Masukราตรีกาลดึกสงัด...ลมเหมันตฤดูหวีดหวิวหอบเอาความหนาวเหน็บพัดผ่านหลังคาตำหนักหลวงและกำแพงศิลาสีชาดอย่างบ้าคลั่ง ภายใต้ผืนฟ้าที่มืดมิดไร้แสงดาว เสียงฝีเท้าของกองกำลังทหารม้าเร็วควบตะบึงฝ่าความมืดตรงดิ่งสู่จวนพำนักส่วนตัวของ ‘องค์ชายรอง จูอวี่เฉิน’ อย่างเร่งรีบ ทันทีที่สายข่าวข้าหลวงคนสนิทของ ‘เหลยจวิน’ นำข่าวลับรายงานด่วนเข้ามาแจ้งเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวอันน่าตระหนกกลางดึก นัยน์ตาเรียวยาวดุจพญาหงส์ขององค์ชายรองก็เบิกกว้างขึ้นทันทีด้วยเพลิงโทสะ พระองค์ทรงสะบัดจอกสุรานารีแดงในพระหัตถ์ทิ้งลงบนพื้นอิฐจนแตกกระจายกลายเป็นเศษเล็กเศษน้อยเสียงดังสนั่น ของเหลวสีแดงฉานสาดกระจายประดุจสายโลหิต
“เสด็จพี่แอบส่งเทียบเชิญลับระดมเสนาบดีเปิดประชุมสภาขุนนางด่วนกลางดึกงั้นหรือ?!”
จูอวี่เฉินแผดเสียงตวาดลั่นจนเหล่านางโลมรอบกายสะดุ้งตัวโยน ใบหน้าหล่อเหลาราวภาพวาดบัดนี้บิดเบี้ยวเขียวคล้ำด้วยความโกรธจัดและเดือดดาลขีดสุด
“พวกมันคิดจะออกราชโองการอุ้มชูแผ่นดิน สถาปนาอำนาจและผลักดันตนเองขึ้นสำเร็จราชการตัดหน้าแผนการของเสด็จแม่! ช่างบังอาจนัก! เหลยจวิน! สั่งระดมพลกองกำลังข้าราชสำนักและทหารฝั่งพวกเราทั้งหมดที่ซ่อนตัวอยู่บัดนี้ บุกไปพังท้องพระโรงใหญ่และขัดขวางยับยั้งการประชุมคืนนี้ให้จงได้! ข้าจะไม่มีวันยอมให้จูเซวียนหรงได้ก้าวขึ้นสู่เก้าอี้เกียรติยศและนั่งบัลลังก์มังกรเด็ดขาด!”
“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ! กระหม่อมจะนำกำลังฝ่าไปเดี๋ยวนี้!”
เหลยจวินคุกเข่าน้อมรับคำสั่ง แววตาเงียบขรึมซ่อนเร้นปมแผนร้ายบางอย่างที่ยากจะหยั่งถึง
.
.
ในเวลาเดียวกัน...อีกด้านหนึ่ง
ณ พระตำหนักบรรทมกวางหมิงของโอรสสวรรค์
เสียงโลหะเชือดเฉือนระคนเสียงตวาดลั่นและเสียงร่ำไห้โหยหวนดังระเบิดขึ้นอย่างกะทันหัน ทันทีที่ ‘องค์รักษ์เจี้ยน’ และ ‘องค์รักษ์หมิงอวี่’ นำกองกำลังองครักษ์พิเศษเกราะดำฝีมือฉกาจที่สุด บุกจู่โจมข้ามกำแพงเข้ายึดพื้นที่รอบพระตำหนักบรรทมตามแผนการ "ตัดไฟตั้งแต่ต้นลม" ที่หลุดออกมาจากสมองล้ำอนาคตของมัสยาทันที ขันทีทรราชและนางกำนัลที่เป็นสายลับคอยส่งข่าวให้ฮองเฮาพยายามจะวิ่งแตกตื่นออกไปส่งสัญญาณภายนอก ทว่ากลับโดนคมดาบอันว่องไวของเจี้ยนตวัดฟาดฟันจนล้มคว่ำจมกองเลือดสาดกระจายไปทั่วธรณีประตู
“บุกเข้าไป! ล้อมพระตำหนักฝ่าบาทไว้ให้แน่นหนาขั้นสุดยอดอย่าให้มีรอยรั่ว!”
