เข้าสู่ระบบต้าเหล่ยเดินกลับมาที่ร้านขายของชำด้วยหัวใจที่พองโต ความรู้สึกหนักอึ้งในอกเริ่มเบาบางลงเมื่อนึกถึงเสบียงที่เก็บอยู่ในมิติ ทว่าเมื่อก้าวเท้าเข้าร้าน เขาก็ต้องชะงักเมื่อพบว่าบรรยากาศภายในร้านเปลี่ยนไป จากที่มีเพียงสองตายาย บัดนี้กลับมีสมาชิกเพิ่มมาอีกสามคน
ชายหนุ่มรูปร่างกำยำในชุดเสื้อโปโลสีน้ำเงินเข้มดูทะมัดทะแมง กำลังถือเหรียญทองแดงพินิจมองด้วยแว่นขยายด้วยใบหน้าจริงจังน เขาคือ หลี่หลินเฟิง ลูกชายคนเดียวของบ้านหลี่
ข้างกายเขามีหญิงสาวที่ดูคล่องแคล่วอย่าง หลี่หร่านอี๋ ผู้เป็นภรรยา และเด็กหญิงตัวน้อยแก้มป่องในชุดกระโปรงลายดอกไม้ที่กำลังนั่งกินขนมปังอยู่บนม้านั่งไม้ตัวเล็ก... หลี่ซูซู หลานสาวตัวน้อยที่ป้าหลี่เคยเล่าถึง
ทันทีที่เห็นต้าเหล่ยเดินเข้ามา หลินเฟิงก็วางแว่นขยายลงแล้วปรี่เข้าหาเขาอย่างร้อนใจ
"น้องชาย! เหรียญฮั่วปู้พวกนี้เป็นของนายเหรอ? สนใจขายให้พี่ไหม? ราคาต่อรองกันได้นะ พี่ให้ราคายุติธรรมแน่นอน!"
หลินเฟิงรัวคำพูดใส่อย่างกระตือรือร้นจนต้าเหล่ยผงะไปก้าวหนึ่ง ป้าหลี่เห็นก็อดไม่ได้ที่จะตีแขนลูกชายไปหนึ่งทีพร้อมกับส่ายหัวเบา ๆ
"เจ้าเด็กคนนี้! ลูกก็ให้น้องเข้ามานั่งพักก่อนสิ น้องเพิ่งไปตากแดดตากลมมา ถึงตอนนั้นจะคุยกันก็ยังไม่สาย"
ต้าเหล่ยเห็นท่าทางที่ตรงไปตรงมาของคนบ้านหลี่ก็คลี่ยิ้มออกมา เขาโค้งคำนับหลินเฟิงอย่างสุภาพ
"สวัสดีครับพี่ใหญ่หลี่ เหรียญ 3 เหรียญนั้นผมตั้งใจมอบให้คุณลุงกับคุณป้าเพื่อตอบแทนน้ำใจอยู่แล้ว พี่ใหญ่หลี่เอาไปได้เลยครับ"
ป้าหลี่ได้ยินดังนั้นก็รีบโบกไม้โบกมือพัลวัน
"ไม่เอา ๆ ป้าไม่รับหรอกเสี่ยวเหล่ย น้ำใจก็ส่วนน้ำใจ แต่ของมีค่าก็ต้องว่ากันตามเนื้อผ้า อาเฟิง... ลูกก็รับซื้อไว้แล้วเอาเงินสดให้เสี่ยวเหล่ยไปไว้ตั้งหลักเถอะ น้องเพิ่งเข้าเมือง มีเรื่องที่ต้องใช้เงินอีกเยอะ"
"ได้ครับแม่! เสี่ยวเหล่ย... เหรียญฮั่วปู้สภาพดีแบบนี้ พี่คิดให้นายเหรียญละ 2,500 หยวนนะ รวม 3 เหรียญเป็นเงิน 7,500 หยวน ครั้งหน้าถ้ามีของเก่าแบบนี้อีก นายต้องนึกถึงพี่เป็นคนแรกนะ เข้าใจไหม?"
