เข้าสู่ระบบ3 เดือนผ่านไป (บ้านน้ำหนาว)จินดาถือคุกกี้และนมอุ่นๆมาหาผู้เป็นลูกสาวที่ด่านฟ้าของบ้าน พื้นที่บนนี้ถูกตกแต่งอย่างใส่ใจมีต้นไม้เล็กๆและดอกไม้สำหรับตกแต่งหน้าเค้กปลูกอยู่เต็มไปหมด ทำให้พวกมันมีสีสันสดใสซะเป็นส่วนใหญ่ถูกจัดแต่งให้น่ามองมากยิ่งขึ้น มีศาลาเล็กๆสำหรับนั่งทำงานและชื่นชมบรรยากาศที่เงียบสงบ ต่างจากด้านล่างที่เป็นร้านขนมเค้กดูวุ่นวาย"ผิดคาดนะเนี้ย ผลสอบออกแล้วแม่นึกว่าเราจะไม่ทำหน้าอมทุกข์แล้วซะอีก"คนเป็นแม่เอ่ยพลางนั่งลงที่ม้านั่งไม้ตัวใหญ่ข้างๆบุตรสาว น้ำหนาวเอนกายกอดผู้เป็นมารดาพลางถอนหายใจ ไม่ใช่ว่าเธอไม่ดีใจที่สอบชิงทุนไปเรียนที่มหาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ด้านวิศวกรรมวัสดุ ในอเมริกาได้ แต่ด้วยมั่นใจในฝีมือที่ตัวเองตั้งใจมานานหลายปี เธอไม่ค่อยเล่าความฝันของตัวเองให้ใครฟังเท่าไหร่มีเพียงมารดาที่อยู่ข้างกายเท่านั้นที่รู้ มหาวิทยาลัยที่ไทยก็ไม่ได้แย่แต่หากจะเดินทางสายนี้ก็ต้องมองหาโอกาสเติบโตในภายภาคหน้า"หนูกลัวว่าไปไกลขนาดนั้นแล้วจะคิดถึงแม่ยังไงคะ""ไม่ต้องมาพูดเลย ก่อนไปเรียนปริญญาตรีก็พูดแบบนี้ แต่กว่าจะกลับบ้านมาให้แม่เห็นหน้าทีก็หลายเดือน แม่ว่าเราเศร้าเรื่องอื่นมา
ซ่า~เสียงน้ำจากฝักบัวไหลต่อเนื่องกระทบกับร่างเปลือยของทั้งสองจนชุ่ม หยดน้ำเกาะบนแผ่นหลังกว้างที่โน้มตัวลงมาชุกไซ้ซอกคอขาวจนเกิดรอยจ้ำสีแดงเล็กๆเต็มไปหมด พรุ่งนี้เธอไม่ต้องออกไปเรียนหรือทำธุระสำคัญที่ไหน หากจะให้ยั่งมือเก็บงำอารมณ์ปรารถนาตัวเองทุกครั้งคงทรมานแย่ ก่อนจะเลื่อนริมฝีปากมาละเลงอยู่บนปลายยอดสุดของทรวงอก ทำราวกับกำลังดื่มด่ำของเหลวจากเต้าอวบเหมือนคนหิวกระหาย ในขณะที่มือหนาดึงรั้งเอวกิ่วให้มาแนบชิด บีบเค้นก้นงามงอนอย่างคุ้นมือ ออกแรงเพียงเล็กน้อยก็อุ้มคนตัวเล็กจนลอยลิ่วเหนือพื้น น้ำหนาวใช้ขาสองข้างเกี่ยวรัดเอวของเขาไว้ในขณะที่ถูกพาไปวางบนเตียงกว้าง"ไม่ดีเลยนะคะ ที่นอนเปียกหมดอีกแล้ว"น้ำหนาวผงะออกก่อนจะเอ่ยตำหนิเขาเบาๆ "ซื้อใหม่ก็ได้ครับ"กันต์เอ่ยตอบอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะประกบปากเธออีกครั้ง มือหนาจับขาเรียวให้แยกออกจากกันก่อนจะสอดใส่นิ้วเข้าไปในช่องทางฉ่ำเยิ้ม บอกว่าตอนนี้เธอเองก็มีความต้องการไม่ต่างจากเขาอ๊ะ!ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเขาสอดนิ้วเขามาโดยที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัว ชายหนุ่มขยับนิ้วเข้าออกจากช้าๆในขณะที่ปากก็ก้มกระดกลิ้นเลียเม็ดหวานอย่างอร่อย"อือ~ สะสะเสี่ยวค่ะ"
