Masukวันงานกีฬาสี
“นี่ญ่าเสร็จรึยัง?”
“พี่ไต้ฝุ่นกำลังจะลงแข่งบอลรอบชิงชนะเลิศแล้วนะ”
ไอริสกับฮาโมนี่รีบเก็บอุปกรณ์เชียร์ในมือของตัวเองลงกล่อง ก่อนที่เธอจะรีบวิ่งไปหาเพื่อนรักที่กำลังเก็บของเข้าที่อย่างใจเย็นอยู่ไม่ไกลในทันที
“จริงด้วย!” หญิงสาวร้องออกมาด้วยความตกใจ ก่อนที่เธอจะรีบหยิบของตรงหน้าใส่กล่องพลาสติกอย่างรวดเร็ว ซึ่งมันแตกต่างไปจากก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง
“เรานำไปก่อนนะ”
ฮาญาวิ่งนำเพื่อนๆ ของเธอไปยังสนามฟุตบอลใหญ่ในทันที ตั้งแต่เริ่มงานเด็กสาวทั้งสามคนแทบจะไม่มีเวลาได้นั่งพักเลย ทีมของพวกเธอต้องคอยซับพอร์ตทุกทีมไม่ว่าใครใช้ให้ไปทำอะไรทั้งสามคนก็น้อมรับและทำตามที่สั่งอย่างว่าง่าย
“ฮาญาทางนี้” กำปั้นกวักมือเรียกน้องสาวเสียงดัง ก่อนที่เขาจะหยิบกระเป๋าที่วางอยู่บนเสื่อตรงหน้าออก
“น้องนั่งนี่ได้เหรอคะ?” ฮาญาเอ่ยถามพี่ชายออกมาด้วยความสงสัย พร้อมกับมองไปทางซ้ายทีขวาทีก่อนที่เธอจะเห็นว่าไม่มีที่นั่งตรงไหนดีกว่าตรงนี้อีกแล้ว และพื้นที่ส่วนใหญ่รอบสนามฟุตบอลแห่งนี้ก็ถูกจับจองไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“ได้สิครับ เสื่อนี่พี่ปูเองกับมือเลยนะ”
“ถ้าอย่างนั้นเราทั้งสามคนไม่เกรงใจแล้วนะคะ”
“เชิญครับ”
“ขอบคุณค่ะ / ขอบคุณค่ะ / ขอบคุณค่ะ”
“ด้วยความยินดีครับ” กำปั้นตอบรับคำขอบคุณของน้องๆ เสียงอ่อน ก่อนที่เขาจะหันไปคุยเล่นกับเพื่อนๆ ของเขาต่อ
ตอนนี้รอบขอบสนามและบนอัฒจรรย์เต็มไปด้วยนักเรียนทุกเกรดต่างพากันมาจับจองที่นั่งเพื่อรอชมฟุตบอลคู่ปิดงานกีฬาสีประจำปีนี้
“เมื่อไหร่จะเริ่มแข่งสักทีใจญ่าสั่นจนจะระเบิดอยู่แล้ว” มือบางของฮาญาลูบลงที่อกของตัวเองเบาๆ พร้อมกับเอ่ยพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา
“พี่ไต้ฝุ่นต้องชนะอยู่แล้ว”
“ใช่เราเห็นด้วยกับไอนะ”
“เราไม่ได้ห่วงเรื่องแพ้ชนะหรอก เราเป็นห่วงเรื่องอื่นมากกว่า” ฮาญาพึมพำออกมาเสียงอ่อน สีหน้าของเธอแสดงความกังวลออกมาอย่างชัดเจน
“ปั้นเรามาแล้ว” เสียงพิพิมแฟนสาวของกำปั้นร้องเรียกแฟนหนุ่มของตัวเองออกมาเสียงใส
“พี่พิมสวัสดีค่ะ” ฮาญาเอ่ยทักทายหญิงสาวที่พึ่งเดินเข้ามาใหม่อย่างเป็นกันเอง ก่อนที่พิพิมจะเดินเข้ามานั่งลงข้างกายไต้ฝุ่นซึ่งนั่งอยู่ด้านหลังของฮาญานั่นเอง
“สวัสดีค่ะ”
“เหนื่อยกันไหมคะ?...พี่เห็นนะพวกเราทำงานกันไม่ได้หยุดเลย”
“งานแค่นี้สบายมากค่ะพี่พิมพ์”
“ใช่ค่ะน้องไม่เหนื่อยเลยสักนิด”
“หว่า!! แล้วแบบนี้ไอศครีมกับฮันนี่โทรสที่พี่สั่งไว้จะให้ใครดีละเนี่ย น้องๆ แถวนี้ไม่มีใครเหนื่อยเลยสักคน...”