หลินเฟิงรีบหยิบเงินในกระเป๋าออกมานับแล้ววางลงบนมือของต้าเหล่ย ชายหนุ่มถึงกับยืนอึ้งจนพูดไม่ออก สัมผัสของเงินปึกหนาในมือทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังฝันไป
เงินก้อนนี้... สามารถซื้อข้าวสารได้ถึง 2,000 พันจิน หรือ 1,000 กิโลกรัมเชียวนะ ต้าเหล่ยคิดในใจ ในหัวคำนวณถึงกองข้าวสารมหึมาที่จะช่วยชุบชีวิตคนทั้งหมู่บ้านได้
"เก็บไว้เป็นทุนนะเสี่ยวเหล่ย มาใช้ชีวิตในเมืองแบบนี้ล้วนแต่มีค่าใช้จ่าย อย่าประมาทเชียว" ป้าหลี่ลูบไหล่เขาด้วยความเอ็นดู
เมื่อเห็นความจริงใจที่ครอบครัวนี้มอบให้ ต้าเหล่ยจึงตัดสินใจไม่ปิดบังเรื่องที่เขาพยายามทำอยู่
"อันที่จริง... ผมตั้งใจมาหาอาหารและหาความรู้กลับไปพัฒนาหมู่บ้านครับ ตอนนี้ที่บ้านเกิดภัยแล้งจนมีผู้คนอดอยากมากมาย ของเก่าพอจะมีอยู่บ้าง แต่ข้าวปลาอาหารกลับขาดแคลน"
หลินเฟิงได้ยินก็ขมวดคิ้วด้วยความฉงน
"ยังมีพื้นที่ทุรกันดารขนาดนั้นอยู่อีกเหรอ? แล้วทำไมทางการไม่รีบเข้าไปช่วยเหลือล่ะ?"
"หมู่บ้านของเราอยู่ไกลมากครับ ยากที่ความทันสมัยจะเข้าถึง ผมเลยถูกส่งมาที่นี่เพื่อหาทางออก" ต้าเหล่ยตอบเลี่ยง ๆ แต่ก็มีความจริงอยู่หลายส่วน
"ถ้าอย่างนั้นก็เรียนรู้กับลุงเขาสิเสี่ยวเหล่ย สวนชานเมืองของเราใหญ่มากนะ ลุงเขาเริ่มต้นจากแผ่นดินรกร้างจนตอนนี้เลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ ปลูกผัก ได้สารพัด ถ้าอยากช่วยหมู่บ้าน เรื่องเกษตรกรรมนี่แหละสำคัญที่สุด" ป้าหลี่บุ้ยปากไปทางสามี
"เอาตามนั้น ถ้าหลานมีใจอยากเรียนรู้ ลุงก็พร้อมจะถ่ายทอดวิชาให้"
ลุงหลี่ตอบรับพร้อมรอยยิ้ม สายตาไล่มองเนื้อตัวของต้าเหล่ยอย่างพินิจ เค้าโครงของเด็กหนุ่มตรงหน้าดูดีไม่น้อย เพียงแต่มือเท้าที่แตกแห้ง ผิวที่ถูกแดดเผาจนคล้ำ ร่างกายที่ดูผ่ายผอมช่างทำให้คนมองหดหู่ในใจ
"ขอบคุณครับ! ขอบคุณคุณลุง คุณป้า ขอบคุณพี่ใหญ่หลี่ และพี่สะใภ้ที่ให้โอกาสผม"
ต้าเหล่ยคำนับครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยความซาบซึ้ง
"ไม่เป็นไรลูก ไม่เป็นไร"
"ครั้งหน้าถ้าผมมีของดี ผมสัญญาว่าจะนึกถึงบ้านหลี่เป็นที่แรกแน่นอนครับ"
