LOGINหัวไหล่ที่ตั้งตรงของหยวนชิงหลิงรู้สึกหนักอึ้ง ตอนนี้นางเหมือนแบกโลกทั้งใบเอาไว้บนบ่า ไม่ว่าจะหันไปทางไหนล้วนแล้วแต่เป็นทางตันทั้งนั้น นางจะต้องจากบ้านเกิดจากมารดาและน้องชายของนางไปอย่างนั้นหรือ
คนที่นางเคยรักและพึ่งพาที่สุดตอนนี้เขาได้ปล่อยมือของนางแล้ว น้ำตาของหยวนชิงหลิงที่คิดว่าเหือดแห้งไปแล้วค่อยๆ ไหลออกมาอย่างสิ้นหวัง นางอยากทำลายทุกอย่างที่บิดาใช้ทั้งชีวิตปกป้อง นางอยากทำลายตระกูลฉินที่มองเห็นแค่ผลประโยชน์แต่ไม่เคยสนใจชีวิตของผู้อื่น นางอยากจะทำลายแคว้นฉินทิ้งไปซะ มือเล็กๆ ของใครคนหนึ่งยื่นผ้าเช็ดหน้าให้นาง หยวนชิง หลิงชะงักไปเล็กน้อย นางเงยหน้าขึ้นมองผู้ที่ส่งผ้าเช็ดหน้าให้ตน เด็กหญิงตัวเล็กที่มีผ้าสีขาวไว้ทุกข์ผูกเอาไว้ที่หน้าผากนั่งอยู่ในอ้อมแขนของมารดา กำลังมองมาที่นางด้วยดวงตาซื่อตรงกระจ่างใสและบริสุทธิ์ นั่นสินะ ประชาชนแคว้นฉินทำสิ่งใดผิดกัน นางถึงต้องไปโกรธแค้นพวกเขา ทุกคนที่มาที่นี่ล้วนต่างก็เคารพนับคือบิดาของนาง พวกเขาตามมาส่งท่านพ่อเพราะท่านเป็นวีรบุรุษที่ปกป้องพวกเขามานับสิบปี มิใช่ฮ่องเต้เลวผู้นั้น แต่ท่านก็จะยังคงอยู่ในใจของพวกเขาตลอดไป แม้ว่าร่างของท่านจะถูกฝังลงดินไปแล้ว แต่จากนี้จะมิมีผู้ใดลืมเลือนวีรบุรุษตระกูลหยวนที่สละชีพเพื่อบ้านเมือง และคนที่จะถูกประณามคือฮ่องเต้ชั่วผู้นั้น “ขอบใจนะหนูน้อย” หยวนชิงหลิงส่งยิ้มทั้งน้ำตาให้เด็กหญิงผู้นั้นอย่างซึ้งใจ “พวกเราชาวแคว้นฉิน จะอยู่เคียงข้างตระกูลหยวนตลอดไป ท่านหญิงไม่ต้องเป็นห่วง ท่านแม่ทัพทำเพื่อพวกเรามาทั้งชีวิต ตระกูลหยวนก็ถือว่าเป็นผู้มีพระคุณของพวกเราเช่นกัน” ชาวเมืองหลายคนต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย ความรู้สึกของพวกเขาได้ส่งมาถึงหยวนชิงหลิงแล้ว นางหันมาคำนับให้ชาวเมืองก่อนที่เดินต่อไปด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง ขอบคุณทุกคนที่อยู่ข้างตระกูลหยวน ข้าหยวนชิงหลิงจะไม่ท้อแท้แม้ว่าหนทางข้างหน้าจะหนักหนาเพียงใดก็ตาม นางให้คำสัญญากับตนเองภายในใจ ร่างสูงใหญ่ของบุรุษสามคนที่แต่งตัวเหมือนชาวบ้านธรรมดา ยืนมองขบวนแห่ศพที่ยิ่งใหญ่ของแม่ทัพหยวนหมิงจนลับสายตา ดวงตาคมกริบของบุรุษที่ยืนอยู่ตรงกลางมองแผ่นหลังที่ตั้งตรงแต่ดูเด็ดเดี่ยวของหยวนชิงหลิงอย่างครุ่นคิด “เป็นนางหรือพ่ะย่ะค่ะ” บุรุษที่ยืนอยู่ตรงกลางพยักหน้า ถึงแม้พวกเขาจะมีใบหน้าที่แสนธรรมดา แต่กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากคนทั้งสามนั้นกลับดูไม่ธรรมดาเลย “ไม่คิดเลยว่าฮ่องเต้แคว้นฉินจะชั่วร้ายถึงเพียงนี้ พระองค์ทำเช่นนี้กับครอบครัวของผู้ที่ภักดีต่อตนเองได้อย่างไร ช่างน่าเสียดายฝีมือของแม่ทัพหยวนยิ่งนัก หากว่าเขาเป็นคนแคว้นเซี่ยคงไม่ต้องมาตายอย่างอนาถเช่นนี้ อีกทั้งบุตรสาวเพียงคนเดียวยังต้องมาแบกรับหน้าที่ของผู้อื่นอีก” บุรุษทั้งสามคนต่างคิดไปในทางเดียวกัน จากนี้ไปแคว้นฉินคงจบสิ้นแล้ว หลังจากที่สูญเสียผู้ที่มีฝีมืออย่างหยวนหมิงไป “ไปเถอะ เราออกมานานแล้วเดี๋ยวคนของแคว้นฉินจะสงสัยเอา” “พ่ะย่ะค่ะ” สองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังเอ่ยขึ้นพร้อมกัน ก่อนที่จะเดินกลับไปทางเดิมที่พวกเขาพึ่งจากมา หลังจากฝังร่างของแม่ทัพหยวนหมิงเสร็จแล้ว สองพี่น้องก็กลับมาดูแลท่านย่าและท่านแม่ที่ตอนนี้ยังไม่ฟื้น หยวนชิงหลิงห่วงว่าทั้งสองคนจะเป็นอันใดไปก่อนจึงให้คนไปเชิญหมอหลวงมาตรวจดู “โหวฮูหยินและโหวฮูหยินผู้เฒ่าเพียงแต่มีอาการสะเทือนใจและอ่อนเพลียเท่านั้นขอรับ ข้าได้จัดยาบำรุงและยาสงบใจให้ทั้งสองท่านแล้ว เสี้ยนจู่อย่าได้เป็นห่วง” หยวนชิงหลิงขมวดคิ้วอย่างไม่ชอบใจ ข่าวลือช่างรวดเร็วเหลือเกินนะ ข้าพึ่งได้รับพระราชโองการแต่งตั้งเมื่อไม่กี่ชั่วยามก่อน แต่ดูเหมือนพวกท่านจะรู้กันหมดทุกคนแล้ว ถึงแม้นางจะรู้ว่าเรื่องนี้จะต้องเป็นการรวมหัวกันของพวกขุนนางเฒ่าในราชสำนัก และฮ่องเต้ทรราชผู้นั้น แต่นางก็ยังรู้สึกไม่พอใจอยู่ดี “ขอบคุณท่านหมอเจ้าค่ะ เดี๋ยวข้าจะให้คนไปส่งท่านกลับ” หยวนชิงหลิงสั่งให้พ่อบ้านนำรถม้าไปส่งหมอหลวง นางเดินกลับไปที่เรือนของตนหลังจากที่สั่งให้คนดูแลมารดาและท่านย่าของนางให้ดี ร่างสูงโปร่งเดินตามนางมาเงียบๆ หยวนชิงหลิงรู้อยู่แล้วแต่นางมิได้เอ่ยสิ่งใดออกมา จนกระทั่งมาถึงด้านหน้าเรือนของนาง “ท่านมาช่วยงานศพบิดาข้าที่นี่ทุกวันคงจะเหน็ดเหนื่อยมาก ตอนนี้เรื่องทุกอย่างก็เสร็จสิ้นแล้ว ข้าว่าท่านกลับไปพักผ่อนเถอะ” นางเอ่ยกับองค์ชายห้าด้วยน้ำเสียงเย็นชา ฉินฉู่อี้มองใบหน้างามด้วยดวงตาสับสน ก่อนที่จะดึงร่างของหยวนชิงหลิงเข้ามากอด “หลิงเอ๋อข้า.....