LOGINหัวไหล่ที่ตั้งตรงของหยวนชิงหลิงรู้สึกหนักอึ้ง ตอนนี้นางเหมือนแบกโลกทั้งใบเอาไว้บนบ่า ไม่ว่าจะหันไปทางไหนล้วนแล้วแต่เป็นทางตันทั้งนั้น นางจะต้องจากบ้านเกิดจากมารดาและน้องชายของนางไปอย่างนั้นหรือ
คนที่นางเคยรักและพึ่งพาที่สุดตอนนี้เขาได้ปล่อยมือของนางแล้ว น้ำตาของหยวนชิงหลิงที่คิดว่าเหือดแห้งไปแล้วค่อยๆ ไหลออกมาอย่างสิ้นหวัง นางอยากทำลายทุกอย่างที่บิดาใช้ทั้งชีวิตปกป้อง นางอยากทำลายตระกูลฉินที่มองเห็นแค่ผลประโยชน์แต่ไม่เคยสนใจชีวิตของผู้อื่น นางอยากจะทำลายแคว้นฉินทิ้งไปซะ มือเล็กๆ ของใครคนหนึ่งยื่นผ้าเช็ดหน้าให้นาง หยวนชิง หลิงชะงักไปเล็กน้อย นางเงยหน้าขึ้นมองผู้ที่ส่งผ้าเช็ดหน้าให้ตน เด็กหญิงตัวเล็กที่มีผ้าสีขาวไว้ทุกข์ผูกเอาไว้ที่หน้าผากนั่งอยู่ในอ้อมแขนของมารดา กำลังมองมาที่นางด้วยดวงตาซื่อตรงกระจ่างใสและบริสุทธิ์ นั่นสินะ ประชาชนแคว้นฉินทำสิ่งใดผิดกัน นางถึงต้องไปโกรธแค้นพวกเขา ทุกคนที่มาที่นี่ล้วนต่างก็เคารพนับคือบิดาของนาง พวกเขาตามมาส่งท่านพ่อเพราะท่านเป็นวีรบุรุษที่ปกป้องพวกเขามานับสิบปี มิใช่ฮ่องเต้เลวผู้นั้น แต่ท่านก็จะยังคงอยู่ในใจของพวกเขาตลอดไป แม้ว่าร่างของท่านจะถูกฝังลงดินไปแล้ว แต่จากนี้จะมิมีผู้ใดลืมเลือนวีรบุรุษตระกูลหยวนที่สละชีพเพื่อบ้านเมือง และคนที่จะถูกประณามคือฮ่องเต้ชั่วผู้นั้น “ขอบใจนะหนูน้อย” หยวนชิงหลิงส่งยิ้มทั้งน้ำตาให้เด็กหญิงผู้นั้นอย่างซึ้งใจ “พวกเราชาวแคว้นฉิน จะอยู่เคียงข้างตระกูลหยวนตลอดไป ท่านหญิงไม่ต้องเป็นห่วง ท่านแม่ทัพทำเพื่อพวกเรามาทั้งชีวิต ตระกูลหยวนก็ถือว่าเป็นผู้มีพระคุณของพวกเราเช่นกัน” ชาวเมืองหลายคนต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย ความรู้สึกของพวกเขาได้ส่งมาถึงหยวนชิงหลิงแล้ว นางหันมาคำนับให้ชาวเมืองก่อนที่เดินต่อไปด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง ขอบคุณทุกคนที่อยู่ข้างตระกูลหยวน ข้าหยวนชิงหลิงจะไม่ท้อแท้แม้ว่าหนทางข้างหน้าจะหนักหนาเพียงใดก็ตาม นางให้คำสัญญากับตนเองภายในใจ ร่างสูงใหญ่ของบุรุษสามคนที่แต่งตัวเหมือนชาวบ้านธรรมดา ยืนมองขบวนแห่ศพที่ยิ่งใหญ่ของแม่ทัพหยวนหมิงจนลับสายตา ดวงตาคมกริบของบุรุษที่ยืนอยู่ตรงกลางมองแผ่นหลังที่ตั้งตรงแต่ดูเด็ดเดี่ยวของหยวนชิงหลิงอย่างครุ่นคิด “เป็นนางหรือพ่ะย่ะค่ะ” บุรุษที่ยืนอยู่ตรงกลางพยักหน้า ถึงแม้พวกเขาจะมีใบหน้าที่แสนธรรมดา แต่กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากคนทั้งสามนั้นกลับดูไม่ธรรมดาเลย “ไม่คิดเลยว่าฮ่องเต้แคว้นฉินจะชั่วร้ายถึงเพียงนี้ พระองค์ทำเช่นนี้กับครอบครัวของผู้ที่ภักดีต่อตนเองได้อย่างไร ช่างน่าเสียดายฝีมือของแม่ทัพหยวนยิ่งนัก หากว่าเขาเป็นคนแคว้นเซี่ยคงไม่ต้องมาตายอย่างอนาถเช่นนี้ อีกทั้งบุตรสาวเพียงคนเดียวยังต้องมาแบกรับหน้าที่ของผู้อื่นอีก” บุรุษทั้งสามคนต่างคิดไปในทางเดียวกัน จากนี้ไปแคว้นฉินคงจบสิ้นแล้ว หลังจากที่สูญเสียผู้ที่มีฝีมืออย่างหยวนหมิงไป “ไปเถอะ เราออกมานานแล้วเดี๋ยวคนของแคว้นฉินจะสงสัยเอา” “พ่ะย่ะค่ะ” สองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังเอ่ยขึ้นพร้อมกัน ก่อนที่จะเดินกลับไปทางเดิมที่พวกเขาพึ่งจากมา หลังจากฝังร่างของแม่ทัพหยวนหมิงเสร็จแล้ว สองพี่น้องก็กลับมาดูแลท่านย่าและท่านแม่ที่ตอนนี้ยังไม่ฟื้น หยวนชิงหลิงห่วงว่าทั้งสองคนจะเป็นอันใดไปก่อนจึงให้คนไปเชิญหมอหลวงมาตรวจดู “โหวฮูหยินและโหวฮูหยินผู้เฒ่าเพียงแต่มีอาการสะเทือนใจและอ่อนเพลียเท่านั้นขอรับ ข้าได้จัดยาบำรุงและยาสงบใจให้ทั้งสองท่านแล้ว เสี้ยนจู่อย่าได้เป็นห่วง” หยวนชิงหลิงขมวดคิ้วอย่างไม่ชอบใจ ข่าวลือช่างรวดเร็วเหลือเกินนะ ข้าพึ่งได้รับพระราชโองการแต่งตั้งเมื่อไม่กี่ชั่วยามก่อน แต่ดูเหมือนพวกท่านจะรู้กันหมดทุกคนแล้ว ถึงแม้นางจะรู้ว่าเรื่องนี้จะต้องเป็นการรวมหัวกันของพวกขุนนางเฒ่าในราชสำนัก และฮ่องเต้ทรราชผู้นั้น แต่นางก็ยังรู้สึกไม่พอใจอยู่ดี “ขอบคุณท่านหมอเจ้าค่ะ เดี๋ยวข้าจะให้คนไปส่งท่านกลับ” หยวนชิงหลิงสั่งให้พ่อบ้านนำรถม้าไปส่งหมอหลวง นางเดินกลับไปที่เรือนของตนหลังจากที่สั่งให้คนดูแลมารดาและท่านย่าของนางให้ดี ร่างสูงโปร่งเดินตามนางมาเงียบๆ หยวนชิงหลิงรู้อยู่แล้วแต่นางมิได้เอ่ยสิ่งใดออกมา จนกระทั่งมาถึงด้านหน้าเรือนของนาง “ท่านมาช่วยงานศพบิดาข้าที่นี่ทุกวันคงจะเหน็ดเหนื่อยมาก ตอนนี้เรื่องทุกอย่างก็เสร็จสิ้นแล้ว ข้าว่าท่านกลับไปพักผ่อนเถอะ” นางเอ่ยกับองค์ชายห้าด้วยน้ำเสียงเย็นชา ฉินฉู่อี้มองใบหน้างามด้วยดวงตาสับสน ก่อนที่จะดึงร่างของหยวนชิงหลิงเข้ามากอด “หลิงเอ๋อข้า.....ข้าขอโทษ เรื่องนี้ข้าไม่สามารถช่วยเจ้าได้จริงๆ ข้าพยายามแล้ว” หยวนชิงหลิงเหนื่อยเกินกว่าที่จะปฏิเสธ หัวใจของนางนั้นด้านชาจนไม่รู้สึกอะไรแล้ว แม้แต่น้ำตาของนางก็ไม่สามารถหลังออกมาได้ในตอนนี้ “ช่วยไม่ได้หรือ” ร่างบางค่อยๆ ดันเขาให้ออกห่าง หยวนชิงหลิงจ้องใบหน้าหล่อเหลาขององค์ชายห้าด้วยสายตาค้นหา ชายผู้ที่นางวางหัวใจเอาไว้ในมือของเขา คนผู้นี้ที่นางคิดว่าเขาเองก็รักนางดุจเดียวกัน “มิใช่ว่าฝ่าบาททรงรังเกียจข้าอย่างนั้นหรือ มิใช่ว่าพระองค์ทรงเตรียมสตรีที่มีชาติตระกูลดีเอาไว้ให้ท่านแล้วใช่หรือไม่ หรือเป็นท่านที่เลือกเส้นทางนี้ด้วยตนเอง” “หลิงเอ๋อ...