Share

ตอนที่ 1 ความฝันซ้ำซาก

last update Last Updated: 2025-12-22 17:07:23

ตอนที่ 1 ความฝันซ้ำซาก

“ไหวเหรอเด็กน้อย? ทางที่ดีหลบไปนั่งดูเหมือนผู้หญิงคนอื่น ๆ ดีกว่า”

เสียงของนักขับหนุ่มวัยยี่สิบสามปี แฝงไปด้วยคำดูแคลน ขณะที่เขามองไปที่หญิงสาวร่างเล็กที่ดูเหมือนจะไม่สามารถบังคับพวงมาลัยได้ดั่งใจ ตาเขามีสีอ่อนเหมือนลูกผู้ดี หากแต่นัยน์ตานั้นกลับเต็มไปด้วยการดูหมิ่นในตัวเธอ

ทว่าหญิงสาวกลับไม่สะทกสะท้านกับคำพูดของเขา เธอยกยิ้มด้วยริมฝีปากที่เคลือบไว้ด้วยลิปสติกสีเชอร์รี่แล้วเดินผ่านไปอย่างเฉยเมย ก่อนจะหยิบหมวกนิรภัยที่ทีมงานเตรียมไว้ให้ แล้วหันกลับมาพร้อมคำพูดที่แฝงไปด้วยความมั่นใจ

“ใครเด็กน้อย? ถ้าคิดแบบนั้นคงไม่ได้รับปากนายตั้งแต่แรกหรอกนะ หรือถ้านายคิดว่าฉันจะเข้าเส้นชัยก่อนนายก็ถอนตัวไปเถอะ โคลว์”

เสียงของเธอดังขึ้นเรียบ ๆ แต่แฝงไปด้วยความจริงจัง และท่าทางที่แสดงออกก็บ่งบอกชัดเจนว่าเธอหมายมั่นจะทำให้ได้ตามที่พูด

ตัวเล็กกว่าแล้วไง? เป็นผู้หญิงแล้วไง? เธอไม่เคยหวาดกลัวสักนิด เมื่อได้จับพวงมาลัยแล้ว เธอใช้แค่ความสามารถจากสองเท้า ไม่เคยคิดว่าตัวเองต้องพึ่งเพศในการควบคุมมันเลยสักนิด

ทั้งน้ำเสียงและสีหน้าของหญิงสาวทำให้ชายหนุ่มที่ถูกเรียกว่าโคลว์คิ้วกระตุก ลิ้นสากของเขาเลียปากที่คล้ำจากการอัดนิโคตินอย่างไม่พอใจ

เมื่อถูกเด็กสาวที่ทั้งอายุน้อยและเป็นผู้หญิงตอกกลับมาอย่างไม่สนใจ ในสนามนี้มีใครไม่รู้บ้างว่าเขาคือขาใหญ่?

“ยัยเด็กนี่กล้าดียังไงกัน?”

“ไม่เอาน่า เราแค่อยากดูเรื่องสนุก ๆ อย่าทำให้มันเป็นปัญหาเลย”

เสียงของผู้ดูแลสนามดังขึ้นมา ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปกว่านี้ ฝ่ามือใหญ่ของเขาแตะลงบนแผงอกของนักแข่งร่างสูง และเสียงเย็นชาของผู้ที่มีอำนาจสามารถทำให้นักแข่งหนุ่มสงบลงได้

โคลว์กระชากลมหายใจออกอย่างแรงแล้วหันหลังเดินไปยังรถของตัวเอง

ในขณะเดียวกัน หญิงสาวที่ดูยังไงก็ไม่น่าจะเกินยี่สิบปีและเหมือนกับที่โคลว์กล่าวว่า ‘เด็กน้อย’ ก็ได้รับการปรามจากสายตาเย็นชาและจริงจังของผู้ดูแลสนาม แต่เขากลับไม่พูดอะไรกับเธอ นอกจากชี้นิ้วเรียวยาวไปทางรถสปอร์ตสีส้มคันหรูที่จอดอยู่ห่างออกไป

เธอรู้ทันทีว่าเขาต้องการอะไร เขาต้องการให้เธอไปขึ้นรถแล้วรับผิดชอบคำพูดของตัวเองซะ

หญิงสาวเองก็ไม่พูดอะไรเช่นกันและยอมทำตาม แต่ก่อนที่เธอจะหมุนตัวกลับไป ก็ยังคงแสดงท่าทางถือดีจนชายหนุ่มสบถในลำคอออกมาอย่างเหลืออด

“ไม่เคยเจอเด็กที่ไม่รู้จักกาลเทศะแบบนี้มาก่อนเลยจริง ๆ!

เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มจนสะเทือนพื้นสีดำ ราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายที่หิวกระหายในรสชาติของเนื้อหอมหวาน และมันก็ยิ่งบีบหัวใจให้ผู้ชมรอบสนามรู้สึกถึงการเต้นรัวที่ไม่อาจควบคุมได้

สนามแข่งทอดยาวเหมือนทางเดินของเกียรติยศ พื้นถนนสีดำเปียกชื้นไปด้วยไอระเหยของน้ำมันและร่องรอยของการเสียดสีจากยางรถที่ทิ้งรอยบอกถึงความดุเดือดของการต่อสู้ที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ควันสีขาวหม่นพวยพุ่งขึ้นอย่างดุดันจากเครื่องยนต์ที่พุ่งทะยานออกตัวไปจากจุดเริ่มต้น

หญิงสาววัยสิบแปดปีจับพวงมาลัยแน่น ดวงตาของเธอมุ่งมั่นเต็มไปด้วยความท้าทาย เส้นตรงสีดำทะมึนที่ทอดยาวข้างหน้าไม่เพียงแค่ขีดเส้นชัยของชัยชนะ แต่ยังเป็นหัวใจของเธอ ความแรงของเครื่องยนต์คือกำลังขับเคลื่อนชีวิต เมื่อฝ่าเท้ากดคันเร่งจนสุดจะไม่มีคำว่าถอย ไม่มีการผ่อนปรน หรือคำว่าเพียงพอ

แรงที่แผดเผาภายใต้ฝ่าเท้าผลักดันเธอออกจาก ‘ความกลัวที่เกาะกินจิตใจ’ ให้มันมอดไหม้ไปจากหัวใจเสียที

ทว่าในห้วงความรู้สึกที่เหมือนล่องลอยอยู่เหนืออากาศ เสียง ‘ปัง’ ก็ดังขึ้นพร้อมกับแรงกระชากในโค้งสุดท้าย แรงเหวี่ยงที่ยากจะควบคุมทำให้หญิงสาววัยสิบแปดปีเสียหลักอย่างรุนแรง จนรถพลิกคว่ำในเสี้ยววินาที

กลิ่นไหม้ฉุนจมูกจนแสบคละคลุ้งไปทั่ว อากาศเต็มไปด้วยกลิ่นน้ำมันที่ตลบอบอวลทั่วบริเวณ แรงกดดันของอากาศที่มีขีดจำกัดทำให้เธอที่ติดอยู่ในที่คับแคบได้ยินเพียงเสียงหัวใจที่เต้นเร็วระรัว ลมหายใจขาดห้วงทุกช่วงขณะที่ร่างกายขยับ

ดวงตากลมโตภายใต้หมวกนิรภัยพร่ามัวไปด้วยควันสีขาวขุ่น เธอพยายามมองลอดผ่านไอควันออกไปด้านนอก มือที่สั่นเทาเอื้อมผ่านเศษกระจกแตกกระจาย เมื่อเห็นร่างสูงสับเท้าเข้ามาใกล้

ภาพเลือนรางของเขาค่อย ๆ เข้ามาชัดเจนขึ้น เสียงเข้มเย็นเยียบดังอยู่ใกล้ ๆ

‘คนดูแลสนาม?’ เธอคิดในใจ ก่อนที่สติจะดับวูบลงไป

.

.

เฮือก!

ร่างของเธอสั่นสะท้านไปด้วยเหงื่อมากมาย แม้ในห้องที่ปรับอุณหภูมิให้ต่ำถึง 20 องศา ท่ามกลางความเย็นยะเยือกที่ปกติแล้วรู้สึกสบาย แต่กลับกลายเป็นว่ามือที่สั่นเทายกขึ้นปิดใบหน้านั้นเปียกชื้นไม่ต่างจากเหงื่อ

ความร้อนรุ่มจากภายในทำให้เธอรู้สึกเหมือนพึ่งหลุดออกมาจากเตาอบ ลมหายใจของเธอหนักหน่วงและรุนแรง เหมือนฝันร้ายที่ซ้ำซากยังคอยหลอกหลอนและกัดกินจิตใจมาอย่างยาวนานกว่าสามปี

ทุกสิ่งยังคงวนเวียนและฝังลึกอยู่ภายในจิตใจ ไม่ยอมปล่อยให้เธอหลุดพ้นหรือใช้ชีวิตได้เหมือนปกติเลยสักวัน เหตุการณ์ในครั้งนั้นเกือบจะพรากลมหายใจและชีวิตของเธอไปแล้ว แต่พระเจ้าก็ยังไม่ยอมรับเธอไปอยู่ด้วย

‘ต่างก็ไม่ไม่มีใครต้องการเธอสินะ!