ข้าขอโทษ เรื่องนี้ข้าไม่สามารถช่วยเจ้าได้จริงๆ ข้าพยายามแล้ว” หยวนชิงหลิงเหนื่อยเกินกว่าที่จะปฏิเสธ หัวใจของนางนั้นด้านชาจนไม่รู้สึกอะไรแล้ว แม้แต่น้ำตาของนางก็ไม่สามารถหลังออกมาได้ในตอนนี้ “ช่วยไม่ได้หรือ” ร่างบางค่อยๆ ดันเขาให้ออกห่าง หยวนชิงหลิงจ้องใบหน้าหล่อเหลาขององค์ชายห้าด้วยสายตาค้นหา ชายผู้ที่นางวางหัวใจเอาไว้ในมือของเขา คนผู้นี้ที่นางคิดว่าเขาเองก็รักนางดุจเดียวกัน “มิใช่ว่าฝ่าบาททรงรังเกียจข้าอย่างนั้นหรือ มิใช่ว่าพระองค์ทรงเตรียมสตรีที่มีชาติตระกูลดีเอาไว้ให้ท่านแล้วใช่หรือไม่ หรือเป็นท่านที่เลือกเส้นทางนี้ด้วยตนเอง” “หลิงเอ๋อ...ข้า” องค์ชายห้าแสดงท่าทีลนลานออกมาอย่างเห็นได้ชัด หลังจากที่หยวนชิงหลิงเอ่ยเรื่องนี้ออกมา เป็นเช่นนั้นเองสินะ นางเพียงแค่ลองหยั่งเชิงดูเท่านั้น ไม่คิดว่าเรื่องที่นางสงสัยจะเป็นเรื่องจริง เมื่อก่อนหยวนชิงหลิงเคยได้ยินสาวใช้ของนางเอ่ยถึงเรื่องที่องค์ชายห้าเข้าออกจวนตระกูลหลี่บ่อยครั้งเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แต่เพราะนางรักเขามากจึงแสร้งปิดตาไม่รู้ไม่เห็นเรื่องที่เขากระทำ ทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องของการเสริมอำนาจหรือเป็นเพราะความต้องการของตัวท่านเองกันแน่ ตระกูลหลี่อย่างนั้น หรือ หลี่ฮั่วชางผู้นั้นเป็นรองแม่ทัพของบิดานาง เพราะท่านพ่อของข้าสิ้นชีพที่สนามรบท่านเลยคิดที่จะผูกสัมพันธ์กับตระกูลหลี่หรือว่ามีอะไรที่มากกว่านั้น ไม่ใช่สิ เขาจะรู้ได้อย่างไรว่าท่านพ่อจะตายในสนามรบ เช่นนั้นแล้วมันเรื่องอะไรกันแน่ ฉินฉู่อี้ท่านกำลังคิดที่จะทำอะไร“ใบหน้าของเจ้าเสียโฉมแล้วจากนี้ไปแม้แต่นางบำเรอในกองทัพเจ้าก็เป็นไม่ได้ ตีตราทาสที่ใบหน้าของนาง จากนี้ไปนางจะต้องทำงานชั้นต่ำทุกอย่างในคณะเดินทาง หลังจากไปถึงแคว้นเซี่ยแล้วส่งนางไปยังซ่องนางโลมชั้นต่ำที่สุด ให้รับลูกค้าวันละห้าสิบคนเป็นเวลาหนึ่งปี เมื่อครบหนึ่งปีให้ส่งนางไปทำงานที่เหมืองเกลือ”หลี่อันหรงที่ได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจลนลาน นางพยายามคลานมาที่เท้าของเซี่ยหวายอีเพื่อขอความเมตตา แต่ถูกเขาเตะกระเด็นออกไปไกล คนของเขานำโซ่ตรวนมาคล้องมือและเท้าของนางเอาไว้ จากนั้นจึงลากนางออกไปไม่แม้แต่จะเรียกหมอมารักษา“ทุกคนจงจำวันนี้เอาไว้ให้ดี ต่อไปพูดแต่เรื่องที่ควรพูด แยกย้ายไปทำหน้าที่ของตนได้แล้ว อีกไม่ช้าเราจะออกเดินทางกันต่อ”หยวนชิงหลิงที่ยืนก้มหน้าอยู่ที่เดิมค่อยๆ เดินหันหลังจากไป เสียงของหลี่อันหรงที่สบถด่าทอว่าร้ายบิดาของนางยังคงดังก้องอยู่ภายในหัว หยวนชิงหลิงรู้สึกหายใจไม่ออก เหมือนมีบางอย่างกำลังกดทับหัวใจของนาง ภาพเบื้องหน้าที่นางเห็นค่อยๆ หดแคบลงและมืดดำทีละน้อยร่างบางซวนเซไปด้านหน้าก่อนที่จะล้มลง เซี่ยหวายอีมองตามแผ่นหลังที่ดูโดดเดี่ยวของนางเดินกลับไปที่รถม้าด้วยสายตาเป็นห่วง เขาส
สตรีบรรณาการเหล่านั้นที่รายล้อมหยวนชิงหลิง หลังจากที่ได้ยินความจริงจากปากนาง บ้างก็ร้องไห้ บ้างก็ทรุดตัวลงกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง ให้พวกนางรู้เสียตั้งแต่ตอนนี้จะได้ปรับตัวทัน ดีกว่าไปรู้ทีหลังแล้วต้องมานั่งเสียใจและแตกสลายด้วยความจริงที่ว่าพวกนางถูกคนทั้งครอบครัวทอดทิ้ง“หยุดร้องไห้เสียเถิด ตอนนี้ไม่มีใครสามารถช่วยเหลือพวกเราได้แล้ว ทุกอย่างมันเป็นเพียงเรื่องของการเมืองเท่านั้น พวกเราก็เป็นแค่เพียงตัวหมากเล็กๆ ของพวกเขา จากนี้ไปก็จงพยายามปรับตัวให้ได้ เผื่อว่าวันหน้าต้องอยู่ในช่วงชีวิตที่ลำบากจะได้ไม่ต้องมานั่งนึกเสียใจทีหลัง”หยวนชิงหลิงเอ่ยปลอบพวกนางเสียงอ่อนโยน นางเพียงหวังว่าสตรีเหล่านี้จะเข้มแข็งขึ้นในไม่ช้า และยืนได้ด้วยขาของตนเองทุกคำพูดของนางกระทบจิตใจของใครหลายคน รวมถึงบุรุษที่ยืนอยู่ด้านหลังต้นไม้ที่ใช้กางกระโจม เขามองใบหน้าเล็กที่มีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นมาที่หน้าผากเพราะความร้อนของกองไฟที่นางใช้ทำอาหาร เขาอยากจะเอื้อมมือไปเช็ดให้นางแต่แล้วก็ต้องหยุดการกระทำของตนเอาไว้“คิดบ้าอันใดของข้าอยู่กันแน่ นางก็เป็นแค่เพียงตัวยุ่งเท่านั้น เลิกสนใจนางไปเสีย”เซี่ยวหวายอีรีบเดินออกไปจากตร
