Share

ตอนที่ 2 หนึ่งในตัวเลือกของเธอ

last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-22 17:07:59

ตอนที่ 2 หนึ่งในตัวเลือกของเธอ

Lucid Dusk

ตั้งอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยเท่าไรนัก พื้นที่แถบนี้เป็นย่านธุรกิจสุดฮอตที่เต็มไปด้วยมหาเศรษฐีเจ้าของกิจการ ต่างก็จับจองพื้นที่ไว้หมดแล้ว

เพราะเหตุนี้ ไม่ว่าจะเปิดร้านอะไรก็สามารถทำรายได้มหาศาล นอกจากนี้ยังมีศูนย์การค้าชื่อดังห่างไปอีกสามซอยด้วย ทำให้เศรษฐีคนต่อไปคงไม่พ้นรุ่นพี่เกย์สันของเธอแน่นอน

ซันเดย์ผลักประตูกระจกเข้าไปในร้าน ทันทีที่ขาเรียวสวยของเธอผ่านเขตแบ่งกั้นและเสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้น

ฟาเร่ที่กำลังยุ่งอยู่กับการจัดระเบียบภายในเคาน์เตอร์ก็เงยหน้าขึ้นมาและยิ้มหวานให้

“ไฮ... ซันเดย์ มาเร็วนะวันนี้” เสียงหวานเอ่ยทักทายอย่างอ่อนโยน ก่อนจะก้าวออกมาทักทายพนักงานพิเศษของแฟนหนุ่ม ฟาเร่คือแฟนสาวของเกย์สัน เธอทั้งสวยและน่ารักจนรุ่นพี่ไม่อยากให้ห่างจากตัวเลย กลัวว่าจะมีหนุ่ม ๆ มาตามจีบ

“รถไม่ติดค่ะ แล้วเกย์สันยังไม่มาเหรอคะ?” ซันเดย์มองหาเจ้าของร่างสูงที่ปกติจะต้องเดินวนเวียนอยู่แถว ๆ ร้านในช่วงเวลานี้ แต่วันนี้กลับไม่เห็นเขา

“ลืมของไว้ที่รถน่ะเลยออกไปเอา” ฟาเร่ตอบไปพร้อมกับยิ้มหวาน “แล้วนี่... อย่าบอกนะว่าฝันถึง ‘มัน’ อีกแล้ว?”

น้ำเสียงของฟาเร่เต็มไปด้วยความห่วงใย สื่อถึงความเอาใจใส่ที่มีต่อรุ่นน้อง

ซันเดย์ยิ้มขำเล็กน้อยเมื่อมีคนสังเกตได้ถึงร่องรอยของความวิตกกังวลที่ยังค้างคาอยู่ในใจ ก่อนจะตอบรับด้วยการพยักหน้าเบา ๆ อย่างไม่ปิดบัง เมื่อเห็นสีหน้าของแฟนรุ่นพี่ที่เต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ

ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้เอ่ยอะไรกันต่อ เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน และคนที่เดินเข้ามาก็คือผู้ที่เป็นหัวข้อสนทนาของพวกเธอเมื่อครู่

“อ้าว... มาแล้วเหรอ? งั้นมาช่วยฉันเอาของไปเก็บข้างในหน่อย จะให้ดูอะไรด้วย”

เกย์สันหยุดตรงหน้าสองสาวที่ต่างบุคลิกกัน เขายิ้มหวานให้ฟาเร่แล้วหันมาสั่งรุ่นน้องคนสนิทเสียงเข้ม

ช่างแตกต่างจากน้ำเสียงที่พูดกับแฟนสาวโดยสิ้นเชิง เพราะเขาไม่เคยมองซันเดย์ในฐานะผู้หญิงเลยสักนิด

ฟาเร่มองของในมือแฟนหนุ่มแล้วกดสายตาตำหนิเล็กน้อย ทว่าก็แค่นิดเดียว ก่อนจะหันมาพยักพเยิดให้ซันเดย์เป็นเชิงอนุญาต

