เข้าสู่ระบบ“พี่ตะวันหายไปไหนมา?”
มือที่กำลังบรรจงทายาให้เธอหยุดชะงักกับคำถามนั้น จะให้เขาตอบคำถามเธอยังไงว่าเขาหายไปไหนมา จะบอกว่าเขารับเงินจากพ่อแล้วยอมจากไปเพื่อให้เธอมีความสุขก็ดูไม่ใชเรื่องที่น่าพูดนัก ตะวันทำได้แค่เลือกพูดประโยคที่เขาต้องการแทนที่จะตอบคำถามของเธอ
“พี่ก็กลับมาแล้วนี่ไง”
“แสนรักคิดว่าจะไม่ได้เจอพี่แล้วซะอีก” ดวงตาคมองสบกับแววตาแสนวูบไหวขอเธอ เขาลูบที่แก้มนิ่มแผ่วเบา ยิ่งอยู่ใกล้ในตอนนี้ก็ยิงมองเห็นได้ชัดขึ้นว่าแก้มกลมของเธอซุบลงไปแค่ไหน จนทำให้แววตาของเขามีแต่คำว่าขอโทษอยู่ในนั้น
“ขอโทษนะที่กลับมาช้า”
“ที่พี่ตะวันหายไปเฉยๆเพราะโกรธแสนรักหรอ? โกรธที่แสนรักเลือกพี่อาทิตย์ใช่ไหม?”
“ไม่ใช่แบบนั้น แสนรักมองหน้าพี่ พี่ตะวันคนนี้เคยโกรธแสนรักด้วยหรอ”
เขาใช้สองมือประคองใบหน้าหวานเอาไว้ เขาอยากให้แสนรักมองเห็นความรู้สึกของเขา ตะวันคิดว่าแสนรักรู้ดีกว่าใคร ตังแต่รู้จักกันมาเขาไม่เคยโกรธแสนรักเลยสักครั้ง แม้แต่ความคิดที่จะโกรธก็ไม่เคยมี
“แล้วทำไมถึงหายไปโดยที่ไม่บอกแสนรักสักคำ”
“ถ้าพี่เห็นหน้าแสนรัก คิดว่าพี่จะหายไปจากที่นี่ได้หรอ” ที่คีบกับสำลีในมือถูกวางลงบนโต๊ะ ตะวันลุกขึ้นเต็มความสูงแล้วหันหลังให้กับคนน้อง เขาหลับตาแน่นอย่างไม่รู้ว่าควรตอบคำถามยังไงเพื่อให้เธอเข้าใจเขามากกว่านี้
“เพราะพี่รู้ว่าถ้าเกิดพี่ไปบอกลาแสนรัก พี่ก็คงทำใจไปจากแสนรักไม่ได้หรอก แค่เห็นหน้าแสนรักพี่ก็คงก้าวขาไม่ออกแล้ว”
“แสนรักไม่เลือกพี่ มองข้ามความรู้สึกของพี่ ทำไมพี่ยังกลับมาหาแสนรักอีก” ตะวันหันไปมองแสนรักที่ก้มหน้าลง ทันทีที่เห็นไหล่สั่นเทิ้มของเธอเขาก็ได้แต่หันไปทางอื่น เขาเกลียดการที่ต้องมองน้องร้องไห้มากที่สุด
เสียงลมหายใจหนักหน่วงพรูออกมา เขาเดินเข้าไปนั่งข้างแสนรักแล้วดึงเธอเข้าสู่อ้อมกอดอย่างไม่พูดอะไร มือหนาลูบไปตามเส้นผมของแสนรักอย่างปลอบประโลม เขาผละน้องออกมาแล้วลูบไปตามกรอบหน้าก่อนจะเช็ดซับน้ำตาที่อาบแก้มออกให้
“คุณอาเป็นยังไงบ้าง?”
“ตอนนี้คุณพ่ออยู่ในเรื่อนจำค่ะ ที่บ้านถูกสั่งล้มละลาย หลังตัดสินโทษคุณแม่ก็ช็อคเข้าโรงพยาบาล ยังไม่ฟื้นเลย”
“แล้วญาติของแสนรักละ คนของสิริบริวัตรไปไหนกันหมด? ไม่มีใครมาช่วยแสนรักเลยหรอ?”
