Share

บทที่ 8

Penulis: midnight bunny
last update Tanggal publikasi: 2026-08-25 12:52:52

ในเวลาเดียวกัน ณ ตำหนักหมื่นมาร อันเป็นศูนย์กลางอำนาจของพรรคมาร

บรรยากาศภายในโถงใหญ่ศิลานั้นเย็นยะเยือกและกดดันจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นคาวเลือดยังคงลอยคลุ้งจางๆ บ่งบอกถึงการกวาดล้างครั้งใหญ่ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ศพของผู้ที่แข็งข้อและสายลับจากฝ่ายธรรมะถูกลากออกไปโยนทิ้งที่หุบเหวด้านหลังจนหมดสิ้น

บนบัลลังก์ศิลาสีดำทะมึนที่สลักลวดลายพยัคฆ์ทมิฬเหยียบเมฆ บุรุษผู้หนึ่งนั่งพิงพนักด้วยท่วงท่าเกียจคร้าน แต่กลับแผ่กลิ่นอายอันตรายอย่างถึงที่สุด

เยี่ยนอู๋จิ่ว ประมุขมารผู้เลื่องชื่อ บัดนี้บาดแผลฉกรรจ์บนร่างกายหายสนิทแล้วด้วยวิชามารขั้นสูงสุด ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยซีดเซียวกลับมามีเลือดฝาด นัยน์ตาสีรัตติกาลที่มักจะนิ่งสนิทเหมือนบ่อน้ำลึก บัดนี้กลับมีประกายความหงุดหงิดพาดผ่าน นิ้วเรียวยาวของเขากำลังไล้ไปตามเศษผ้าสีน้ำตาลหยาบๆที่ถูกพับเก็บไว้อย่างทะนุถนอมในมือ ราวกับมันเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดในใต้หล้า

เบื้องล่างของบัลลังก์ มีชายหนุ่มในชุดบัณฑิตสีขาวบริสุทธิ์ยืนประสานมือค้อมศีรษะอยู่ เขามีใบหน้ายิ้มแย้มเป็นมิตร ขัดกับบรรยากาศของพรรคมารอย่างสิ้นเชิง ชายผู้นี้คือ ‘ลู่เหวิน’ มือขวาคนสนิทผู้มีฉายาจิ้งจอกหน้ายิ้ม...

“เรียนท่านประมุข” ลู่เหวินเอ่ยรายงานด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ฐานที่มั่นของสมาพันธ์ฝ่ายธรรมะที่เมืองลั่วหยางถูกขุนพลของเราตีแตกพ่ายไปแล้วขอรับ ส่วนพวกผู้เฒ่าที่วางค่ายกลล้อมจับท่าน ข้าน้อยได้ส่งพวกมันไปลงบ่ออสรพิษตามคำสั่งเรียบร้อยแล้ว คาดว่าคงร้องโหยหวนไปได้อีกสักสามวันสามคืน”

เยี่ยนอู๋จิ่วไม่ได้สนใจรายงานความสำเร็จเหล่านั้นแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นเท้าคาง สายตาคมกริบจ้องมองทะลุลงไปที่ลู่เหวิน แววตาของจอมมารแฝงไปด้วยความหมายบางอย่างที่ทำให้คนถูกมองต้องลอบรู้สึกหนาวสันหลัง

“ดีมาก ลู่เหวิน...” เยี่ยนอู๋จิ่วเอ่ยเสียงเรียบเย็น “แล้วเรื่องหนอนบ่อนไส้ที่ลอบวางยาพิษสลายลมปราณในสุราของข้าคืนนั้นเล่า... เจ้าสืบได้ความว่าอย่างไร? ข้าหวังว่ามันสมองของข้า คงไม่ปล่อยให้ผู้ทรยศลอยนวลอยู่ใต้จมูกหรอกนะ”

รอยยิ้มบนใบหน้าของลู่เหวินจางหายไปทันทีเมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้ แววตาของบัณฑิตหนุ่มฉายแววเย็นเยียบและโกรธเกรี้ยวแทนผู้เป็นนายอย่างเห็นได้ชัด

“เรียนท่านประมุข ข้าน้อยได้สั่งระงับการเข้าออกทุกตำหนัก เพื่อเค้นสอบทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสุรากาจอกนั้นแล้วขอรับ” ลู่เหวินประสานมือค้อมศีรษะลง น้ำเสียงหนักแน่นและแฝงไปด้วยจิตสังหาร “ผู้ใดที่กล้าลอบกัดท่านประมุข ข้าน้อยรับรองด้วยชีวิต ว่าจะลากคอมันมาสับเป็นหมื่นชิ้นแทบเท้าท่านให้จงได้”