“ไปเถอะ ทางนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพี่เอง”

ซันเดย์ยิ้มกว้างเป็นการขอบคุณ เพราะมีเพียงพวกเขาทั้งสองที่เธอรู้สึกสบายใจและสามารถเปิดใจคุยเรื่องราวต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่

ห้องพักชั้นบน ถูกตกแต่งอย่างเรียบง่าย เกย์สันวางอุปกรณ์แข่งรถไว้ที่พื้นข้างผนังห้อง ซันเดย์เดินตามเข้ามาและวางวัตถุดิบของร้านลงบนโต๊ะตัวยาว

เมื่อเห็นว่าทุกอย่างถูกจัดเรียงเข้าที่แล้ว ชายหนุ่มก็เดินนำรุ่นน้องไปยังชุดโต๊ะตัวยาวสำหรับพักผ่อน เขาพยักหน้าให้เธอนั่งลงฝั่งตรงข้ามกัน

“ถุงสีน้ำตาลนั่นขากลับก็เอามันกลับไปด้วย”

“คราวนี้ไปเหมาร้านไหนมาอีกละ พี่ควรเลิกใจอ่อนกับการช็อปปิ้งบ้างนะ”

“มันไม่ได้มากอะไรหรอก เห็นว่าเธอพอใช้ได้ก็เลยหยิบมา” เกย์สันตอบพลางยักไหล่

“ขอบคุณนะคะที่นึกถึงซันอยู่เรื่อย”

“หึ... ทำเหมือนฉันเป็นคนแล้งน้ำใจ”

เขาหัวเราะเบา ๆ ให้กับท่าทางขี้เกรงใจของรุ่นน้อง มุมปากยกขึ้นสูงอย่างขำขันเมื่อเห็นท่าทีที่แตกต่างไปของเธอ ปกติแล้วจะพูดมากกว่านี้ แต่วันนี้กลับเงียบไป

“ซันเคยคิดแบบนั้นที่ไหนกัน” ตอบกลับทันทีด้วยเสียงราบเรียบ แต่ในดวงตากลับแฝงไปด้วยความจริงใจ

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีแค่เกย์สันคนเดียวที่คอยอยู่เคียงข้าง ให้คำปรึกษา และช่วยเหลือเธอเสมอมา ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ยื่นมือเข้ามาโดยไม่ลังเล

เขาคือทายาทของนักธุรกิจผลิตเครื่องอุปโภคบริโภคยี่ห้อดังที่มีชื่อเสียง เธอพบกับเกย์สันครั้งแรกตอนที่เธอกับแม่เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวธอร์น ภายหลังจากที่แม่เธอแต่งงานใหม่กับเขา

ในตอนนั้น เธอต่อต้านทุกสิ่งที่แม่ไม่ชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่เกย์สันที่อายุมากกว่าถึงสามปีเข้ามาชวนเล่นด้วย ชวนเธอไปดูการแข่งขันรถในสนามผิดกฎหมาย

ทั้งที่เธอยังคิดว่าคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อนจะมาชวนแบบนี้คงไม่น่าจะใช่

ทว่าคำตอบที่ได้คือ เกย์สันมองเธอแตกต่างออกไป จึงอยากชวนไปดู และตั้งแต่นั้นมาซันเดย์ก็ได้รู้ว่าการได้ทุ่มเทกับความเร็วนั้นมันสนุกและเร้าใจแค่ไหน

“ฉันรู้หรอกน่า”

เกย์สันพูดดึงซันเดย์ออกจากภวังค์ของตัวเอง เธอกะพริบตาถี่ ๆ เพื่อขับไล่ความคิดที่อาจทำให้อารมณ์ของตนเองแปรปรวนจนทำลายบรรยากาศที่ดีไป

“พี่จะบอกแค่นี้กับซันใช่ไหม? ถ้าไม่มีอะไรแล้ว เดี๋ยวจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วลงไปช่วยฟาเร่จัดร้าน” เธอถามอย่างระวัง

