Share

ชายชุดดำ

Author: zuey
last update Last Updated: 2026-02-28 20:26:43

องค์ชายห้าไม่ต้องการที่จะเอ่ยถึงเรื่องระหว่างตนและตระกูลหลี่กับนาง เขาจึงขอตัวกลับไปก่อน หลังจากที่ชายหนุ่มออกจากจวนตระกูลหยวนไปแล้ว หยวนชิงหลิงกลับเข้าห้องปิดประตูขังตนเองเอาไว้ภายใน นางนอนลงบนเตียงด้วยท่าทางเลื่อนลอย

ภายในหัวเอาแต่ครุ่นคิดถึงเรื่องหนังสือพระราชโองการแต่งตั้งที่ส่งมายังจวนตระกูลหยวนในเวลานั้น ฮ่องเต้คิดที่จะทำอะไรกับพวกตนกันแน่ หยวนชิงหลิงเดาทางชายชราผู้นั้นไม่ถูก

หลังจากที่ออกมาจากจวนจงหย่งโหว องค์ชายห้าก็แวะไปที่จวนตระกูลหลี่ก่อน เขาไปพบกับหลี่ฮั่วชางที่เดินทางกลับมาพร้อมขบวนคณะราชทูตแคว้นเซี่ย

“เสด็จพ่อว่าอย่างไรบ้างเกี่ยวกับรายงานจากสนามรบที่ท่านส่งไป ทางคณะทูตจากแคว้นเซี่ยได้แพร่งพรายเรื่องการตายของจงหย่งโหวหรือไม่”

รองแม่ทัพหลี่ส่ายหน้า

“ฝ่าบาทมิได้สงสัยอันใดพ่ะย่ะค่ะ จะพูดให้ถูกก็คือไม่สนใจซะมากกว่า ดูเหมือนพระองค์จะยินดีเสียด้วยซ้ำที่จงหย่งโหวเสียชีวิตที่สนามรบ”

องค์ชายห้ามีท่าทีครุ่นคิดเล็กน้อย

“แล้วแม่ทัพแคว้นเซี่ยผู้นั้นเล่า ท่านได้เห็นเขาหรือไม่ ท่านคิดว่าเรื่องที่จงหย่งโหวเสียชีวิตที่สนามรบ พวกเขาจะติดใจสงสัยด้วยหรือเปล่า”

รองแม่ทัพหลี่มีท่าทีลังเลเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยสิ่งที่อยู่ภายในใจออกมา

“องค์ชายห้าพ่ะย่ะค่ะ แม่ทัพแคว้นเซี่ยผู้นี้ลึกลับยิ่งนัก อย่าว่าแต่เห็นหน้าเขาเลย การเจรจาทั้งหมดก็เป็นขุนนางของทางแคว้นเซี่ยส่งมาหลังจากที่เราส่งสารขอสงบศึก ที่รู้มาคร่าวๆ ก็มีเพียงเขาเป็นบุรุษที่รูปร่างสูงใหญ่ วรยุทธล้ำลึกกลิ่นอายที่แผ่ออกมาสามารถกดดันให้ผู้คนไม่สามารถเข้าใกล้ได้ ความเหี้ยมโหดของเขานั้นน่าพรั่นพรึงแม้แต่กระหม่อมก็มิกล้าต่อกรกับเขาซึ่งหน้า”

องค์ชายห้าถอนหายใจออกมาเบาๆ เขาวางแผนเรื่องนี้เอาไว้หลายปีจะให้ทุกอย่างพังลงตอนนี้ไม่ได้ จะให้เสด็จพ่อหรือใครก็ตามรู้เรื่องที่เขาวางแผนกับหลี่ฮั่วชางไม่ได้ ไม่อย่างนั้นอาจเป็นเขาที่ถูกเสด็จพ่อเพ่งเล็ง ในภายหน้าจะขยับตัวทำสิ่งใดก็คงลำบาก เพราะอยากนั้นเขาถึงกังวลว่าแม่ทัพเซี่ยผู้นี้จะทำให้แผนของเขาล่มหรือไม่ โชคดีจริงๆ ที่เขาไม่ได้เดินทางมาที่แคว้นฉินพร้อมกับคณะราชทูต