“พอคุณพ่อล้มละลายก็เหมือนว่าทุกคนจะตีตัวออกห่างกันหมดแล้วค่ะ” ตะวันมองเห็นความเจ็บปวดในแววตานั้น ในเวลานี้คนที่น้องเลือกอย่างอาทิตย์ควรจะเป็นคนที่อยู่กับแสนรักมากที่สุด แต่กลับเป็นคนที่ทิ้งแสนรักไปอย่างไม่ใยดี
“เหนื่อยมากใช่ไหม? พี่ขอโทษนะ”
“พี่ตะวันขอโทษแสนรักทำไม พี่ไม่ได้ผิดสักหน่อย”
“ขอโทษที่ไม่มาให้เร็วกว่านี้ แต่แสนรักไม่ต้องห่วงนะ พี่จะทวงคืนทุกอย่างให้แสนรัก ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ เงินทอง หรือแม้แต่ความรู้สึกกับหัวใจของแสนรัก พี่ตะวันคนนี้จะเอามันคืนมาให้แสนรักทั้งหมด”
“ทำไมแสนรักถึงไม่เลือกรักคนแบบพี่นะ” คำพูดนั้นไม่ใช่แค่แสนรักที่เจ็บปวด แต่ตะวันเองก็เจ็บปวดไม่ต่างกัน ยามที่ได้ยินคำว่าไม่รักจากน้อง ไม่มีครั้งไหนเลยที่เขาไม่รู้สึกเจ็บ แต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากการเก็บความเจ็บปวดนั้นเอาไว้
“ความรักมันบังคับกันไม่ได้สักหน่อย แสนรักไปพักดีกว่านะ พี่ให้คนเตรียมห้องไว้แล้ว”
บ้านอัครบวร
เพล้ง!!! อาทิตย์กวาดข้าวของบนโต๊ะหล่นแตกกระจายไปทั่วพื้นอย่างหัวเสีย งานแต่งวันนี้ที่ตั้งใจจัดเตรียมอย่างดีและรอคอยมานานล่มลงไม่เป็นท่า ถึงแม้สิรินาถจะยังยืนยันว่าสามารถจัดงานแต่งได้อีกครั้งนั้นก็ไม่ได้ทำให้ควาโกรธเคืองในใจของอาทิตย์น้อยลงสักนิด
“ไอ้ตะวัน!! ไอลูกไม่รักดี!!!”
“พ่อให้เงินมันไปเท่าไหร่กันแน่ ทำไมมันถึงได้ดูเปลี่ยนไปขนาดนั้น”
อาทิตย์หัวเสียมากขึ้นไปอีกเมื่อนึกถึงสภานที่ดีขึ้นราวฟ้ากับเหวของตะวันในวันนี้ ทุกอย่างที่อีกคนสวมใส่ล้วนเป็นของราคาแพงที่คนอย่างตะวันไม่มีทางแตะต้องได้ ไหนจะเรื่องที่พึ่งซื้อบ้านหลังใหม่ที่เขาได้ยินมาจากคนของพ่อในรถอีก
“พ่อก็ให้ไปแค่ไม่กี่ล้าน ใครจะไปรู้ว่าคนอย่างตะวันที่ไม่เก่งอะไรเลยจะสร้างตัวเองได้แบบนี้”
“ทั้งที่แม่เคยลองให้คนไปสืบแล้วแต่ก็ไม่รู้เลยว่าตะวันทำธุรกิจอะไรที่มาเก๊าถึงได้มีเงินขนาดนี้ขึ้นมาได้” อาทิตย์ยิ่งขมวดคิ้วกว่าเดิมเมื่อแม่เขาพูด… คนไม่เอาไหนอย่างตะวันจะไปทำอะไรได้
“มันมีเงินแทนที่จะเอามาจุนเจือครอบครัว ดันเอาไปดูแลเด็กผู้หญิงคนนั้น ไอ้ลูกคนนี้มันน่าโมโห!!”