เช้าวันถัดมาคนตัวเล็กถูกสวมกอดจากร่างหลังด้วยสภาพร่างกายเปื่อยเปล่า ชายหนุ่มยังคงหลับสนิทด้วยเมื่อคืนเขากวนเธอไม่หยุดจนสภาพตัวเองหมดแรง แต่ว่าคำพูดของเขาตอนที่คุยกับเพื่อนในร้าน Behind the Mist Bar กวนใจเธอจนนอนไม่หลับ หญิงสาวพลิกตัวมามองหน้าเขาที่หลับสนิทด้วยลมหายใจสม่ำเสมอ มือเรียวเอื้อมมาจับใบหน้าคมเบาๆ เหมือนว่าการกระทำนี้จะทำให้เขารู้ตัว ชายหนุ่มไม่ได้ลืมตาทว่าดึงเธอเข้ามาในอ้อมกอดก่อนจะจุมพิตที่หน้าผากเนียนเบาๆแล้วนอนต่อ....ย้อนกลับไปเมื่อวาน"ขนาดนี้แล้ว สรุปมึงกับน้องเขานี่ยังไงว่ะ"เมฆที่เงียบไปนานเอ่ยถามอย่างเข้าประเด็นจนกันต์เงียบไปพักใหญ่"กูยังไม่แข็งแกร่งมากพอที่จะปกป้องน้องได้ว่ะ พวกมึงก็รู้ว่าโลกของกูมันเป็นยังไง แล้วอีกอย่าง...น้องก็ยังใสซื่อเกินไปในโลกของกู....""อันนี้กูเห็นด้วยกับมันนะ น้ำหนาวเป็นเด็กสาวที่โตตามวัยแต่ไม่ใช่สำหรับครอบครัวเจ้าของธุรกิจแบบไอกันต์ ต่อให้น้องเขาตอนนี้จะเก่งและฉลาดมากเท่าไหร่ก็ตาม แต่วงการนี้หากไม่ได้อยู่มาตั้งแต่เกิดจะตามคนอื่นทันได้ยังไง มึงเชื่อกูสิ...ตอนนี้ชื่อและประวัติของน้องเขาคงมีอยู่ที่บริษัทคู่แข่งทางธุจกิจของพิชญเดชาหมดแล้ว
สามเดือนผ่านไปติ๊ง!เสียงข้อความจากสมาร์ดโฟนดังขึ้นหลังน้ำหนาวเพิ่งออกมาจากห้องเรียนพอดี หญิงสาวยิ้มกว้างให้กับเจ้าของข้อความที่ส่งมา ตลอดสองเดือนมานี้เธอได้พบชายหนุ่มแทบทุกวัน กันต์คอยอยู่ข้างกายเธอตลอดจนเรียกได้ว่าห้องเธอมีของใช้ของเขาวางอยู่ทุกมุมห้องกิตติพัชธ์ : สอบเสร็จหรือยังครับธันยกานต์ : เพิ่งเสร็จค่ะกิตติพัชธ์ : เดี๋ยวพี่ไปรับนะครับ คืนนี้ไปฉลองสอบเสร็จที่ร้านเพื่อนพี่กันครับธันยกานต์ : ได้ค่ะน้ำหนาวยิ้มกว้างให้กับข้อความและเตรียมเดินไปรอที่ที่เขามักมารับเป็นประจำ ทว่าจังหวะนั้นกลับมีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาขวางหน้าเธอเสียก่อน น้ำหนาวชะงักไปเมื่อคนตรงหน้าเธอคุ้นเคยดี เพราะเป็นเจ้าหน้าที่ของสาขาวิศวกรรมวัสดุ"พี่นุ่นมีอะไรกับหนาวเหรอคะ""พี่ขอคุยด้วยหน่อยสิ"นุ่นเอ่ยพลางเดินนำออกไปในที่ที่คนไม่พลุ่งพล่าน น้ำหนาวไม่ได้กังวลอะไรเพราะยังไงก็คนที่รู้จักกันดี ถึงแม้ท่าทีวันนี้จะเปลี่ยนไปจากปกติก็ตาม ในใจพอจะเดาได้ว่าเป็นเรื่องอะไร "น้องกำลังคบกับกันต์อยู่อย่างนั้นเหรอ"นุ่นถามเข้าประเด็นโดยทันที และเป็นเรื่องที่เธอคาดการณ์เอาไว้จริงๆ "....."น้ำหนาวไม่ได้เอ่ยตอบเพราะนี้มัน
