LOGINวันต่อมา...
“ฮาญามาแล้วค่ะ” เสียงของไอริสร้องเรียกเพื่อนสาวดังขึ้นมาแต่ไกล ก่อนที่เธอจะรีบวิ่งเข้าไปจูงมือเพื่อนสาวให้เดินตามเธอมาในทันที
“มีอะไรเหรอ?” ฮาญาเอ่ยถามร่างบางตรงหน้าของเธอออกมาด้วยความสงสัย แต่เธอก็ยังคงเดินตามคนตรงหน้าไปแต่โดยดี
“พี่เนเน่อยากคุณกับฮาญาน่ะ”
“คุยกับเรา?” ฮาญาชี้มาที่หน้าของตัวเองก่อนจะพึมพำออกมาด้วยความสงสัย
“คุยอะไรอะ?”
“เดี๋ยวก็รู้”
“ฮาญามาแล้วค่ะ” ฮาโมนี่เอ่ยบอกกับรุ่นพี่ของเธอออกมาด้วยความดีใจ ก่อนที่เธอจะขยับเข้าไปยืนข้างกายเพื่อนสาว
“มีอะไรรึเปล่าคะ?” ฮาญาเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย พร้อมกับมองไปยังรุ่นพี่อย่างรอคำตอบ ก่อนที่เธอจะมองออกไปทางด้านหลังของรุ่นพี่สาวสวยตรงหน้า เธอเห็นร่างสูงที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดีกำลังมองมาที่เธออยู่ก่อนแล้ว ‘พี่ไต้ฝุ่น’
“ไม่อยากเป็นดรัมเมเยอร์เหรอคะน้องฮาญา” เนเน่เอ่ยถามรุ่นน้องออกมาเสียงใส พร้อมกับแสร้งยกยิ้มหวานออกมาให้กับเด็กสาวตรงหน้า
“...”
“หากน้องต้องการพวกเรายินดีตอนรับนะคะ...”
“ขอบคุณมากนะคะ แต่คงไม่ดีกว่าค่ะ...ฮาญาไม่อยากเป็น”
“แต่เพื่อนๆ ของน้องก็เป็นกันหมดเลยนะ จะไม่เปลี่ยนใจจริงๆ เหรอคะ?”
“ขอบคุณอีกครั้งนะคะที่ชวน แต่ฮาญาไม่ได้อยากเป็นดรัมเมเยอร์จริงๆ ค่ะ...ถ้าไม่มีอะไรแล้วฮาญาขอตัวก่อนนะคะ” ฮาญาเอ่ยบอกกับกลุ่มรุ่นพี่ตรงหน้าด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น ริมฝีปากบางค่อยๆ ยกยิ้มขึ้นมา ก่อนที่เธอจะเดินออกมาจากตรงนั้นในทันที
“.../...”
“พี่ไต้ฝุ่น”
“มีอะไรรึเปล่าคะ?” ไต้ฝุ่นเอ่ยถามน้องสาวออกมาด้วยความเป็นห่วง มือหนาลูบลงที่หัวของคนตรงหน้าอย่างอ่อนโยน
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ”
“...”
“รุ่นพี่เขามาชวนฮาญาไปเป็นดรัมเมเยอร์น่ะค่ะ” เด็กสาวเอ่ยบอกกับพี่ชายของเธอกลับไปเสียงอ่อน
“น้องไม่อยากเป็นใช่ไหมคะ ถึงได้เดินออกมาแบบนี้” ไต้ฝุ่นเอ่ยถามร่างบางตรงหน้าออกมาอย่างรู้ทัน
“ใช่ค่ะ น้องไม่อยากเป็น ร้อนก็ร้อน แถมยังต้องไปจำท่าอะไรก็ไม่รู้เยอะแยะ...”
“...”
