Mag-log inวันงานกีฬาสี
“นี่ญ่าเสร็จรึยัง?”
“พี่ไต้ฝุ่นกำลังจะลงแข่งบอลรอบชิงชนะเลิศแล้วนะ”
ไอริสกับฮาโมนี่รีบเก็บอุปกรณ์เชียร์ในมือของตัวเองลงกล่อง ก่อนที่เธอจะรีบวิ่งไปหาเพื่อนรักที่กำลังเก็บของเข้าที่อย่างใจเย็นอยู่ไม่ไกลในทันที
“จริงด้วย!” หญิงสาวร้องออกมาด้วยความตกใจ ก่อนที่เธอจะรีบหยิบของตรงหน้าใส่กล่องพลาสติกอย่างรวดเร็ว ซึ่งมันแตกต่างไปจากก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง
“เรานำไปก่อนนะ”
ฮาญาวิ่งนำเพื่อนๆ ของเธอไปยังสนามฟุตบอลใหญ่ในทันที ตั้งแต่เริ่มงานเด็กสาวทั้งสามคนแทบจะไม่มีเวลาได้นั่งพักเลย ทีมของพวกเธอต้องคอยซับพอร์ตทุกทีมไม่ว่าใครใช้ให้ไปทำอะไรทั้งสามคนก็น้อมรับและทำตามที่สั่งอย่างว่าง่าย
“ฮาญาทางนี้” กำปั้นกวักมือเรียกน้องสาวเสียงดัง ก่อนที่เขาจะหยิบกระเป๋าที่วางอยู่บนเสื่อตรงหน้าออก
“น้องนั่งนี่ได้เหรอคะ?” ฮาญาเอ่ยถามพี่ชายออกมาด้วยความสงสัย พร้อมกับมองไปทางซ้ายทีขวาทีก่อนที่เธอจะเห็นว่าไม่มีที่นั่งตรงไหนดีกว่าตรงนี้อีกแล้ว และพื้นที่ส่วนใหญ่รอบสนามฟุตบอลแห่งนี้ก็ถูกจับจองไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“ได้สิครับ เสื่อนี่พี่ปูเองกับมือเลยนะ”
“ถ้าอย่างนั้นเราทั้งสามคนไม่เกรงใจแล้วนะคะ”
“เชิญครับ”
“ขอบคุณค่ะ / ขอบคุณค่ะ / ขอบคุณค่ะ”
“ด้วยความยินดีครับ” กำปั้นตอบรับคำขอบคุณของน้องๆ เสียงอ่อน ก่อนที่เขาจะหันไปคุยเล่นกับเพื่อนๆ ของเขาต่อ
ตอนนี้รอบขอบสนามและบนอัฒจรรย์เต็มไปด้วยนักเรียนทุกเกรดต่างพากันมาจับจองที่นั่งเพื่อรอชมฟุตบอลคู่ปิดงานกีฬาสีประจำปีนี้
“เมื่อไหร่จะเริ่มแข่งสักทีใจญ่าสั่นจนจะระเบิดอยู่แล้ว” มือบางของฮาญาลูบลงที่อกของตัวเองเบาๆ พร้อมกับเอ่ยพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา
“พี่ไต้ฝุ่นต้องชนะอยู่แล้ว”
“ใช่เราเห็นด้วยกับไอนะ”
“เราไม่ได้ห่วงเรื่องแพ้ชนะหรอก เราเป็นห่วงเรื่องอื่นมากกว่า” ฮาญาพึมพำออกมาเสียงอ่อน สีหน้าของเธอแสดงความกังวลออกมาอย่างชัดเจน
“ปั้นเรามาแล้ว” เสียงพิพิมแฟนสาวของกำปั้นร้องเรียกแฟนหนุ่มของตัวเองออกมาเสียงใส
“พี่พิมสวัสดีค่ะ” ฮาญาเอ่ยทักทายหญิงสาวที่พึ่งเดินเข้ามาใหม่อย่างเป็นกันเอง ก่อนที่พิพิมจะเดินเข้ามานั่งลงข้างกายไต้ฝุ่นซึ่งนั่งอยู่ด้านหลังของฮาญานั่นเอง
“สวัสดีค่ะ”
“เหนื่อยกันไหมคะ?...พี่เห็นนะพวกเราทำงานกันไม่ได้หยุดเลย”
“งานแค่นี้สบายมากค่ะพี่พิมพ์”
“ใช่ค่ะน้องไม่เหนื่อยเลยสักนิด”
“หว่า!! แล้วแบบนี้ไอศครีมกับฮันนี่โทรสที่พี่สั่งไว้จะให้ใครดีละเนี่ย น้องๆ แถวนี้ไม่มีใครเหนื่อยเลยสักคน...”