ข้า” องค์ชายห้าแสดงท่าทีลนลานออกมาอย่างเห็นได้ชัด หลังจากที่หยวนชิงหลิงเอ่ยเรื่องนี้ออกมา เป็นเช่นนั้นเองสินะ นางเพียงแค่ลองหยั่งเชิงดูเท่านั้น ไม่คิดว่าเรื่องที่นางสงสัยจะเป็นเรื่องจริง เมื่อก่อนหยวนชิงหลิงเคยได้ยินสาวใช้ของนางเอ่ยถึงเรื่องที่องค์ชายห้าเข้าออกจวนตระกูลหลี่บ่อยครั้งเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แต่เพราะนางรักเขามากจึงแสร้งปิดตาไม่รู้ไม่เห็นเรื่องที่เขากระทำ ทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องของการเสริมอำนาจหรือเป็นเพราะความต้องการของตัวท่านเองกันแน่ ตระกูลหลี่อย่างนั้น หรือ หลี่ฮั่วชางผู้นั้นเป็นรองแม่ทัพของบิดานาง เพราะท่านพ่อของข้าสิ้นชีพที่สนามรบท่านเลยคิดที่จะผูกสัมพันธ์กับตระกูลหลี่หรือว่ามีอะไรที่มากกว่านั้น ไม่ใช่สิ เขาจะรู้ได้อย่างไรว่าท่านพ่อจะตายในสนามรบ เช่นนั้นแล้วมันเรื่องอะไรกันแน่ ฉินฉู่อี้ท่านกำลังคิดที่จะทำอะไร“อ่า!!!ยอดรัก แบบนั้นและ ข้าต้องการแบบนั้น ดันมันเข้ามาอีก แรงกว่านี้ ลึกกว่านี้”เสียงหวานเอ่ยขอร้องด้วยความต้องการที่พุ่งขึ้นสุดขีด เซี่ยหวายอีเองก็ไม่ยอมปล่อยให้นางต้องรอนาน เขากระแทกลงไปแรงๆ ถี่รัว เสียงดัง ปัก ปัก เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังอยู่เป็นนาน กว่าที่สองร่างจะสะท้านเฮือกขึ้นพร้อมกัน หยวนชิงหลิงแตะถึงจุดสุดยอดก่อน นางบีบรัดเขาจนเซี่ยหวายอีทนไม่ไหว จำต้องปลดปล่อยความต้องการของตนเองเข้าไปในกายนนางเต็มที่ทุกหยาดหยด“อ่า!!!ที่รักข้าแตกแล้ว เสร็จแล้ว ข้าเสร็จภายในกายของเจ้าแล้ว”ร่างสูงฟุบหน้าลงไปบนลำคอขาวผ่องของนาง ทั้งที่ยังมิได้ถอดถอนความเป็นชายออกไป นางรู้สึกได้ว่ามันกำลังกระตุกอยู่ภายใน ความเสียวกระสันที่พึ่งผ่านไปมันได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง สองร่างที่พึ่งสงบศึกไปได้ไม่นาน ได้เริ่มก่อสงครามวสันต์ขึ้นอีกครั้ง และอีกครั้ง จนกระทั่งรุ่งอรุณของวันใหม่ได้มาเยือนหยวนชิงหลิงตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดเมื่อยไปทั้งกาย ช่างแตกต่างจากอีกคนที่ยังคงมีเรี่ยวแรงเต็มกำลัง เหมือนพึ่งได้รับน้ำทิพย์ชโลมจิตใจ“ท่านรังแกข้ามาทั้งคืนแล้ว ต่อจากนี้ต้องดูแลปรนนิบัติรับใช้ข้าอย่างที่พูดด้วย”เซี่ยหวายอีกดจู