“ตะวันมันรักแสนรักาแต่ไหนแต่ไรพ่อก็รู้ แค่แสนรักพูดอะไรมันก็ยอมให้ทั้งนั้น”
“ว่าแต่ตะวันรู้ได้ยังไงว่าลูกจะแต่งงาน แถมยังบุกเหมือนรู้อีกว่าเจ้าสาวไม่ใช่แสนรัก” สองพ่อลูกครุ่นคิดกับสิ่งนั้นแล้วมองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะหันไปมองอีกคนที่ยืนยิ้มแหย เพียงเท่านั้นก็เข้าใจทุกอย่างทันที
“แม่ก็แค่ส่งให้เพราะเห็นว่ายังไงก็เป็นลูก อยากให้กลับมาพร้อมหน้าพร้อมตา” อาทิตย์ถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างเหนื่อยหน่ายกับสถานการณ์
“เรื่องนั้นก็ช่างมันเถอะ คิดกันดีกว่าว่าจะเอายังไงต่อ ทั้งเรื่องไอ้ตะวัน ไหนจะเรื่องสิอีก งานล่มแบบนี้สิคงโกรธผมมากแน่ เงินลงทุนของอัครบวรอาจจะถูกปฏิเสธก็ได้”
“ไม่ได้นะ พรุ่งนี้แกก็เอาดอกไม้ไปง้อหนูสิหน่อย หนูสิรักแกจะตาย คงไม่โกรธมากหรอ” เขาพยักหน้าตามที่พ่อบอก การง้อสิรินาถยังไม่ยากเท่ากับการเดาใจของตะวัน อาทิตย์เป็นแฝดและรับรู้ได้ถึงแววตากับความรู้สึกนั้น เขารู้ว่าตะวันไม่ได้จากไปโดยไม่หวนกลับมาแน่
“เรื่องตะวัน…คงต้องให้แสนรักช่วย”
“แสนรัก? นังเด็กนั่นจะช่วยอะไรได้”
“ไอ้ตะวันมันรักแสนรักจะตายไป ขอแค่แสนรักอยู่ข้างเรา มันก็คงหยุดทุกอย่าง ส่วนแสนรักก็รักผมมาก ผมเชื่อว่าแสนรักไม่ยอมให้ผมเป็นอะไรไปหรอก” รอยยิ้มมุมปากปรากฏบนใบหน้าของอาทิตย์ ดูเหมือนว่าเขาจะหาวิธีที่ทำให้ตะวันยอมหยุดเรื่องทั้งหมดได้แล้ว
กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปราวกับภาพฝัน จากทารกน้อยตัวแดงเรื่อในอ้อมกอดวันนั้น บัดนี้น้องอคิณเติบโตขึ้นเป็นเด็กชายวัยสองขวบที่เต็มไปด้วยพลังงานและความสดใส ใบหน้าถอดแบบมาจากตะวันราวกับพิมพ์เดียวกัน ทั้งดวงตาคมกริบและจมูกโด่งรั้น หากแต่รอยยิ้มหวานหยดและแก้มป่องนั้นกลับได้มาจากแสนรักผู้เป็นแม่มาอย่างเต็มเปี่ยมคฤหาสน์ที่เคยเงียบเหงาและเคร่งขรึม บัดนี้ก้องกังวานไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงฝีเท้าเล็กๆที่วิ่งวุ่นไปทั่ว สนามหญ้าหน้าบ้านที่ตะวันเคยสัญญาว่าจะสร้างเป็นสนามเด็กเล่น บัดนี้ถูกเติมเต็มด้วยเครื่องเล่นหลากสีสันและบ่อทรายขนาดใหญ่ โดยมีเรือนกระจกหลังงามตั้งตระหง่านอยู่เคียงข้าง ดอกกุหลาบอังกฤษและลาเวนเดอร์ชูช่อบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบริเวณตะวันในชุดลำลองสบายๆสลัดคราบนักธุรกิจพันล้านทิ้งไปจนหมดสิ้น เขานั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นหญ้า คอยระวังหลังให้ลูกชายตัวน้อยที่กำลังพยายามปีนป่ายสไลเดอร์อย่างมุ่งมั่น โดยมีแสนรักนั่งมองภาพนั้นอยู่บนม้านั่งไม้ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ รอยยิ้มของเธอเปี่ยมไปด้วยความสุขที่เอ่อล้นจนไม่อาจบรรยายได้“ระวังครับอคิณ ค่อยๆก้าวลูก พ่อประคองอยู่ครับ” เสียงทุ้มของตะวัน