"พอแล้ว ๆ จะขอบคุณอะไรนักหนา ว่าแต่จะไปสวนกับลุงเขาเลยไหม? ถึงเวลาต้องไปให้อาหารสัตว์พอดี" ป้าหลี่หัวเราะอย่างอารมณ์ดีแล้วเอ่ยถามต่อ
ต้าเหล่ยชะงักไปครู่หนึ่ง เขานึกถึงใบหน้าซีดเซียวของหมิงจูและเสียงร้องไห้ของโต้วโต้วที่รออยู่ที่เรือน
"พรุ่งนี้ได้ไหมครับ? วันนี้คนที่บ้านรออาหารอยู่ ผมกลัวว่าถ้าช้ากว่านี้ ทุกคนจะหิวจนเป็นอะไรไปก่อน"
"ได้ ๆ ถ้าอย่างนั้นก็รีบไปเถอะเสี่ยวเหล่ย พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่นะ"
"ครับคุณป้า... แต่ก่อนไป ผมอยากขอซื้อเกลือ ข้าวสาร แล้วก็แป้งสาลีครับ แล้วก็เครื่องดื่มหลากสีพวกนั้นด้วย ผมอยากเอาไปฝากทุกคน แต่ครั้งนี้คุณป้าต้องรับเงินของผมนะครับ!"
ต้าเหล่ยชี้ไปทางตู้แช่ที่เห็นขวดน้ำสีน้ำเงินสีเขียววางเรียงราย เขายื่นธนบัตรใบสีแดงคืนให้ป้าหลี่ 2 ใบด้วยท่าทางมุ่งมั่น
"ได้ เดี๋ยวป้าจะจัดของให้ รับรองว่าดีมีประโยชน์และคิดเงินทุกชิ้นแน่นอน อ้อ... ต่อไปนี้เรียกลุงกับป้าก็พอนะ ไม่ต้องมีคำว่าคุณนำหน้าหรอก ฟังดูเป็นทางการเกินไป คนกันเองทั้งนั้น"
"ครับ... ป้า" ต้าเหล่ยรับคำอย่างขัดเขินแต่ทว่าอบอุ่นในใจ
ตึก ๆ ๆ ๆ!ระหว่างนั้นเอง เสียงฝีเท้าเล็ก ๆ วิ่งกระหืดกระหอบดังมาจากด้านหลัง "ท่านอาสี่! ท่านอาสี่ขอรับ!" จื่อเซวียน วิ่งหน้าตั้งมาหยุดอยู่หน้าแคร่ไม้ ใบหน้าแดงก่ำและหอบหายใจแฮ่กเพราะวิ่งมาไกล "ท่านย่าให้ข้ามาตามขอรับ! หัวมันเทศเผาในกองไฟสุกได้ที่หมดแล้วขอรับ!"สิ้นคำของพี่ชาย โต้วโต้วรีบกระโดดลงจากแคร่ไม้ทันที "หัวมันเผา! หัวมันเผามาแล้ว!" เด็กน้อยวิ่งนำหน้าไปก่อนเพื่อน ทำให้ทุกคนในที่นั้นต่างพากันหัวเราะออกมาด้วยความเอ็นดู ต้าเหล่ยส่ายหน้าขำ ก่อนจะยื่นมือไปประคองหมิงจูให้ลุกขึ้นช้า ๆ"ไปกันเถอะฮูหยิน""เจ้าค่ะ ท่านเจี่ยหยวน" หมิงจูส่งยิ้มหวาน "อย่าล้อเลียนข้าเลยน่า" ต้าเหล่ยเย้ากลับ ทั้งสองเดินเคียงบ่าเคียงไหล่กันมุ่งหน้าไปยังลานกว้างหน้าโรงนาใหญ่กลางทุ่งในค่ำคืนนี้ ลานกว้างขวางถูกแต่งแต้มไปด้วยแสงไฟสีส้มอบอุ่นจากกองฟืนหลายกอง กลิ่นหอมหวานตลบอบอวลของมันเทศเนื้อน้ำผึ้งเผาไฟลอยฟุ้ง ปะปนไปกับกลิ่นหอมซ่านของน้ำขิงต้มเดือดพล่าน ไอน้ำสีขาวลอยกรุ่นขึ้นสู่ฟากฟ้าราตรี พ่อถังกำลังนั่งหัวเราะร่าเสียงดังคุยอยู่กับคนงานข้างกองไฟ ส่วนแม่ถังและแม่อันช่วยกันตักมันต้มน้ำขิงในหม้อใบใหญ่แจกจ่า