“เช่นนั้นให้ข้าปรนนิบัติเจ้าดีหรือไม่ ฮูหยิน”หยวนชิงหลิงไม่คิดว่าตนเองจะมาได้ยินคำพูดเช่นนี้ออกมาจากปากของเขา ใบหน้างามที่ยามนี้ไร้เครื่องประทินโฉมมันช่างงดงามเกลี้ยงเกลาดูสะอาดตาไม่ต่างจากเด็กทารก ดวงตาคมของเซี่ยหวายอีที่มองอยู่นั้นอดที่จะกดจูบไปที่แก้มของนางมิได้“ฮูหยิน วันนี้ข้าจะทำให้เจ้าเป็นของข้าอย่างสมบูรณ์”ก่อนงานแต่งงานหลายวัน เขาได้สอบถามและศึกษาเรื่องบนเตียงมาจากสหายร่วมรบมาแล้ว เกี่ยวกับการทำให้สตรีมีความสุขในคืนเข้าหอ ร่างสูงค่อยๆ แทะเล็มริมฝีปากอวบอิ่มของนางช้าๆ มือสองข้างที่ยังว่างอยู่ก็ไม่หยุดนิ่ง เขาสัมผัสนางไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย แม้เวลานี้ทั้งสองจะสวมใส่อาภรณ์แต่ก็ยังรับรู้ถึงสัมผัสของกันและกันได้ความรู้สึกแปลกใหม่ที่นางได้รับในเวลานี้ช่างแตกต่างจากที่ผ่านมาที่เขาเคยสัมผัสนางอย่างสิ้นเชิง ท้องน้อยของนางในเวลานี้มันเหมือนกับมีบางอย่างขมวดเข้าหากันจากนั้นจึงคลายออก ทุกการสัมผัสจากเขามันทำให้ข่นอ่อนในกายนางพร้อมใจกันลุกชูชันขึ้นลิ้นร้อนของเซี่ยหวายอีเริ่มรุกล้ำเข้ามาในอาณาเขตของหยวนชิงหลิง ร่างสูงสอดลิ้นหนาเข้าไปในปากของนางเกี่ยวกระหวัดรัดรึงลิ้นนุ่มหยุ่นอย่างเชื่อ
“ทุกอย่างเป็นเพราะความโลภในอำนาจของท่านมากกว่า อย่าได้มากความเลย มาสู้กันให้รู้แพ้ชนะเสียแต่วันนี้ หากข้าหยวนชิงหลิงพ่ายแพ้และจะต้องตาย ข้าก็จะไม่มีวันเสียใจต่อสิ่งที่ข้าได้เลือก”การต่อสู้อย่างดุเดือดของทั้งสองยังคงดำเนินต่อไป แม้หยวนชิงหลิงจะมีสรีระที่เป็นรอง แต่กำลังของนางกลับมีมากล้นจนน่าเหลือเชื่อ ทุกครั้งที่ง้าวของนางฟันลงไป ฉินฮ่องเต้แทบจะทนรับแรงของนางไม่ไหว“เจ้า!!...เจ้าทำเช่นนั้นได้อย่างไร!! เจ้าเป็นเพียงสตรีในห้องหอเท่านั้น เหตุใดถึงมีพละกำลังที่เหนือกว่าข้า จงบอกมา”หยวนชิงหลิงยกยิ้มภายใต้หมวกเหล็กสีดำ ก่อนเอ่ยออกมาเสียงดัง แต่เสียงของนางกลับไม่เหมือนเสียงของนาง เพราะมันมีหลายเสียงดังประสานกันขึ้น“เพราะบรรพบุรุษซวนหยวนของข้าอย่างไรเล่า พวกเขาจะคอยอยู่เคียงข้าเสมอ ไม่ว่าข้าจะต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่แข็งแกร่งมากกว่าเพียงใดก็ตาม จงรับผลกรรมที่กระทำมาทั้งหมดเสียเถิด ข้าผู้นี้จะเป็นคนลงโทษเจ้าเอง”หยวนชิงหลิงฟันง้าวในมือลงไปอีกครั้งจนสุดแรง ในที่สุดทวนของฉินฮ่องเต้ก็ทนรับแรงนั้นไม่ไหว มันถูกฟันหักออกเป็นสองท่อน และตั้งแต่หัวไหล่ลงไปจนถึงกลางอกของเขา ถูกฟันทะลุชุดเกราะจนสะพายแล่