เอ่ยจบนางก็ลงจากรถม้าตามมาด้วยจ้าวหงอิง สตรีทั้งสองเดินย้อนกลับไปที่รถม้าคันเล็กที่นางนั่งโดยสารมา ด้านในมีสตรีสามคนและหนึ่งในนั้นคือหลี่อันหรง“เจ้ามาทำอันใดที่นี่”หลี่อันหรงตกใจมากที่เห็นหยวนชิงหลิง นางยังจำความเจ็บปวดที่หยวนชิงหลิงตบนางได้ หลี่อันหรงเผลอยกมือขึ้นกุมที่ใบหน้าของตนอย่างลืมตัว“ข้าจะมาทำอันใดที่นี่ก็หาใช่ธุระกงการของเจ้า หลบไปหรืออยากจะโดนเหมือนครั้งก่อน”หยวนชิงหลิงยกมือขึ้นทำท่าจะตี หลี่อันหรงและสตรีอีกสองนางรีบวิ่งลงจากรถม้าราวกับผึ้งแตกรัง นางหันไปพยักหน้าให้จ้าวหงอิงเข้าไปเก็บของที่นางนำติดตัวมาทั้งหมด เมื่อเสร็จแล้วพวกนางก็เดินจากไป โดยที่ไม่สนใจสายตาที่มองมาอย่างจะกินเลือดกินเนื้อของหลี่อันหรง“อันธพาลหยวนชิงหลิง!! ฝากไว้ก่อนเถอะถึงแคว้นเซี่ยเมื่อใดข้าจัดการเจ้าแน่”หยวนชิงหลิงพาจ้าวหงอิงกลับมาที่รถม้าของนางอีกครั้งหลังจากเก็บข้าวของเรียบร้อยแล้ว อาเฟยก็มาตามนางไปทำอาหาร“ท่านหญิงลู่จิว องครักษ์จับปลามาแล้วขอรับ”หยวนชิงหลิงก้าวลงมาจากรถม้า“ข้าบอกแล้วว่าให้เรียกชื่อข้าตามสบาย ช่างเถอะ ปลาเล่าอยู่ไหน”ข้าจะกล้าเอ่ยนามของท่านออกมาตรงๆ ได้อย่างไร เพียงแค่ข้าอยู่
จ้าวหงอิงถึงกับน้ำตาคลอ ก่อนหน้านี้นางนั่งรถม้าคันเดียวกับหลี่อันหรง วันไหนที่มีอาหารที่ดีหน่อยนางก็จะยึดเอาไว้เป็นของตนเอง ในรถม้าที่ต้องนั่งสี่คนเวลานอนหลี่อันหรงก็จะแบ่งพื้นที่ไปเสียครึ่ง อีกสามคนต้องนั่งเบียดกันหลับ ตั้งแต่ออกจากเมืองหลวงมีเพียงเมื่อคืนเท่านั้นที่นางนอนหลับได้สนิทหยวนชิงหลิงมองนางด้วยสายตาไม่เข้าใจ แค่ผัดผักใส่ไข่เจ้าถึงกับร้องไห้เลยหรือ เห็นทีก่อนหน้านี้เจ้าคงจะลำบากจริงๆ หยวนชิงหลิงเอ่ยปลอบนางสองสามคำ ก่อนที่สตรีทั้งสองจะทานอาหารของตน“ยาของข้าเล่า”หยวนชิงหลิงเดินมาหาอาเฟยที่กำลังเคี่ยวยาอยู่“เสร็จแล้วขอรับ”หยวนชิงหลิงขมวดคิ้วก่อนที่จะบีบจมูกแล้วดื่มยาลงไปจนหมดชาม นางเป็นคนที่เกลียดการดื่มยามาก แต่หนทางไปยังแคว้นเซี่ยยังอีกยาวไกล จะปล่อยให้ตนเองป่วยจนเป็นภาระของผู้อื่นมิได้“ตอนเที่ยงข้าอยากกินปลาย่าง ถึงอย่างไรวันนี้ก็หยุดพักที่นี่หนึ่งวัน เราไปจับปลากันดีกว่า”นางเอ่ยชวนอาเฟยและพ่อครัวที่อยู่ตรงนั้นอีกสองสามคน สายตาคมกริบของใครคนหนึ่งที่นั่งอยู่ในกระโจมแบบเปิด กำลังมองมาที่ร่างบาง เมื่อคืนเกือบตายยังไม่รู้จักเข็ดหลาบ วันนี้กลับไปรนหาที่อีกแล้ว นางช่างเป็นส