“เดี๋ยวนั่งลงก่อน ยังอีกนานน่า ฉันช่วยฟาจัดก่อนจะออกไปข้างนอกแล้ว” เกย์สันตอบกลับอย่างใจเย็น

“เรื่องดีหรือไม่ดีคะ?” เอ่ยถามด้วยความกังวล กลัวว่ารุ่นพี่ทั้งสองวางแผนอะไรไว้

หรือว่ากำลังหาคนใหม่มาทำแทนเธอ ไม่แน่ใจว่าตนทำอะไรผิดไปหรือเปล่า หรืออาจจะทำให้ลูกค้าคนไหนไม่พอใจ?

“เธอนี่คิดอะไรก็แสดงออกมาทางสีหน้าหมดเลยนะ มั่นใจในตัวเองหน่อย ฉันไม่ได้จะตำหนิอะไรเธอหรอกน่า” เกย์สันหัวเราะเบา ๆ เหมือนจะเห็นความวิตกกังวลในสายตาของรุ่นน้อง

“ซันก็กลัวว่าจะทำให้พี่ลำบากใจ งั้นเรื่องอะไรเหรอคะ?”

“รอเดี๋ยว ฉันไปหยิบมาให้” เกย์สันตอบสั้น ๆ ก่อนจะลุกไปทำตามที่พูด

ซันเดย์มองตามร่างสูงที่เดินไปยังตู้เอกสารบนโต๊ะทำงานของเขา ลิ้นชักชั้นบนเลื่อนออกตามแรงกระตุก

ซองเอกสารสีน้ำตาลติดมือเขามา ทำให้คิ้วสวยจรดเป็นปม ยังไม่ทันได้ถามว่าเป็นอะไร สิ่งนั้นก็ถูกยื่นมาตรงหน้าเธอแล้ว

“ฉันมีเพื่อนคนหนึ่งที่พอจะมีเส้นสายอยู่บ้างที่ประเทศไทย เธอลองดูข้อมูลว่าตรงกับที่อยากเรียนไหม ถ้าตัดสินใจได้แล้วก็บอกฉัน ที่เหลือจะจัดการให้” เกย์สันพูดเสียงเรียบ หากแต่ในแววตากลับแฝงไปด้วยความห่วงใย

ซันเดย์กำมือแน่นจนมุมซองเอกสารยับไปตามแรงบีบ รุ่นพี่ไม่ได้แสดงความคิดเห็นในวันที่เธอบอกว่าอยากไปเรียนรู้การใช้ชีวิตที่อื่นบ้าง

จำได้ดีว่าวันนั้นประเทศไทยเป็นตัวเลือกหนึ่งในหลาย ๆ ประเทศที่เธออยากไปเรียนต่อ แต่ไม่คิดว่าเขาจะเลือกให้โดยที่ไม่ต้องให้เธอเลือกอีก

“ซันนึกว่าพี่จะไม่เห็นด้วยเสียอีก” เสียงของเธอแผ่วเบา กว่าจะหาเสียงของตัวเองเจอก็เกือบนาที หลังจากนั้นจึงเปิดซองและหยิบเอกสารชุดนั้นออกมา

“บอกตามตรงก็ไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่หรอก ผู้หญิงตัวคนเดียวไปอยู่ต่างถิ่น สิ่งแวดล้อมจะเป็นยังไงก็ไม่รู้ แต่คิดไปคิดมาว่าถ้าให้เธอไปที่ไหนก็ไม่รู้ ไม่สู้หาที่ที่ฉันสามารถเห็นทุกความเคลื่อนไหวของเธอไม่ดีกว่าเหรอ?”