“เจ้าจงนำสารนี้ไปบอกแก่ผู้นำทัพคนต่อไปของพวกเจ้าซะ ข้าจิ้นอ๋องจะรออยู่ที่นี่ หากไม่ยอมแพ้พวกเขาจะมีจุดจบไม่ต่างจากหลี่ฮั่งชาง แต่ถ้ายอมแพ้ก็จะมีเพียงคนผู้เดียวเท่านั้นที่ต้องถูกสังหาร”เอ่ยจบร่างสูงก็กระโดดขึ้นหลังม้า ก่อนจะควบกลับเข้าเมืองจิ่งโจวไป ทิ้งความวุ่นวายโกลาหลเอาไว้เบื้องหลังหยวนชิงหลิงที่แฝงตัวอยู่ในกองทัพมานานนับเดือน เวลานี้นางได้รู้แล้วว่ามีใครบ้างที่อยู่คนละฝั่งกับหลี่ฮั่งชาง และมีใครบ้างที่หักหลังบิดาของนางในตอนนั้น ใบหน้างามข่มความโกรธแค้นเอาไว้ในส่วนลึก เพราะยังไม่ถึงเวลาที่น่าจะเปิดเผยตัวตอนนี้นางวางแผนที่จะปลุกปั่นให้พวกเขาแตกแยกออกเป็นสองฝ่าย ผู้ที่ไม่คิดยอมแพ้เหล่านั้นต่างก็นำทัพออกไปต่อสู้กับจิ้นอ๋องในสนามรบ สุดท้ายจุดจบของพวกเขาล้วนไม่ต่างกันทหารสามแสนนายในกองทัพเวลานี้เหลือไม่ถึงครึ่ง เพราะการกระทำที่แสนอวดดีของพวกเขา คิดว่าตนเองมีพันธมิตรจากต่างแคว้นแล้วจะสามารถหยิ่งผยองได้ ตัวอย่างมีให้เห็นแล้ว แม่ทัพแคว้นฉินสามคนถูกตัดหัวแขวนประจานเอาไว้ที่ประตูเมือง สร้างความหวาดกลัวแก่กองทัพฉินยิ่งนัก“บังอาจนัก!! เจ้าเด็กที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมผู้นั้น กล้ามาอวดดีก
“พวกเราชาวเฉิงโจว ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับสงครามที่ฮ่องเต้ชั่วนั่นก่อขึ้นหรอก ไปเสียได้ก็ดีที่นี่ไม่จำเป็นต้องมีเจ้าเมือง เขาอยู่ที่นี่ก็เอาแต่กดขี่ชาวบ้านบังคับให้ขุดภูเขา แต่กลับไม่บอกว่าขุดหาอะไร ก่อนหน้านี้ก็เกิดการต่อสู้ขึ้นที่หุบเขาหินนั่น จิ้นอ๋องสังหารอะไร ตอนนั้นข้าไปตรวจดูสภาพของที่นั่นเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต เป็นพวกเขาที่สังหารกันเอง ไม่มีร่องรอยของผู้บุกรุกเลยสักนิด อีกทั้งคนที่หนีรอดมาจากที่นั่นก็พูดเหมือนกันว่า คนของเฉิงอ๋องจู่โจมคนขององค์ชายห้า ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันจนถึงเช้า และองค์ชายห้าได้รับบาดเจ็บสาหัสกลับมา เป็นข้าที่รักษาให้เขาจนรอดมาได้”หยวนชิงหลิงกระจ่างแล้วว่าเสียงต่อสู้ในคืนนั้นคืออะไร ตอนนั้นคนขององค์ชายห้าช่างมาได้เหมาะเจาะตรงเวลาเสียจริง“ท่านหมอ ท่านแน่ใจหรือขอรับ วันเวลาท่านได้บันทึกเอาไว้หรือไม่”“วะ!!! เจ้าหนุ่มนี่ ข้าเป็นหมอมายี่สิบปี ข้าบันทึกทุกอย่างเอาไว้เป็นหลักฐานทั้งหมด ถ้าหากเจ้าไม่เชื่อข้าจะเอาให้เจ้าดูก็ได้ เจ้าคนที่รอดชีวิตมาในตอนนั้น ข้าเองก็รักษาเขาจนหายดีแล้ว”หยวนชิงหลิงยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม นางลุกขึ้นจับแขนของท่านหมอเขย่าเบาๆ ก่อนจะเอ่ย