เพียงแค่หวนคิดถึงก็ทำให้ริมฝีปากแห้งผากกระตุกเย้ยหยันให้กับชะตาชีวิตที่ไม่มีทางเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าใด

“ช่างเถอะ!”

เธอบอกกับตัวเองขณะที่พยายามดึงสติกลับมา สลัดความรู้สึกเหล่านั้นทิ้งไป ถึงอย่างไรชีวิตก็ยังต้องเดินหน้าต่อไป ไม่ว่าจะมีใครต้องการเธอหรือไม่ก็ตาม

เรือนร่างภายใต้เสื้อเชิ้ตตัวโครงสีฟ้าอ่อนยาวเลยต้นขาอ่อนไปเล็กน้อย ใต้ชายเสื้อตัวบางนั้นมีเพียงซับในตัวจิ๋วที่ปกปิดส่วนสงวนเอาไว้

เธอเบี่ยงตัวออกมาจากผ้าห่มผืนหนานุ่ม หย่อนขาเรียวแตะพื้นแข็ง ดันตัวขึ้นเต็มความสูงและมุ่งหน้าไปยังประตูบานสีน้ำตาล เพื่อขับไล่ความมึนงงออกจากสมองและกระตุ้นความกระปรี้กระเปร่าในเช้านี้

เจ้าของห้องสีเบจน้ำตาลอ่อนนี้คือ ซันเดย์ สโรชา รุจานันท์ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ของ Lumine University ในแคนาดา เนื่องจากเข้าเรียนช้า เธอจึงอายุมากกว่าคนอื่น ๆ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะโดยปกติแล้วเธอไม่ค่อยสนใจที่จะคบหาหรือสนิทกับใครมากนัก

ดังนั้นในช่วงปิดเทอมแบบนี้ เธอจึงไม่ต้องรีบร้อนออกไปเที่ยวเล่นเหมือนวัยรุ่นคนอื่นที่มีเพื่อนมากมาย

เกือบครึ่งชั่วโมงหลังจากที่ขังตัวเองอยู่ภายในห้อง ซันเดย์ก็จัดการแต่งตัวด้วยชุดลำลองง่าย ๆ เสื้อครอปเอวลอยคู่กับยีนตัวเก่ง และกางเกงยีนเนื้อผ้าเดียวกัน สไตล์ที่ออกมานั้นดูเปรี้ยวและเซ็กซี่ที่สุด

หลังจากเช็กความเรียบร้อยของตนเองแล้ว นัยน์ตาสีน้ำตาลหม่นเหลือบไปยังนาฬิกาดิจิตอลที่มีตัวเลขขนาดใหญ่บนหัวเตียง ก็ถึงเวลาที่ต้องออกไปทำงานพิเศษแล้ว

เสียงฝีเท้าย่ำลงบันไดทีละขั้นอย่างมั่นคง จนเรียกสายตาสองคู่ของคนต่างวัยที่กำลังคุยกันอย่างถูกคอกันให้หันมองมาพร้อมกัน

ทันทีที่เห็นว่าเป็นใครที่ก้าวลงมา หญิงวัยกลางคนใบหน้าสะสวยยิ้มหวานให้กับบุตรสาว แต่ยิ้มของเธอกลับมีความเจือจางลงเมื่อเห็นท่าทางของอีกฝ่าย

เพราะคนที่ยืนอยู่ในระดับเดียวกันไม่ได้ตอบกลับอะไร มีเพียงมุมปากที่ขยับจนแทบดูไม่เหมือนการยิ้มด้วยซ้ำ

“จะออกไปทำงานแล้วเหรอ ซัน?”