“ไอศครีม” ฮาญาพึ่มพำออกมาพร้อมกับใบหน้าที่แต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้ม
“ของโปรดเลยไม่ใช่เหรอครับ?” กำปั้นที่นั่งฟังสาวๆ พูดคุยกันอยู่นานเอ่ยถามน้องสาวออกมา พร้อมกับมือหนาลูบลงที่หัวน้อยๆ ของเด็กสาวตรงหน้าอย่างเอ็นดู
“ค่ะ วันนี้น้องเหนื่อยมากเลยค่ะ”
“หึหึ เชื่อแล้วครับ”
“เดี๋ยวเราไปรับของให้นะครับพิมพ์” กำปั้นพนักหน้าเบาๆ ให้กับน้องสาว ก่อนที่เขาจะเอ่ยบอกกับแฟนสาวของเขาเสียงอ่อนเสียงหวานราวกับคนละคน
“คนโสดนี่อิจฉาตาร้อนไปหมดแล้วค่า” ฮาโมนี่แกล้งแซวรุ่นพี่ทั้งสองคนออกมา พร้อมกับส่งยิ้มหวานไปให้กับพวกเขา
“ยังเป็นเด็กกันอยู่เลย ไม่สมควรมีแฟนอย่างยิ่งครับ”
“แต่พี่ปั้นคบกับพี่พิมตั้งแต่เกรด 9 นี่คะ ก็เด็กเหมือนกันนี่นา” ฮาญายู่หน้าใส่พี่ชายของเธอ ก่อนจะเอ่ยบอกกับพี่ชายออกไปเสียงอ่อน
“น้องพูดแบบนี้แสดงว่าน้องอยากมีแฟนแล้วเหรอครับ?”
“ไม่ใช่นะคะ” ฮาญารีบปฏิเสธกลับไปในทันที ก่อนที่เธอจะหันหน้าหนีไปอีกทาง
“ฮาญาพูดจริงๆ ค่ะ โมเป็นพยายานได้”
“ไอด้วยคนค่ะ”
“ไม่เอาไม่แกล้งน้องแล้วไต้ฝุ่น รีบไปเอาขนมได้แล้วค่ะ” กำปั้นทำตามที่แฟนสาวของเขาสั่งอย่างว่าง่าย
“เอาล่ะครับ...ได้เวลาอันสมควรแล้วฟุตบอลคู่หยุดโลกกำลังจะเริ่มภายใน 5 4 3 2 1”
“กรี๊ดดดดดด!! / กรี๊ดดดดดดด!!”
