” ดารินเอ่ยขึ้นด้วยเสียงใสเจื้อยแจ้ว พยายามดึงความสนใจของแสนรักให้จดจ่ออยู่กับตู้กระจกที่ส่องประกายระยิบระยับ แสนรักยิ้มบางๆ พยักหน้าเออออไปตามคำชวน“สวยค่ะพี่ดาริน แต่เราเดินดูมาหลายร้านแล้วนะคะ พี่ยังไม่เห
ท้องฟ้าเหนือกรุงเทพมหานครเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่น เมฆฝนตั้งเค้ามาแต่ไกลส่งสัญญาณถึงพายุที่กำลังจะโหมกระหน่ำ เช่นเดียวกับคลื่นใต้น้ำที่สิรินาถซุกซ่อนไว้ในใจ ความคั่งแค้นจากการที่ถูกตะวันฉีกหน้ากลางงานแต่งงานจนชื่อเสียงของเธอป่นปี้นิ้วเรียวยาวไล่ไปตามข้อมูลที่ผู้จัดการส่วนตัวพึ่งส่งมา เป็นรายละเอีย







