Share

บทที่ 2

Penulis: หออักษร
“ทุกท่านอย่าได้ขัดขวางเลย ขุนเขาและสายน้ำยังมีวันบรรจบกัน วันหน้าย่อมมีโอกาสได้พบกัน ขอให้เป็นไปตามนี้เถิด”

ฉินหมิงหันหลังกลับ ก้าวออกจากพระราชวังไป

เมื่อมองแผ่นหลังที่แน่วแน่และเด็ดเดี่ยวนี้

เฉินซื่อเม่าและเฉียนไฉ รวมถึงกลุ่มขุนนางตงฉินอีกหลายคนต่างเจ็บปวดใจอย่างยิ่ง ขอบตาแดงก่ำ

ส่วนขุนนางบางคน สายตากลับเปล่งประกาย ในใจรู้สึกยินดี

เมื่อองค์รัชทายาทจากไป ในราชสำนักนี้ ก็เท่ากับศัตรูคู่อาฆาตลดลงไปหนึ่งคน

ชีวิตของพวกเขาก็จะสบายขึ้นอีกมาก!

เซียวซูเฟยที่อยู่ในอ้อมกอดของฮ่องเต้เฉียนหรี่ตาลงเล็กน้อย ไม่แสดงอาการเสียใจใด ๆ ให้เห็น

ตรงกันข้าม กลับมีความรู้สึกโล่งใจราวกับแผนการอันชั่วร้ายสำเร็จลุล่วง

นางรอคอยวินาทีนี้มานานเกินไปแล้ว!

เมื่อทุกอย่างคลี่คลาย เส้นทางในอนาคตของเจ้าเก้าย่อมราบรื่นไร้อุปสรรค!

“กรมพิธีการ ร่างราชโองการ!”

ฮ่องเต้เฉียนเสด็จกลับมายังท้องพระโรง และมีรับสั่งโดยตรง

“ในเมื่อมิใช่องค์รัชทายาทแล้ว ครั้งนี้ก็ไม่ต้องมีผู้ใดไปส่ง!”

ฉินหมิงเป็นถึงองค์ชาย ตามราชประเพณีแล้ว การเดินทางไปยังที่ดินศักดินาเพื่อรักษาการณ์ชายแดนนั้น จำเป็นต้องมีขุนนางไปส่ง

แต่เห็นได้ชัดว่าตอนนี้ฮ่องเต้เฉียนกำลังพิโรธอย่างหนัก

จึงทรงตัดสินเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด ไม่ประสงค์จะมอบเกียรติตามราชประเพณีให้แก่ฉินหมิงอีกต่อไป

โจวหลี่เสนาบดีกรมพิธีการเป็นศัตรูคู่อาฆาตของฉินหมิง ทั้งสองคนบาดหมางกันมานาน

เมื่อได้รับคำสั่ง เขาก็รีบก้าวออกมากล่าวว่า

“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท!”

แต่แล้วเขาก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้

จึงรีบกล่าวต่อ

“จริงสิฝ่าบาท บุตรสาวของท่านแม่ทัพใหญ่อู่เวยกำลังจะอภิเษกสมรสกับองค์รัชทายาทในเร็ว ๆ นี้มิใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ? เรื่องนี้ควรจะจัดการโดยเร็วที่สุดหรือไม่?”

หลิวอวิ๋นปัวรองเสนาบดีกรมกลาโหมเอ่ยขึ้น

“ฝ่าบาท ผู้ที่ท่านแม่ทัพใหญ่อู่เวยได้รับพระราชทานสมรสด้วยคือองค์รัชทายาทของราชวงศ์ แต่บัดนี้องค์ชายมิได้เป็นองค์รัชทายาทแล้ว กระหม่อมเห็นว่า ควรจะยกเลิกการหมั้นหมายครั้งนี้พ่ะย่ะค่ะ!”