เกย์สันพูดเสียงเข้ม แต่แฝงไปด้วยความห่วงใยที่ไม่พูดออกมาตามตรง

ซันเดย์รู้ดีว่าวินาทีนั้นสีหน้าของตัวเองคงตลกมากแน่ ๆ เธอรู้สึกแสบไปทั้งจมูกและขอบตา แต่เพราะไม่ใช่คนที่น้ำตารื้นง่ายขนาดนั้น จึงกลืนน้ำลายและตั้งสติ ขับไล่ความรู้สึกหนักหน่วงที่บีบหัวใจออกไปเสีย

เอกสารที่อยู่ในมือเป็นภาษาอังกฤษ เธอคิดว่ามหาวิทยาลัยที่รุ่นพี่หามาน่าจะเป็นหลักสูตรอินเตอร์แบบที่คาดไว้ แบบนี้ก็น่าจะไม่ต้องปรับอะไรมากนัก

ถึงแม้จะต้องปรับบ้างก็ไม่น่าจะยากเพราะภาษาท้องถิ่นที่ใช้แทบจะไม่มีข้อผิดพลาด อาจจะมีบ้างบางคำศัพท์ที่จำไม่ได้ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเธออยู่แล้ว

เกย์สันรอบคอบเสมอจริง ๆ

“ขอบคุณนะคะที่เป็นธุระให้ เอาไว้ถ้ามีอะไรต้องการให้ช่วย ซันจะบอกนะคะ”

“เธอยังต้องพึ่งฉันอีกนาน ไม่ต้องรีบขอบคุณอะไรหรอก”

“หึ ๆ ก็ทำตามมารยาทน่ะค่ะ” เธอยิ้มขำ

“ซีท! ยัยเด็กคนนี้นี่” เขาพูดเสียงหงุดหงิดแต่ก็ดูทะเล้นไปด้วย

“ฮ่าฮ่าฮ่า”

เกย์สันยกกำปั้นขึ้นเหนือหน้าอก ก่อนจะทำสีหน้าหงุดหงิดอย่างคนเหลืออดจากท่าทางไม่ยี่หระของรุ่นน้อง ทว่าริมฝีปากเขากลับยิ้มออกเล็กน้อยเพราะความเอ็นดูที่มีให้ซันเดย์อยู่มาก

เขายังจำได้ดีในวันแรกที่เจอเด็กน้อยคนหนึ่งที่มักจะปลีกตัวออกมาจากกลุ่มใหญ่ของครอบครัว และมานั่งอยู่ในมุมมืด ๆ คนเดียว กอดเข่าก้มหน้ามองพื้นดิน รอบตัวเต็มไปด้วยความอ้างว้าง เงียบเหงาทั้งที่ผู้ใหญ่ก็เอาอกเอาใจเธอดี

แต่แล้วทำไมเขาถึงสัมผัสความรู้สึกเหล่านั้นจากเธอไม่ได้เลยนะ?

เอกสารปึกนั้นถูกเก็บไว้ในซองเหมือนเดิม ซันเดย์ยิ้มอ่อนเมื่อเห็นสายตาหวังดีของรุ่นพี่ อยากให้เขาวางใจว่าไม่ว่าจะที่ไหน เธอก็สามารถดูแลตัวเองได้ ไม่ต้องห่วงจนเกินไป

หลังจากที่คุยธุระกันเสร็จ รุ่นพี่รุ่นน้องก็แยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเอง คาเฟ่นี้จะเปิดในช่วงเย็นของวันปกติและช่วงสายของวันเสาร์อาทิตย์

เกย์สันไม่ยอมให้ใครมาทำหน้าที่ดูแลแทนระหว่างที่เขาเรียน เพราะถึงอย่างไรก็ไม่ได้เปิดเป็นอาชีพหลักที่ยึดติดไปจนแก่เฒ่า เขาแค่ทำเพื่อป้องกันไม่ให้ครอบครัวบ่นว่าใช้เวลาไปกับการเที่ยวเล่นเท่านั้น

เวลา 6:34 PM.