เจี้ยนตวาดลั่นชักดาบกวัดแกว่งไกวออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ
“ประกาศอาญาสิทธิ์เด็ดขาดขององค์รัชทายาท! นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ห้ามมิให้ข้ารับใช้ ขันที หรือแม้กระทั่งองค์ฮองเฮาก้าวเข้าใกล้เขตพระตำหนักบรรทมของฮ่องเต้ได้โดยเด็ดขาด! ใครฝ่าฝืนคำสั่งข้อห้ามนี้ คมดาบองค์รักษ์เกราะดำจะบั่นหัวมันทิ้งทันทีโดยไม่มีการละเว้น!”
“พวกเจ้ากล้าดีเยี่ยงไรถึงนำกำลังมาก่อกบฏที่ตำหนักฮ่องเต้! ทหารรักษาพระองค์บุกเข้าไปจับพวกมัน!”
นายทหารข้าหลวงฝั่งฮองเฮาพยายามนำกำลังคนบุกเข้ามาปะทะเพื่อแย่งชิงพื้นที่ ทว่ากลับโดนหมิงอวี่ทะยานกายหลบเร้นดุจเงาพราย ใช้กระบี่สั้นแทงทะลุตัดขั้วหัวใจจนสิ้นใจล้มลงไปกองกับพื้นสิ้นชีพทันที...
การปะทะกันทางทหารและกลยุทธ์เป็นไปอย่างดุเดือดและตึงเครียด ทว่าด้วยแผนการอันรัดกุม แม่นยำ และคาดการณ์ล่วงหน้าดั่งเทพพยากรณ์ที่มัสยาวางไว้ให้ กองกำลังองค์รักษ์เกราะดำจึงสามารถยึดครองสิทธิ์เด็ดขาดและควบคุมพื้นที่อารักขาองค์ฮ่องเต้ไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบร้อยส่วนในเวลาอันรวดเร็ว!
ขณะเดียวกัน...
ทางฝั่งของจูอวี่เฉินที่นำกองกำลังทหารเสริมบุกมาหมายจะขัดขวางล้มกระดานการประชุมขุนนางกลางดึก ทันทีที่พระองค์ควบม้ามาถึงหน้าประตูท้องพระโรงใหญ่ กลับต้องพบกับภาพอันน่าเจ็บใจ ขบวนทหารเสนาบดีตงฉิน นำโดยเสนาบดีหวังได้ร่วมกันลงนามและประกาศราชโองการสถาปนาแต่งตั้งแต่งตั้งองค์รัชทายาทขึ้นสำเร็จราชการแผ่นดินเสร็จสิ้นลุล่วงไปเรียบร้อยแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น...ยอดฝีมือองค์รักษ์เกราะดำนับร้อยนายต่างยืนตั้งโล่เหล็กกล้าสลักลายมังกรขวางกั้นประตูหนาแน่นราวกับกำแพงศิลาเหล็ก จูอวี่เฉินกำบังเหียนแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน นัยน์ตาพญาหงส์สั่นระรัว ขบฟันกรอดด้วยความคลั่งแค้นและเจ็บใจอย่างถึงที่สุดเมื่อพบว่าตนเองขัดขวางและสู้แผนซ้อนกลนี้ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย แผนการช่วงชิงอำนาจผลัดแผ่นดินของเสด็จแม่และเสนาบดีเว่ยพังทลายลงต่อหน้าต่อตาราตรีนี้!