เสียงไซเรนจากรถตำรวจนำขบวนของลูกน้องตะวันดังสนั่นไปทั่วท้องถนนยามค่ำคืน รถยุโรปคันหรูพุ่งทะยานเข้าสู่หน้าแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่กฎหมายและสัญชาตญาณจะเอื้ออำนวย ทันทีที่รถจอดสนิทตะวันแทบจะกระโจนลงจากรถก่อนที่คนขับจะดับเครื่องยนต์เสียอีก เขารีบช้อนร่างของแสนรักที่บัดนี้ใบหน้าซีดเผือดและชุ่มไปด้วยเหงื่อขึ้นแนบอก ท่ามกลางเสียงตะโกนสั่งการที่ปนไปด้วยความลนลานของเขาเอง"หมอ! พยาบาล! ช่วยเมียผมด้วย! เธอปวดท้องมาก!" ตะวันตะโกนก้องโถงโรงพยาบาล จนเจ้าหน้าที่เข็นเตียงรับตัวรุดเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว แสนรักถูกวางลงบนเตียงเข็น มือเล็กยังคงบีบมือตะวันไว้แน่นจนเส้นเลือดหลังมือเขาปูดโปน"พี่ตะวัน... ฮึก... แสนรักปวด... ปวดเหมือนตัวจะแตกเลยค่ะ" เสียงสะอื้นที่ขาดห่วงของเธอทำให้หัวใจของมาเฟียหนุ่มบีบคั้นจนแทบจะหยุดหายใจ"พี่อยู่ตรงนี้ครับแสนรัก พี่ไม่ไปไหนทั้งนั้น!" ตะวันวิ่งตามเตียงเข็นไปจนถึงหน้าประตูห้องคลอดสีเขียวสะอาดตาที่สลักคำว่า 'เขตหวงห้าม' พยาบาลรีบเข้ามากันตัวเขาไว้"ญาติรอข้างนอกก่อนนะคะ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่เตรียมตัวคุณแม่เสร็จแล้วจะเชิญคุณพ่อเข้าไปข้างในค่ะ"ตะวันยืนนิ่งง
ค่ำคืนที่เงียบสงัดภายในคฤหาสน์ถูกโอบล้อมด้วยแสงจันทร์สีนวลตา ลมพัดเอื่อยๆ พาเอากลิ่นหอมของดอกราตรีที่แสนรักปลูกไว้ในสวนหลังบ้านโชยเข้ามาถึงระเบียงห้องนอนใหญ่ เวลาผ่านล่วงเลยไปอย่างรวดเร็วราวกับติดปีกบิน จากวันที่ทราบข่าวดีเรื่องเจ้าตัวเล็ก บัดนี้ครรภ์ของแสนรักแก่ขึ้นจนเห็นความนูนเด่นชัดเจนใต้ชุดนอนผ้าแพรสีหวานตะวันในชุดลำลองกางเกงขายาวตัวเดียว นั่งพิงหัวเตียงกว้างโดยมีแสนรักกึ่งนั่งกึ่งนอนเอนกายซบอยู่บนอกแกร่ง มือหนาที่เคยจับอาวุธ บัดนี้ลูบวนไปบนหน้าท้องกลมโตของภรรยาอย่างแผ่วเบาและทะนุถนอม สายตาของเขาเปลี่ยนไปจากคนดุดันกลายเป็นชายหนุ่มที่เปี่ยมไปด้วยความละมุนละไม“ดูสิแสนรัก... เจ้าตัวเล็กเตะพี่อีกแล้ว สงสัยจะอยากออกมาดูโลกเต็มทีแล้วนะครับ” ตะวันกระซิบเสียงทุ้มพลางคลี่ยิ้มกว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงเคลื่อนไหวจากภายใน แสนรักหัวเราะเบาๆ มือเล็กวางทับบนมือของตะวัน“สงสัยจะเหมือนพ่อเขานะคะ ขยันขยับตัวไม่ยอมอยู่นิ่งเลย พี่ตะวันวางแผนหรือยังคะว่าถ้าเขาออกมาแล้ว พี่จะสอนอะไรเขาเป็นอย่างแรก?”“พี่จะสอนให้เขารู้จักคำว่ารักและปกป้องครับแสนรัก” ตะวันจูบที่ขมับของเธอ“พี่จะสอนให้เขาเป็นสุภาพบุรุษท