“ไอศครีม” ฮาญาพึ่มพำออกมาพร้อมกับใบหน้าที่แต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้ม
“ของโปรดเลยไม่ใช่เหรอครับ?” กำปั้นที่นั่งฟังสาวๆ พูดคุยกันอยู่นานเอ่ยถามน้องสาวออกมา พร้อมกับมือหนาลูบลงที่หัวน้อยๆ ของเด็กสาวตรงหน้าอย่างเอ็นดู
“ค่ะ วันนี้น้องเหนื่อยมากเลยค่ะ”
“หึหึ เชื่อแล้วครับ”
“เดี๋ยวเราไปรับของให้นะครับพิมพ์” กำปั้นพนักหน้าเบาๆ ให้กับน้องสาว ก่อนที่เขาจะเอ่ยบอกกับแฟนสาวของเขาเสียงอ่อนเสียงหวานราวกับคนละคน
“คนโสดนี่อิจฉาตาร้อนไปหมดแล้วค่า” ฮาโมนี่แกล้งแซวรุ่นพี่ทั้งสองคนออกมา พร้อมกับส่งยิ้มหวานไปให้กับพวกเขา
“ยังเป็นเด็กกันอยู่เลย ไม่สมควรมีแฟนอย่างยิ่งครับ”
“แต่พี่ปั้นคบกับพี่พิมตั้งแต่เกรด 9 นี่คะ ก็เด็กเหมือนกันนี่นา” ฮาญายู่หน้าใส่พี่ชายของเธอ ก่อนจะเอ่ยบอกกับพี่ชายออกไปเสียงอ่อน
“น้องพูดแบบนี้แสดงว่าน้องอยากมีแฟนแล้วเหรอครับ?”
“ไม่ใช่นะคะ” ฮาญารีบปฏิเสธกลับไปในทันที ก่อนที่เธอจะหันหน้าหนีไปอีกทาง
“ฮาญาพูดจริงๆ ค่ะ โมเป็นพยายานได้”
“ไอด้วยคนค่ะ”
“ไม่เอาไม่แกล้งน้องแล้วไต้ฝุ่น รีบไปเอาขนมได้แล้วค่ะ” กำปั้นทำตามที่แฟนสาวของเขาสั่งอย่างว่าง่าย
“เอาล่ะครับ...ได้เวลาอันสมควรแล้วฟุตบอลคู่หยุดโลกกำลังจะเริ่มภายใน 5 4 3 2 1”
“กรี๊ดดดดดด!! / กรี๊ดดดดดดด!!”