พิธีกรเดินมาหยุดอยู่ที่กลางสนาม ก่อนที่นักกีฬาทั้งสองสีจะเดินเรียงแถวออกมาพร้อมกันท่ามกลางเสียงกรี๊ดของพวกสาวๆ ดังกระหึ่มขึ้นมาจนแทบจะกลบเสียงไมค์ของพิธีกร
“พี่ฝุ่นโคตรจะเท่เลยอะ” ฮาโมนี่เอ่ยขึ้นมาพร้อมกับมองไปยังนักกีฬาในสนามทีละคน ก่อนที่เธอจะชะงักไปทันทีที่เห็นใครบางคนอยู่ในสนามด้วย และที่สำคัญเขาคนนั้นอยู่คนละทีมกับพี่ไต้ฝุ่นพี่ชายของฮาญา
“...นั่นสิ” มุมปากบางของฮาญายกยิ้มออกมา ในขณะที่สายตาของเธอยังคงจ้องมองไปยังพี่ชายตรงหน้าอย่างไม่ยอมละไปไหน มือบางลูบลงที่อกข้างซ้ายของตัวเองเบาๆ หัวใจดวงน้อยของเธอเต้นแรงจนเริ่มจะควบคุมตัวเองไม่ได้
“พี่อชิ...” ฮาโมนี่พึมพำออกมาก่อนที่ไอริสกับฮาญาจะหันไปมองยังชายหนุ่มอีกคนที่ยืนอยู่กลางสนามเป็นตาเดียว
“ไม่รู้มาก่อนเลยว่าเขาลงแข่งด้วย” พิพิมที่นั่งเงียบอยู่นานเอ่ยขึ้นมา ก่อนจะหันกลับไปมองแฟนหนุ่มของเธอที่กำลังเดินถือของกินเต็มทั้งสองมือกำลังเดินกลับมาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวล
“ขนมมาแล้วครับ”
กำปั้นว่างน้ำและขนมลงตรงหน้าของกลุ่มสาวๆ ตรงหน้า ก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้นไปมองยังไต้ฝุ่นที่กำลังเดินไปหากรรมการยังจุดโยนเหรียญเพื่อเลือกฝั่ง
“ไอ้อชิ...” ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อยที่เห็นใครอีกคนที่เขาไปชายหน้ามันยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับพี่ชาย
“ปั้น...นั่งลงก่อน” พิพิมเอ่ยเรียกแฟนหนุ่มของตัวเองเอาไว้อย่างรู้ทันว่าเขากำลังคิดจะทำอะไร ก่อนที่เธอจะดึงมือของชายหนุ่มให้นั่งลงข้างกายของเธออีกครั้ง
“พวกกูพร้อม” เพื่อนของกำปั้นโน้มตัวเขามาใกล้ ก่อนที่เขาจะเอ่ยบอกกับเพื่อนรักเสียงแผ่วเบา เพื่อไม่ให้เด็กสาวตรงหน้าได้ยินเสียงที่พวกเขาคุยกัน
“มีอะไรรึเปล่าคะ?” ฮาญาเห็นท่าทีแปลกๆ ของพี่ชาย เธอจึงเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย
“ไม่มีอะไรครับ” กำปั้นเอ่ยบอกกับน้องสาวกลับไป ก่อนที่เขาจะทิ้งตัวนั่งลงข้างแฟนสาวของตัวเอง และขยับเข้ามาใกล้เธอยิ่งขึ้น ในขณะที่สายตายังคงจับจ้องไปยังพี่ชายที่ยืนอยู่กลางสนามด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง
“...” ฮาญามองไปยังพี่ไต้ฝุ่นของตัวเองพร้อมกับคิ้วเรียวขมวดผูกกันเป็นปมอย่างเป็นกังวลไม่ต่างกัน
“หรือว่า...”
‘อชิ’ ลูกชายคนเล็กของนักการเมืองชื่อดัง ครอบครัวของเขาเป็นนักการเมืองกันมารุ่นสู่รุ่น แต่จะมีสักกี่คนที่จะรู้ว่าเบื้องหลังของครอบครัวนี้ทำอะไรมาบ้าง...
“ญ่ารู้จักอชิด้วยเหรอ?” พิพิมเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย
“ในโรงเรียนนี้มีใครบ้างล่ะคะที่จะไม่รู้จักมัน” ฮาโมนี่เอ่ยออกมาเสียงแข็ง พร้อมกับจ้องเขม็งไปยังชายหนุ่มเจ้าของชื่ออย่างเอาเรื่อง
“ไอว่าตอนนี้ความเลวของมันดังไกลออกไปนอกโรงเรียนแล้วมั้งคะ”
“ญ่าเชื่อว่าเวรกรรมมีจริง สักวันมันต้องได้รับผลกรรม” ฮาญาเอ่ยบอกกับเพื่อนสาวของเธอเสียงอ่อน พร้อมกับมือบางลูบลงที่แผ่นหลังบอกบางของฮาโมนี่เบาๆ เพื่อต้องการปลอบประโลมเธอ
“เวรกรรมมันไม่มีจริงหรอกญ่า พี่ชายเราเกือบตายก็เพราะมัน”
“...”
