Masukณ จวนตระกูลเมิ่ง
"นายหญิงเจ้าคะ นายหญิง! เกิดเรื่องแล้วเจ้าค่ะ"
"อันใดกัน เหตุใดต้อ
ณ จวนตระกูลเมิ่ง"นายหญิงเจ้าคะ นายหญิง! เกิดเรื่องแล้วเจ้าค่ะ""อันใดกัน เหตุใดต้องเสียงดัง""นายท่านเจ้าค่ะ!""เกิดอันใดขึ้น!""เอ่อ... คือ นายท่านพาสตรีเข้ามาที่จวนเจ้าค่ะ""หึ อนุคนใหม่เช่นนั้นหรือ""คิดว่าน่าจะเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ""หึ บุรุษผู้นั้นกล้านำอนุเข้าจวนมาเพื่อหยามข้าอีกแล้วงั้นหรือ""นายหญิง จะให้บ่าว...""รอให้ผ่านไปสักระยะแล้วค่อยจัดการตามเดิม""เจ้าค่ะ""เจ้าไปได้แล้ว""เจ้าค่ะ"พรึ่บ!!!"คารวะนายหญิง!""เกิดอันใดขึ้น""คนของเราถูกท่านแม่ทัพมู่หนิงเฉิงจับตัวได้ขอรับ ข้าน้อยมิรู้ว่าพวกมันให้การสารภาพหรือไม่ แต่หลังจากที่ทุกคนถูกฆ่าก่อนจะเสียบประจานที่กำแพงเมือง ทางนั้นก็มิได้มีการเคลื่อนไหวแต่อย่างใดขอรับ""หึ ถ้าเช่นนั้น ก็แปลว่าคนเหล่านั้นคงจะยังมิรู้ว่าผู้ใดเป็นผู้บงการ""อาจจะเป็นเช่นนั้นขอรับ""ยังวางใจไม่ได้เด็ดขาด เจ้าจงจัดการปิดปากพวกมันให้หมด อย่าให้สาวมาถึงตัวข้าได้เป็นอันขาด""ขอรับนายหญิง"...ตำ
ในช่วงเวลาเช้าตรู่ พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นจากขอบฟ้า คนร้ายทั้งห้าคนก็ถูกจับมัดแขนมัดขา ก่อนจะโยนมาไว้ยังบริเวณด้านหน้าเรือนที่ซินเยว่เล่อพักอยู่ เสียงด่าทอดังขึ้นเป็นระยะ โดยไม่มีเสียงตอบโต้จากอีกฝ่ายซินเยว่เล่อที่เมื่อคืนกินอิ่มนอนหลับอย่างสบายใจ งัวเงียตื่นขึ้นมาเพราะเสียงของคนเหล่านั้นทำให้นางรู้สึกหงุดหงิดไม่น้อย ร่างบางของดรุณีน้อยที่ยังไม่พ้นวัยปักปิ่นเดินออกมาปรากฏตัวต่อสายตาของกลุ่มคนร้ายเหล่านั้น ก่อนจะยกยิ้มอย่างพอใจตามเดิมเหลียนลู่ชิงก็คิดจะทำเช่นนี้อยู่แล้ว เพราะต้องการช่วยหญิงสาวจึงได้เข้าร่วมกับคนร้าย แต่นึกไม่ถึงว่าหญิงสาวจะยื่นข้อเสนอเป็นเงินทองที่มากกว่าถึงสามเท่า นับว่าใจกล้าไม่เบาเลย"เป็นพวกเจ้าเองงั้นหรือ ที่คิดลักพาตัวข้า ใจกล้าไม่เบา""หึหึ ท่านก็เป็นแค่องค์หญิงไร้ค่าที่ถูกเนรเทศมาอยู่ในที่ไกลแสนไกล อย่าอวดดีไปหน่อยเลยน่า"ฉึ่ง!!! ฉับ!!!เพียงแค่ชั่วลมหายใจเดียวเท่านั้น ชายตรงหน้าที่กล้าเอ่ยวาจาหมิ่นเกียรติของซินเยว่เล่อ ก็ถูกหญิงสาวชักกระบี่ของเหลียนลู่ชิงที่ยืนอยู่ใกล้ๆ บั่นไปที่ลำคอของอีกฝ่าย ก่อนที่ศีรษะจะกลิ้