แม่ทัพใหญ่อู่เวยเป็นยอดขุนพลของราชวงศ์ต้าเฉียน นามว่ากวนเจิ้นซาน

แต่เขาได้เสียชีวิตในสนามรบขณะปกป้องชายแดนทางเหนือ เพื่อต้านทานการรุกรานของแคว้นเหลียว

เพื่อเป็นการปลอบขวัญครอบครัวของท่านแม่ทัพใหญ่อู่เวย

ฮ่องเต้เฉียนจึงโยนภาระดูแลเหล่าเด็กกำพร้าและแม่ม่ายนี้ให้กับฉินหมิง

นี่นับเป็นงานที่ยากลำบากอีกหนึ่งงาน

การแต่งงานของผู้อื่น ล้วนแต่หาตระกูลที่มีอำนาจและอิทธิพล เพื่อจะได้ช่วยสนับสนุนองค์รัชทายาทให้ขึ้นสู่บัลลังก์ได้

พอถึงคราวของฉินหมิง เขากลับต้องมารับผิดชอบภาระของราชวงศ์แทน

บุญคุณครั้งนี้ คือสิ่งที่ฮ่องเต้เฉียนทรงมอบให้ตระกูลกวน

เมื่อราษฎรและเหล่าขุนนางเห็นว่าแม่ทัพใหญ่อู่เวยสละชีพเพื่อชาติ และตระกูลกวนก็ได้รับการจัดการเรื่องราวต่าง ๆ อย่างเหมาะสม พวกเขาต่างพากันสรรเสริญฮ่องเต้

แต่ผู้ที่ต้องเสียสละคือฉินหมิง

หลายคนรู้สึกว่าการแต่งงานครั้งนี้ไม่เหมาะสม

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นองค์รัชทายาท ก็ยิ่งไม่เหมาะสม

แต่ฮ่องเต้เฉียนไม่ได้สนพระทัยมากนัก ภายใต้คำกระซิบกระซาบข้างแท่นบรรทมของเซียวซูเฟย เรื่องนี้จึงถูกผลักดันอย่างรวดเร็ว

เหลือเวลาอีกไม่ถึงสามวัน ก็จะถึงวันอภิเษกสมรสระหว่างฉินหมิงและบุตรสาวของท่านแม่ทัพใหญ่อู่เวยแล้ว

“บุตรสาวของตระกูลกวนผู้นั้น...”

เมื่อเอ่ยถึงเรื่องนี้ ฮ่องเต้เฉียนก็ขมวดพระขนงเล็กน้อย ราวกับรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่จัดการได้ยาก

เซียวซูเฟยที่ประทับอยู่ข้าง ๆ กลับแสดงสีหน้ากังวล

เดิมทีการพระราชทานสมรสครั้งนี้ให้ฉินหมิง ก็เพื่อตัดหนทางไม่ให้เขาได้รับการสนับสนุนใด ๆ จากการสมรสนี้

หากปล่อยให้เขามีโอกาสอื่นอีก เจ้าเด็กนี่อาจจะผูกสัมพันธ์กับตระกูลใหญ่บางตระกูลได้

นั่นย่อมเป็นภัยคุกคามอย่างใหญ่หลวงต่อโอรสของนางอย่างแน่นอน

เมื่อคิดได้ดังนั้น เซียวซูเฟยจึงรีบส่งสายตาให้ขุนนางสองสามคนที่อยู่เบื้องล่าง

จ้าวสี่ขุนนางของกรมพิธีการซึ่งเป็นคนของเซียวซูเฟย ก้าวออกมากล่าวว่า

“ฝ่าบาท การพระราชทานสมรสเป็นเรื่องใหญ่ จะเปลี่ยนแปลงกลับไปกลับมาได้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ!”

“บัดนี้ผู้คนทั่วทั้งเมืองหลวงต่างชื่นชมยินดี ราษฎรนับหมื่นต่างยกย่องสรรเสริญฝ่าบาท ชื่นชมที่ท่านทรงเมตตาต่อเหล่าทหารที่บาดเจ็บ และทรงมีพระกรุณาต่อสตรีในตระกูลกวนอย่างยิ่ง!”

“บัดนี้เพียงเพราะฐานะขององค์รัชทายาทเปลี่ยนไป ก็จะยกเลิกการสมรส เช่นนี้จะไม่ทำให้ทั่วหล้าหัวเราะเยาะราชสำนักของพวกเราหรือพ่ะย่ะค่ะ?”

เมื่อได้ฟังดังนั้น ฮ่องเต้เฉียนก็พยักพระพักตร์เห็นด้วยทันที

แต่เฉียนไฉเสนาบดีกรมคลังกลับก้าวออกมา กล่าวด้วยความไม่เข้าใจอย่างยิ่ง

“ฝ่าบาท ในเมื่อองค์ชายถูกส่งไปรักษาการณ์ชายแดนแล้ว การสมรสครั้งนี้จะนับว่าเป็นจริงได้อย่างไร? หรือจะให้พวกเขาทั้งสองคนแต่งงานกันแล้วต้องแยกจากกันไปคนละทิศคนละทาง?”