“ตามรายงานที่ท่านส่งให้ฝ่าบาทคือแม่ทัพหยวนถูกสังหารโดยแม่ทัพแคว้นเซี่ย แต่มีแค่เพียงไม่กี่คนที่รู้สาเหตุการตายของเขา ข้าต้องการให้ท่านทำให้เรื่องนี้ให้กลายเป็นความลับ ผู้ที่เกี่ยวข้องและรู้เห็นทั้งหมดให้กำจัดซะ”

รองแม่ทัพหลี่รับคำ ทั้งสองคุยกันอยู่ภายในห้องหนังสือเป็นเวลานาน ก่อนที่องค์ชายห้าจะออกจากจวนตระกูลหลี่และกลับไปยังตำหนักของตน

ในวังหลวง ขันทีหลู่ได้รายงานบรรยากาศการเคลื่อนขบวนศพของหยวนหมิงให้ฮ่องเต้ฉินฟังอย่างละเอียด หลังจากที่ฟังจบใบหน้าถมึงทึงก็แสดงความโกรธเกรี้ยวออกมา

“สารเลว ข้าต่างหากที่เป็นฮ่องเต้ เป็นโอรสสวรรค์ เป็นจ้าวชีวิตของพวกมัน ข้าเป็นเจ้าของแผ่นดินนี้ มิใช่หยวนหมิงนั่น ฮึ!!เขาตายไปซะได้ก็ดี ข้าจะได้ไม่ต้องคอยหวาดระแวงว่ามันจะกลับมาแว้งกัดข้าเมื่อใด”

ฮ่องเต้ฉินตวาดก้องออกมาเสียงดังอย่างเดือดดาล เป็นที่รู้กันดีว่าฝ่าบาทมิค่อยพอพระทัยในตัวของแม่ทัพหยวนเท่าใดนัก เพราะเขาแข็งทื่อเป็นก้อนหินและซื่อตรงยิ่งกว่าท่อนไม้ เมื่อเขาคิดสิ่งใดก็มักจะเอ่ยออกมาตรงๆ อย่างไม่เกรงกลัวพระราชอาญา

ยิ่งเขาเป็นที่รักใคร่นับถือของประชาชนแคว้นฉิน หยวนหมิงก็ยิ่งเหมือนเสี้ยนหนามที่คอยทิ่มตำเขาอยู่ทุกเวลา หลังจากที่ได้ข่าวว่าหยวนหมิงเสียชีวิตที่ชายแดน ฮ่องเต้ฉินแทบจะอยากจัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองเจ็ดวันเจ็ดคืน

แต่เพราะยังทรงห่วงหน้าตาชื่อเสียงของราชวงศ์อยู่ และยังมีขุนนางบางส่วนที่ยังเห็นว่าชื่อเสียงของหยวนหมิงมีประโยชน์ เขาจึงไม่สามารถทำสิ่งใดได้ตามใจตนเองจนกระทั่งถึงตอนนี้

แต่อย่างน้อย เวลานี้เขาก็ได้แก้แค้นคืนหลังจากที่เจ้านั่นตาย โดยส่งบุตรสาวคนโตของมันให้ไปอยู่ในเงื้อมมือของผู้ที่ปลิดชีพมัน แค่คิดฮ่องเต้ฉินก็รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาไม่น้อย

กลางดึก หยวนชิงหลิงที่หลับไปเพราะอ่อนเพลียได้ตื่นขึ้นอีกครั้ง เพราะเสียงบางอย่างที่ดังอยู่ภายในห้องอย่างผิดปกติ นางคว้ามีดสั้นใต้หมอนขึ้นมาก่อนที่จะกำมันเอาไว้แน่น

ร่างบางพยายามปรับสายตาให้ชินกับความมืด ก่อนที่เดินด้วยฝีเท้าแผ่วเบาไปยังห้องแต่งตัวที่มีฉากกั้นเอาไว้ แสงสว่างจากดวงจันทร์ส่องลอดเข้ามาตามรอยแง้มของหน้าต่างทำให้นางเห็นเงาดำเลือนรางอยู่ที่มุมหนึ่ง