หลังจากที่คนร้ายชุดดำออกไปจากห้อง เยว่เล่อก็ค่อยๆ ลุกขึ้นมาก่อนจะเดินไปส่องดูความเคลื่อนไหวภายนอก ที่ช่องหน้าต่างที่แง้มเปิดอยู่ ด้านนอกมีคนเฝ้าประตูอยู่ถึงหกคน แต่นั่นมิใช่ปัญหาใหญ่อันใดสิ่งที่นางจำเป็นต้องทำคือ จับตัวคนร้ายกลุ่มนี้ให้ได้แบบตัวเป็นๆ ว่าแต่ว่าคนร้ายที่อุ้มนางเข้ามาเมื่อกี้นี้ เหตุใดจึงมีน้ำเสียงที่คุ้นหูยิ่งนัก ทั้งยังไม่มีไอสังหารแตกต่างจากนักฆ่าทั่วไป รวมถึงคำพูดที่ชายผู้นั้นกล่าวกับนางราวกับว่ารู้จักนางอย่างไรอย่างนั้น!เจ้าเป็นผู้ใดกันแน่!เวลาผ่านไปกว่าชั่วยามบุรุษตัวสูงผู้นั้นก็เข้ามาพร้อมกับถาดอาหาร ซินเยว่เล่อแกล้งนอนหลับอยู่บนเตียง จนกระทั่งได้ยินเสียงกระแอมไอของอีกฝ่าย"อะแฮ่ม ไม่ทราบว่าองค์หญิงจะทรงหลับไปถึงเมื่อใดกันพ่ะย่ะค่ะ"ซินเยว่เล่อที่ได้ยินเสียงชายหนุ่มกล่าวเสียดสีจึงทำทีเป็นพึ่งรู้สึกตัว ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาแล้วลุกขึ้นนั่งบนเตียง แต่เมื่อเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายหญิงสาวก็ต้องตกใจเป็นอย่างยิ่ง"นี่... นี่ท่านเองงั้นหรือ!""ยินดียิ่งนักที่องค์หญิงทรงจดจำกระหม่อมได้""เป็นท่านที่ชอบย่องเบา
แผนการลักพาตัว"หมดหน้าที่ของพวกเจ้าแล้ว นายหญิงสั่งให้หยุดแค่นี้ก่อนกลับไปรับรางวัลที่เมืองหลวงได้""หึหึ แล้วที่นายหญิงรับปากพวกข้าเรื่ององค์หญิงนั่นเล่า!""หากพวกเจ้าคิดว่ามีปัญญาจัดการนางได้ ก็แล้วแต่พวกเจ้า แต่อย่าให้เรื่องมันสาวมาถึงตัวนายหญิงก็พอ ไม่เช่นนั้นครอบครัวของพวกเจ้า ไม่ตายดีแน่!""พวกข้ารู้แล้วน่า หึหึ องค์หญิงนั่นงดงามถึงเพียงนั้น แม้ว่าจะยังไม่พ้นวัยปักปิ่นแต่ก็ทำให้อารมณ์บุรุษเพศของข้าพุ่งสูงได้ถึงเพียงนี้ สมกับที่เล่าลือจริงๆ""หึหึ พวกเจ้าก็ระวังตัวให้ดีเถิด จะลักพาตัวสตรีผู้นั้นมิใช่ทำได้ง่ายๆ องครักษ์เกราะทองกว่าครึ่งร้อยที่คอยอารักขานางอยู่ไม่ไกล""หึหึ ท่านอย่าลืมเสีย ว่ามีคนของนายหญิงแฝงตัวอยู่ในนั้นด้วย เหตุใดต้องกลัว หากพวกข้าสามารถจัดการสตรีผู้นั้นได้ นายหญิงคงจะพอใจเป็นอย่างมากเป็นแน่""เอาละ เรื่องนี้ข้าจะไม่ยุ่ง และข้าถือว่าเตือนพวกเจ้าแล้ว""เอาน่า... ท่านจะระแวงอันใดนักหนา แค่สตรีบอบบางเพียงคนเดียว"บุรุษทั้งสามพูดคุยกันอย่างสนุกสนานท่ามกลางสายตาของใครบางคนที่ลอบ