“พี่ฝุ่นก็รู้ว่าน้องหัวทึบจะตาย จำอะไรพวกนี้ไม่ได้หรอกค่ะ” ฮาญายกยิ้มออกมา ก่อนที่เธอจะเอ่ยบอกกับคนตรงหน้ากลับไปเสียงหงอย ตากลมโตกระพริบถี่รั่วอย่างต้องการความเห็นใจจากร่างสูงตรงหน้า
“หึหึ น้องสาวของพี่ไม่ได้หัวทึบสักหน่อยนี่คะ เขาเรียกว่าผู้มีปัญหาทางด้านความจำ”
“แรงมากค่า” ฮาญาเบะปากใส่พี่ชายของตัวเอง ก่อนที่เธอจะเอ่ยบอกกับเขากลับไปอย่างงอนๆ
“พี่แกล้งหยอกเล่นเฉยๆ ค่ะ ถ้าน้องหัวทึบจริงๆ คงไม่สามารถจำสูตรอาหาร สูตรขนมที่คุณแม่สอนได้หรอก...พี่พูดถูกไหม?” ไต้ฝุ่นเอ่ยบอกกับน้องสาวเสียงอ่อน พร้อมบีบแก้มนุ่มนิ่มของคนตรงหน้าอย่างเอ็นดู
“ถูกต้องที่สุดเลยค่ะ”
“หึหึ”
“เราไปกันเถอะใกล้ถึงเวลาเข้าเรียนแล้ว เดี๋ยวพี่ไปส่งที่ห้องค่ะ” ไต้ฝุ่นเอ่ยบอกกับเด็กสาวตรงหน้าเสียงอ่อน ก่อนที่เขาจะส่งยิ้มหวานไปให้กับเธอ
“ก็ได้ค่ะ วันนี้น้องยอมหนึ่งวันค่ะ” ฮาญายอมทำตามที่พี่ชายของเธอบอกอย่างว่าง่าย ฮาญาควงแขนพี่ชายเอาไว้แน่นก่อนที่ทั้งคู่จะพากันเดินไปยังห้องเรียนของฮาญา
“ถึงแล้วค่ะ”
“พี่ฝุ่นรีบไปเรียนได้แล้วค่ะ”
“รับทราบค่ะ” ไต้ฝุ่นยกยิ้มออกมาก่อนที่เขาจะทำตามที่น้องสาวของเขาบอกอย่างว่าง่าย
“น้องฮาญา...”
ไต้ฝุ่นเดินกลับมายังห้องเรียนของตัวเอง ก่อนที่เขาจะชะงักไปทันทีที่ได้ยินชื่อของน้องสาวของเขาดังขึ้นมาจากภายในห้องเรียน ชายหนุ่มหยุดนิ่งพร้อมกับมองออกไปตรงหน้าด้วยสายตาที่เรียบเฉย
“มันคงไม่อยากเป็นดรัมจริงๆ ล่ะมั้ง”
“มีใครบ้างไม่อยากเป็นดรัม มันคงคิดว่าตัวเองเป็นลูกคุณหนูแล้วจะหยิ่งใส่ใครก็ได้สินะ”
“หน้าตาก็งั้นๆ ถ้าไม่ติดว่าเป็นน้องสาวของไต้ฝุ่น กูไม่มีทางรับเข้าทีมดรัมของพวกเราอย่างแน่นอน”
“แล้วเพื่อนของมันล่ะ มึงจะรับมันเข้าทีมไหม?”
“ไม่! กูอยากให้พวกมันทะเลาะกันเอง” เนเน่เอ่ยบอกกับเพื่อนสาวของเธอเสียงแข็ง พร้อมกับมุมปากบางแสยะยิ้มร้ายออกมา
“ยัยคุณหนูจอมหยิ่งนั่นมันจะได้ไม่เหลือเพื่อนเลยสักคน”
ปัง!!
เสียงมือบางทุบลงกับโต๊ะเรียนอย่างแรง ก่อนที่ร่างบางของเจ้าของเสียงจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
“หึหึ” เสียงหัวเราะดังออกมาจากลำคอแกร่งของชายหนุ่ม ก่อนที่ร่างสูงจะก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้ากลุ่มของเนเน่ ทุกคนต่างพากันมองมาที่ไต้ฝุ่นเป็นตาเดียวด้วยความตกใจ
“ไต้ฝุ่น / ไต้ฝุ่น”
“คิดว่าเด็กๆ พวกนั้นจะฉลาดน้อยกว่าเธออย่างนั้นเหรอ?”