“ข้าจะรอดูผลงานของเจ้า...” เยี่ยนอู๋จิ่วละสายตาจากลู่เหวิน กลับมามองเศษผ้าในมือ

“แล้วเรื่องคนของข้าล่ะ? คืบหน้าไปถึงไหนแล้ว”

ลู่เหวินลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกที่เปลี่ยนเรื่องได้ “เรียนท่านประมุข องครักษ์เงาได้กระจายกำลังออกค้นหาทั่วทั้งยุทธภพแล้วขอรับ แต่เนื่องจากข้อมูลที่เรามีจำกัดเพียงแค่ ดวงตาดอกท้อ ส่วนสูงและรอยฉีกขาดของชายเสื้อ การค้นหาจึงเป็นไปได้ยากยิ่ง... ข้าน้อยเกรงว่า หากสตรีผู้นั้นเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา หรืออาจจะ... เอ่อ... ทิ้งเสื้อผ้าชุดนั้นไปแล้ว เราอาจจะงมเข็มในมหาสมุทร...”

ปัง!

พนักวางแขนของบัลลังก์ศิลาแตกร้าวเป็นรอยใยแมงมุมเพียงแค่เยี่ยนอู๋จิ่วขยับนิ้ว พลังปราณมารกดดันระเบิดออกมารอบทิศทางจนลู่เหวินต้องคุกเข่าก้มหน้าแนบพื้น!

“ข้าไม่ได้เลี้ยงพวกเจ้าไว้ให้มาบอกว่าทำไม่ได้ลู่เหวิน” น้ำเสียงของเยี่ยนอู๋จิ่วเย็นเยียบจนเกือบจะเป็นน้ำแข็ง “นางช่วยชีวิตข้า นางคือคนเดียวในใต้หล้าที่มองข้าด้วยสายตาเช่นนั้น... เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยให้นางหนีหายไปอย่างนั้นหรือ?”

“ขะ... ข้าน้อยมิกล้า!” ลู่เหวินรีบโขกศีรษะ “ข้าน้อยจะเพิ่มกำลังคน ค้นหาไปถึงเมืองชายแดนทุกแห่ง ไม่ว่าจะพลิกแผ่นดินหรือต้องเผาป่า ข้าน้อยก็จะหาสตรีผู้นี้มาให้ท่านประมุขให้จงได้!”

เยี่ยนอู๋จิ่วหลุบตาลง แววตาดุดันอ่อนแสงลงชั่วขณะ ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความลุ่มหลงและยึดติดที่บิดเบี้ยววิปริต

“ประกาศออกไปให้ทั่ว... หากใครพบเบาะแสของนาง ให้เชิญตัวมาอย่างทะนุถนอมที่สุด ห้ามให้มีรอยขีดข่วนแม้แต่รอยเดียว แต่หากผู้ใดกล้าซ่อนตัวนางไว้ หรือทำให้นางต้องหวาดกลัว... ข้าจะลบโคตรตระกูลของมันออกไปจากใต้หล้านี้เสีย”

ลู่เหวินรับคำสั่งพลางลอบกลืนน้ำลาย

“แล้วถ้าหาก... ถ้าหากพบตัวแล้ว แต่สตรีผู้นั้นขัดขืน ไม่ยอมมากับพวกเราล่ะขอรับ?” ลู่เหวินถามเผื่อไว้ เพราะดูจากรูปการณ์แล้ว คนผู้นั้นจงใจวิ่งหนีประมุขมารราวกับหนีผีสาง

เยี่ยนอู๋จิ่วยิ้ม... เป็นรอยยิ้มที่งดงามแต่กลับดุร้ายและทรงอำนาจจนทำให้ผู้พบเห็นต้องขนหัวลุก

“นางเป็นคนขี้กลัว... ข้าจำแววตาหวาดหวั่นของนางได้ดี หากเจ้าตัวไม่ยอมมา ก็จงสร้างสถานการณ์ให้ไม่มีที่ไปเสีย บีบให้ต้องวิ่งหนี... วิ่งมาหาที่พึ่งเดียวที่ปลอดภัยที่สุดในใต้หล้า”

นิ้วเรียวลูบไล้เศษผ้าเบาๆ ราวกับกำลังประคองพวงแก้มของใครบางคน

“จำไว้... นางไม่ใช่เหยื่อที่พวกเจ้าจะล่าได้ แต่นางคือนกน้อยของข้า... หน้าที่ของพวกเจ้าคือต้อนให้เจ้านกตัวน้อยบินกลับมาเข้ากรงของข้าด้วยตัวเอง... เข้าใจหรือไม่?”