"คนอื่นจะเป็นอย่างไร พ่อไม่รู้... แต่สำหรับพ่อแล้ว วันที่เจ้าลืมตาดูโลก พ่อก็เพิ่งเคยเป็นพ่อคนครั้งแรกในชีวิต เจ้าคือคนที่สอนให้พ่อรู้ว่าครอบครัวและหน้าที่ของคนเป็นมันยิ่งใหญ่เพียงใด ในยามที่พ่อยังไม่มีสิ่งใดติดตัว เจ้ากับแม่ยังไม่ทิ้งพ่อ... ดังนั้น ต่อให้ในวันหน้าพ่อจะมีลูกอีกสักกี่คน ก็ไม่มีผู้ใดมาสั่นคลอนหรือแทนที่ตำแหน่งของเจ้าในใจพ่อได้"ดวงตากลมโตของโต้วโต้วเริ่มมีน้ำตาเอ่อคลอแดงระเรื่อ "จริงหรือเจ้าคะ""จริงแท้แน่นอนสิ ยิ่งบ้านเรามีสมาชิกมากขึ้น พ่อก็ยิ่งรักและภูมิใจในตัวเจ้ามากขึ้น เจ้าคือพี่สาวใหญ่ เจ้าเป็นลูกสาวคนแรกในชีวิตของพ่อ เจ้าหน้าเหม็นเล่อเล่อนั่นจะนับเป็นอะไรได้" ต้าเหล่ยยิ้มกว้าง พลางใช้นิ้วโป้งคอยเช็ดซับหยาดน้ำตาให้นางอย่างทะนุถนอม คำพูดที่เรียบง่ายทว่าหนักแน่นนั้น ทำให้น้ำตาของเด็กน้อยไหลรินออกมาด้วยความโล่งอก นางตระหนักรู้ว่าตนเองสำคัญที่สุดในใจบิดา "เช่นนั้นเล่อเล่อก็น่าสงสารนัก เห็นทีลูกต้องดูแลน้องให้ดี ท่านพ่อไม่ต้องรักลูกหมดใจก็ได้เจ้าค่ะ เหลือที่ไว้ให้เล่อเล่อครึ่งหนึ่งก็ได้"ต้าเหล่ยได้ยินคำพูดของลูกสาวก็ยิ้มออกมา"แล้วลูกไม่กลัวพ่อจะรักน้องมากกว่าหรือ
ขณะที่พ่ออันคอยดูแลและฝึกซ้อมกลุ่มคนคุ้มกัน แม่อันวิ่งวุ่นทำเต้าฮวยหมูสับสูตรเด็ดส่งขาย และมีอันโม่คอยช่วยงานบัญชีกับวั่งไฉอย่างหัวไวในยามบ่ายแก่ยามเซินของฤดูเก็บเกี่ยว ลมเย็นยามวสันต์พัดโชยหอบเอาไอแดดและกลิ่นรวงข้าวสีทองสุกปลั่ง แปลงนาข้าวเนื้อที่ 1,700 หมู่กว้างใหญ่สุดสายตาราวกับผืนพรมทองคำทอประกายล้อไปกับแสงแดดที่เริ่มคล้อยต่ำคนงานต่างแยกย้ายกันทำงานในหน้าที่ด้วยความขันแข็ง ต้าเหล่ยนั่งอยู่บนม้านั่งยาวในศาลาไม้หลังย่อมกึ่งกลางระหว่างแปลงนาและแปลงผักในอ้อมแขนอุ้มเล่อเล่อ บุตรชายวัยหนึ่งขวบเศษหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูด้านข้างศาลามีลำคลองสายเล็กน้ำใสสะอาดจนเห็นฝูงปลาแหวกว่าย