สิรินภาถามขึ้นเมื่อเห็นชุดที่ลูกสาวเตรียมพร้อมจะออกจากบ้าน

“ค่ะ”

ผู้ถูกถามตอบสั้น ๆ ไม่รู้ว่าจะต้องเอ่ยอะไรมากไปกว่านั้น ในเมื่อที่ผ่านมาเราก็เป็นแบบนี้กันอยู่แล้ว

เด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ก่อนแล้วลุกขึ้นยืนอย่างกระตือรือร้น เดินมาหาผู้ที่อายุมากกว่า ก่อนจะยิ้มกว้างจนใบหน้าสดใสของเขาดูยิ่งเบ่งบานขึ้นมาอีก ไม่ได้สนใจเลยว่าเธอจะยิ้มตอบรับหรือไม่

“ทำที่เดิมเหรอครับ?”

เขาเงยหน้ามองพี่สาวต่างสายเลือด รอคอยคำตอบ ถ้าเป็นเช่นนั้นเขาจะไปรับเธอกลับบ้านในช่วงเย็น

“อืม แล้วก็ไม่ต้องไปหาฉันที่ร้านนะ นายควรใส่ใจการเรียนของตัวเองให้มาก ปีหน้าก็ต้องเตรียมตัวเอ็นทรานซ์ อย่าเอาแต่วิ่งตามฉันไปแบบนี้ตลอดน่า แคลร์”

ซันเดย์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าเต็มไปด้วยความจริงจังกว่าทุกครั้ง

แต่คำพูดที่ได้รับกลับทำให้ยิ้มกว้างหุบลงทันที ริมฝีปากอวบคว่ำลงเมื่อพี่สาวต่างสายเลือดมักจะปัดความห่วงใยของเขาทิ้งไปเสมอ

“ผมก็แค่เป็นห่วง แถวนั้นมีแต่พวกผู้ชายห่าม ๆ ทั้งนั้น”

“กลัวแต่ฉันนี่แหละ จะเป็นคนตามเก็บกวาดให้นายสิไม่ว่า”

ซันเดย์ตอบอย่างเรียบเฉย เสียงของเธอนิ่งมาก นัยน์ตาเรียบเฉยกดมองคนที่เป็นน้องชายต่างสายเลือดนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอยห่างออกมาจากโต๊ะอาหาร

“พี่ก็สอนผมสิครับ จะได้เก่งเหมือนพี่ แล้วก็ช่วยพี่ได้ไง” เขายังคงไม่ละความพยายามที่จะเรียกร้องหาความใกล้ชิดดังเช่นเมื่อก่อน แต่ก็แค่นั้น เพราะลองมาแล้วตั้งหลายปีก็ยังคงย่ำอยู่ที่เดิม!

“ฉันไม่อยากพูดเรื่องนี้กับนายแล้วแคลร์ ฉันต้องไปแล้ว เดี๋ยวจะสาย” ซันเดย์ตัดบท ขณะมองคนที่ทำหน้างอง้ำเหมือนเด็กผู้หญิงไม่ได้ดั่งใจ

“ไม่กินอะไรก่อนเหรอ ซัน?” สิรินภาเมื่อเห็นอย่างนั้นก็รีบเอ่ยถามทันที

“ไม่ค่ะ เดี๋ยวไปกินที่ร้าน วันนี้น่าจะกลับดึก ไม่ต้องรอนะคะ” เธอตอบอย่างไม่ค่อยใส่ใจ

“ซัน...” เสียงของผู้เป็นแม่แผ่วลง

“หนูดูแลตัวเองได้ค่ะแม่ ไม่ใช่ครั้งแรกสักหน่อย แล้วที่นั่นแม่ก็เป็นคนเลือกให้เองนี่คะ” เธอตัดบทเสียงเย้ยหยัน

สิรินภามองแผ่นหลังของลูกสาวคนเดียวไปด้วยหัวใจที่ปวดหนึบ ไม่รู้ว่าเธอควรทำอย่างไรถึงจะได้ลูกสาวที่น่ารักกลับคืนมา หรือการที่อยากมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเธอจะกลายเป็นเรื่องผิดอย่างนั้นเหรอ?