“ขะ... เข้าใจแล้วขอรับท่านประมุข!” ลู่เหวินก้มหัวรับคำสั่งรีบถอยออกไปจัดการทันที ในใจได้แต่ภาวนาให้ ‘นกน้อย’ ผู้โชคร้ายคนนั้นรีบๆ ปรากฏตัวออกมาเสียที ก่อนที่ประมุขมารจะหงุดหงิดจนสั่งล้างบางยุทธภพเล่นแก้เบื่อ

...

กลับมาที่เมืองหลินสุ่ย

หลินซิงเยียนที่กำลังเก็บแผงมันเผาอย่างเร่งรีบ จู่ๆ ก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบและขนลุกซู่ไปทั้งตัวโดยไม่มีสาเหตุ เจ้าตัวจามออกมาติดๆ กันสามครั้ง

“หนาวจังวะ... หรือว่าไอ้เจ้ามารนั่นมันกำลังสาปแช่งข้าอยู่” เสียงหวานพึมพำพลางถูแขนตัวเอง

“น้องรอง แผงเก็บเสร็จแล้ว เราจะไปไหนต่อดี?” ซ่งจือชิวถามพร้อมกับแบกเตาดินเผาขึ้นบ่าอย่างง่ายดาย

ดวงตาดอกท้อมองซ้ายมองขวา ตอนนี้ข่าวลือเริ่มกระจายมาถึงแดนใต้แล้ว แปลว่าเครือข่ายของพรรคมารต้องกว้างขวางและน่ากลัวมาก การแต่งตัวเป็นชาวบ้านธรรมดาเร่ร่อนขายของอาจจะไม่ปลอดภัยอีกต่อไป พวกเขาอาจจะถูกเพ่งเล็งจากชาวยุทธภพที่หวังเงินรางวัล

“พี่ใหญ่ชิง... เราเปลี่ยนอาชีพกันเถอะ”

“หา? แล้วเราจะไปทำอะไรล่ะ? เราไม่มีเงินทุนไปเปิดร้านหรอกนะ”

“เราจะทำตัวให้กลมกลืนกับฝูงชนที่สุดไงล่ะ” ร่างบางหรี่ตาลง มองไปยังหอสุราและโรงเตี๊ยมขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมือง “ที่ที่อันตรายที่สุด คือที่ที่ปลอดภัยที่สุด... พวกมันตามหาชาวบ้านยากจน งั้นเราก็ไปเป็นลูกจ้างในหอสุราที่คนพลุกพล่านที่สุดกันเถอะ แขกเข้าออกเป็นร้อยๆ ทุกวัน พวกองครักษ์มารไม่มีทางมานั่งจำหน้าทุกคนได้หรอก”

หญิงสาวยืดอกอย่างมั่นใจในแผนการซ่อนตัวแบบเนียนๆ โดยไม่รู้ตัวเลยว่า...

ตนเองกำลังก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้ ‘กรงทอง’ ที่พญามัจจุราชอุตส่าห์กางตาข่ายรอไว้อย่างช้าๆ...

วิถีชีวิตอันแสนสงบสุขของตัวประกอบหลินซิงเยียน... ได้จบลงอย่างเป็นทางการแล้ว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ตัวประกอบผู้นี้ขอไม่ตายตามบท    ตอนที่ 13