จากที่ตั้งใจว่าจะไปสนามแข่ง ซันเดย์เปลี่ยนใจและมุ่งหน้ากลับบ้านแทน เพราะเรื่องบางอย่างที่วนเวียนอยู่ในหัวมาตลอดทั้งวัน จนเกือบทำให้เธอทำเครื่องดื่มให้ลูกค้าผิดหลายคน เกือบจะโดนเกย์สันดุไปจริง ๆ

“ซันกลับมาแล้วเหรอลูก หิวหรือเปล่า? แม่ทำกับข้าวไว้ เดี๋ยวไปอุ่นให้”

สิรินภาเห็นลูกสาวที่บอกว่าจะกลับดึกเดินเข้ามาก็รีบลุกจากที่นั่ง ข้างกายท่านธอร์นก็อยู่ด้วย เมื่อเขาเห็นซันเดย์ก็ส่งยิ้มบาง ๆ มาให้ ก่อนจะหันไปพูดกับภรรยาให้ไปทำอย่างที่ว่า

ซันเดย์ยังคงเฉยชาเหมือนเดิม แม้ว่าจะยิ้มบาง ๆ แต่ก็เหมือนเป็นยิ้มที่ไม่ตอบกลับอะไร ทำให้ผู้ให้กำเนิดต้องหยุดฝีเท้ากลางบ้าน แล้วหันมามองบุตรสาวด้วยสีหน้าที่ดูเจื่อนลงเล็กน้อย

“หนูกินที่ร้านมาแล้วค่ะแม่ ไม่ต้องไปอุ่นหรือทำอะไรเพิ่มหรอกค่ะ แม่เองก็เหนื่อยมาทั้งวัน หนูดูแลตัวเองได้ค่ะ”

เธอตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ไม่คิดจะเรียกร้องการเอาอกเอาใจจากท่านเกินกว่าที่ได้รับ เพราะเท่าที่ท่านให้มาก็มากเกินพอแล้ว มากจนเธอเองก็รู้สึกว่าไม่สามารถรับมันไหว!

“ซันเดย์ แม่รู้ว่าลูกดูแลตัวเองได้ แต่ช่วยใช้เงินที่มีบ้างเถอะ แล้วก็เลิกออกไปทำงานสักที เมื่อไหร่เราจะไม่ต้องพูดเรื่องนี้กันอีกนะ?” เสียงของสิรินภาเต็มไปด้วยความเป็นห่วงและเหนื่อยล้า จากการที่ต้องพูดถึงเรื่องนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 17 ถ้าไม่รักชีวิต เวลาที่เหลือฉันขอนะ

    เธอยืนขึ้น หมุนหน้าไปยังผนังห้อง แล้วรูดซิปจากต้นคอลงมาจนถึงช่วงเอว ค่อย ๆ ถอดแขนเสื้อออกทีละข้างอย่างระมัดระวัง รวบแขนเสื้อทั้งสองมัดไว้ที่เอว ก่อนจะหันกลับไปมองด้านหลัง เมื่อเห็นว่าไลก้าไม่ได้สนใจจึงหันกลับมาเต็มตัวแล้วก้าวไปหยุดอยู่ตรงหน้าเขา“นายทำเป็นใช่ไหม”“มาถึงขั้นนี้เธอจะปฏิเสธได้เหรอ?” เสียงหัวเราะทุ้มต่ำหลุดออกจากลำคอ ขณะถามคนที่เข้ามายังพื้นที่ส่วนตัว และยังถอดเสื้อจนเหลือแค่เสื้อกล้ามกับชุดนักแข่งครึ่งตัว แล้วมาถามคำนี้?เธอแค่อยากจะอธิบาย เพราะร่างกายมันไม่เหมือนที่เขาคิดไว้“ฉัน…”“หันหลังมา” ไลก้าขัดขึ้นก่อนที่เธอจะได้พูดจบ“อืม” ซันเดย์ตอบรับแล้วหมุนตัวหันหลังให้เขา ยอมทำตามแต่โดยง่าย เพราะส่วนที่เจ็บที่สุดคือไหล่ข้างขวาที่ตึงมาก ๆเธอรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวจากด้านหลัง เขาคงยกกล่องสีขุ่นนั้นไปวางที่อื่นแล้ว ในขณะที่เธอก็เงยหน้ามองผนังห้องที่ประดับด้วยภาพวาดบอดี้รถจากมุมต่าง ๆ มีทั้งด้านหลัง ด้านข้าง และแม้แต่แค่ล้อเขาคงจะชอบพวกมันมาก แต่ก็ไม่น่าแปลกใจ ในเมื่อสนามแข่งรถก็สร้างขึ้นมาด้วยฝีมือของเขานี่นาแต่เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็แค่จะทายาให้ไม่ใช