“อะ เอ่อ...”
“แล้วอีกอย่างนึงนะ...น้องสาวของฉันน่ะไม่ได้หยิ่งเลยสักนิด” ไต้ฝุ่นเอ่ยออกมาเสียงเรียบพร้อมกับจ้องมองไปยังหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่เรียบเฉย
“ก่อนที่เธอจะว่าใครลองส่องกระจกชะโงกดูตัวเองซะบ้าง”
“ตะ ไต้ฝุ่น”
“อย่างคิดว่าคนอื่นจะเป็นเหมือนกับตัวเอง เพราะมันเป็นความคิดของพวกไม่มีสมอง” ไต้ฝุ่นเอ่ยบอกกับคนตรงหน้าเสียงเรียบ ก่อนที่เขาจะก้าวเดินออกไปโดยไม่สนใจหญิงสาวตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย ท่ามกลางสายของเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ ที่มองมาที่เขาและกลุ่มของเนเน่เป็นตาเดียวโดยพร้อมเพียงกัน
หลายๆ คนเรียนร่วมชั้นมากับไต้ฝุ่นมาหลายปีไม่เคยมีสักครั้งเลยที่ผู้ชายที่มีนิสัยสุขุม และเป็นสุภาพบุรุษอย่างเขาจะเอ่ยปากว่าใคร เขาไม่ใช่คนที่จะแสดงด้านมืดออกมาให้ใครเห็นง่ายๆ ถ้าคนคนนั้นไม่ไปแตะต้องครอบครัวที่เขารักก่อน...
“ไต้ฝุ่นน่ากลัวจังเลยเนอะ”
“นั้นสิ ถ้าเราเป็นเนเน่เราคงไม่กล้ามีหน้าไปเจอใคร”
“มันจะไม่แรงเกินไปเหรอไต้ฝุ่น?” เนเน่เดินเข้ามาหาชายหนุ่มที่โต๊ะเรียนของเขา ก่อนที่เธอจะเอ่ยถามร่างสูงตรงหน้าออกมาอย่างโกรธจัด
“แล้วที่เธอว่าน้องล่ะมันไม่แรงเกินไปเหรอเนเน่?” ปลาดาวเพื่อนสนิทอีกคนหนึ่งของไต้ฝุ่นเอ่ยถามหญิงสาวตรงหน้าออกมาเสียงเรียบอย่างหมดความอดทนไม่ต่างกัน
“แล้วเธอมาเสือกอะไรด้วย”
“ฉันก็ไม่ได้อยากเสือกหรอก...”
“พอได้แล้วทั้งคู่เลย...เชิญแยกย้ายครับ” สายฟ้าที่เห็นสถานการณ์เริ่มไปกันใหญ่แล้วจึงเดินเข้ามาแทรกกลางระหว่างเนเน่กับปลาดาวเอาไว้ ก่อนที่เขาจะเอ่ยบอกให้ทั้งสองคนแยกย้ายกันกลับไปยังที่นั่งของตัวเอง
“ไม่เอาน่าอย่าไปทะเลาะกับคนพวกนี้เลย เธอก็รู้จักนิสัยของคนพวกนี้ดีไม่ใช่รึไง...”
“แต่มันน่า...”
“พอแล้วปลาดาวนั่งลงเถอะ” ไต้ฝุ่นเอ่ยบอกกับเพื่อนสาวเสียงเรียบ ก่อนที่เขาจะหันหน้ามองออกไปยังนอกหน้าต่างด้วยสายตาที่เรียบเฉย
“นั่งลงได้แล้ว” สายฟ้าเอ่ยสมทบขึ้น พร้อมกับกดไหลมนของเพื่อนให้นั่งลงบนเก้าอี้ของตัวเอง
“ชิ!” ปลาดาวเบาะปากให้กับสายฟ้าเพื่อนรักของตัวเอง ก่อนจะนั่งลงอย่างว่าง่าย
ช่วงบ่ายของวัน...