ในยามนี้คนร้ายตัวจริงได้ทำการวางยาพิษครั้งใหม่ทำให้ชาวเมืองกลุ่มหนึ่งถูกพิษและกลายเป็นโรคระบาดอีกครั้ง โดยครั้งนี้มีส่วนผสมของพิษค่อนข้างรุนแรงกว่าทุกครั้ง นอกจากท้องเสียท้องร่วง เป็นผดผื่นมีไข้ ซ้ำยังติดกันง่ายกว่าเดิมทางการได้รีบเร่งแยกคนไข้ที่ป่วยหนักและป่วยระยะแรกออกจากกัน เพื่อสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลง ในยามนี้ทุกคนในเมืองต่างเดือดร้อนกันโดยถ้วนหน้าเพียงไม่นานก็มีข่าวลือเกิดขึ้นทันที นั่นคือ ดวงชะตาเป็นปฏิปักษ์ขององค์หญิงซินเยว่เล่อที่ออกมาอาศัยอยู่นอกวัง ซึ่งก็เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ประชาชนมิรู้คือ การที่หญิงสาวอาศัยอยู่ที่เมืองจี๋หนานของพวกเขาการเกิดโรคระบาดในครั้งนี้จึงทำให้มีคนจำนวนไม่น้อยที่เอาแต่กล่าวโทษหญิงสาว ว่าแท้จริงแล้วเป็นเพราะนาง! มู่หนิงเฉิงที่ได้ยินข่าวลือเช่นนั้นก็เกิดอารมณ์โมโหสั่งให้องครักษ์ตามหาต้นตอของข่าวลือมาให้จงได้ พร้อมทั้งยังลงโทษอย่างหนักสำหรับคนที่จงใจปล่อยข่าวลืออันเป็นเท็จ ทำให้องค์หญิงซินเยว่เล่อต้องเสื่อมเสีย!ความวุ่นวายภายในเมืองจี๋หนาน ถูกส่งต่อเรื่องราวผ่านนกพิราบสื่อสารไปยังผู้
"ท่านแม่ทัพ เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ!""เกิดอันใดขึ้น!""ในเมืองจี๋หนานพบชาวบ้านติดโรคระบาดกันเพิ่มขึ้นอีกแล้วขอรับ แต่ดูเหมือนครั้งนี้จะรุนแรงกว่าเดิมขอรับ"มู่หนิงเฉิงและซินเยว่เล่อได้แต่หันมาสบตากันอย่างเข้าใจ เรื่องนี้ต้องไม่ธรรมดาเป็นแน่!"ท่านแม่ทัพ ท่านรีบสั่งการให้ท่านเจ้าเมืองปิดประตูเมืองก่อนเถิด หากชักช้าคนที่ติดโรคอาจจะนำโรคระบาดออกมาติดชาวบ้านที่อยู่นอกประตูเมือง!""ได้ เจ้าจงนำคำสั่งของข้าไปแจ้งแก่ท่านเจ้าเมือง สั่งปิดประตูเมืองทุกบาน ห้ามคนออกจากเมืองเด็ดขาด!""ขอรับ ท่านแม่ทัพ!""โรคระบาดจะสามารถรักษาได้จริงๆ ใช่หรือไม่""รักษาได้เจ้าค่ะ สาเหตุเพียงเกิดจากพิษของซ่านโถว เมื่อเรารู้ต้นเหตุแล้วก็สามารถรักษาได้ในทันที เพียงแต่ต้องระวังมิให้ประชาชนออกจากประตูเมือง เพราะเกรงว่าจะนำไปติดชาวบ้านที่อยู่นอกกำแพงเมืองก็พอ""เหตุใดต้นไม้เพียงต้นเดียวจึงมีฤทธิ์มากมายถึงเพียงนี้กันนะ!""เป็นเพียงพิษที่ทำให้แพ้เท่านั้นเจ้าค่ะ แต่อาการกลับสามารถติดต่อกันได้ง่ายคล้ายโรคระบาด แต่หากผู้ใดที่มีร่างกายอ่อนแออยู่แล้วก็อา