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 16 พาไปทายา!

    “จ้องพอหรือยัง ฉันจะได้ถอดโม่งนั้นออกให้” ไลก้ายืดตัวขึ้นเมื่อทั้งสองหยุดนิ่งอยู่ในท่านั้นนานหลายวินาที“ฉันถอดเองได้ นายไม่ต้อง!” แขนของซันเดย์ยกขึ้น แต่สะดุดอยู่จังหวะหนึ่งก่อนจะดึงเกาะป้องกันชิ้นสุดท้ายของใบหน้าออกไป ถ้าไม่ทำแบบนี้ก็กลัวว่าจะไม่ทัน เดี๋ยวคนมือไวจะทำมันเสียก่อนทว่ามันไม่ได้จบแค่นั้น เมื่อจู่ ๆ ร่างของเธอก็ถูกดึงไปอยู่ในวงแขนของเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว“ทำอะไรของนาย?” เธอถามด้วยความตกใจ แต่ก็คว้าลำคอแข็งแกร่งเอาไว้แน่น กลิ่นหอมเหมือนไม้แห้งสะอาดทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายขึ้นแม้จะลดแรงดิ้น แต่เธอไม่อยากให้ตัวเองตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งสนาม“ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ!”แต่ไลก้าไม่ได้ยอมทำตาม เขาก้าวห่างจากรถไปไม่เท่าไหร่ ก็พบกับแก๊งสิงห์ที่ยืนหอบกันอยู่ตรงหน้า!“วิ่งช้ากันฉิบหาย” เขาสบถ ก่อนจะหันไปมองวิกเตอร์ที่ขยับเข้ามาใกล้“ไหวไหม ให้กูช่วยหรือเปล่า?” วิกเตอร์ถาม เมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อน แต่กลับถูกหยุดด้วยเสียงแข็งของไลก้าเสียก่อน“ไม่ต้อง แล้วหยุดอยู่ตรงนั้น ไม่ต้องเข้ามาใกล้” เขาสั่งเสียงเย็น พลางหันไปมองเพื่อนคนอื่น ๆ ที่ยืนอยู่ใกล้ ซึ่งต่างเข้าใจสถานการณ์ดียกเว้นแค่วิกเ