“ถึงเวลานั้น เกรงว่าสถานการณ์ของตระกูลกวนก็คงจะไม่ดีนัก แถมยังจะทำให้เกิดคำครหานินทาอีกมากมาย!”

ฮ่องเต้เฉียนเริ่มมีโทสะ

ทรงตบโต๊ะอย่างแรงและตวาดเสียงดังลั่น

“สารเลว จะทำก็ไม่ได้ ไม่ทำก็ไม่ได้! พวกเจ้าบอกมาสิว่าควรจะทำอย่างไร!?”

เซียวซูเฟยรีบเดินเข้าไป ปลอบโยนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

“ฝ่าบาท ไยต้องลำบากเช่นนี้ด้วยเพคะ ให้ฉินหมิงเป็นคนเลือกเองก็สิ้นเรื่องแล้วมิใช่หรือ?”

ฮ่องเต้เฉียนทรงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตบพระหัตถ์แล้วตรัสว่า

“ใช่แล้ว ให้เจ้าลูกทรพีนั่นเลือกเอง!”

“ต่อไปอย่าได้นำเรื่องของเขามารบกวนเราอีก!”

...

ในท้องพระโรง ทุกคนต่างมองไปที่เซียวซูเฟยด้วยความคิดที่แตกต่างกันไป

สตรีใจคอโหดเหี้ยมผู้นี้!

นี่คือการบีบให้ฉินหมิง ต้องเป็นฝ่ายยกเลิกการสมรสกับตระกูลกวนที่เปรียบเสมือนภาระอันไร้ประโยชน์นี้ด้วยตัวเอง!

ใคร ๆ ก็รู้ว่าตระกูลกวนไม่ได้มีประโยชน์อันใดต่อฉินหมิง แม่ทัพใหญ่อู่เวยก็เสียชีวิตไปแล้ว

อีกไม่กี่ปีข้างหน้า ตระกูลกวนก็จะตกต่ำลงอย่างรวดเร็ว

จะยังสามารถอาศัยอยู่ในเมืองหลวงต่อไปได้หรือไม่ ก็ยังเป็นเรื่องที่น่าสงสัย

หากยอมรับการแต่งงาน ตำแหน่งภรรยาเอกของฉินหมิงก็จะถูกจับจองไป

หลังจากนั้นหากเขาจะแต่งงานอีก ก็ทำได้เพียงรับอนุภรรยา...

ไม่มีตระกูลใหญ่ตระกูลใดยอมให้บุตรสาวผู้สูงศักดิ์ของตน ต้องลดตัวไปเป็นอนุภรรยา

เช่นนั้นแล้ว ฉินหมิงก็จะหมดหนทางที่จะได้รับทรัพยากรสนับสนุนในราชสำนักจากวิธีนี้

แต่หากฉินหมิงปฏิเสธการแต่งงานครั้งนี้

ฮ่องเต้เฉียนก็ยังคงรักษาชื่อเสียงที่ดีงามของพระองค์ไว้ได้

ส่วนคำครหา ก็จะเป็นฉินหมิงที่ต้องแบกรับไว้!

“ช่างเป็นแผนการที่อำมหิตนัก...!”

เฉินซื่อเม่ากำหมัดแน่น ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธแค้น

เฉียนไฉและคนอื่น ๆ ก็มองไปที่เซียวซูเฟยอย่างล้ำลึก

มีสตรีผู้นี้อยู่ข้างกายฮ่องเต้เฉียน การที่องค์รัชทายาทจากไป อาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่เลวร้ายเสมอไป

หลังจากตัดสินใจเรื่องนี้แล้ว

ไม่นานนัก ขุนนางสองสามคนก็เดินทางมายังตระกูลกวนหลังเลิกประชุมราชสำนัก

อันที่จริงกวนเจิ้นซานมีบุตรชายสามคนและบุตรสาวหนึ่งคน

แต่บุตรชายทั้งสามคน ล้วนเสียชีวิตในสนามรบ

ทำให้ภายในจวนตระกูลกวนอันกว้างใหญ่ แทบจะเหลือแต่สตรี

นางเฉินฮูหยินใหญ่ของตระกูลกวน กำลังนั่งอยู่ในเรือน

ทานขนมอยู่กับคุณหนูใหญ่กวนเยว่ และสาวใช้สองสามคน

“ฮูหยิน เฉินซื่อเม่าและเฉียนไฉมาขอรับ”

บ่าวรับใช้คนหนึ่งเดินเข้ามา รายงานเรื่องนี้ให้ทั้งสองคนทราบ

“พวกเขามาทำอะไร?”