พิธีกรเดินมาหยุดอยู่ที่กลางสนาม ก่อนที่นักกีฬาทั้งสองสีจะเดินเรียงแถวออกมาพร้อมกันท่ามกลางเสียงกรี๊ดของพวกสาวๆ ดังกระหึ่มขึ้นมาจนแทบจะกลบเสียงไมค์ของพิธีกร
“พี่ฝุ่นโคตรจะเท่เลยอะ” ฮาโมนี่เอ่ยขึ้นมาพร้อมกับมองไปยังนักกีฬาในสนามทีละคน ก่อนที่เธอจะชะงักไปทันทีที่เห็นใครบางคนอยู่ในสนามด้วย และที่สำคัญเขาคนนั้นอยู่คนละทีมกับพี่ไต้ฝุ่นพี่ชายของฮาญา
“...นั่นสิ” มุมปากบางของฮาญายกยิ้มออกมา ในขณะที่สายตาของเธอยังคงจ้องมองไปยังพี่ชายตรงหน้าอย่างไม่ยอมละไปไหน มือบางลูบลงที่อกข้างซ้ายของตัวเองเบาๆ หัวใจดวงน้อยของเธอเต้นแรงจนเริ่มจะควบคุมตัวเองไม่ได้
“พี่อชิ...” ฮาโมนี่พึมพำออกมาก่อนที่ไอริสกับฮาญาจะหันไปมองยังชายหนุ่มอีกคนที่ยืนอยู่กลางสนามเป็นตาเดียว
“ไม่รู้มาก่อนเลยว่าเขาลงแข่งด้วย” พิพิมที่นั่งเงียบอยู่นานเอ่ยขึ้นมา ก่อนจะหันกลับไปมองแฟนหนุ่มของเธอที่กำลังเดินถือของกินเต็มทั้งสองมือกำลังเดินกลับมาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวล
“ขนมมาแล้วครับ”
กำปั้นว่างน้ำและขนมลงตรงหน้าของกลุ่มสาวๆ ตรงหน้า ก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้นไปมองยังไต้ฝุ่นที่กำลังเดินไปหากรรมการยังจุดโยนเหรียญเพื่อเลือกฝั่ง
“ไอ้อชิ...” ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อยที่เห็นใครอีกคนที่เขาไปชายหน้ามันยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับพี่ชาย
“ปั้น...นั่งลงก่อน” พิพิมเอ่ยเรียกแฟนหนุ่มของตัวเองเอาไว้อย่างรู้ทันว่าเขากำลังคิดจะทำอะไร ก่อนที่เธอจะดึงมือของชายหนุ่มให้นั่งลงข้างกายของเธออีกครั้ง
“พวกกูพร้อม” เพื่อนของกำปั้นโน้มตัวเขามาใกล้ ก่อนที่เขาจะเอ่ยบอกกับเพื่อนรักเสียงแผ่วเบา เพื่อไม่ให้เด็กสาวตรงหน้าได้ยินเสียงที่พวกเขาคุยกัน
“มีอะไรรึเปล่าคะ?” ฮาญาเห็นท่าทีแปลกๆ ของพี่ชาย เธอจึงเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย
“ไม่มีอะไรครับ” กำปั้นเอ่ยบอกกับน้องสาวกลับไป ก่อนที่เขาจะทิ้งตัวนั่งลงข้างแฟนสาวของตัวเอง และขยับเข้ามาใกล้เธอยิ่งขึ้น ในขณะที่สายตายังคงจับจ้องไปยังพี่ชายที่ยืนอยู่กลางสนามด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง
“...” ฮาญามองไปยังพี่ไต้ฝุ่นของตัวเองพร้อมกับคิ้วเรียวขมวดผูกกันเป็นปมอย่างเป็นกังวลไม่ต่างกัน
“หรือว่า...”
‘อชิ’ ลูกชายคนเล็กของนักการเมืองชื่อดัง ครอบครัวของเขาเป็นนักการเมืองกันมารุ่นสู่รุ่น แต่จะมีสักกี่คนที่จะรู้ว่าเบื้องหลังของครอบครัวนี้ทำอะไรมาบ้าง...
“ญ่ารู้จักอชิด้วยเหรอ?” พิพิมเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย
“ในโรงเรียนนี้มีใครบ้างล่ะคะที่จะไม่รู้จักมัน” ฮาโมนี่เอ่ยออกมาเสียงแข็ง พร้อมกับจ้องเขม็งไปยังชายหนุ่มเจ้าของชื่ออย่างเอาเรื่อง
“ไอว่าตอนนี้ความเลวของมันดังไกลออกไปนอกโรงเรียนแล้วมั้งคะ”
“ญ่าเชื่อว่าเวรกรรมมีจริง สักวันมันต้องได้รับผลกรรม” ฮาญาเอ่ยบอกกับเพื่อนสาวของเธอเสียงอ่อน พร้อมกับมือบางลูบลงที่แผ่นหลังบอกบางของฮาโมนี่เบาๆ เพื่อต้องการปลอบประโลมเธอ
“เวรกรรมมันไม่มีจริงหรอกญ่า พี่ชายเราเกือบตายก็เพราะมัน”
“...”