“ถึงรอดตายมาได้ แต่ก็กลัวจนไม่กล้าออกมาใช้ชีวิตอย่างที่คนปกติเขาทำกัน”
“โม / โม”
“เมื่อไหร่ความรุนแรงในโรงเรียนถึงจะหมดไปสักทีนะ”
“ถ้าคนอย่างมันยังอยู่ โรงเรียนนี้ก็ไม่มีทางสงบสุข” ไอริสเอ่ยออกมาเสียงแข็งไม่ต่างกัน
“ว๊าย! / ว๊าย! / ว๊าย! / ว๊าย!” ทั้งสี่สาวร้องออกมาพร้อมกันด้วยความตกใจทันทีที่เห็นไต้ฝุ่นโดนอชิเตะตัดขาเพื่อแย่งบอลจนเขาล้มลงไปนอนกองอยู่ที่พื้น นี่ขนาดพึ่งเริ่มเกมได้ยังไม่ถึง 5 นาทีเลยด้วยซ้ำ
“ไอ้เวรนี่...”
“ปั้น”
“...” ฮาญามองไปพี่ชายของตัวเองที่กำลังลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปหากรรมการด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดาว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่
ไต้ฝุ่นรับบอลจากคนตรงหน้ามาถือเอาไว้ ก่อนที่เขาจะว่างมันลงยังตำแหน่งที่เขาถูกทำฟาวล์ ไต้ฝุ่นมองไปยังสายฟ้าก่อนที่เขาจะพยักหน้าเบาๆ เพื่อให้เพื่อนรักเข้ามาเตะฟรีคิกแทนเขา
“หัวใจไอจะวายก่อนเกมส์จบรึเปล่าเนี่ย”
“...” ไต้ฝุ่นมองไปยังลูกฟุตบอลตรงหน้าด้วยสายตาของเขาที่เต็มไปด้วยความแน่วแน่ ในขณะขาของเขายังคงวิ่งไปข้างหน้าอย่างไม่ยอมลดละ ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ดีว่าฝั่งตรงข้ามตรงการอะไรจากเขาก็ตาม...
“หมาข้างถนนอย่างมึงเอาชนะกูไม่ได้หรอก” อชิเตะขาสายฟ้าจนล้มลงไปนอนกองอยู่ที่พื้น ก่อนที่เขาจะเดินเข้ามาใกล้ไต้ฝุ่นที่กำลังพยุงเพื่อนของเขาให้ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง
“...” ไต้ฝุ่นมองไปยังอชิด้วยสายตาที่เรียบเฉย ก่อนที่เขาจะหันกลับไปถามเพื่อนรักด้วยความเป็นห่วง
“ไหวไหม?”