“ทำไมทำหน้าแบบนี้ล่ะ?” ฮาญาเอ่ยถามไอริสกับฮาโมนี่เพื่อนรักของเธอออกมาด้วยความสงสัย ก่อนที่เด็กสาวจะเดินเข้าไปนั่งลงข้างกายของทั้งสองคน
“เราไม่ได้เป็นดรัมแล้วนะ”
“อ้าว! ทำไมล่ะ? หรือว่าเป็นเพราะ...?”
“ไม่ ไม่ใช่เพราะญ่าหรอกนะ” ไอริสรีบเอ่ยบอกกับเพื่อนสาวของเธอในทันทีพร้อมกับดึงมือบางของฮาญาไปกุมเอาไว้ ก่อนที่ฮาโมนี่จะเอ่ยสมทบขึ้นอีกคน
“เป็นเพราะเราสองคนเต้นไม่ได้เรื่องต่างหาก ฮ่าฮ่าฮ่า”
“นั่นสิท่าเต้นเราตลกชะมัด ฮ่าฮ่าฮ่า”
“โอ้ๆ ไม่เป็นไรนะ ไอกับโมมาอยู่ทีมบริการกับเราก็ได้” ฮาญายกยิ้มออกมา ก่อนที่เธอจะดึงเพื่อนสาวทั้งสองคนของตัวเองเข้ามากอดเอาไว้
“โอ้ยยยยย!! โล่งใจจัง” ไอริสร้องออกมาอย่างโล่งใจ ก่อนที่เธอจะหยิบนมกล้วยตรงหน้าขึ้นมาดื่มอย่างสบายใจ
“ใช่โล่งใจจริงๆ ถ้าเขาไม่ปฏิเสธเราก่อน โมก็ว่าจะชวนไอลาออกอยู่แล้ว”
“ทำไมล่ะ?” ฮาญาเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย ก่อนที่หยิบนมเมล่อนตรงหน้าขึ้นมาเจาะกล่องดื่มด้วยอีกคน
“พอได้อยู่ใกล้แล้ว พวกรุ่นพี่ไม่ได้น่ารักอย่างที่พวกเราเห็นเลยน่ะ” ฮาโมนี่อธิบายถึงสิ่งที่ตัวเองและไอริสได้ไปประสบพบเจอมากับตัวเองขณะที่พวกเธอไปฝึกซ้อมดรัมมาเยอร์
“...”
“โดยเฉพาะเรื่องที่พวกเขาทำกับญ่า...ขอโทษด้วยนะเราไม่คิดว่าพวกเขาจะพูดแบบนั้น เพราะถ้าเรารู้เราคงไม่มีทางพาญ่าไปเจอพวกเขาอย่างแน่นอน”
“ญ่าไม่เป็นไรเลย ไม่ต้องโทษตัวเองนะ”
“ญ่ารู้ปะว่าพวกเราเครียดมากเลยน่ะ ดีแล้วที่เต้นไม่เป็นสักที ฮ่าฮ่าฮ่า”
“สบายใจขึ้นแล้วใช่ไหม?” ฮาญาเอ่ยถามเพื่อนสาวทั้งสองคนของเธอออกมาเสียงอ่อน
“สบายใจมาก”
“สบายใจสุดๆ ไปเลย”
“พวกเธอสบายใจก็ดีแล้วล่ะ” ริมฝีปากบางของฮาญายกยิ้มหวานออกมาอย่างเอ็นดูเพื่อนๆ ทั้งสองคนของเธอ ก่อนที่ทั้งสามจะดูดนมในกล่องที่ตัวเองกำลังถืออยู่จนหมด
หลายวันต่อมา...“วันนี้ไปสอบมาเหนื่อยไหมคะลูกสาว” ตะวันเดินออกมาต้อนรับฮาญาที่หน้าประตูบ้าน ก่อนที่เธอจะเอ่ยถามเด็กสาวตรงหน้าออกมาด้วยความเป็นห่วง“ไม่เหนื่อยเลยค่ะ แต่ฮาญาง่วงนอนมากกว่า”“เมื่อคืนคงจะอ่านหนังสือดึกสินะคะ”“...” ฮาญาเลือกที่จะส่งยิ้มหวานกลับไปให้กับคนตรงหน้าแทนที่จะตอบคำถามกลับไป“ถ้าอย่างนั้นก็ขึ้นไปพักก่อนนะคะ ได้เวลาอาหารเย็นแล้วแม่จะให้คนขึ้นไปตามค่ะ”“ค่ะ”ฮาญาเดินขึ้นมายังห้องนอนของตัวเองก่อนที่หญิงสาวจะรู้สึกหน้ามืดขึ้นมาจนต้องจับราวบันไดเอาไว้ ก่อนหน้านี้เธอก็มีอาการเวียนศรีษะคล้ายจะเป็นลม และรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ ราวกับว่ากำลังจะเป็นไข้คุณหมอที่ห้องพยาบาลวัดความดัน และแจ้งว่าความดันของเธอต่ำสาเหตุน่าจะมาจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ และมีความเครียดสะสมมากเกินไป คุณหมอท่านให้ยามาพร้อมกับย้ำนักย้ำหนาว่าให้พักผ่อนให้เพียงพอ“เฮ่ออออ!!” ฮาญาพาร่างกายและหัวที่หนักอึ้งของตัวเองมายังห้องนอนของตัวเองได้สำเร็จ ก่อนที่เธอจะรีบไปอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ในทันทีเผื่อว่าอาการที่เธอเป็นอยู่มันจะทุเลาขึ้นบ้าง“กินยานอนแล้วกันไม่ได้นอนหลับสนิทมาหลายวันแล้ว” ฮาญากินยาที่คุณหมอให
“...” ฮาญาเดินไปตามเสียงเรียกของไต้ฝุ่นอย่างว่าง่าย ก่อนที่ทุกคนจะเดินไปยังรถบัคกี้ของตัวเองที่จอดอยู่ไม่ไกล“หมวกกันน็อคค่ะ” ไต้ฝุ่นยื่นหมวกกันน็อคมาให้กับน้องสาวก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปช่วยเธอใส่มันอย่างชำนาญ“ขอบคุณค่ะ”“เพื่อความปลอดภัยใส่เข็มขัดให้เรียบร้อยคะ” ไต้ฝุ่นเอ่ยบอกกับร่างบางตรงหน้า ก่อนที่เขาจะดึงมันออกมาเพื่อใส่ให้กับเธออีกครั้ง“น้องใส่เองค่ะ”“ค่ะ” มุมปากของไต้ฝุ่นยกยิ้มออกมาก่อนที่เขาจะสตาร์ทรถบัคกี้ของตัวเองในทันที เสียงรถบัคกี้ที่ถูกสตาร์ทขึ้นมาพร้อมกันเสียงดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ ก่อนที่รถทุกคันจะถูกขับออกไปตามลำดับ“กรี๊ดดดดด! / กรี๊ดดดดดดด!”“กรี๊ดดดดดด!! พวกเราไม่ได้ไปขับรถเล่นชิวๆ เหรอคะ” ฮาญาร้องถามออกมาเสียงหลง พร้อมกับหันไปมองน้องสาวที่นั่งอยู่คันหลังด้วยความตกใจทันทีที่เธอได้ยินเสียงกรี๊ดของคุณแม่และน้องสาวของเธอกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจไม่ต่างกันกับเธอ“ชิวๆ เหรอคะ?” ไต้ฝุ่นเอ่ยออกมาก่อนที่เขาจะเร่งความเร็วเพื่อให้ตามรถของคุณพ่อของเขาได้ทัน“ชิวไม่ชิวเดี๋ยวน้องก็รู้”“กรี๊ดดดด! พี่ฝุ่น”“นี่แค่พึ่งเริ่มเองนะคะ จับไว้ให้แน่นๆ ของจริงกำลังจะเริ่มขึ้นต่อจากนี้
เช้าวันต่อมา...“พี่ญ่าตื่นแล้วเหรอคะ” น้ำฟ้าเอ่ยถามพี่สาวของเธอออกมา ก่อนที่พอใจที่นอนอยู่อีกฝั่งจะหันมามองที่ฮาญาพร้อมกับรอยยิ้มหวานค่อยๆ ปรากฎขึ้นมาบนใบหน้าของเธอ“ค่ะ...” มือบางกุมขมับของตัวเองเอาไว้พร้อมกับนวดคลึงมันเบาๆ พอลืมตาขึ้นมาเธอก็รู้สึกเวียนหัวอย่างบอกไม่ถูก ดวงตากลมโตจ้องมองไปยังหลังคาเต็นท์ ก่อนที่หญิงสาวกระพริบตาถี่รั่วเพื่อพยายามปรับภาพตรงหน้าให้ชัดเจนยิ่งขึ้น“รู้สึกยังไงบ้างคะ” พอใจเอ่ยถามพี่สาวออกมาด้วยความเป็นห่วง“ตาลาย เวียนหัวคล้ายจะเป็นลมค่ะ”“อยากนอนต่ออีกหน่อยไหมคะ” น้ำฟ้าเอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้งด้วยความเป็นห่วงพี่สาวไม่ต่างกัน“ไม่อยากแล้วค่ะ ว่าแต่พี่มานอนอยู่ที่นี่ได้ยังไงเหรอคะ” ฮาญาเอ่ยถามน้องสาวทั้งสองคนออกมาด้วยความสงสัย ภาพสุดท้ายที่เธอจำได้คือ...“อุ๊บ! ไม่ได้นะ...” มือบางรีบยกขึ้นมาปิดปากของตัวเองเอาไว้ทันทีที่เธอนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนขึ้นมาได้ ฮาญาจำได้รางๆ ว่าเธอแพ้เสียงในหัวของตัวเองที่ต้องการจะระบายความรู้สึกอึดอัดออกมา‘นี่ฉันแพ้เสียงในหัวของตัวเองอย่างนั้นเหรอเนี่ย’‘น้องสาวก็น้องสาวสิไม่เห็นต้องย้ำให้ตรงนี้มันเจ็บเลย’“...”‘ฮึกกกก น้อง
“คุณแม่คะ”“ขาลูก...” ตะวันยกยิ้มหวานออกมา ก่อนที่เธอจะขานรับเสียงเรียกของเธอกลับไปด้วยน้ำเสียงที่นุ่มละมุนอย่างเช่นทุกครั้ง“ทำไมคุณแม่ถึงรักคุณพ่อล่ะคะ”“ทั้งๆ ที่คุณแม่เลือกที่จะหนีคุณพ่อไปแล้ว แล้วทำไมถึงยังยอมให้คุณพ่อเข้ามาในชีวิตอีกล่ะคะ” ฮาญาเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย“หึหึ”“คุณแม่หัวเราะทำไมคะ หรือเพราะฮาญากับเฮคเตอร์เหรอคะ”“เรื่องของหนูก็มีส่วน แต่ที่สำคัญ...คือ แม่รักคุณพ่อของหนู รักมาก มากจนไว้ว่าจะห่างกันไกลแค่ไหน หรือห่างกันนานเพียงใดแม่ก็ยังรักพ่อของหนูอยู่”“แล้วถ้าคุณพ่อยังคงทำไม่ดีกับคุณแม่อยู่ล่ะคะ คุณแม่จะกลับมาไหม”“ไม่กลับค่ะ ถึงแม่จะรักพ่อของหนูมาก แต่แม่ก็รักตัวเองมากเหมือนกัน หากวันนั้นพ่อของหนูปรับปรุงตัวไม่ได้แม่ก็จะไม่เลือกรักเขาอีกเป็นครั้งที่ 2”“แต่คุณพ่อทำได้ใช่ไหมคะ”“ใช่ค่ะ เขาทำได้ดีมาจนถึงทุกวันนี้”“...” ฮาญามองไปยังหญิงวัยกลางคนตรงหน้า ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก แก้มแดงทั้งสองข้างของเธอป๋องขึ้นมาอย่างเขินอาย หญิงสาวพ้นลมหายใจออกมาอย่างแรงก่อนจะส่งยิ้มหวานไปให้กับคุณแม่ของเธอ“โรแมนติกจัง...เอิ่บ!!”“ไหวไหมคะ”“รู้สึกอยากอาเจียนรึเปล่าคะ”“อยาก