“ถึงรอดตายมาได้ แต่ก็กลัวจนไม่กล้าออกมาใช้ชีวิตอย่างที่คนปกติเขาทำกัน”
“โม / โม”
“เมื่อไหร่ความรุนแรงในโรงเรียนถึงจะหมดไปสักทีนะ”
“ถ้าคนอย่างมันยังอยู่ โรงเรียนนี้ก็ไม่มีทางสงบสุข” ไอริสเอ่ยออกมาเสียงแข็งไม่ต่างกัน
“ว๊าย! / ว๊าย! / ว๊าย! / ว๊าย!” ทั้งสี่สาวร้องออกมาพร้อมกันด้วยความตกใจทันทีที่เห็นไต้ฝุ่นโดนอชิเตะตัดขาเพื่อแย่งบอลจนเขาล้มลงไปนอนกองอยู่ที่พื้น นี่ขนาดพึ่งเริ่มเกมได้ยังไม่ถึง 5 นาทีเลยด้วยซ้ำ
“ไอ้เวรนี่...”
“ปั้น”
“...” ฮาญามองไปพี่ชายของตัวเองที่กำลังลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปหากรรมการด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดาว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่
ไต้ฝุ่นรับบอลจากคนตรงหน้ามาถือเอาไว้ ก่อนที่เขาจะว่างมันลงยังตำแหน่งที่เขาถูกทำฟาวล์ ไต้ฝุ่นมองไปยังสายฟ้าก่อนที่เขาจะพยักหน้าเบาๆ เพื่อให้เพื่อนรักเข้ามาเตะฟรีคิกแทนเขา
“หัวใจไอจะวายก่อนเกมส์จบรึเปล่าเนี่ย”
“...” ไต้ฝุ่นมองไปยังลูกฟุตบอลตรงหน้าด้วยสายตาของเขาที่เต็มไปด้วยความแน่วแน่ ในขณะขาของเขายังคงวิ่งไปข้างหน้าอย่างไม่ยอมลดละ ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ดีว่าฝั่งตรงข้ามตรงการอะไรจากเขาก็ตาม...
“หมาข้างถนนอย่างมึงเอาชนะกูไม่ได้หรอก” อชิเตะขาสายฟ้าจนล้มลงไปนอนกองอยู่ที่พื้น ก่อนที่เขาจะเดินเข้ามาใกล้ไต้ฝุ่นที่กำลังพยุงเพื่อนของเขาให้ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง
“...” ไต้ฝุ่นมองไปยังอชิด้วยสายตาที่เรียบเฉย ก่อนที่เขาจะหันกลับไปถามเพื่อนรักด้วยความเป็นห่วง
“ไหวไหม?”