“กูไหว”
“อดทนไว้นะเว้ยไอ้ฝุ่น” สายฟ้าตบไหล่แกร่งของร่างสูงข้างกายของเขาเบาๆ
“ไม่ต้องห่วง”
“พี่ฝุ่นตื่นเช้าจังเลยค่ะ” ฮาญาเอ่ยถามสามีของตัวเองออกมาด้วยความสงสัย ก่อนที่เธอจะพยายามขยับตัวลุกขึ้นนั่งโดยมือแขนแกร่งของสามีคอยประคองอยู่ไม่ห่าง“วันนี้เป็นวันสำคัญของเรานี่คะ พี่ยังนอนไม่หลับเลยตั้งแต่เมื่อคืน”“จริงเหรอคะ”“พี่ตื่นเต้นจนนอนไม่หลับนี่ค่ะ” ไต้ฝุ่นตอบภรรยาของเขากลับไป ก่อนที่เขาจะนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียงนอนของเธอ มือหนาประคองหน้าท้องที่ขยายใหญ่เพราะอุ้มท้องเด็กแฝดเอาไว้อย่างอ่อนโยน ใบหน้าหล่อเหลาค่อยๆ โน้มลงไปใกล้หน้าท้องของภรรยาก่อนที่เขาจะเอ่ยทักทายลูกๆ ของเขาอย่างเช่นทุกวัน“อรุณสวัสดิ์ครับ พ่อดีใจมากเลยนะรู้ไหมที่ลูกๆ เกิดมา”“ดูสิคะ” ฮาญาชี้ให้สามีของเธอดูท้องทีนูนขึ้นมาทางซ้ายทีขวาที ราวกับว่าแฝนน้อยรับรู้ได้ถึงเสียงของคุณพ่อของพวกเขาจุ๊บ!!!“เมียพ่อตัวเล็กนิดเดียวลูกๆ ช่วยใจดีกับแม่หน่อยนะครับ ช่วยคลอดง่ายๆ แม่ของลูกจะได้ไม่ต้องเจ็บมาก” ไต้ฝุ่นจุ๊บลงที่หน้าท้องของหญิงสาวอย่างอ่อนโยน ก่อนที่เขาจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลอย่างเช่นทุกครั้ง“พูดมาตั้งเยอะสุดท้าย แค่ห่วงเมียเหรอครับพี่ฝุ่น” เฮคเตอร์เดินเข้ามาพร้อมกับประคองภรรยาของเขาที่กำลังอุ้มท้องอ่อนๆ เข
“น้องคะ”“คะ” ฮาญาละสายตาจากวิวทิวทัศน์ตรงหน้า ก่อนที่เธอจะหันกลับมามองหน้าสามีของตัวเองอีกครั้ง“เราอยู่ด้วยกันมาตั้งนานน้องตกหลุมรักพี่ตอนไหนเหรอคะ” ไต้ฝุ่นเอ่ยถามร่างบางที่นอนอยู่ข้างกายของเขาออกมาด้วยความสงสัย ก่อนที่ฮาญาจะมาสารภาพรักกับเขา เขาก็ไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลยว่าเธอกำลังตกหลุมรักเขาอยู่“พี่ฝุ่นจำงานกีฬาสีได้ไหมคะ”“จำได้ค่ะ” ไต้ฝุ่นพยักหน้าเบาๆ เพื่อเป็นคำตอบให้กับคำถามของเธอ ก่อนที่เธอจะเล่าเหตุการณ์ในวันนั้นที่เธอประทับใจในตัวเขาให้กับเขาได้ฟังอีก...“มีคำพูดหนึ่งที่พี่ฝุ่นบอกกับอชิ...”‘ถ้ามึงแตะต้องน้องกูแม้แต่เพียงปลายเส้นผม กูไม่ปล่อยมึงไว้แน่’“น้องตกหลุมรักพี่ตอนนั้นแหละค่ะ” ฮาญายกยิ้มออกมาก่อนที่เธอจะเอ่ยบอกกับเขากลับไปเสียงหวาน มือบางลูบลงที่ใบหน้าหล่อเหลาของสามีของตัวเองอย่างอ่อนโยน“ถ้าอย่างนั้นก็ทีหลังพี่สินะคะ”“คะ” ฮาญาหันกลับหน้ามามองสามีของตัวเองแทบจะทันทีที่เขาเอ่ยจบ ร่างบางขยับตัวลุกนั่งในขณะที่สายตาของเธอยังคงจับจ้องไปยังคนตรงหน้าอย่างรอคำตอบ“พี่ตกหลุมน้องตั้งแต่ตอนนั้น...”เมื่อ 10 ปีก่อน...ฮาญาในวัน 15 ปี เดินเข้ามาภายในเรือนกระจกที่ตั้งอยู่หลังคฤหาส