    นุ่ม...นุ่มเหลือเกิน...นั่นคือความรู้สึกแรกที่ปลุกให้หลินซิงเยียนค่อยๆ ได้สติกลับคืนมา หลังจากที่เป็นลมล้มพับไปต่อหน้าต่อตาจอมมารอันดับหนึ่งแห่งยุทธภพหญิงสาวขยับตัวเล็กน้อย สัมผัสได้ถึงความลื่นไหลและเย็นสบายของผ้าไหมเนื้อดีที่ห่มคลุมร่างอยู่ กลิ่นหอมของกำยานชั้นเลิศที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและสูงศักดิ์ลอยอวลอยู่ในอากาศมันไม่ใช่กลิ่นอับชื้นของโรงเตี๊ยมซอมซ่อ และไม่ใช่กลิ่นควันไฟป่าที่คุ้นเคยตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา‘นี่เรา... ตายแล้วได้ขึ้นสวรรค์งั้นหรือ หรือว่าได้กลับโลกเดิมแล้ว เตียงนุ่มขนาดนี้ต้องเป็นเตียงสปริงราคาแพงแน่ๆ’ดรุณีน้อยหลับตาพริ้ม เผยรอยยิ้มบางๆ อย่างมีความสุข ตัดสินใจยืดแขนบิดขี้เกียจอย่างเต็มที่ หมายจะลืมตาขึ้นมาพบกับเพดานห้องนอนอพาร์ตเมนต์ที่คุ้นเคยในศตวรรษที่ 21ทว่า...มือที่กำลังยืดออกไป กลับปะทะเข้ากับบางสิ่งที่ทั้งแข็งแกร่งและอบอุ่น คล้ายกับแผงอกของใครบางคน!พรึ่บ!หลินซิงเยียนเบิกตาโพลงทันทีภาพที่ปรากฏแก่สายตาไม่ใช่เพดานห้องสีขาว แต่เป็นม่านมุ้งผ้าโปร่งสีแดงเข้มที่ปักดิ้นทองลายพยัคฆ์อย่างวิจิตรบรรจง และเมื่อหันขวับไปมองด้านข้าง หัวใจที่เพิ่งจะเต้นเป็นจังหวะป

  • ตัวประกอบผู้นี้ขอไม่ตายตามบท    ตอนที่ 12

    ...ป่าทิศตะวันตกนอกเมืองหลินสุ่ย เป็นป่ารกทึบที่เต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่และเถาวัลย์ระเกะระกะซ่งจือชิวแบกหลินซิงเยียนวิ่งหนีตายทะลวงเข้าไปในป่าลึก พลังปราณถูกรีดเร้นออกมาจนถึงขีดสุด เสียงลมพัดอื้ออึงอยู่ในหู หลินซิงเยียนที่ถูกแบกอยู่บนบ่าพยายามหันมองกลับไปด้านหลัง และสิ่งที่เห็นก็ทำให้หัวใจแทบหยุดเต้นเงาสีดำหลายสายกำลังพุ่งกระโจนตามมาตามเรือนยอดไม้ พวกมันรวดเร็วราวกับปีศาจ ระยะห่างกำลังหดสั้นลงเรื่อยๆ“พี่ใหญ่ ปล่อยข้าลงเถิด ขืนแบกข้าไว้แบบนี้ เราหนีไม่พ้นแน่” หลินซิงเยียนตะโกนแข่งกับเสียงลม “เป้าหมายของพวกมันคือข้า ท่านทิ้งข้าไว้แล้วหนีไปซะ”“เหลวไหล!!” ซ่งจือชิวตวาดกลับโดยไม่ยอมลดความเร็ว “ข้าเสียท่านอาจารย์ เสียสำนักไปแล้ว ข้าจะไม่ยอมเสียศิษย์น้องอย่างเจ้าไปอีกคนเด็ดขาด ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต ข้าก็จะพาเจ้าหนีไปให้ได้”คำพูดของซ่งจือชิวทำให้หลินซิงเยียนขอบตาร้อนผ่าว นางไม่ใช่คนดีอะไร เป็นแค่ตัวประกอบที่อยากมีชีวิตรอด แต่ความตายที่กำลังไล่หลังมา ทำให้นางตระหนักว่าได้ดึงเอาคนบริสุทธิ์คนนี้เข้ามาร่วมรับชะตากรรมที่โหดร้ายด้วยฟิ้ว! ฉึก!จู่ๆ ลูกดอกอาบยาสลบสามดอกก็พุ่งแหวกลมมาปักเข้าที่