หยวนชิงหลิงเดินเข้าไปใกล้ ก่อนที่เงาดำนั้นจะวูบไหวเข้ามาหานาง ปฏิกิริยาการป้องกันตัวของนางทำงานขึ้นมาทันที หยวนชิงหลิงแทงสวนเจ้าเงาดำนั้นอย่างรวดเร็วก่อนที่มันจะมาถึงตัว แต่น่าเสียดายที่ทุกอย่างช้าไปเสียแล้ว

ร่างบางของนางถูกกระแทกอย่างแรงจนนางคิดว่าตนเองคงจะต้องบาดเจ็บแน่ แต่ผิดคาดนางกลับไม่รู้สึกอะไรเลยสักนิด แผนหลังของนางถูกแขนแข็งแรงของเงาดำประคองเอาไว้ มืออีกข้างของเขาจับแขนนางข้างที่ถือมีดสั้น เงาดำนั้นบีบข้อมือของนางไม่เบา ทำให้มีดสั้นเล่มนั้นหลุดออกไปก่อนจะหล่นลงที่พื้น

หยวนชิงหลิงเห็นว่าตนเองกำลังจะเสียท่า จึงคิดที่จะตะโกนให้คนที่เฝ้าอยู่ด้านนอกได้ยิน แต่ริมฝีปากอวบอิ่มก็ถูกความชื้นบางอย่างปิดกั้นเอาไว้ นะ....นี่!!นางกำลังถูกจูบอย่างนั้นหรือ หยวนชิงหลิงพยายามดิ้นรนให้หลุดพ้นจากพันธนาการ มือสองข้างของนางถูกจับยกขึ้นไปเหนือหัวด้วยมือของเขาเพียงข้างเดียว ด้วยสรีระที่ต่างกันทำให้นางต้องเขย่งเท้าตามความสูงนั้น

นี่เป็นจูบแรกในชีวิตของสตรีอย่างหยวนชิงหลิงทำให้นางมึนงงเล็กน้อย แต่เพราะความต้องการปกป้องตนเองมีมากกว่าริมฝีปากของนางจึงเม้มแน่นจนปิดสนิท เสียงหึดังขึ้นเบาๆ เงาดำนั้นดูเหมือนจะไม่พอใจเล็กน้อย เขาขบที่ริมฝีปากล่างของนางแรงๆ ทำให้นางเจ็บจนต้องเผยอออก

ลิ้นร้อนที่เปียกชื้นเข้ารุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวของนาง หยวนชิงหลิงไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่สัมผัสและความรู้สึกนี้นางไม่สามารถต้านทานได้ ลิ้นเล็กนุ่มหยุ่นพยายามดันลิ้นร้อนของอีกฝ่ายออกไป แต่มันกลับทำให้เจ้าเงาดำนั่นครางออกมาอย่างพอใจ

ผ่านไปนานกว่าเจ้าเงาดำจะยอมปล่อยให้ริมฝีปากของนางเป็นอิสระ หยวนชิงหลิงรีบสูดอาการเข้าปอดอย่างรวดเร็ว สภาพของนางคล้ายคนใกล้จมน้ำแต่ถูกช่วยขึ้นมาได้ทัน

“ห้ามส่งเสียง ไม่อย่างนั้นข้าจะจูบเจ้าอีก”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ประชดประชัน