หลายครั้งที่เขาเองก็ถูกฟันและถูกแทง มีเพียงเสียงดังเคร้ง!! ขึ้นเท่านั้น แต่ร่างกายของเขากลับไม่รู้สึกว่าตนเองได้รับบาดเจ็บที่ใดเลย คนตระกูลซวนหยวนช่างเก่งกาจยิ่งนัก ที่สามารถสร้างอาวุธที่แข็งแกร่งจนน่าหวาดกลัวพวกนี้ขึ้นมาได้ เขาเองก็ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าหากพวกมันไปตกอยู่ในกำมือของจอมทรราชที่บ้าอำนาจ แผ่นดินจะลุกเป็นไฟเช่นไรหนึ่งชั่วยามต่อมา เสียงการต่อสู้ได้เงียบลงหรือจะพูดให้ถูกคือการสังหารอยู่ฝ่ายเดียว ศพที่ไม่สมประกอบกระจุยกระจายเกลื่อนพื้นดิน ไม่มีร่างไหนที่ยังอยู่ครบสมบูรณ์เลยสักร่าง เลือดสดๆ ไหลเจิ่งนองเต็มพื้นดิน เหมือนสายฝนที่พึ่งหยุดตกไปได้ไม่นานเซี่ยหวายอีหลับตาลงสักพักก่อนลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดคนตระกูลซวนหยวนถึงได้พ่ายแพ้ในการสู้รบ ทั้งที่พวกเขามีอาวุธชั้นดีอยู่ในมือ ก่อนหน้านี้เขาได้ฟังเรื่องราวเพียงคร่าวๆ เท่านั้น สงสัยหลังเสร็จจากศึกในครั้งนี้คงต้องขออ่านบันทึกม้วนนั้นของตระกูลซวนหยวนจากหยวนชิงหลิงเสียแล้วร่างสูงเดินไปยังม้าที่วิ่งเตลิดเพราะการต่อสู้ไปไม่ไกล ก่อนจะกระโดดขึ้นหลังของมัน จากนั้นเร่งควบไปยังเส้นทางเมืองจิ่งโจว สถานที่ที่จะต้องสะสางและยุ
หนึ่งเดือนหลังจากนั้น ฮ่องเต้เซี่ยต้องทนรับแรงกดดันของเหล่าขุนนางในราชสำนักอย่างหนัก เพราะชายแดนทั้งสี่ทิศของแคว้นเซี่ยในเวลานี้ถูกทหารของแคว้นต่างๆ เข้าประชิดหมดทุกทาง เพื่อกดดันให้พระองค์ส่งตัวจิ้นอ๋องไปยังแคว้นฉิน แต่พระองค์ทรงไม่ยินยอมองค์ชายใหญ่ที่เก็บตัวเงียบมาตลอด ได้เข้ามายังวังหลวงพร้อมเห
“พระองค์คิดอย่างไรเพคะ ถ้าหากว่าจะยึดเฉิงโจวมาเป็นของแคว้นเซี่ย หม่อมฉันเพียงถามความเห็นดูเท่านั้น หากพระองค์คิดว่ามันไม่คุ้มที่จะเสี่ยงให้เกิดสงครามระหว่างสองแคว้น เช่นนั้น ก็ช่างมันเถิด หม่อมฉันเองก็มิได้ยึดติดกับทรัพย์สินเงินทองเหล่านั้น ห่วงเพียงแต่ว่าหากชุดเกราะและอาวุธตกอยู่ในมือของฉินฮ่องเต้
“ท่านอนไม่หลับอย่างนั้นหรือ หรือว่าเพราะข้านอนดิ้นจนไปรบกวนการนอนของท่านกัน ต้องขออภัย ต้องขออภัย”หยวนชิงหลิงยกมือประสานขึ้น ก่อนจะเอ่ยขออภัยเซี่ยหวายอี แต่การที่นางนอนเตียงเดียวกับเขาทำให้นางรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก เพราะอย่างนั้นนางจึงหลับสนิทจนถึงเช้าเซี่ยหวายอีมองค้อนร่างเล็กในชุดเด็กหนุ่ม
“อี้เอ๋อพี่ฝากท่านแม่กับท่านย่าไว้ที่เจ้าด้วยนะ แล้วพี่จะรีบกลับมา”หยวนชิงหลิงกดกลไกเปิดห้องลับก่อนจะออกจากที่นั่นไปอย่างรวดเร็วร่างบางทะยานไปยังทางออก นางสงสัยว่าก่อนหน้านี้ที่นางได้ยินเสียงการต่อสู้ เป็นนางที่คิดไปเองหรือเกิดการต่อสู้ขึ้นจริงๆ หยวนชิงหลิงแอบไปยังทางออกที่คนของเฉิงอ๋องใช้เป็นที่