พายุความกังวลจากเหตุการณ์สะดุดล้มในวันนั้นถูกแทนที่ด้วยคลื่นความรักที่ทวีความรุนแรงยิ่งกว่าเดิม เมื่อกาลเวลาล่วงเข้าสู่สัปดาห์ที่แปดของการตั้งครรภ์ ร่างกายของแสนรักเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ทำให้ชีวิตในคฤหาสน์วรโชติเมธีปั่นป่วนไปหมด ไม่ใช่เพราะศัตรูจากภายนอก แต่เป็นเพราะอาการแพ้ท้องอย่างหนักที่จู่โจมคุณแม่มือใหม่จนแทบกระดิกตัวไม่ได้"อึก... แหวะ!"เสียงขย้อนดังก้องออกมาจากห้องน้ำในเช้ามืดวันที่อากาศเย็นสบาย ตะวันที่นอนตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาสะดุ้งสุดตัว เขาดีดกายลุกขึ้นจากเตียงพุ่งตรงไปยังห้องน้ำทันที ภาพที่เห็นคือแสนรักในชุดนอนสายเดี่ยวสีขาว นั่งคุกเข่าอยู่ ใบหน้าหวานซีดเผือด ผมเผ้ายุ่งเหยิง และดวงตาที่รื้นไปด้วยน้ำตาจากแรงบีบคั้นของกระเพาะอาหาร"แสนรัก... เป็นยังไงบ้างครับคนดี" ตะวันรีบเข้าไปประคองไหล่บาง มือหนาลูบแผ่นหลังให้เบาๆด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสารจนแทบจะอยากเป็นคนแพ้ท้องแทนเสียเอง"พี่ตะวัน... แสนรัก้หม็น... แสนรักเหม็นกลิ่นสบู่ที่พี่เพิ่งใช้จังเลยค่ะ ฮึก" แสนรักเบือนหน้าหนีพลางปิดจมูก น้ำตาคลอเบ้า"สบู่เหรอ? พี่เพิ่งอาบน้ำมาเมื่อกี้นี้เองนะ..
เช้าวันใหม่ที่คฤหาสน์ดูจะเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทันทีที่ผลตรวจเลือดจากโรงพยาบาลยืนยันชัดเจนว่าแสนรักตั้งครรภ์ได้เกือบ 6 สัปดาห์ ตะวันก็เปลี่ยนร่างจากนักธุรกิจมาดเข้มกลายเป็นองครักษ์พิทักษ์คุณแม่แบบเต็มตัว เขาแทบจะไม่ยอมให้แสนรักคลาดสายตาแม้แต่วินาทีเดียว"พี่ตะวันคะ... แสนรักแค่จะไปหยิบน้ำส้มในตู้เย็นเองค่ะ ไม่ต้องประคองขนาดนี้ก็ได้" แสนรักเอ่ยกลั้วหัวเราะ ขณะที่ร่างสูงใหญ่ของตะวันเดินขนาบข้าง มือหนึ่งประคองเอว อีกมือเตรียมพร้อมจะคว้าร่างเธอไว้หากเธอสะดุดยอดหญ้าในบ้าน"ไม่ได้ครับแสนรัก หมอบอกว่าช่วงสามเดือนแรกอันตรายมาก ต้องประคบประหงมให้ดีที่สุด" ตะวันพูดด้วยสีหน้าจริงจังขั้นสุด "แล้วน้ำส้มน่ะ เดี๋ยวพี่ไปหยิบให้เอง แสนรักนั่งเฉยๆบนโซฟานี่แหละ ห้ามลุก ห้ามเดินเยอะ และที่สำคัญที่สุด... ห้ามวิ่ง เด็ดขาด เข้าใจไหมครับ?""รับทราบค่ะ" แสนรักทำท่าตะเบ๊ะหยอกล้อ แต่ในใจกลับรู้สึกอบอุ่นที่เห็นเขาเห่อลูกขนาดนี้ตลอดทั้งสัปดาห์ตะวันสั่งติดตั้งพรมกันลื่นใหม่ทั่วทั้งบ้าน มุมโต๊ะทุกตัวถูกหุ้มด้วยยางกันกระแทกหนาเตอะ จนองศาและสกายที่แวะมาเยี่ยมถึงกับหลุดขำที่เห็นมาเฟียจอมโหดกลายเป็นคนวิตกจ
กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปหนึ่งเดือนเต็มหลังจากค่ำคืนที่แสนหวานในห้องทำงานวันนั้น บ้านของตะวันดูจะสว่างไสวและเต็มไปด้วยพลังงานบวกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ตะวันเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะนักธุรกิจสีขาวอย่างเต็มตัว เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการประชุมร่วมกับองศาและสกายเพื่อนสนิทที่ร่วมหัวจมท้ายกันมานาน เพื่อวางรากฐานโปรเจกต์อสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่จะเน้นความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างสรรค์ชุมชนที่ปลอดภัย ซึ่งเป็นธุรกิจที่เขาตั้งใจจะมอบให้เป็นของขวัญแก่ครอบครัวในอนาคตเย็นวันนั้นรถยุโรปคันหรูของตะวันแล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้านพร้อมกับรถขององศาและสกายที่ตามมาติดๆ วันนี้เป็นวันที่พวกเขาเพิ่งกลับจากการไปดูไซต์งานก่อสร้างที่เขาใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ตะวันตั้งใจจะสร้างรีสอร์ตระดับไฮเอนด์และแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้สร้างบ้านพักตากอากาศส่วนตัว**ดารินก้าวลงจากรถพร้อมกับหิ้วถุงของฝากพะรุงพะรัง ทั้งขนมนำเข้าจากต่างประเทศและของฝากติดไม้ติดมือจากเขาใหญ่ เธอเดินนำหน้าพวกหนุ่มๆ เข้าไปในตัวบ้านด้วยความร่าเริงตามสไตล์"แสนรัก! พี่ดารินมาแล้วค่า มีของอร่อยมาฝากเพียบเลยนะ!” เสียงใสของดารินดังก้องไปทั่วโถงบ้านหรูใ
แสนรักที่กำลังนั่งวาดภาพหันมองตะวันที่คุยโทรศัพท์อยู่นานสองนาน ใบหน้าของเขาดูตึงเครียดจนเธอไม่อาจปล่อยผ่านได้ เธอสะดุ้งเฮือกตอนที่สกายเรียกและบอกว่าสีจากพู่กันกำลังเปื่อนภาพที่เธอวาด มือเล็กรุกลี้รุกรนหยิบทิชชูเปียกมาซับมันแผ่วเบาอย่างระมัดระวังก้อนจะมองภาพที่ไม่เปรอะเปื้อนมากนักทั้งพรูลมหายใจอย่า
"สิเดี๋ยวก่อนสิครับ ฟังพี่ก่อนสิ" ภาพอาทิตย์ที่วิ่งตามสิรินาถต้อยๆทำให้ผู้คนที่มองเห็นหยุดยืนมอง มันเป็นอย่างนี้มาเสมอ ทำตัวงี่เง่าให้อาทิตย์ง้อต่อหน้าทุกคน เพื่อให้คนอื่นมองว่าตัวเองมีค่ามากพอที่จะให้คนวิ่งตาม ทุกครั้งอาทิตย์ทำไปอย่างจำใจ ในหัวสมองเขาต้องคิดตชอดเวลาว่าสิรินาถมีบทบาทสำคัญที่จะทำให
วีดีโอในหน้าเว็บข่างแวดวงไฮโซวันนี้ถูกแสนรักกดเล่นมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในวีดีโอนั้นแสดงภาพมนงานประมูลเมื่อคืนในตอนที่ตะวัันสวมสร้อยที่พึ่งประมูลได้ให้กับเธอ ในความคิดเห็นมีทั้งความอิจฉาและการขุดคุ้ยว่าเธอเป็นใครมาจากไหนแสนรักปิดหน้าจอโทรศัพท์ลง ยอมรับว่าการดูแลและเอาใจเธอของตะวันทำให้ใจดวงน้อยของเธอเ
งานประมูลดำเนินไปอย่างครึกครื้น ผู้คนพากันประมูลเครื่องประดับเพราะทุกชิ้นในงานเป็นชิ้นพิเศษที่ทำเอาไว้หนึึ่งชิ้นต่อแบบเท่านั้น ปาริฉัตรตั้งใจให้มันเป็นผลงานที่น่าจดจำสำหรับวันครบรอบการก่อตั้งบริษัทด้วยแสงแฟลชดับลงมืดสนิทก่อนจะสาดขึ้นบนเวที ความอลังการและดนตรีน่าตื่นเต้นบ่งบอกเวลาของชุดเครื่องเพชรร