ห่างออกไปริมคลองใหญ่ภายนอกมีกังหันน้ำขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่กลไกตักน้ำขึ้นมาเทใส่รางไม้ไผ่พาดผ่านเป็นระบบชลประทานอัจฉริยะคอยส่งน้ำไปรดพืชผักในแปลงโดยไม่ต้องใช้แรงคน ผักที่ต้องการน้ำมากก็เจาะรูรางไม้ไผ่ให้ใหญ่ ผักที่ต้องการน้ำน้อยก็เจาะรูให้เล็ก เมื่อรดเสร็จสิ้นก็เพียงยกรางไม้ออก ระบบทุ่นแรงนี้ถูกสร้างขึ้นหลายจุดทั่วที่ดิน ช่วยให้คนงานมีเวลาเหลือเฟือในการใส่ปุ๋ย พรวนดิน และใส่ใจรายละเอียดของพืชพรรณได้อย่างเต็มที่
กาลเวลาเคลื่อนคล้อยผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพียงพริบตาเดียว 2 ปีก็ผันผ่านไปหลังจากการสอบเซี่ยงซื่ออันเป็นตำนานสั่นสะเทือนเมืองเป่ยหนานแผ่นดินที่เคยแห้งแล้งแตกระแหง บัดนี้กลับพลิกฟื้นคืนชีวิตด้วยความเพียรและสติปัญญาอันล้ำเลิศ ที่ดินจำนวน 1,700 หมู่ของสกุลถังถูกยกระดับขึ้นเป็น เรือนต้นแบบเกษตรวิถีรวม ภายใต้การสนับสนุนจากราชสำนักโดยตรงองค์จักรพรรดิหนุ่มทรงประทับตราอนุญาตให้ขยายผลแนวคิดนี้จัดตั้งเป็นศูนย์การเรียนรู้ทุกหัวเมืองทั่วแคว้น เพื่อเปิดโอกาสให้ราษฎรเข้ามาศึกษาทุกขั้นตอนอย่างละเอียดตั้งแต่การเตรียมดิน การเพาะกล้า การปรุงปุ๋ยหมักชีวภาพ ไปจนถึงระบบเรือนเพาะปลูกป้องกันภัยหนาวที่ทำให้สภาวะขาดแคลนอาหารมลายหายไปสิ้นทุกครัวเรือนต่างมีเสบียงเพียงพอข้ามปีและมีเงินเก็บออมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ภาพหมู่บ้านสกุลถังในยามนี้คล้ายภาพวาดมงคลอันงดงาม บนท้องฟ้ามีควันไฟอบอุ่นลอยโชยจากทุกหลังคาเรือนบ่งบอกถึงความอิ่มหนำสำราญเด็ก ๆ สวมใส่รองเท้าผ้าป่านเนื้อหนาวิ่งเล่นร่าเริง ปราศจากภาพคนยากไร้ที่ต้องขายลูกเมียหนีแล้ง ตามแนวลาดชันของภูเขาเต็มไปด้วยทุ่งมันเทศ ข้าวไร่ และพืชหมุนเวียนเขียวขจีสุดสายตาในโรงเรือน
ได้ยินคำขู่ของยัยหนูตัวดี ต้าเหล่ยถึงกับสร่างเมาเป็นปลิดทิ้ง ใบหน้าถอดสีรีบเอ่ยห้ามเสียงหลง"ลูกสาวตัวแค่นี้ย่อมต้องอยากนอนกับท่านแม่อยู่แล้ว... ดูท่านพ่อเถอะ ตัวโตกว่าลูกตั้งเยอะยังต้องนอนกอดท่านแม่ทุกวัน" โต้วโต้วกอดอก