“กูไหว”
“อดทนไว้นะเว้ยไอ้ฝุ่น” สายฟ้าตบไหล่แกร่งของร่างสูงข้างกายของเขาเบาๆ
“ไม่ต้องห่วง”
หลายวันต่อมา...“วันนี้ไปสอบมาเหนื่อยไหมคะลูกสาว” ตะวันเดินออกมาต้อนรับฮาญาที่หน้าประตูบ้าน ก่อนที่เธอจะเอ่ยถามเด็กสาวตรงหน้าออกมาด้วยความเป็นห่วง“ไม่เหนื่อยเลยค่ะ แต่ฮาญาง่วงนอนมากกว่า”“เมื่อคืนคงจะอ่านหนังสือดึกสินะคะ”“...” ฮาญาเลือกที่จะส่งยิ้มหวานกลับไปให้กับคนตรงหน้าแทนที่จะตอบคำถามกลับไป“ถ้าอย่างนั้นก็ขึ้นไปพักก่อนนะคะ ได้เวลาอาหารเย็นแล้วแม่จะให้คนขึ้นไปตามค่ะ”“ค่ะ”ฮาญาเดินขึ้นมายังห้องนอนของตัวเองก่อนที่หญิงสาวจะรู้สึกหน้ามืดขึ้นมาจนต้องจับราวบันไดเอาไว้ ก่อนหน้านี้เธอก็มีอาการเวียนศรีษะคล้ายจะเป็นลม และรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ ราวกับว่ากำลังจะเป็นไข้คุณหมอที่ห้องพยาบาลวัดความดัน และแจ้งว่าความดันของเธอต่ำสาเหตุน่าจะมาจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ และมีความเครียดสะสมมากเกินไป คุณหมอท่านให้ยามาพร้อมกับย้ำนักย้ำหนาว่าให้พักผ่อนให้เพียงพอ“เฮ่ออออ!!” ฮาญาพาร่างกายและหัวที่หนักอึ้งของตัวเองมายังห้องนอนของตัวเองได้สำเร็จ ก่อนที่เธอจะรีบไปอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ในทันทีเผื่อว่าอาการที่เธอเป็นอยู่มันจะทุเลาขึ้นบ้าง“กินยานอนแล้วกันไม่ได้นอนหลับสนิทมาหลายวันแล้ว” ฮาญากินยาที่คุณหมอให
“...” ฮาญาเดินไปตามเสียงเรียกของไต้ฝุ่นอย่างว่าง่าย ก่อนที่ทุกคนจะเดินไปยังรถบัคกี้ของตัวเองที่จอดอยู่ไม่ไกล“หมวกกันน็อคค่ะ” ไต้ฝุ่นยื่นหมวกกันน็อคมาให้กับน้องสาวก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปช่วยเธอใส่มันอย่างชำนาญ“ขอบคุณค่ะ”“เพื่อความปลอดภัยใส่เข็มขัดให้เรียบร้อยคะ” ไต้ฝุ่นเอ่ยบอกกับร่างบางตรงหน้า ก่อนที่เขาจะดึงมันออกมาเพื่อใส่ให้กับเธออีกครั้ง“น้องใส่เองค่ะ”“ค่ะ” มุมปากของไต้ฝุ่นยกยิ้มออกมาก่อนที่เขาจะสตาร์ทรถบัคกี้ของตัวเองในทันที เสียงรถบัคกี้ที่ถูกสตาร์ทขึ้นมาพร้อมกันเสียงดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ ก่อนที่รถทุกคันจะถูกขับออกไปตามลำดับ“กรี๊ดดดดด! / กรี๊ดดดดดดด!”“กรี๊ดดดดดด!! พวกเราไม่ได้ไปขับรถเล่นชิวๆ เหรอคะ” ฮาญาร้องถามออกมาเสียงหลง พร้อมกับหันไปมองน้องสาวที่นั่งอยู่คันหลังด้วยความตกใจทันทีที่เธอได้ยินเสียงกรี๊ดของคุณแม่และน้องสาวของเธอกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจไม่ต่างกันกับเธอ“ชิวๆ เหรอคะ?” ไต้ฝุ่นเอ่ยออกมาก่อนที่เขาจะเร่งความเร็วเพื่อให้ตามรถของคุณพ่อของเขาได้ทัน“ชิวไม่ชิวเดี๋ยวน้องก็รู้”“กรี๊ดดดด! พี่ฝุ่น”“นี่แค่พึ่งเริ่มเองนะคะ จับไว้ให้แน่นๆ ของจริงกำลังจะเริ่มขึ้นต่อจากนี้