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 15 ล็อกที่ของเธอ

    อาทิตย์ต่อมาครั้งแรกที่ก้าวเข้าสู่เส้นทางนักแข่ง ซันเดย์ก็ไม่เคยคิดจะค้นหาคำตอบอีกว่ามีอะไรที่เธอชอบอีกไหม เพราะได้เลือกแล้วว่าการนั่งอยู่หลังพวงมาลัย แล้วมุ่งตรงไปข้างหน้าด้วยความเร็ว คือคำตอบที่ดีที่สุด มันทำให้ความรู้สึกที่มันอัดแน่นอยู่ในหัวใจของเธอเลือนหายไป แล้วแทนที่ด้วยความตื่นเต้นเร้าใจเธอสลัดสิ่งรบกวนที่ทำให้ไขว้เขวทิ้ง และกลับมายืนอยู่ในสนามแข่งขันด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยพลังอีกครั้งดังนั้นก่อนวันแข่งรอบพิเศษเธอจึงขอให้อชิตาลงชื่อเพื่อกลับมาพิสูจน์จุดยืนของตัวเองอีกครั้งต่อให้ไม่มีใครมาเป็นเครื่องยืนยัน เธอก็ยังคงเป็นซันเดย์ เป็นนักแข่งแบบนี้ต่อไปหลังจากทีมงานตรวจเช็กเครื่องยนต์เป็นพิเศษ ซึ่งก็พิเศษมากจริง ๆ พวกเขาทำเหมือนกับว่าลูกรักของเธอเป็นรถ VVIP ที่ต้องดูแลอย่างพิถีพิถันขนาดนั้นระหว่างที่รอเวลาลงสนาม เธอเฝ้ารอเจอผู้หญิงคนหนึ่งที่พอคิดถึง... ก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนรน“โชคดีที่มาทัน” เสียงหวานที่เอ่ยออกมาคือวีด้านั่นเอง แม้ว่าหลายวันมานี้เราจะไม่ค่อยมีเวลาให้กันสักเท่าไหร่ แต่ก็มีแค่เจ้าของใบหน้าสวยตรงหน้าคนนี้ที่ทำให้ยิ้มได้อย่างเต็มที่ ก่อนจะไปสู่รั

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 14 มีแผนการในใจ

    กลิ่นไหม้ฉุนจนแสบจมูกฟุ้งกระจาย กลิ่นน้ำมันตลบอบอวลไปทั่วพื้นที่ และประกายไฟที่เกิดขึ้นรอบ ๆ รถที่คว่ำจนไม่เหลือเค้าเดิมเขากับฟาเร่วิ่งสุดฝีเท้าจากริมสนามอีกฝั่งด้วยหัวใจที่เต้นรัว สองเท้าสับถี่จนเหมือนจะลอยได้ แต่กลับยิ่งทำให้พวกเราหายใจไม่ออก เมื่อเห็นภาพในระยะที่สายตาสามารถมองเห็นได้อยู่ตรงหน้าร่างที่โชกไปด้วยน้ำสีแดงถูกลากออกมาจากซากรถซันเดย์ในเวลานั้นเรียกได้ว่าเข้าขั้นโคม่า ลมหายใจที่รวยรินกับเสียงไอเป็นระยะทำให้เขาควบคุมสติไม่อยู่ ร้อนรนไปหมด ไม่รู้จะต้องทำอะไรก่อนดีฟาเร่ที่นั่งคุกเข่าข้าง ๆ ก็ปล่อยโฮออกมาอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้เช่นกันยกเว้นชายหนุ่มคนนั้น เขาเรียกสติของซันเดย์ตลอดเวลา ไม่แตะต้องในส่วนที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อเธอ และยังปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้อย่างคล่องแคล่วและถูกต้อง ไม่ข้ามไปแม้แต่จุดเดียวใบหน้าที่นิ่งสงบราวกับรูปปั้นแกะสลัก ไม่แสดงความตื่นกลัวต่อบาดแผลที่เห็นอยู่เบื้องหน้า นอกจากเสียงทุ้มต่ำที่เปล่งออกมานั้นที่ยืนยันว่าเขาก็คือมนุษย์คนหนึ่งกระทั่งทีมแพทย์มาถึงและยกซันเดย์ขึ้นอย่างระมัดระวัง ก่อนจะพาเธอขึ้นรถเพื่อย้ายไปรักษาที่โรงพยาบาล พวกเราจึงได้เห็นใบ