    “ใบหน้าของเจ้าเสียโฉมแล้วจากนี้ไปแม้แต่นางบำเรอในกองทัพเจ้าก็เป็นไม่ได้ ตีตราทาสที่ใบหน้าของนาง จากนี้ไปนางจะต้องทำงานชั้นต่ำทุกอย่างในคณะเดินทาง หลังจากไปถึงแคว้นเซี่ยแล้วส่งนางไปยังซ่องนางโลมชั้นต่ำที่สุด ให้รับลูกค้าวันละห้าสิบคนเป็นเวลาหนึ่งปี เมื่อครบหนึ่งปีให้ส่งนางไปทำงานที่เหมืองเกลือ”หลี่อันหรงที่ได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจลนลาน นางพยายามคลานมาที่เท้าของเซี่ยหวายอีเพื่อขอความเมตตา แต่ถูกเขาเตะกระเด็นออกไปไกล คนของเขานำโซ่ตรวนมาคล้องมือและเท้าของนางเอาไว้ จากนั้นจึงลากนางออกไปไม่แม้แต่จะเรียกหมอมารักษา“ทุกคนจงจำวันนี้เอาไว้ให้ดี ต่อไปพูดแต่เรื่องที่ควรพูด แยกย้ายไปทำหน้าที่ของตนได้แล้ว อีกไม่ช้าเราจะออกเดินทางกันต่อ”หยวนชิงหลิงที่ยืนก้มหน้าอยู่ที่เดิมค่อยๆ เดินหันหลังจากไป เสียงของหลี่อันหรงที่สบถด่าทอว่าร้ายบิดาของนางยังคงดังก้องอยู่ภายในหัว หยวนชิงหลิงรู้สึกหายใจไม่ออก เหมือนมีบางอย่างกำลังกดทับหัวใจของนาง ภาพเบื้องหน้าที่นางเห็นค่อยๆ หดแคบลงและมืดดำทีละน้อยร่างบางซวนเซไปด้านหน้าก่อนที่จะล้มลง เซี่ยหวายอีมองตามแผ่นหลังที่ดูโดดเดี่ยวของนางเดินกลับไปที่รถม้าด้วยสายตาเป็นห่วง เขาส

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ให้บทเรียนแก่หลี่อันหรง

    สตรีบรรณาการเหล่านั้นที่รายล้อมหยวนชิงหลิง หลังจากที่ได้ยินความจริงจากปากนาง บ้างก็ร้องไห้ บ้างก็ทรุดตัวลงกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง ให้พวกนางรู้เสียตั้งแต่ตอนนี้จะได้ปรับตัวทัน ดีกว่าไปรู้ทีหลังแล้วต้องมานั่งเสียใจและแตกสลายด้วยความจริงที่ว่าพวกนางถูกคนทั้งครอบครัวทอดทิ้ง“หยุดร้องไห้เสียเถิด ตอนนี้ไม่มีใครสามารถช่วยเหลือพวกเราได้แล้ว ทุกอย่างมันเป็นเพียงเรื่องของการเมืองเท่านั้น พวกเราก็เป็นแค่เพียงตัวหมากเล็กๆ ของพวกเขา จากนี้ไปก็จงพยายามปรับตัวให้ได้ เผื่อว่าวันหน้าต้องอยู่ในช่วงชีวิตที่ลำบากจะได้ไม่ต้องมานั่งนึกเสียใจทีหลัง”หยวนชิงหลิงเอ่ยปลอบพวกนางเสียงอ่อนโยน นางเพียงหวังว่าสตรีเหล่านี้จะเข้มแข็งขึ้นในไม่ช้า และยืนได้ด้วยขาของตนเองทุกคำพูดของนางกระทบจิตใจของใครหลายคน รวมถึงบุรุษที่ยืนอยู่ด้านหลังต้นไม้ที่ใช้กางกระโจม เขามองใบหน้าเล็กที่มีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นมาที่หน้าผากเพราะความร้อนของกองไฟที่นางใช้ทำอาหาร เขาอยากจะเอื้อมมือไปเช็ดให้นางแต่แล้วก็ต้องหยุดการกระทำของตนเอาไว้“คิดบ้าอันใดของข้าอยู่กันแน่ นางก็เป็นแค่เพียงตัวยุ่งเท่านั้น เลิกสนใจนางไปเสีย”เซี่ยวหวายอีรีบเดินออกไปจากตร