ณ ร้านข้าวต้มหนูดูเหลือบมองโต๊ะข้างๆที่ต่างส่งสายตามายังโต๊ะเขาเป็นตาเดียว ก็จะไม่ให้เป็นจุดสนใจได้ยังไง ในเมื่อคนตรงหน้ามีเบ้าหน้าพระเจ้าที่ทำตัวติดดินแบบนี้ แถมยังลงมาจากรถหรูอีกต่างหาก หนูดีนี่อย่างจะถามประโยคฮิตๆในโซเชียลจริงๆ 'คุณชายแต่งตัวไม่นัดกระผมเลยนะครับ' ตอนนี้เสื้อผ้าที่หนูดีใส่ยังเป็นแบรนด์ที่หาได้ตามตลาดนัดอยู่เลย แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่ได้สนใจคนอื่นๆ สั่งอาหารจริงจังเหมือนเป็นภารกิจระดับประเทศเสียอย่างนั้น "เป็นอะไรไปครับ"ครามเอ่ยถามด้วยความสงสัย ทำไมเจ้าคนตัวเล็กถึงดูลุกลี้ลุกลนชอบกล"ดูเหมือนว่าคนจะชอบพี่เยอะเลยนะครับ"หนูดูพูดเชิงให้ชายหนุ่มหันมองรอบข้าง ทว่าคนตัวโตกลับไม่ได้สนใจอะไร"ชอบแล้วยังไงครับ พี่ไม่ได้สนใจสักหน่อย""คนหน้าตาดีก็เลือกได้สินะครับ""นี่เราชมพี่ว่าหน้าตาดีเหรอครับ ดีใจจัง"ครามเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม เขารู้สึกดีจริงๆที่คนตรงหน้าชมเขาแบบนี้ อย่างน้อยก็โล่งใจที่เจ้าตัวพยายามถอยห่างไม่ใช่เพราะเขาหน้าตาไม่ดี"นั้นไม่ใช่ประเด็นสักหน่อย ที่ผมหมายถึงคือ....มีคนชอบพี่เยอะขนาดนี้ คงไม่ต้องวิ่งตามหาความรักจากใครให้เหนื่อยเพราะใครๆก็อยากมองให้ ไม่เหมือนคนหน้า
ย้อนไปเมื่อคืน (23:30)รถยนต์หรูสัญชาติเยอรมันสีดำเคลื่อนตัวมาจอดเทียบที่หน้าร้านอาหารกึ่งร้านเหล้า ทันทีที่เครื่องดับลงทุกสายตาที่อยู่ในร้านต่างจับจ้องมาที่เจ้าของรถทันที รองเท้าหนังแบรนด์หรูก้าวลงจากรถ ตั้งแต่หัวจรดเท้าไม่ว่าจะเสื้อผ้านาฬิการาคารวมไม่ต่ำกว่าเจ็ดหลัก ทว่าสิ่งที่ทำให้คนในร้านสนใจได้มากกว่ากลับเป็นหน้าตาของเจ้าตัวครามยืนอยู่หน้าร้านมองความครึกครื้นด้านในและเป้าหมายที่เขามาที่นี่ มุมปากหนาโค้งขึ้นเมื่อมองเห็นคนที่เขารับ อีกทั้งดูเหมือนว่าจะเมาได้ที่อย่างที่เพื่อนตัวดีเขาบอกจริงๆด้วย เสียงเพลงในร้านดังออกมาถึงด้านนอกทันทีที่ประตูร้านเปิด ชายหนุ่มเดินมุ่งหน้าไปโต๊ะที่เขาเล็งไว้ แต่ยังไม่ถึงโต๊ะกลับมีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาขวางหน้าไว้ก่อน"สวัสดีค่ะ พิ้งพราวนะคะ"ผู้หญิงในชุดเดรสสั้นรัดรูปถือแก้วแอลกอฮอล์ในมือแนะนำตัว ทุกสายตามองคนทั้งคู่ที่ยืนอยู่กลางร้านทันที หนูดีที่เมาได้ที่เพ่งสายตามองทางชายหนุ่ม รู้สึกว่าผู้ชายคนนั้นหน้าตาคุ้นอยู่ไม่น้อย ".......""จะไม่แนะนำตัวหน่อยเหรอคะ""ขอโทษนะครับเพื่อนผมเยอะแล้ว"ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงขอไปทีก่อนจะเดินอ้อมตัวหญิงสาวไป ทว่าจ