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 17 ถ้าไม่รักชีวิต เวลาที่เหลือฉันขอนะ

    เธอยืนขึ้น หมุนหน้าไปยังผนังห้อง แล้วรูดซิปจากต้นคอลงมาจนถึงช่วงเอว ค่อย ๆ ถอดแขนเสื้อออกทีละข้างอย่างระมัดระวัง รวบแขนเสื้อทั้งสองมัดไว้ที่เอว ก่อนจะหันกลับไปมองด้านหลัง เมื่อเห็นว่าไลก้าไม่ได้สนใจจึงหันกลับมาเต็มตัวแล้วก้าวไปหยุดอยู่ตรงหน้าเขา“นายทำเป็นใช่ไหม”“มาถึงขั้นนี้เธอจะปฏิเสธได้เหรอ?” เสียงหัวเราะทุ้มต่ำหลุดออกจากลำคอ ขณะถามคนที่เข้ามายังพื้นที่ส่วนตัว และยังถอดเสื้อจนเหลือแค่เสื้อกล้ามกับชุดนักแข่งครึ่งตัว แล้วมาถามคำนี้?เธอแค่อยากจะอธิบาย เพราะร่างกายมันไม่เหมือนที่เขาคิดไว้“ฉัน…”“หันหลังมา” ไลก้าขัดขึ้นก่อนที่เธอจะได้พูดจบ“อืม” ซันเดย์ตอบรับแล้วหมุนตัวหันหลังให้เขา ยอมทำตามแต่โดยง่าย เพราะส่วนที่เจ็บที่สุดคือไหล่ข้างขวาที่ตึงมาก ๆเธอรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวจากด้านหลัง เขาคงยกกล่องสีขุ่นนั้นไปวางที่อื่นแล้ว ในขณะที่เธอก็เงยหน้ามองผนังห้องที่ประดับด้วยภาพวาดบอดี้รถจากมุมต่าง ๆ มีทั้งด้านหลัง ด้านข้าง และแม้แต่แค่ล้อเขาคงจะชอบพวกมันมาก แต่ก็ไม่น่าแปลกใจ ในเมื่อสนามแข่งรถก็สร้างขึ้นมาด้วยฝีมือของเขานี่นาแต่เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็แค่จะทายาให้ไม่ใช

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 16 พาไปทายา!

    “จ้องพอหรือยัง ฉันจะได้ถอดโม่งนั้นออกให้” ไลก้ายืดตัวขึ้นเมื่อทั้งสองหยุดนิ่งอยู่ในท่านั้นนานหลายวินาที“ฉันถอดเองได้ นายไม่ต้อง!” แขนของซันเดย์ยกขึ้น แต่สะดุดอยู่จังหวะหนึ่งก่อนจะดึงเกาะป้องกันชิ้นสุดท้ายของใบหน้าออกไป ถ้าไม่ทำแบบนี้ก็กลัวว่าจะไม่ทัน เดี๋ยวคนมือไวจะทำมันเสียก่อนทว่ามันไม่ได้จบแค่นั้น เมื่อจู่ ๆ ร่างของเธอก็ถูกดึงไปอยู่ในวงแขนของเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว“ทำอะไรของนาย?” เธอถามด้วยความตกใจ แต่ก็คว้าลำคอแข็งแกร่งเอาไว้แน่น กลิ่นหอมเหมือนไม้แห้งสะอาดทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายขึ้นแม้จะลดแรงดิ้น แต่เธอไม่อยากให้ตัวเองตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งสนาม“ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ!”แต่ไลก้าไม่ได้ยอมทำตาม เขาก้าวห่างจากรถไปไม่เท่าไหร่ ก็พบกับแก๊งสิงห์ที่ยืนหอบกันอยู่ตรงหน้า!“วิ่งช้ากันฉิบหาย” เขาสบถ ก่อนจะหันไปมองวิกเตอร์ที่ขยับเข้ามาใกล้“ไหวไหม ให้กูช่วยหรือเปล่า?” วิกเตอร์ถาม เมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อน แต่กลับถูกหยุดด้วยเสียงแข็งของไลก้าเสียก่อน“ไม่ต้อง แล้วหยุดอยู่ตรงนั้น ไม่ต้องเข้ามาใกล้” เขาสั่งเสียงเย็น พลางหันไปมองเพื่อนคนอื่น ๆ ที่ยืนอยู่ใกล้ ซึ่งต่างเข้าใจสถานการณ์ดียกเว้นแค่วิกเ