3 ปีต่อมา...ณ คฤหาสน์หลังงามของฮันเตอร์“เจ้าของวันเกิดมาแล้วค่ะ” พอใจเอ่ยบอกกับทุกคนทันทีที่เห็นไต้ฝุ่นเดินจูงมือบางของฮาญาเข้ามาภายในคฤหาสน์หลังงามที่ถูกตกแต่งด้วยดอกไม้หลายชนิดจนฮาญาเริ่มแปลกใจ“พี่ฝุ่นว่าคุณพ่อกับคุณแม่เล่นใหญ่เกินไปไหมคะ”“ทำไมน้องถึงคิดแบบนั้นละคะ” ไต้ฝุ่นเอ่ยถามหญิงคนรักออกมาด้วยความสงสัย พร้อมกับจูงมือเธอเดินตรงไปตามเส้นทางเล็กๆ บริเวณสสวนหลังบ้างที่บัดนี้มีเพียงไฟในสวนที่ยังคงส่องแสงสว่างนำทางเขาและเธอเท่านั้น“เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเรากลับมาบ้าน ยังไม่ดีเลยนะคะ”เมื่อ 2 ปีที่แล้วทั้งคู่ตัดสินใจเข้ามาขออนุญาตคุณพ่อคุณแม่ของพวกเขา โดยไต้ฝุ่นเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอพาฮาญาออกไปทดลองใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน หลังจากที่เพนเฮ้าส์ที่เขาซื้อเอาไว้ด้วยเงินน้ำพักน้ำแรงของตัวเองตกแต่งเรียบร้อยแล้ว แน่นอนว่าฮันเตอร์ไม่เห็นด้วยในตอนแรก แต่พอเขาตระหนักได้ว่า...ทั้งสองไม่ใช่เด็กน้อยอีกต่อไปแล้ว พวกเขามีความคิด และมีชีวิตเป็นของตัวเอง สักวันก็ต้องมีวันนี้สู้ปล่อยให้พวกเขาออกไปในตอนนี้เลยยังดีเสียกว่า“อย่างนั้นเหรอคะ พี่ไม่เห็นจะจำได้เลย” ไต้ฝุ่นยกยิ้มออกมาให้กับความช่างสังเกตุของหญิงสาว ก
“พี่ฝุ่นคะ” ฮาญาเอ่ยเรียกร่างสูงตรงหน้าเสียงอ่อนเสียงหวาน มือบางบรรจงปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของชายหนุ่มออกที่ละเม็ดจนกระทั่งเม็ดสุดท้าย ก่อนที่เธอจะถอดเสื้อของเขาออกอย่างเบามือ“ขา...” มือบางลูบไล้อกแกร่งเปลือยเปล่าของคนตรงหน้าอย่างหลงใหล พร้อมกับส่งยิ้มหวานไปให้กับเขา“ถ้าพี่ฝุ่นอยากจะลงโทษน้อง ก็ปล่อยให้น้องเป็นคนปรนนิบัติพี่ดีไหมคะ”“หึหึ”“ถ้าน้องต้องการอย่างนั้น...