เช้าวันต่อมา...“พี่ญ่าตื่นแล้วเหรอคะ” น้ำฟ้าเอ่ยถามพี่สาวของเธอออกมา ก่อนที่พอใจที่นอนอยู่อีกฝั่งจะหันมามองที่ฮาญาพร้อมกับรอยยิ้มหวานค่อยๆ ปรากฎขึ้นมาบนใบหน้าของเธอ“ค่ะ...” มือบางกุมขมับของตัวเองเอาไว้พร้อมกับนวดคลึงมันเบาๆ พอลืมตาขึ้นมาเธอก็รู้สึกเวียนหัวอย่างบอกไม่ถูก ดวงตากลมโตจ้องมองไปยังหลังคาเต็นท์ ก่อนที่หญิงสาวกระพริบตาถี่รั่วเพื่อพยายามปรับภาพตรงหน้าให้ชัดเจนยิ่งขึ้น“รู้สึกยังไงบ้างคะ” พอใจเอ่ยถามพี่สาวออกมาด้วยความเป็นห่วง“ตาลาย เวียนหัวคล้ายจะเป็นลมค่ะ”“อยากนอนต่ออีกหน่อยไหมคะ” น้ำฟ้าเอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้งด้วยความเป็นห่วงพี่สาวไม่ต่างกัน“ไม่อยากแล้วค่ะ ว่าแต่พี่มานอนอยู่ที่นี่ได้ยังไงเหรอคะ” ฮาญาเอ่ยถามน้องสาวทั้งสองคนออกมาด้วยความสงสัย ภาพสุดท้ายที่เธอจำได้คือ...“อุ๊บ! ไม่ได้นะ...” มือบางรีบยกขึ้นมาปิดปากของตัวเองเอาไว้ทันทีที่เธอนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนขึ้นมาได้ ฮาญาจำได้รางๆ ว่าเธอแพ้เสียงในหัวของตัวเองที่ต้องการจะระบายความรู้สึกอึดอัดออกมา‘นี่ฉันแพ้เสียงในหัวของตัวเองอย่างนั้นเหรอเนี่ย’‘น้องสาวก็น้องสาวสิไม่เห็นต้องย้ำให้ตรงนี้มันเจ็บเลย’“...”‘ฮึกกกก น้อง
“คุณแม่คะ”“ขาลูก...” ตะวันยกยิ้มหวานออกมา ก่อนที่เธอจะขานรับเสียงเรียกของเธอกลับไปด้วยน้ำเสียงที่นุ่มละมุนอย่างเช่นทุกครั้ง“ทำไมคุณแม่ถึงรักคุณพ่อล่ะคะ”“ทั้งๆ ที่คุณแม่เลือกที่จะหนีคุณพ่อไปแล้ว แล้วทำไมถึงยังยอมให้คุณพ่อเข้ามาในชีวิตอีกล่ะคะ” ฮาญาเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย“หึหึ”“คุณแม่หัวเราะทำไมคะ หรือเพราะฮาญากับเฮคเตอร์เหรอคะ”“เรื่องของหนูก็มีส่วน แต่ที่สำคัญ...คือ แม่รักคุณพ่อของหนู รักมาก มากจนไว้ว่าจะห่างกันไกลแค่ไหน หรือห่างกันนานเพียงใดแม่ก็ยังรักพ่อของหนูอยู่”“แล้วถ้าคุณพ่อยังคงทำไม่ดีกับคุณแม่อยู่ล่ะคะ คุณแม่จะกลับมาไหม”“ไม่กลับค่ะ ถึงแม่จะรักพ่อของหนูมาก แต่แม่ก็รักตัวเองมากเหมือนกัน หากวันนั้นพ่อของหนูปรับปรุงตัวไม่ได้แม่ก็จะไม่เลือกรักเขาอีกเป็นครั้งที่ 2”“แต่คุณพ่อทำได้ใช่ไหมคะ”“ใช่ค่ะ เขาทำได้ดีมาจนถึงทุกวันนี้”“...” ฮาญามองไปยังหญิงวัยกลางคนตรงหน้า ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก แก้มแดงทั้งสองข้างของเธอป๋องขึ้นมาอย่างเขินอาย หญิงสาวพ้นลมหายใจออกมาอย่างแรงก่อนจะส่งยิ้มหวานไปให้กับคุณแม่ของเธอ“โรแมนติกจัง...เอิ่บ!!”“ไหวไหมคะ”“รู้สึกอยากอาเจียนรึเปล่าคะ”“อยาก