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 15 ล็อกที่ของเธอ

    อาทิตย์ต่อมาครั้งแรกที่ก้าวเข้าสู่เส้นทางนักแข่ง ซันเดย์ก็ไม่เคยคิดจะค้นหาคำตอบอีกว่ามีอะไรที่เธอชอบอีกไหม เพราะได้เลือกแล้วว่าการนั่งอยู่หลังพวงมาลัย แล้วมุ่งตรงไปข้างหน้าด้วยความเร็ว คือคำตอบที่ดีที่สุด มันทำให้ความรู้สึกที่มันอัดแน่นอยู่ในหัวใจของเธอเลือนหายไป แล้วแทนที่ด้วยความตื่นเต้นเร้าใจเธอสลัดสิ่งรบกวนที่ทำให้ไขว้เขวทิ้ง และกลับมายืนอยู่ในสนามแข่งขันด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยพลังอีกครั้งดังนั้นก่อนวันแข่งรอบพิเศษเธอจึงขอให้อชิตาลงชื่อเพื่อกลับมาพิสูจน์จุดยืนของตัวเองอีกครั้งต่อให้ไม่มีใครมาเป็นเครื่องยืนยัน เธอก็ยังคงเป็นซันเดย์ เป็นนักแข่งแบบนี้ต่อไปหลังจากทีมงานตรวจเช็กเครื่องยนต์เป็นพิเศษ ซึ่งก็พิเศษมากจริง ๆ พวกเขาทำเหมือนกับว่าลูกรักของเธอเป็นรถ VVIP ที่ต้องดูแลอย่างพิถีพิถันขนาดนั้นระหว่างที่รอเวลาลงสนาม เธอเฝ้ารอเจอผู้หญิงคนหนึ่งที่พอคิดถึง... ก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนรน“โชคดีที่มาทัน” เสียงหวานที่เอ่ยออกมาคือวีด้านั่นเอง แม้ว่าหลายวันมานี้เราจะไม่ค่อยมีเวลาให้กันสักเท่าไหร่ แต่ก็มีแค่เจ้าของใบหน้าสวยตรงหน้าคนนี้ที่ทำให้ยิ้มได้อย่างเต็มที่ ก่อนจะไปสู่รั

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 14 มีแผนการในใจ

    กลิ่นไหม้ฉุนจนแสบจมูกฟุ้งกระจาย กลิ่นน้ำมันตลบอบอวลไปทั่วพื้นที่ และประกายไฟที่เกิดขึ้นรอบ ๆ รถที่คว่ำจนไม่เหลือเค้าเดิมเขากับฟาเร่วิ่งสุดฝีเท้าจากริมสนามอีกฝั่งด้วยหัวใจที่เต้นรัว สองเท้าสับถี่จนเหมือนจะลอยได้ แต่กลับยิ่งทำให้พวกเราหายใจไม่ออก เมื่อเห็นภาพในระยะที่สายตาสามารถมองเห็นได้อยู่ตรงหน้าร่างที่โชกไปด้วยน้ำสีแดงถูกลากออกมาจากซากรถซันเดย์ในเวลานั้นเรียกได้ว่าเข้าขั้นโคม่า ลมหายใจที่รวยรินกับเสียงไอเป็นระยะทำให้เขาควบคุมสติไม่อยู่ ร้อนรนไปหมด ไม่รู้จะต้องทำอะไรก่อนดีฟาเร่ที่นั่งคุกเข่าข้าง ๆ ก็ปล่อยโฮออกมาอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้เช่นกันยกเว้นชายหนุ่มคนนั้น เขาเรียกสติของซันเดย์ตลอดเวลา ไม่แตะต้องในส่วนที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อเธอ และยังปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้อย่างคล่องแคล่วและถูกต้อง ไม่ข้ามไปแม้แต่จุดเดียวใบหน้าที่นิ่งสงบราวกับรูปปั้นแกะสลัก ไม่แสดงความตื่นกลัวต่อบาดแผลที่เห็นอยู่เบื้องหน้า นอกจากเสียงทุ้มต่ำที่เปล่งออกมานั้นที่ยืนยันว่าเขาก็คือมนุษย์คนหนึ่งกระทั่งทีมแพทย์มาถึงและยกซันเดย์ขึ้นอย่างระมัดระวัง ก่อนจะพาเธอขึ้นรถเพื่อย้ายไปรักษาที่โรงพยาบาล พวกเราจึงได้เห็นใบ