พี่ก็ยินดีครับ” ริมฝีปากหนาแสยะยิ้มร้ายออกมา ก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายถูกมือบางของหญิงสาวผลักล้มลงไปนอนอยู่บนเตียงกว้างแทนที่ของหญิงสาว“พร้อมแล้วใช่ไหมคะ” ฮาญาเอ่ยถามออกมาพร้อมกับขยับตัวขึ้นไปคล่อมกายแกร่งของคนตรงหน้าเอาไว้ริมฝีปากจุ๊บลงที่อกข้างซ้ายของชายหนุ่มอย่างแผ่วเบา ก่อนที่ลิ้นร้อนของหญิงสาวจะโลมเลียอกแกร่งของคนตรงหน้าอย่างจงใจจะยั่วยวนเขา“คิดจะทรมานพี่เหรอครับ” ไต้ฝุ่นเอ่ยถามร่างบางตรงหน้าออกมาเสียงกระเส่า มือหนาลูบลงที่หัวน้อยๆ ของหญิงสาวอย่างอ่อนโยน“...” ริมฝีปากบางค่อยๆ ยกยิ้มออกมา พร้อมที่ลิ้นร้อนของเธอจะโลมเลียลงมายังมัดกล้ามบริเวณหน้าท้องแกร่งของชายหนุ่ม“อืมมมมม เด็กดี” ไต้ฝุ่นร้องครางออกมาเสียงหลงทันทีที่ลิ้น
“พี่ฝุ่นรู้ไหมค่ะว่าน้องกลัวคุณพ่อมากแค่ไหน...”“...คิดว่าพ่อจะยอมรับเรื่องนี้ได้อย่างนั้นเหรอ...ฮ่าฮ่าฮ่า” ฮาญาเลียนแบบเสียงของคุณพ่อของเธอ ก่อนที่หญิงสาวจะหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นห้อง“หัวเราะได้แบบนี้ไม่เจ็บแผลแล้วเหรอคะ” ไต้ฝุ่นเอ่ยถามออกมาก่อนที่เขาจะเดินเข้ามาหาร่างบางที่นั่งรอเขาอยู่บนเตียง พร้อมกับจานผลไม้ที่ชายหนุ่มเป็นคนปอกเองกับมือ“เจ็บนิดหน่อย สงสัยยาแก้ปวดยังไม่หมดฤทธิ์ค่ะ”“ทานผลไม้แล้วก็นอนพักผ่อนนะคะ” ไต้ฝุ่นเอ่ยบอกกับร่างบางตรงหน้าออกมาด้วยความเป็นห่วง“แล้วพี่ฝุ่นไม่กลับไปพักที่บ้านเหรอคะ”“พี่จะอยู่กับน้องค่ะ” ไต้ฝุ่นเอ่ยบอกกับคนรักเสียงอ่อนเสียงหวาน มือหนาลูบลงที่แก้มขาวเนียนของคนตรงหน้าอย่างอ่อนโยน“พี่ไม่เหนื่อยเหรอคะ”“ไม่เหนื่อยค่ะ”“พี่ฝุ่นยังรู้สึกผิดอยู่รึเปล่าคะ” หญิงสาวเอ่ยถามชายหนุ่มตรงหน้าออกมาอย่างรู้ทัน ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้แสดงความรู้สึกใดๆ ออกมา แต่กับฮาญาที่อยู่ข้างกายของเขาเกือบทั้งชีวิตแค่มองนิดเดียวเธอก็รู้แล้วว่าเขารู้สึกอย่างไร“ดูสิคะตอนนี้น้องไม่ได้เป็นอะไรแล้ว”“ผิวสวยๆ ของน้องต้องเป็นรอยเพราะพี่”“ถ้าพี่ฝุ่นเข้ามาหาน้องช้ากว่านี้น้องอาจจะไม
“ลูกสองคนเป็นพี่น้องกัน ถึงแม้จะคนละสายเลือดก็ตาม”“พ่อไม่เห็นด้วย” ฮันเตอร์เอ่ยบอกกับชายหนุ่มตรงหน้ากลับไปเสียงเรียบ ก่อนที่เขาจะหันหน้าหนีไปอีกทาง“ฝุ่นเข้าใจครับ” ไต้ฝุ่นยกยิ้มออกมาก่อนที่เขาจะเอ่ยตอบร่างสูงตรงหน้ากลับไปด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลอย่างเช่นทุกครั้ง“วันนี้ฝุ่นขออนุญาตทวงสัญญาที่ให้ไว้กับคุณพ่อครับ”“.../.../...” ฮันเตอร์ชะงักไปทันทีที่ได้ยินเด็กหนุ่มเอ่ยทวงสัญญาของเขาขึ้นมาในสถานการณ์เช่นนี้ มุมปากหนากระตุกยิ้มออกมาก่อนที่สีหน้าของเขาจะกลับมานิ่งขรึมดังเดิม ในขณะที่ตะวันและฮาญาได้แต่มองมาที่ร่างสูงทั้งสองคนอย่างรอฟังคำมั่นสัญญาที่พวกเขาทั้งสองเคยทำไว้ต่อกัน‘ฝุ่นมีเรื่องอยากจะขออีกเรื่องนึงครับ’ ‘มีเรื่องอะไรรึเปล่าครับ?’