กวนเยว่ขมวดคิ้วเล็กน้อย บนใบหน้าที่งดงามล่มเมือง พลันเต็มไปด้วยความเย็นยะเยือก

นางไม่ชอบการสมรสที่ราชสำนักหยิบยื่นให้ราวกับเป็นการบริจาคให้ทาน

“ให้พวกเขาเข้ามาข้างในก่อนเถิด”

นางเฉินสั่งการช้า ๆ ไม่นานเฉียนไฉและเฉินซื่อเม่าก็เดินเข้ามาในเรือน

“ทั้งสองท่าน แย่แล้ว! เมื่อไม่กี่วันก่อน องค์รัชทายาททรงทำให้ฝ่าบาทพิโรธในท้องพระโรง ถูกลดขั้นให้ไปรักษาการณ์ชายแดนที่หลิ่งหนานขอรับ!”

ทั้งสองคนมีความสัมพันธ์อันดีกับแม่ทัพใหญ่อู่เวย จึงรีบมาแจ้งข่าวด้วยความหวังดี

“อะไรนะ!?”

นางเฉินลุกขึ้นยืนทันที

ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

นั่นคือองค์รัชทายาทเชียวนะ เหตุใดจึงทำเรื่องโง่เขลาเช่นนี้ได้?

กวนเยว่เลิกคิ้วพลางเอ่ยถาม

“แล้วการแต่งงานของพวกเราเล่า?”

“หลังจากหารือกันในราชสำนักแล้ว การแต่งงานครั้งนี้จะให้องค์ชายเป็นผู้เลือกเอง แต่ข้าเดาว่าบางทีเขาอาจจะ...”

เมื่อพูดถึงตรงนี้ เฉินซื่อเม่าก็ลังเลเล็กน้อย

ใคร ๆ ก็รู้ว่า ตระกูลกวนเป็นตัวถ่วง

เรื่องราวก็ชัดเจนอยู่แล้ว

ตุบ!

กวนเยว่โยนกล่องขนมในมือทิ้งด้วยความโมโห แล้วแค่นเสียงเย็นพลางเอ่ยขึ้น

“ตระกูลกวนของข้าไม่เป็นที่ต้อนรับถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”

“ไม่ต้องรอให้เขามาถอนหมั้นถึงที่นี่หรอก! ตระกูลกวนทนรับความอัปยศเช่นนี้ไม่ได้!”

“ข้าจะไปหาเขาด้วยตัวเอง!”

เฉินซื่อเม่าและเฉียนไฉใจต่างใจหายวาบ รีบส่งสายตาให้นางเฉิน

แต่นางเฉินกลับทำราวกับไม่เห็น ค่อย ๆ เก็บขนมบนโต๊ะอย่างเงียบ ๆ

“ช่างเถิด พวกเราก็ถือเสียว่าการแต่งงานนี้ไม่เคยเกิดขึ้น”

“ท่านแม่ ตระกูลกวนไม่จำเป็นต้องพึ่งพาอำนาจใด ๆ เราสองแม่ลูกก็อยู่รอดได้!”

กวนเยว่ก้าวออกจากประตูจวน มุ่งหน้าไปยังจวนองค์รัชทายาทด้วยความโกรธเกรี้ยว!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ตำแหน่งองค์รัชทายาท ผมไม่เอาแล้ว   บทที่ 515