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ความจริงที่แสนเจ็บปวด

    เอ่ยจบนางก็ลงจากรถม้าตามมาด้วยจ้าวหงอิง สตรีทั้งสองเดินย้อนกลับไปที่รถม้าคันเล็กที่นางนั่งโดยสารมา ด้านในมีสตรีสามคนและหนึ่งในนั้นคือหลี่อันหรง“เจ้ามาทำอันใดที่นี่”หลี่อันหรงตกใจมากที่เห็นหยวนชิงหลิง นางยังจำความเจ็บปวดที่หยวนชิงหลิงตบนางได้ หลี่อันหรงเผลอยกมือขึ้นกุมที่ใบหน้าของตนอย่างลืมตัว“ข้าจะมาทำอันใดที่นี่ก็หาใช่ธุระกงการของเจ้า หลบไปหรืออยากจะโดนเหมือนครั้งก่อน”หยวนชิงหลิงยกมือขึ้นทำท่าจะตี หลี่อันหรงและสตรีอีกสองนางรีบวิ่งลงจากรถม้าราวกับผึ้งแตกรัง นางหันไปพยักหน้าให้จ้าวหงอิงเข้าไปเก็บของที่นางนำติดตัวมาทั้งหมด เมื่อเสร็จแล้วพวกนางก็เดินจากไป โดยที่ไม่สนใจสายตาที่มองมาอย่างจะกินเลือดกินเนื้อของหลี่อันหรง“อันธพาลหยวนชิงหลิง!! ฝากไว้ก่อนเถอะถึงแคว้นเซี่ยเมื่อใดข้าจัดการเจ้าแน่”หยวนชิงหลิงพาจ้าวหงอิงกลับมาที่รถม้าของนางอีกครั้งหลังจากเก็บข้าวของเรียบร้อยแล้ว อาเฟยก็มาตามนางไปทำอาหาร“ท่านหญิงลู่จิว องครักษ์จับปลามาแล้วขอรับ”หยวนชิงหลิงก้าวลงมาจากรถม้า“ข้าบอกแล้วว่าให้เรียกชื่อข้าตามสบาย ช่างเถอะ ปลาเล่าอยู่ไหน”ข้าจะกล้าเอ่ยนามของท่านออกมาตรงๆ ได้อย่างไร เพียงแค่ข้าอยู่

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   เจ้าคือเขา

    จ้าวหงอิงถึงกับน้ำตาคลอ ก่อนหน้านี้นางนั่งรถม้าคันเดียวกับหลี่อันหรง วันไหนที่มีอาหารที่ดีหน่อยนางก็จะยึดเอาไว้เป็นของตนเอง ในรถม้าที่ต้องนั่งสี่คนเวลานอนหลี่อันหรงก็จะแบ่งพื้นที่ไปเสียครึ่ง อีกสามคนต้องนั่งเบียดกันหลับ ตั้งแต่ออกจากเมืองหลวงมีเพียงเมื่อคืนเท่านั้นที่นางนอนหลับได้สนิทหยวนชิงหลิงมองนางด้วยสายตาไม่เข้าใจ แค่ผัดผักใส่ไข่เจ้าถึงกับร้องไห้เลยหรือ เห็นทีก่อนหน้านี้เจ้าคงจะลำบากจริงๆ หยวนชิงหลิงเอ่ยปลอบนางสองสามคำ ก่อนที่สตรีทั้งสองจะทานอาหารของตน“ยาของข้าเล่า”หยวนชิงหลิงเดินมาหาอาเฟยที่กำลังเคี่ยวยาอยู่“เสร็จแล้วขอรับ”หยวนชิงหลิงขมวดคิ้วก่อนที่จะบีบจมูกแล้วดื่มยาลงไปจนหมดชาม นางเป็นคนที่เกลียดการดื่มยามาก แต่หนทางไปยังแคว้นเซี่ยยังอีกยาวไกล จะปล่อยให้ตนเองป่วยจนเป็นภาระของผู้อื่นมิได้“ตอนเที่ยงข้าอยากกินปลาย่าง ถึงอย่างไรวันนี้ก็หยุดพักที่นี่หนึ่งวัน เราไปจับปลากันดีกว่า”นางเอ่ยชวนอาเฟยและพ่อครัวที่อยู่ตรงนั้นอีกสองสามคน สายตาคมกริบของใครคนหนึ่งที่นั่งอยู่ในกระโจมแบบเปิด กำลังมองมาที่ร่างบาง เมื่อคืนเกือบตายยังไม่รู้จักเข็ดหลาบ วันนี้กลับไปรนหาที่อีกแล้ว นางช่างเป็นส