ช่วงค่ำของวัน...“เด็กๆ มากันแล้วค่ะ” พอใจเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับวางจานอาหารในมือลงบนโต๊ะตรงหน้าอย่างเบามือ“เชิญนั่งได้เลยครับ” สกายที่ยืนดูเมียรักจัดโต๊ะอาหารอยู่นานหันไปมองยังทางเดินเล็กๆ ก่อนที่เขาจะเอ่ยเรียกเด็กๆ ให้เข้ามาจับจองที่นั่งของตัวเอง“คุณพ่อคุณแม่ทำอะไรกันเยอะแยะเลยคะเนี่ย?” พอใจมองไปยังจานอาหารที่วางอยู่ตรงหน้า ก่อนที่เธอจะเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย“ยังมีหมูย่างกับเนื้อย่างอีกนะคะ”“มาแล้วครับ” ฮันเตอร์กับเพิร์ชเดินตรงมาที่โต๊ะรับประทานอาหาร พร้อมกับถือถาดเนื้อย่างถาดใหญ่เข้ามาด้วย ก่อนที่พวกเขาจะวางมันลงตรงหน้าของลูกๆ อย่างเบามือ“หู้ยยยยย~~ น่าทานจังเลยค่ะ”“ใช่ค่ะ กลิ่นก็ห๊อมหอม...”“ถ้าอย่างนั้น...ก็เชิญเลยครับ”“ทานแล้วนะคะ / ทานแล้วนะครับ”ทุกคนบนโต๊ะทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย แต่จะมีอยู่สองคนที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาทานอาหารอยู่เงียบๆ ไม่เอ่ยคำใดออกมาผิดแปลกไปจากทุกครั้ง“ฮาญา”“ขา” ฮาญาขานรับเสียงเรียกของคุณพ่อของเธออย่างรวดเร็ว ก่อนที่ใบหน้าหวานจะเงยหน้าขึ้นไปเผชิญหน้ากับเขา“อาหารไม่ถูกปากเหรอครับ” ฮันเตอร์เอ่ยถามลูกสาวออกมาด้วยความสงสยั“เปล่าค่ะ...อาหารอร่อยมากค่ะ”
“ฮาญา...”“พี่ฝุ่น!” ฮาญาร้องเรียกชื่อชายหนุ่มออกมาเสียงหลงด้วยความตกใจ ร่างบางชะงักนิ่งงันไปในทันทีเธอไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปมองร่างสูงที่ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ด้านหลังของเธอเลยแม้แต่น้อย“เมื่อสักครู่น้องพูดว่าอะไรนะคะ พอดีพี่ฟังไม่ค่อยถนัด”“มีแฟนที่อบอุ่นยังไงก็ดีกว่าค่ะ” ฮาญาถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนที่เธอจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา หญิงตอบร่างสูงตรงหน้ากลับไปด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง“น้องจะรู้ได้ยังไงว่าคนคนนั้นรักน้องจริง รักมากจนสามารถทำทุกอย่างเพื่อน้องได้...”“คงเป็นการกระทำของล่ะมั้งคะ”“...”“พูดแบบนี้แสดงว่าพี่ญ่ามีคนนั้นแล้วเหรอครับ?” เฮคเตอร์ที่ยืนเงียบอยู่นานเอ่ยถามพี่สาวของเขาขึ้นมาด้วยความสงสัย“มี เมอ ที่ไหนกันล่ะคะ พี่ก็แค่หมายถึงเฉยๆ”“มองหน้าน้องแบบนี้หมายความว่าไงคะ?” ฮาญาตอบคำถามของน้องชายกลับไป ก่อนที่เธอจะเอ่ยถามไต้ฝุ่นออกมาด้วยความสงสัย“น้องไม่รู้หรอกค่ะว่าความรักของคนอื่นจะเป็นอย่างไง แต่ความรักของน้องคงจะเป็นการกระทำที่ทั้งสองคนแสดงออกมาค่ะ”“.../.../.../...”“เหมือนที่คุณพ่อคุณแม่ของพวกเราแสดงออกมาไงคะ”“ฟ้าเห็นด้วยค่ะ”“พอใจก็คิดเหมือนพี่ญ่าค่ะ คุณพ่อกับคุณแม่ของ