  • ตัวประกอบผู้นี้ขอไม่ตายตามบท    ตอนที่ 11

    บรรยากาศรอบด้านที่เคยจอแจไปด้วยเสียงผู้คนในตลาดและเสียงฝีเท้าม้า จู่ๆ ก็คล้ายกับถูกดูดกลืนหายไปจนหมดสิ้น ร่างบางได้ยินเพียงเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นโครมครามดังก้องอยู่ในหู ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็งอยู่ในบ่อน้ำแข็งพันปี‘รอยขาดที่เสื้อตัวใน... หมอนี่ตาไวระดับเหยี่ยวหรืออย่างไร ข้าอุตส่าห์สวมชุดเสี่ยวเอ้อร์ตัวโคร่งทับไว้แล้วเชียว’หญิงสาวในคราบเด็กรับใช้ชายกรีดร้องในใจอย่างบ้าคลั่ง ทว่าสัญชาตญาณเอาตัวรอดของคนที่ผ่านความเป็นความตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ทำให้สมองแล่นปรู๊ดปร๊าดด้วยความเร็วสูงสุด นางต้องหาข้ออ้าง ต้องหาคำตอบที่แนบเนียนที่สุดเดี๋ยวนี้หลินซิงเยียนแสร้งทำเป็นไอค่อกแค่ก ตัวสั่นงันงกมากยิ่งขึ้น ช้อนตามองลู่เหวินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวแบบซื่อบื้อ สวมบทบาทเป็นเสี่ยวเอ้อร์ที่ตื่นตระหนกตกใจเมื่อเจอคนใหญ่คนโต“ขะ... ข้าน้อย... ข้าน้อยไม่รู้เรื่องรอยขาดอันใดหรอกขอรับนายท่าน ข้าน้อยเป็นเพียงคนยากจน เสื้อผ้ามีติดตัวอยู่เพียงชุดเดียว รอยแหว่งนี้เป็นเพราะข้าน้อยถูกสุนัขบ้าวิ่งไล่กัดเมื่อหลายเดือนก่อน...” เสียงบี้ขึ้นจมูกตอบตะกุกตะกัก “ข้าน้อยเป็นเพียงบุรุษอัป

  • ตัวประกอบผู้นี้ขอไม่ตายตามบท    ตอนที่ 10

    แต่ก่อนที่จะได้ตัดสินใจสิ่งใด เสียงเอะอะโวยวายก็ดังมาจากหน้าประตูหอชุนเฟิง“หลีกไป พวกข้าต้องการพบหลงจู๊ของที่นี่”หลินซิงเยียนชะงัก หันไปมองที่ประตูใหญ่กลุ่มคนประมาณห้าคนเดินอาจหาญเข้ามาภายในร้าน พวกเขาสวมชุดผ้าแพรเนื้อดีสีเข้ม ดูเผินๆ เหมือนคหบดีผู้มั่งคั่ง แต่แววตาที่ดุดันและจังหวะก้าวเดินที่แผ่วเบาไร้เสียง บ่งบอกถึงวิชาตัวเบาขั้นสูง สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือ รอยสักรูปดอกอิงฮวาสีดำเล็กๆ ที่หลังมือของหนึ่งในนั้นดวงตาดอกท้อเบิกกว้างความทรงจำจากนิยายผุดขึ้นมาในหัวทันที... รอยสักดอกอิงฮวาสีดำที่หลังมือ คือสัญลักษณ์ของหน่วยองครักษ์เงาแห่งพรรคมาร‘มาถึงแล้ว พวกมันมาถึงหอชุนเฟิงแล้ว’หัวใจเต้นกระหน่ำจนแทบจะทะลุอก หันรีหันขวาง พยายามจะแทรกตัวหลบไปทางหลังร้าน แต่หลงจู๊ที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่หน้าเคาน์เตอร์ดันหันมาเห็นเข้าพอดี“อาไป๋ เจ้ายืนบื้ออยู่ทำไม เเขกคนสำคัญมา รีบพาพวกนายท่านไปที่ห้อง ‘เทียนเซียง’ (สวรรค์รำเพย) ชั้นสามเดี๋ยวนี้ และดูแลให้ดีที่สุด ห้ามมีข้อผิดพลาดเด็ดขาด”ไอ้เถ้าแก่เฮงซวย เจ้าส่งข้าไปตายชัดๆหลินซิงเยียนอยากจะร้องไห้เป็นสายเลือด แต่ในเมื่อแขกกลุ่มนั้นหันขวับมามองเป็นตาเ