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 13 หาทางเอาคืน

    “เลิกทำหน้าแบบนั้นได้แล้วน่า”ไลลาพูดขึ้นเป็นครั้งที่เท่าไรก็ไม่รู้ หลังจากการแข่งขันจบลง แต่เพื่อนก็ยังทำหน้าเครียดไม่เปลี่ยน เธอเตือนไปแล้วว่าไลก้าไม่เหมือนคนอื่น ให้เผื่อใจไว้บ้าง เวลาผลมันออกมาเป็นแบบนี้จะได้ไม่ผิดหวังมาก“ไม่ได้ไม่ยอมรับอะไรขนาดนั้น แค่รู้สึกไม่ดี... นิดหน่อย” ซันเดย์ตอบเสียงเรียบขณะเดินเคียงกัน ตอนนี้เธอเปลี่ยนกลับมาอยู่ในชุดลำลองเหมือนเดิม พวกเรากำลังเดินกลับไปยังรถที่ทีมงานเอามาจอดไว้รอด้านนอกสนามหลังจากเขาหลบไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว ไลลาก็พูดคำนี้เป็นครั้งที่ร้อย (ออกจะดูเว่อร์ไปหน่อย)และไม่ใช่แค่ไลลา ยังมีอชิตาที่เข้ามาร่วมผสมโรงตอกย้ำความจริงที่ว่า... ไม่มีอะไรต้องเสียใจถ้าคนที่แพ้ให้เป็นไลก้า!“เข้าใจได้ ไม่มีใครจะยินดีที่ตัวเองแพ้หรอก”กึก!มันจะรู้สึกไม่ดีก็ตอนนี้ ซันเดย์คิดในใจ พลางหยุดมองเพื่อนที่หันมายิ้มแหย่ให้ แล้วก็เม้มปากตัวเองเอาไว้แน่น“ฉันขอโทษถ้าทำให้รู้สึกไม่ดี แต่ฉันแค่ไม่อยากให้แกไม่สบายใจแล้วเก็บไปคิดมาก” ไลลาอธิบายด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลขึ้นซันเดย์พยักหน้ารับรู้ถึงความห่วงใยนั้น และไม่รู้จะบอกกับไลลาว่ายังไงดี เพราะเรื่องราวที่มันพัวพัน

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 12 พลาดท่า

    เสียงปืนส่งสัญญาณการออกตัว ซันเดย์ดึงสติกลับมาแล้วพุ่งทะยานไปข้างหน้าเหมือนลูกศรที่ไม่มีวันหวนย้อนกลับ เมื่อเข้าสู่รันเวย์แห่งศักดิ์ศรีของความเร็วความฮึกเหิมก็เข้ามาแทนที่ แรงกดดันที่เคยเกาะกุมจิตใจถูกสลัดทิ้งไว้ข้างหลัง เธอมีเพียงเป้าหมายเดียวคือเส้นทางสีดำที่ทอดยาวอยู่เบื้องหน้า ความกังวลถูกบดขยี้ภายใต้แรงเหยียบของฝ่าเท้าอีกด้านหนึ่งของสนาม ไลก้านักแข่งเท้าไวผู้ไม่รู้จักคำว่าพ่ายแพ้! ปลายเท้าใหญ่เหยียบคันเร่งจนมิด ตามสไตล์ดุดันเมื่อเสียงเครื่องยนต์คำรามดังขึ้น นั่นคือการประกาศว่าไม่มีใครสามารถขึ้นนำเขาได้แต่วันนี้กลับไม่เป็นอย่างนั้น...แลมโบกีนี่สีส้มดำของซันเดย์แซงเขาไปเพียงเสี้ยววินาทีราวกับพายุที่ซัดผ่านโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ทิ้งไว้เพียงภาพท้ายรถที่ค่อย ๆ ห่างออกไป“ยังเร็วไปเด็กน้อย!” เสียงทุ้มเย็นยะเยือกลอดผ่านริมฝีปากหยักได้รูปภายใต้หมวกนิรภัย น้ำเสียงของเขาไร้ความตื่นเต้น ในขณะที่มีความขบขันมากกว่าความกังวลหรือเสียใจอีกฝั่งหนึ่ง...“หึ! ก็แค่นี้” นัยน์ตาสีน้ำตาลหม่นทอดมองผ่านกระจกด้านข้าง สะท้อนเงาของรถสีเทาที่ค่อย ๆ เลือนหายไปนอกครรลองสายตา รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นโดยไม่รู้ต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status