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 13 หาทางเอาคืน

    “เลิกทำหน้าแบบนั้นได้แล้วน่า”ไลลาพูดขึ้นเป็นครั้งที่เท่าไรก็ไม่รู้ หลังจากการแข่งขันจบลง แต่เพื่อนก็ยังทำหน้าเครียดไม่เปลี่ยน เธอเตือนไปแล้วว่าไลก้าไม่เหมือนคนอื่น ให้เผื่อใจไว้บ้าง เวลาผลมันออกมาเป็นแบบนี้จะได้ไม่ผิดหวังมาก“ไม่ได้ไม่ยอมรับอะไรขนาดนั้น แค่รู้สึกไม่ดี... นิดหน่อย” ซันเดย์ตอบเสียงเรียบขณะเดินเคียงกัน ตอนนี้เธอเปลี่ยนกลับมาอยู่ในชุดลำลองเหมือนเดิม พวกเรากำลังเดินกลับไปยังรถที่ทีมงานเอามาจอดไว้รอด้านนอกสนามหลังจากเขาหลบไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว ไลลาก็พูดคำนี้เป็นครั้งที่ร้อย (ออกจะดูเว่อร์ไปหน่อย)และไม่ใช่แค่ไลลา ยังมีอชิตาที่เข้ามาร่วมผสมโรงตอกย้ำความจริงที่ว่า... ไม่มีอะไรต้องเสียใจถ้าคนที่แพ้ให้เป็นไลก้า!“เข้าใจได้ ไม่มีใครจะยินดีที่ตัวเองแพ้หรอก”กึก!มันจะรู้สึกไม่ดีก็ตอนนี้ ซันเดย์คิดในใจ พลางหยุดมองเพื่อนที่หันมายิ้มแหย่ให้ แล้วก็เม้มปากตัวเองเอาไว้แน่น“ฉันขอโทษถ้าทำให้รู้สึกไม่ดี แต่ฉันแค่ไม่อยากให้แกไม่สบายใจแล้วเก็บไปคิดมาก” ไลลาอธิบายด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลขึ้นซันเดย์พยักหน้ารับรู้ถึงความห่วงใยนั้น และไม่รู้จะบอกกับไลลาว่ายังไงดี เพราะเรื่องราวที่มันพัวพัน

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 12 พลาดท่า

    เสียงปืนส่งสัญญาณการออกตัว ซันเดย์ดึงสติกลับมาแล้วพุ่งทะยานไปข้างหน้าเหมือนลูกศรที่ไม่มีวันหวนย้อนกลับ เมื่อเข้าสู่รันเวย์แห่งศักดิ์ศรีของความเร็วความฮึกเหิมก็เข้ามาแทนที่ แรงกดดันที่เคยเกาะกุมจิตใจถูกสลัดทิ้งไว้ข้างหลัง เธอมีเพียงเป้าหมายเดียวคือเส้นทางสีดำที่ทอดยาวอยู่เบื้องหน้า ความกังวลถูกบดขยี้ภายใต้แรงเหยียบของฝ่าเท้าอีกด้านหนึ่งของสนาม ไลก้านักแข่งเท้าไวผู้ไม่รู้จักคำว่าพ่ายแพ้! ปลายเท้าใหญ่เหยียบคันเร่งจนมิด ตามสไตล์ดุดันเมื่อเสียงเครื่องยนต์คำรามดังขึ้น นั่นคือการประกาศว่าไม่มีใครสามารถขึ้นนำเขาได้แต่วันนี้กลับไม่เป็นอย่างนั้น...แลมโบกีนี่สีส้มดำของซันเดย์แซงเขาไปเพียงเสี้ยววินาทีราวกับพายุที่ซัดผ่านโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ทิ้งไว้เพียงภาพท้ายรถที่ค่อย ๆ ห่างออกไป“ยังเร็วไปเด็กน้อย!” เสียงทุ้มเย็นยะเยือกลอดผ่านริมฝีปากหยักได้รูปภายใต้หมวกนิรภัย น้ำเสียงของเขาไร้ความตื่นเต้น ในขณะที่มีความขบขันมากกว่าความกังวลหรือเสียใจอีกฝั่งหนึ่ง...“หึ! ก็แค่นี้” นัยน์ตาสีน้ำตาลหม่นทอดมองผ่านกระจกด้านข้าง สะท้อนเงาของรถสีเทาที่ค่อย ๆ เลือนหายไปนอกครรลองสายตา รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นโดยไม่รู้ต

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status