    เมื่อฉู่หงจางได้ยินคำถามของเขา ก็รีบชิงกล่าวขึ้นทันทีว่า“ข้าเจอฉินอ๋องมาน่ะสิ”เมื่อได้ยินคำว่าฉินอ๋อง ทุกคนในที่นั้นก็พลันเบิกตาโตด้วยความตื่นตระหนกพวกเขาจ้องมองฉู่หงจางด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ“เป็นไปได้อย่างไร เหตุใดฉินอ๋องถึงมาที่นี่ได้เล่า?”“หรือว่าเขานำกองทัพใหญ่มาตั้งค่ายที่นี่แล้ว? เช่นนั้นพวกเราจะเอาอาวุธและเสบียงได้อย่างไร?”พวกเขาทั้งหมดล้วนรู้สึกสิ้นหวัง เดิมทีคิดว่าการปะทะกับฉินหมิง ก็ลำบากแสนเข็ญอยู่แล้วแต่ยามนี้กลับเห็นฉินหมิงตัวจริงบัญชาการอยู่ภายในด่าน!“ข้าไม่รู้ แต่แสนยานุภาพของพวกเขานั้นยิ่งใหญ่นัก อีกทั้งอาวุธยังครบครันล้ำสมัย ข้าจึงไม่ได้ปะทะหักหาญด้วย และรีบถอยกลับมาทันที”ฉู่หงจางกล่าวอย่างแช่มช้า ไม่ได้นำความผิดพลาดมาใส่ไว้ที่ตนเองแต่มองไปทางผู้อาวุโสทั้งหลายที่อยู่ตรงหน้า“ทุกท่าน จากนี้ไปพวกท่านต้องมอบทหารให้ข้า มิเช่นนั้นข้าจะไม่ลงมืออีกเด็ดขาด!”ว่าไปแล้ว คนเหล่านี้เพื่อต้องการถนอมขุมกำลังของชนเผ่าตนเองแต่ละคนจึงมอบกำลังพลออกมาเพียงไม่กี่สิบคน จำนวนคนเพียงเท่านี้สำหรับพวกเขาแล้วแทบไม่มีประโยชน์อันใดเลยเมื่ออยู่ต่อหน้าฉินหมิงยิ่งเป็นเรื่องน

  • ตำแหน่งองค์รัชทายาท ผมไม่เอาแล้ว   บทที่ 514

    ผู้คนทั้งหลายต่างตกอยู่ในความเงียบแม้แต่ฉู่หงจางที่เอาแต่ตะโกนโหวกเหวกอยู่ด้านล่าง เวลานี้ก็ยังรู้สึกได้ถึงเม็ดเหงื่อเย็นเยียบที่ผุดซึมเต็มแผ่นหลังฉินหมิงช่างน่ากลัวเกินไปแล้ว ยามที่พวกเขาทำศึกกับอีกฝ่ายก่อนหน้านี้ก็ตระหนักได้แล้วว่าฉินหมิงในเวลานี้ไม่เพียงมีกองทัพที่แข็งแกร่ง แต่ขุมกำลังทางการค้าก็ยังกดดันพวกเขาได้รอบด้านอีกด้วยหลังสูญเสียการสนับสนุนจากฉินหมิง ชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาในช่วงไม่กี่วันนี้ก็ยากลำบากยิ่งนักไม่นานเสบียงในยุ้งฉางก็ร่อยหรอแทบเห็นก้นถังนี่เป็นเพราะพวกเขามีความเป็นอยู่ที่ดีเกินไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมาส่งผลให้ประชากรในชนเผ่าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มีปากท้องต้องเลี้ยงดูมากมาย เดิมทีมีฉินหมิงคอยหนุนหลัง ทุกคนจึงสามารถกินอิ่มนอนหลับตามสบายทว่าเมื่อไร้ซึ่งการสนับสนุนจากฉินหมิง จำนวนประชากรที่มากมายก็กลายเป็นวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ลำพังพวกเขาก็มีพื้นที่ทำกินเพียงน้อยนิดอยู่แล้วผลผลิตทางการเกษตรย่อมไม่เพียงพอต่อการบริโภคยามนี้เมื่อมีประชากรมากขึ้น จึงเป็นเรื่องยากที่จะทำให้ผู้คนอิ่มท้องเรื่องราวเหล่านี้เริ่มปรากฏเค้าลางให้เห็นในชนเผ่าเล็ก ๆ บ้าง