เอียงคออมยิ้มกริ่มราวกับกำลังล้อเลียนบิดา"ลูกรัก.... เห็นใจพ่อเถิด""ลูกจะนอนคนเดียวได้หรือไม่... ก็ขึ้นอยู่กับปริมาณของไอศกรีมแล้วแหละเจ้าค่ะ"ต้าเหล่ยได้แต่ยอมจำนนต่อหน้าลูกสาวอย่างหมดรูป เขาเดินเลี่ยงเข้าไปในมุมมืดของเรือน ก่อนจะหยิบเอาไอศกรีมรสโปรดของลูกสาวออกมาจากมิติถึงสี่กล่องใหญ่ แล้วเดินกลับมาส่งให้หนูน้อยแล้วกระซิบถาม"เอาล่ะ... ไอศกรีมสี่กล่องใหญ่นี่ เพียงพอที่จะทำให้เจ้ากล้านอนคนเดียวในคืนนี้ได้หรือไม่?"หนูน้อยมองกล่องขนมหวานแช่เย็นที่วางอยู่ตรงหน้า แกล้งทำท่าทางครุ่นคิดประเมินอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะแผ่ยิ้มกว้างจนตาปิด ยื่นนิ้วก้อยน้อย ๆ ออกไปหาบิดา"เพียงพอแล้วเจ้าค่ะ! เกี่ยวก้อยสัญญาเลย คืนนี้ท่านแม่เป็นของท่านพ่อแน่นอนเจ้าค่ะ!"ต้าเหล่ยหลุดหัวเราะออกมาอย่างโล่งอกพลางเกี่ยวก้อยกับลูกสาวอย่างเอ็นดู ก่อนจะปล่อยให้เด็ก ๆ ได้แบ่งปันไอศกรีมกินร่วมกันอย่างครื้
"พี่เฉิน คณะผู้อัญเชิญราชโองการเดินทางมาไกล ทุกคนคงเหน็ดเหนื่อยไม่น้อย ยามนี้ที่จวนของข้ายังมีเรือนพักว่างอยู่หลายหลัง หากไม่รังเกียจข้าอยากเชิญทุกท่านพักผ่อนที่นี่เสียเลย เรื่องข้าวปลาอาหารและสิ่งอำนวยความสะดวก ข้าจะให้คนจัดการดูแลอย่างดีที่สุดเองขอรับ" ต้าเหล่ยเอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าหนักแน่น เฉินซือฉีได้ยินเช่นนั้นก็ดวงตาเป็นประกาย รีบพยักหน้ารับคำอย่างไม่คิดจะรักษากิริยา"ดี! ดีมาก! เช่นนั้นข้าไม่เกรงใจเจ้าแล้ว"ในใจของเขารู้ดีกว่าใคร ว่าอาหารรสเลิศและของกินแปลกใหม่ที่จวนสกุลถังแห่งนี้ ต่อให้เป็นห้องเครื่องในวังหลวงก็ยังมิอาจเทียบเคียงได้ มีโอกาสได้กินได้นอนที่นี่นับเป็นวาสนาโดยแท้ จากนั้น ต้าซาน ต้าเหอ และต้าเจียง จึงรีบเข้ามาต้อนรับ คอยนำทางคณะผู้ติดตามจากเมืองหลวงไปยังเรือนพักรับรองอย่างกระตือรือร้น บรรดาทหารและเจ้าหน้าที่ต่างพากันผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเครื่องเกราะอันหนักอึ้งออก นุ่งห่มชุดลำลองสบาย ๆ แล้วรีบเดินกลับมาร่วมงานเลี้ยงกลางลานอย่างรวดเร็วบรรยากาศยามบ่ายแก่ทวีความครึกครื้นขึ้นเป็นเท่าตัว บรรดาบุรุษทั้งหลาย นำโดยท่านเจ้าเมืองฟ่านเจี้ยน นายท่านเวิน คหบดีหยู เฉินซื