‘ฝุ่นเดิมพันโปรเจคนี้ด้วยชีวิตของฝุ่น’‘...’‘หากฝุ่นทำสำเร็จฝุ่นมีเรื่องอยากจะขอคุณพ่อครับ’ ‘หึหึ จริงๆ ลูกไม่ต้องทำอะไร’ ‘ถ้าอยากได้อะไรก็บอกพ่อมาได้เลยครับ’ ‘ไม่ได้หรอกครับคุณพ่อ...ของที่ฝุ่นจะขอมีค่ามากครับ’‘หึหึ’‘ได้สิครับ แต่พ่อขอเพิ่มเงื่อนไขสักขอนึงนะครับ’‘ครับ’‘ลูกต้องจะต้องทำกำไรจากโปรเจคนี้ให้ได้ 130 เปอร์เซ็นต์ ภายในระยะเวลา 1 ปี หาก
“คุณแม่คะ”“ขาลูก...” ตะวันยกยิ้มหวานออกมา ก่อนที่เธอจะขานรับเสียงเรียกของเธอกลับไปด้วยน้ำเสียงที่นุ่มละมุนอย่างเช่นทุกครั้ง“ทำไมคุณแม่ถึงรักคุณพ่อล่ะคะ”“ทั้งๆ ที่คุณแม่เลือกที่จะหนีคุณพ่อไปแล้ว แล้วทำไมถึงยังยอมให้คุณพ่อเข้ามาในชีวิตอีกล่ะคะ” ฮาญาเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย“หึหึ”“คุณแม่หัวเราะทำ
ช่วงค่ำของวัน...“เด็กๆ มากันแล้วค่ะ” พอใจเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับวางจานอาหารในมือลงบนโต๊ะตรงหน้าอย่างเบามือ“เชิญนั่งได้เลยครับ” สกายที่ยืนดูเมียรักจัดโต๊ะอาหารอยู่นานหันไปมองยังทางเดินเล็กๆ ก่อนที่เขาจะเอ่ยเรียกเด็กๆ ให้เข้ามาจับจองที่นั่งของตัวเอง“คุณพ่อคุณแม่ทำอะไรกันเยอะแยะเลยคะเนี่ย?” พอใจมองไปยัง
“ฮาญา...”“พี่ฝุ่น!” ฮาญาร้องเรียกชื่อชายหนุ่มออกมาเสียงหลงด้วยความตกใจ ร่างบางชะงักนิ่งงันไปในทันทีเธอไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปมองร่างสูงที่ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ด้านหลังของเธอเลยแม้แต่น้อย“เมื่อสักครู่น้องพูดว่าอะไรนะคะ พอดีพี่ฟังไม่ค่อยถนัด”“มีแฟนที่อบอุ่นยังไงก็ดีกว่าค่ะ” ฮาญาถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อ
ณ รีสอร์ทคิงส์ตัน กาญจนบุรี“โซนไพรเวจถูกจัดเตรียมไว้สำหรับท่านประธานเรียบร้อยแล้วค่ะ”“ขอบคุณมากครับ...พวกคุณมีอะไรก็ไปทำกันเถอะ ทานนี้เดี๋ยวพวกเราจัดการกันเอง”“ค่ะ”ทั้ง 3 ครอบครัวพากันเดินทางมาจนถึงรีสอร์ทคิงส์ตัน ซึ่งตั้งอยู่กลางหุบเขาในเขตของจังหวัดกาญจนบุรี กลุ่มของเด็กๆ พากันเดินตรงไปยังลาน