  • ตำแหน่งองค์รัชทายาท ผมไม่เอาแล้ว   บทที่ 513

    เมื่อได้ยินข่าวนี้ สีหน้าของฉินหมิงและกวนเยว่ก็พลันแปรเปลี่ยนไป“เหตุใดถึงมาเร็วนัก?”“พวกมันปรากฏตัวอย่างกะทันหัน ดูคล้ายรีบร้อนอยู่บ้าง คงเป็นราชสำนักกดดันให้มาพ่ะย่ะค่ะ”ผู้ใต้บังคับบัญชารายงานด้วยความไม่แน่ใจในใจพวกเขาเองก็สงสัยเช่นกันแม้ศัตรูจะมาถึงอย่างรวดเร็ว แต่ฉินหมิงกลับไม่ได้ตื่นตระหนกเขาพากวนเยว่เดินตรงไปที่กำแพงเมือง กองทัพหนานหมานนับพันชีวิตมายืนรออยู่หน้ากำแพงเมืองเรียบร้อยแล้วเมื่อเห็นจำนวนคน ฉินหมิงและกวนเยว่ก็สบตากัน ทั้งสองคนต่างรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย“เหตุใดถึงมากันเพียงเท่านี้ล่ะ?”“นับว่าน้อยไปจริง ๆ ”กวนเยว่ขมวดคิ้วเรียวด้วยความประหลาดใจ ก่อนกล่าวขึ้นเช่นนั้นฉินหมิงยืนอยู่บนกำแพงเมือง ส่งยิ้มให้กองทัพข้าศึกพลางกล่าวว่า“ทุกท่าน พากำลังพลมาเพียงเท่านี้ คิดว่าจะตีเมืองที่ชัยภูมิดีเยี่ยมเช่นนี้แตกหรือ?”แม่ทัพผู้นำกำลังพลมาในครั้งนี้ มีนามว่าฉู่หงจางเขาคือหัวหน้าเผ่าเหลียนซานในฐานะฝ่ายบุกโจมตี ใบหน้าของเขากลับมีแต่ความไม่เต็มใจ ขณะประสานหมัดคารวะฉินหมิงพร้อมกล่าวว่า“กราบเรียนท่านอ๋อง พวกเราเพียงทำตามคำสั่งเท่านั้น ท่านสู้ราชสำนักไม่ได้หรอก

  • ตำแหน่งองค์รัชทายาท ผมไม่เอาแล้ว   บทที่ 512

    หาไม่แล้วการขนส่งสองรอบที่ต่อเนื่องกันเช่นนี้ ย่อมทำให้ความเสียหายของพวกเขาพุ่งสูงถึงขีดสุดแน่นอนทว่าในยามที่พวกเขากำลังกระวนกระวายใจอยู่นั้นผู้ใต้บังคับบัญชาก็ส่งข่าวจากหนานหมานเข้ามาอีกครั้ง“ท่านอ๋อง ทางหนานหมานส่งข่าวมาอีกแล้วพ่ะย่ะค่ะ พวกมันแจ้งมาว่าหากไม่เห็นยุทธปัจจัย ก็จะไม่เคลื่อนกำลังพลเด็ดขาด”“เจ้าพวกสารเลว สิ่งของชุดแรกที่เราส่งออกไป ขนาดจวนถึงที่หมายอยู่รอมร่อ พวกมันกลับไม่ยอมโผล่หัวออกมารับ พอเวลานี้เกิดเรื่องผิดพลาด ก็คิดจะมาโทษพวกเราเสียอย่างนั้น”อวี้อ๋องตบโต๊ะด้วยความเดือดดาลใจเวลานี้พวกเขาไร้หนทางจะเดินต่อแล้วจริง ๆในด้านยุทธปัจจัย พวกเขาย่อมไม่มีทางส่งไปถึงได้ในเวลาอันสั้นแต่ก็จำเป็นต้องสร้างแรงกดดันแก่ฉินหมิงให้ได้ขณะนั้น เหลียงอ๋องผู้อยู่ด้านข้างก็กล่าวขึ้นมาว่า“เอาเช่นนี้เถิด พวกเราส่งข่าวบอกฝ่ายหนานหมาน ให้พวกมันจัดส่งทหารออกมาก่อน รอจนพวกมันเข้าสู่หลิ่งหนานเมื่อใด พวกเราค่อยส่งยุทธปัจจัยอ้อมไปทางปีกข้าง ถึงเวลานั้นสิ่งของย่อมตกถึงมือพวกมันเอง”จะอาศัยเพียงราชสำนักออกแรงฝ่ายเดียว ย่อมเป็นไปไม่ได้เด็ดขาดความแข็งแกร่งของฝ่ายฉินหมิงนั้นเป็นที่ป