องครักษ์ร่างสูงนามเข่อซิง ที่ยืนอยู่ด้านนอกเพื่อรอรับคำสั่ง เดินจากไปและไม่นานเขาก็กลับมาพร้อมสตรีใบหน้างดงามนางหนึ่ง ท่าทางของนางแลดูมึนงงเพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่นางก็ทำตามคำสั่งขององครักษ์ผู้นั้นแต่โดยดีโดยมิได้ปริปากถาม“จงเก็บเรื่องที่เจ้าเห็นในคืนนี้เอาไว้เป็นความลับ หากข้าได้ยินว่ามีผู้ใดเอ่ยถึงเรื่องนี้ ข้าจะฝังเจ้าเอาไว้กลางป่า”เซี่ยหวายอีหรือจิ้นอ๋องที่ปลอมตัวเป็นองครักษ์คุ้มกันขบวนราชทูต ข่มขู่จ้าวหงอิงก่อนที่เขาจะลงจากรถม้าไป จ้าวหงอิงที่นั่งตัวลีบอยู่ในมุมหนึ่งของรถม้าถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนที่จะช่วยเปลี่ยนชุดที่เปียกชื้นออกจากร่างของหยวนชิงหลิง“ท่านไปทำอันใดมากันแน่ท่านหญิงลู่จิว”จ้าวหงอิงมองใบหน้างามที่กำลังหลับสนิทก่อนจะเอ่ยขึ้นเบาๆ นางส่ายหน้าให้กับความอยากรู้อยากเห็นของตนเอง“เฮ่อ!!!อย่ารู้เลยจะดีกว่า ไม่อย่างนั้นได้อายุสั้นแน่ๆ ท่านหญิงท่านเองก็คงจะลำบากไม่น้อยเช่นกันสินะ ข้ายังหวังว่าสักวันพวกเราจะได้กลับไปพบหน้าครอบครัวที่แคว้นฉินอีกครั้ง”จ้าวหงอิงมองสำรวจภายในรถม้าที่หยวนชิงหลิงโดยสารมา รถม้าของนางที่ได้รับสิทธิ์นั่งมาคนเดียวช่างกว้างขวาง ภายในก็ถูกบุนวมเ
นางเอ่ยออกมาอย่างจริงใจ ก่อนที่จะนั่งรับทานอาหารพร้อมกับพ่อครัวเหล่านั้นโดยที่ไม่ถือตัวเลยสักนิด“เหอะ!!เสแสร้ง”หลี่อันหรงบิดปากพูดอย่างไม่พอใจ ก่อนที่จะโยนชามอาหารลงไปข้างๆ หยวนชิงหลิง เหล่าพ่อครัวและองครักษ์ต่างก็มองการกระทำของนางเป็นตาเดียว หยวนชิงหลิงลุกขึ้นยืนช้าๆ ชายชุดของนางเปียกชุ่มไปด้วยน้ำแกง“ข้าไม่รู้ว่าเจ้าไม่พอใจสิ่งใดในตัวข้า ถึงได้แสดงกิริยาไร้มารยาทเช่นนี้ออกมา เมื่อก่อนเจ้าอาจจะเคยเป็นบุตรสาวของขุนนางใหญ่ในแคว้นฉิน เคยอยู่เหนือผู้คนมากมาย หลายคนต้องคอยเอาใจและรองรับโทสะของเจ้า แต่ข้าหาใช่บ่าวไพร่ของเจ้า”นางตบใบหน้าของหลี่อันหรงสองครั้งติดกัน ทำเอาทุกคนถึงกับอึ้ง แม่นางผู้นี้มือไวจริงๆ เพียงทำชุดของนางสกปรกเท่านั้นนางก็ลงไม้ลงมือเสียแล้ว“เจ้า!!”“หุบปาก!!! และจงอยู่ให้ห่างข้าเอาไว้ หากเจ้ายังอยากใช้ปากนั่นทานอาหารอยู่”หยวนชิงหลิงมองหลี่อันหรงด้วยสายตาเอาจริง หลี่อันหรงทำสิ่งใดไม่ได้ นางทำได้เพียงรีบวิ่งกลับไปที่รถม้าของตน หยวนชิงหลิงก้มลงหยิบชามที่หลี่อันหรงโยนใส่นาง ก่อนที่จะนำมันไปล้าง“อาหารที่นางไม่ชอบกิน แต่สำหรับชาวบ้านธรรมดามันคืออาหารที่พวกเขาต่อให้ฝันถึงก