ช่วงค่ำของวัน...“เด็กๆ มากันแล้วค่ะ” พอใจเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับวางจานอาหารในมือลงบนโต๊ะตรงหน้าอย่างเบามือ“เชิญนั่งได้เลยครับ” สกายที่ยืนดูเมียรักจัดโต๊ะอาหารอยู่นานหันไปมองยังทางเดินเล็กๆ ก่อนที่เขาจะเอ่ยเรียกเด็กๆ ให้เข้ามาจับจองที่นั่งของตัวเอง“คุณพ่อคุณแม่ทำอะไรกันเยอะแยะเลยคะเนี่ย?” พอใจมองไปยังจานอาหารที่วางอยู่ตรงหน้า ก่อนที่เธอจะเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย“ยังมีหมูย่างกับเนื้อย่างอีกนะคะ”“มาแล้วครับ” ฮันเตอร์กับเพิร์ชเดินตรงมาที่โต๊ะรับประทานอาหาร พร้อมกับถือถาดเนื้อย่างถาดใหญ่เข้ามาด้วย ก่อนที่พวกเขาจะวางมันลงตรงหน้าของลูกๆ อย่างเบามือ“หู้ยยยยย~~ น่าทานจังเลยค่ะ”“ใช่ค่ะ กลิ่นก็ห๊อมหอม...”“ถ้าอย่างนั้น...ก็เชิญเลยครับ”“ทานแล้วนะคะ / ทานแล้วนะครับ”ทุกคนบนโต๊ะทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย แต่จะมีอยู่สองคนที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาทานอาหารอยู่เงียบๆ ไม่เอ่ยคำใดออกมาผิดแปลกไปจากทุกครั้ง“ฮาญา”“ขา” ฮาญาขานรับเสียงเรียกของคุณพ่อของเธออย่างรวดเร็ว ก่อนที่ใบหน้าหวานจะเงยหน้าขึ้นไปเผชิญหน้ากับเขา“อาหารไม่ถูกปากเหรอครับ” ฮันเตอร์เอ่ยถามลูกสาวออกมาด้วยความสงสยั“เปล่าค่ะ...อาหารอร่อยมากค่ะ”
“ฮาญา...”“พี่ฝุ่น!” ฮาญาร้องเรียกชื่อชายหนุ่มออกมาเสียงหลงด้วยความตกใจ ร่างบางชะงักนิ่งงันไปในทันทีเธอไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปมองร่างสูงที่ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ด้านหลังของเธอเลยแม้แต่น้อย“เมื่อสักครู่น้องพูดว่าอะไรนะคะ พอดีพี่ฟังไม่ค่อยถนัด”“มีแฟนที่อบอุ่นยังไงก็ดีกว่าค่ะ” ฮาญาถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนที่เธอจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา หญิงตอบร่างสูงตรงหน้ากลับไปด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง“น้องจะรู้ได้ยังไงว่าคนคนนั้นรักน้องจริง รักมากจนสามารถทำทุกอย่างเพื่อน้องได้...”“คงเป็นการกระทำของล่ะมั้งคะ”“...”“พูดแบบนี้แสดงว่าพี่ญ่ามีคนนั้นแล้วเหรอครับ?” เฮคเตอร์ที่ยืนเงียบอยู่นานเอ่ยถามพี่สาวของเขาขึ้นมาด้วยความสงสัย“มี เมอ ที่ไหนกันล่ะคะ พี่ก็แค่หมายถึงเฉยๆ”“มองหน้าน้องแบบนี้หมายความว่าไงคะ?” ฮาญาตอบคำถามของน้องชายกลับไป ก่อนที่เธอจะเอ่ยถามไต้ฝุ่นออกมาด้วยความสงสัย“น้องไม่รู้หรอกค่ะว่าความรักของคนอื่นจะเป็นอย่างไง แต่ความรักของน้องคงจะเป็นการกระทำที่ทั้งสองคนแสดงออกมาค่ะ”“.../.../.../...”“เหมือนที่คุณพ่อคุณแม่ของพวกเราแสดงออกมาไงคะ”“ฟ้าเห็นด้วยค่ะ”“พอใจก็คิดเหมือนพี่ญ่าค่ะ คุณพ่อกับคุณแม่ของ