  • ตำแหน่งองค์รัชทายาท ผมไม่เอาแล้ว   บทที่ 511

    “ข้าเตรียมตัดขาดการส่งเสบียงทั้งหมดของหนานหมานแล้ว”“ในช่วงเวลานี้จะมีผ้าทอกองพะเนิน ยางพาราขาดแคลน สินค้าในตลาดอาจเกิดความเปลี่ยนแปลง ดังนั้นจึงต้องรบกวนพวกเจ้าทั้งสามช่วยข้าควบคุมสถานการณ์ให้ดี”ทั้งสามคนต่างก็พยักหน้าเมื่อได้ยินเช่นนั้นเมื่อฉินหมิงใช้กำลังทหารกดดันหนานหมานอย่างหนักหน่วงก็ถึงคราวแนวหลังอย่างพวกเขาต้องลงมือบ้างย่อมต้องเป็นการกดดันทางด้านการค้าเฉินซื่อเม่าคาดเดาวิธีการของฉินหมิงได้นานแล้วยามนี้เพียงรอฉินหมิงกลับมาพยักหน้าอนุญาตก็จะเริ่มลงมือได้ทันที“วางใจเถิด ท่านผู้อาวุโสเฉิน”เฉียนไฉตบอกรับรองว่า“พวกเรายังมีท่าเรืออีกหลายแห่งในเจียงหนาน เท่านี้ก็พอแล้ว”“อำเภออินซานเองก็มีการติดต่อกับกลุ่มหนานหยาง สามารถระบายสินค้าออกไปได้ส่วนหนึ่งเช่นกัน”“อย่างมากสินค้าก็แค่กองอยู่ที่นี่ รอสงครามจบลงก็ยังทำเงินได้ดังเดิม”ทั้งสามคนต่างผลัดกันออกความเห็น ล้วนแต่มีหนทางจัดการทั้งสิ้นเมื่อเห็นพวกเขามั่นใจเช่นนั้น เฉินซื่อเม่าก็พยักหน้าอย่างแช่มช้าหลายวันต่อมาท่ามกลางหุบเขาในดินแดนหนานหมานกลุ่มผู้อาวุโสและหัวหน้าเผ่าต่างเฝ้ารอคอยด้วยใจจดจ่อมาหลายวันแล้วสาเ

  • ตำแหน่งองค์รัชทายาท ผมไม่เอาแล้ว   บทที่ 510

    แต่กำลังคิดถึงกิจการภายในตระกูล และน้องสาวสุดที่รักนั่นเอง“เอ่อ...”ใบหน้าของฉินหมิงพลันเคร่งเครียดขึ้นมาทันที เขาไม่อยากไปตอแยคุณหนูน้อยผู้นั้นเลยสักนิดเพียงนึกถึงหญิงสาวผู้แสนเอาแต่ใจนางนั้น ฉินหมิงก็รู้สึกว่านางช่างรับมือได้ยากนักทว่าด้วยมารยาท ฉินหมิงจึงยังคงล้วงเข้าไปในอกเสื้อหยิบขลุ่ยเลาหนึ่งออกมา“นี่เป็นขลุ่ยที่ข้าทำขึ้น รอท่านว่างเมื่อใด ก็ช่วยนำไปมอบให้นางทีเถิด”“ของพรรค์นี้จะมีประโยชน์อันใด?”ซุนเหมี่ยวปรายตามองของที่ฉินหมิงยื่นส่งมาแวบหนึ่ง ก่อนยัดมันเข้าไปในอกเสื้อด้วยความรังเกียจฉินหมิงมองเขาอย่างจนใจ ก่อนอธิบาย“นี่ท่านไม่รู้จักคำว่าแม้นของกำนัลเล็กน้อยแต่น้ำใจหนักแน่นหรือไร? ยิ่งไปกว่านั้น ขลุ่ยเลานี้ข้าสั่งให้ทำขึ้นเพื่อทดสอบทักษะฝีมือของโรงช่างโดยเฉพาะ ลองดูสิว่ามันมีกี่รู?”“โอ๊ะ... สิบสามรูรึ?”ฉินหมิงมีมาตรฐานเรื่องความแม่นยำของงานฝีมือสูงยิ่งเขาจึงให้กลุ่มช่างฝีมือฝึกฝนอยู่เป็นประจำเช่นระดับเสียงของขลุ่ย ยิ่งแบ่งระดับเสียงได้มากเท่าใด ก็หมายความว่าวิธีการผลิตต้องประณีตมากเท่านั้นก่อนหน้านี้ฉินหมิงได้ทิ้งบททดสอบหนึ่งไว้ให้แก่ช่างฝีมือในโรงผลิต

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status