  • ตัวประกอบผู้นี้ขอไม่ตายตามบท    ตอนที่ 9

    หอชุนเฟิงคือหอสุราและหอคณิกาที่ใหญ่และหรูหราที่สุดในเมืองหลินสุ่ยที่นี่แบ่งออกเป็นสามชั้น ชั้นล่างสุดคือโรงเตี๊ยมสำหรับนักเดินทางทั่วไปและชาวยุทธภพที่มาหาข่าว ชั้นสองเป็นห้องส่วนตัวสำหรับคหบดีหรือชาวยุทธภพกระเป๋าหนักที่ต้องการความสุนทรีย์ในการดื่มกิน ส่วนชั้นสามคือสรวงสวรรค์... สถานที่หลับนอนและชมการแสดงของเหล่าหญิงงามอันดับหนึ่งแห่งแดนใต้ท่ามกลางเสียงพิณที่บรรเลงคลอเคล้ากับเสียงหัวร่อต่อกระซิกของแขกเหรื่อ ร่างผอมบางในชุดเสี่ยวเอ้อร์ สีเทาตัวโคร่ง กำลังยกถาดใส่ป้านสุราและกับแกล้มเดินลัดเลาะไปตามโต๊ะต่างๆ ด้วยความคล่องแคล่ว“สุรานารีแดงโต๊ะสามได้แล้วขอรับ ถั่วลิสงคั่วเกลือโต๊ะเจ็ดมาแล้วขอรับนายท่าน”น้ำเสียงดัดให้ทุ้มต่ำและท่าทางนอบน้อมถ่อมตน ทำให้เจ้าตัวดูไม่ต่างจากเสี่ยวเอ้อร์ธรรมดาทั่วไป ทว่าหากใครเข้าไปมองหน้าใกล้ๆ คงต้องผงะถอยหลังไปครึ่งก้าว เพราะใบหน้าที่ควรจะเกลี้ยงเกลานั้น กลับถูกแต่งแต้มไปด้วยคราบสีเหลืองซีดราวกับคนเป็นโรคตับ ใต้ตาดำคล้ำเหมือนคนไม่ได้นอนมาสามชาติ ซ้ำยังมีไฝเม็ดเบ้อเริ่มติดอยู่ตรงมุมปาก ดูอัปลักษณ์และจืดชืดจนไม่มีใครอยากมองซ้ำสองและเสี่ยวเอ้อร์หน้าตาน่าเกลีย

  • ตัวประกอบผู้นี้ขอไม่ตายตามบท    บทที่ 8

    ในเวลาเดียวกัน ณ ตำหนักหมื่นมาร อันเป็นศูนย์กลางอำนาจของพรรคมารบรรยากาศภายในโถงใหญ่ศิลานั้นเย็นยะเยือกและกดดันจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นคาวเลือดยังคงลอยคลุ้งจางๆ บ่งบอกถึงการกวาดล้างครั้งใหญ่ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ศพของผู้ที่แข็งข้อและสายลับจากฝ่ายธรรมะถูกลากออกไปโยนทิ้งที่หุบเหวด้านหลังจนหมดสิ้นบนบัลลังก์ศิลาสีดำทะมึนที่สลักลวดลายพยัคฆ์ทมิฬเหยียบเมฆ บุรุษผู้หนึ่งนั่งพิงพนักด้วยท่วงท่าเกียจคร้าน แต่กลับแผ่กลิ่นอายอันตรายอย่างถึงที่สุดเยี่ยนอู๋จิ่ว ประมุขมารผู้เลื่องชื่อ บัดนี้บาดแผลฉกรรจ์บนร่างกายหายสนิทแล้วด้วยวิชามารขั้นสูงสุด ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยซีดเซียวกลับมามีเลือดฝาด นัยน์ตาสีรัตติกาลที่มักจะนิ่งสนิทเหมือนบ่อน้ำลึก บัดนี้กลับมีประกายความหงุดหงิดพาดผ่าน นิ้วเรียวยาวของเขากำลังไล้ไปตามเศษผ้าสีน้ำตาลหยาบๆที่ถูกพับเก็บไว้อย่างทะนุถนอมในมือ ราวกับมันเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดในใต้หล้าเบื้องล่างของบัลลังก์ มีชายหนุ่มในชุดบัณฑิตสีขาวบริสุทธิ์ยืนประสานมือค้อมศีรษะอยู่ เขามีใบหน้ายิ้มแย้มเป็นมิตร ขัดกับบรรยากาศของพรรคมารอย่างสิ้นเชิง ชายผู้นี้คือ ‘ลู่เหวิน’ มือขวาคนสนิทผู้มีฉายาจิ้งจอกหน้ายิ้ม...

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status