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   เก็บเอาไว้เป็นความลับ

    องครักษ์ร่างสูงนามเข่อซิง ที่ยืนอยู่ด้านนอกเพื่อรอรับคำสั่ง เดินจากไปและไม่นานเขาก็กลับมาพร้อมสตรีใบหน้างดงามนางหนึ่ง ท่าทางของนางแลดูมึนงงเพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่นางก็ทำตามคำสั่งขององครักษ์ผู้นั้นแต่โดยดีโดยมิได้ปริปากถาม“จงเก็บเรื่องที่เจ้าเห็นในคืนนี้เอาไว้เป็นความลับ หากข้าได้ยินว่ามีผู้ใดเอ่ยถึงเรื่องนี้ ข้าจะฝังเจ้าเอาไว้กลางป่า”เซี่ยหวายอีหรือจิ้นอ๋องที่ปลอมตัวเป็นองครักษ์คุ้มกันขบวนราชทูต ข่มขู่จ้าวหงอิงก่อนที่เขาจะลงจากรถม้าไป จ้าวหงอิงที่นั่งตัวลีบอยู่ในมุมหนึ่งของรถม้าถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนที่จะช่วยเปลี่ยนชุดที่เปียกชื้นออกจากร่างของหยวนชิงหลิง“ท่านไปทำอันใดมากันแน่ท่านหญิงลู่จิว”จ้าวหงอิงมองใบหน้างามที่กำลังหลับสนิทก่อนจะเอ่ยขึ้นเบาๆ นางส่ายหน้าให้กับความอยากรู้อยากเห็นของตนเอง“เฮ่อ!!!อย่ารู้เลยจะดีกว่า ไม่อย่างนั้นได้อายุสั้นแน่ๆ ท่านหญิงท่านเองก็คงจะลำบากไม่น้อยเช่นกันสินะ ข้ายังหวังว่าสักวันพวกเราจะได้กลับไปพบหน้าครอบครัวที่แคว้นฉินอีกครั้ง”จ้าวหงอิงมองสำรวจภายในรถม้าที่หยวนชิงหลิงโดยสารมา รถม้าของนางที่ได้รับสิทธิ์นั่งมาคนเดียวช่างกว้างขวาง ภายในก็ถูกบุนวมเ

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ความรู้สึกที่แสนคุ้นเคย

    นางเอ่ยออกมาอย่างจริงใจ ก่อนที่จะนั่งรับทานอาหารพร้อมกับพ่อครัวเหล่านั้นโดยที่ไม่ถือตัวเลยสักนิด“เหอะ!!เสแสร้ง”หลี่อันหรงบิดปากพูดอย่างไม่พอใจ ก่อนที่จะโยนชามอาหารลงไปข้างๆ หยวนชิงหลิง เหล่าพ่อครัวและองครักษ์ต่างก็มองการกระทำของนางเป็นตาเดียว หยวนชิงหลิงลุกขึ้นยืนช้าๆ ชายชุดของนางเปียกชุ่มไปด้วยน้ำแกง“ข้าไม่รู้ว่าเจ้าไม่พอใจสิ่งใดในตัวข้า ถึงได้แสดงกิริยาไร้มารยาทเช่นนี้ออกมา เมื่อก่อนเจ้าอาจจะเคยเป็นบุตรสาวของขุนนางใหญ่ในแคว้นฉิน เคยอยู่เหนือผู้คนมากมาย หลายคนต้องคอยเอาใจและรองรับโทสะของเจ้า แต่ข้าหาใช่บ่าวไพร่ของเจ้า”นางตบใบหน้าของหลี่อันหรงสองครั้งติดกัน ทำเอาทุกคนถึงกับอึ้ง แม่นางผู้นี้มือไวจริงๆ เพียงทำชุดของนางสกปรกเท่านั้นนางก็ลงไม้ลงมือเสียแล้ว“เจ้า!!”“หุบปาก!!! และจงอยู่ให้ห่างข้าเอาไว้ หากเจ้ายังอยากใช้ปากนั่นทานอาหารอยู่”หยวนชิงหลิงมองหลี่อันหรงด้วยสายตาเอาจริง หลี่อันหรงทำสิ่งใดไม่ได้ นางทำได้เพียงรีบวิ่งกลับไปที่รถม้าของตน หยวนชิงหลิงก้มลงหยิบชามที่หลี่อันหรงโยนใส่นาง ก่อนที่จะนำมันไปล้าง“อาหารที่นางไม่ชอบกิน แต่สำหรับชาวบ้านธรรมดามันคืออาหารที่พวกเขาต่อให้ฝันถึงก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status