“เสด็จพี่...ท่านช่างเตรียมการได้ไร้รอยต่อดั่งตาเห็นยิ่งนัก! ข้าประเมินท่านต่ำไปจริงๆ”
จูอวี่เฉินแค่นเสียงเหี้ยม แววตาดุดันฉายประกายอาฆาต ก่อนจะสะบัดบังเหียนสั่งถอยทัพ
“เหลยจวิน! ถอยกำลังกลับจวนบัดนี้! อยู่ไปก็มีแต่จะเสียเปรียบ!”
.
.
เมื่อกลับมาถึงจวนพำนักส่วนตัว องค์ชายรองจูอวี่เฉินเดินวนเวียนกลับไปกลับมาอยู่กลางห้องโถงด้วยเพลิงโทสะและอารมณ์ริษยาที่ยังคงแผดเผาพระทัยจนร้อนรุ่ม ทว่าสมองอันเจ้าเล่ห์และปัญญาอันหลักแหลมของเขาเริ่มคิดและประมวลผลถึงความผิดปกติอันใหญ่หลวงของแผนการรับมือครั้งนี้
“เหลยจวิน...แผนการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ทั้งบุกล้อมตำหนักเสด็จพ่อและระดมขุนนางเปิดสภาด่วนกลางดึกเยี่ยงนี้ เสด็จพี่รองผู้สุขุมเยือกเย็นไม่มีทางคิดอ่านและขยับหมากได้รวดเร็ว แม่นยำ และรัดกุมล่วงหน้าปานนี้แน่”
จูอวี่เฉินหรี่ตาลง นัยน์ตาฉายประกายความร้ายกาจระคนสงสัย
“สายข่าวเงาของเจ้ารายงานความจริงว่าอย่างไร...สตรีประหลาดนางนั้น เสิ่นเมี่ยวหลิง นางมีส่วนรู้เห็นและคิดอ่านแผนการนี้ใช่หรือไม่? บอกข้ามา!”
เหลยจวินขยับก้าวเท้าจากเงามืด ทรุดกายก้มหัวกราบทูลด้วยเสียงกระซิบเคร่งขรึม
“พ่ะย่ะค่ะองค์ชายรอง...สายข่าวสืบแน่ชัดแล้วว่า แผนการตลบหลังและกลยุทธ์กู้บัลลังก์ทั้งหมดในคืนนี้ ล้วนหลุดออกมาจากปากของแม่นางเสิ่นผู้นั้นทั้งสิ้น นางเป็นผู้ชี้แนะแผนการทหารและกลเกมการเมืองในวังให้แก่องค์รัชทายาทด้วยตนเองพ่ะย่ะค่ะ”
“ฮ่าๆๆ! เยี่ยมยอด! ช่างเป็นสตรีล่มเมืองที่เปี่ยมไปด้วยปัญญาเลิศล้ำลึกซึ้งแท้!”
จูอวี่เฉินหลุดหัวเราะลั่นออกมาทันที ดวงตาเรียวยาวเต็มไปด้วยความคลั่งรัก หลงใหล และความทะเยอทะยานอันบ้าคลั่งที่ปะทุขึ้นในอก
“หากข้าได้หมากตัวสำคัญที่มีสมองอนาคตและปัญญาสูงส่งเยี่ยงนางมาไว้ในอุ้งมือ...ทุกอย่างในแผ่นดินนี้ก็จะจบสิ้นลงตามใจข้า! เสด็จพี่จะไร้สิ้นมันสมองคอยนำทาง และปัญญาอันเฉียบแหลมของนางจะกลายเป็นอาวุธชิ้นสำคัญที่สุดในการช่วยข้าหักโค่นราชบัลลังก์แย่งชิงอำนาจกลับมา! เหลยจวิน! เริ่มแผนการบัดนี้ อาศัยจังหวะยามวิกาลที่ผู้คนในวังหลวงกำลังโกลาหลระส่ำระสายจากศึกปะทะ เจ้าจงนำกองกำลังยอดฝีมือแฝงตัวเข้ายึดตำหนักลับ...แล้วฉกตัวแม่นางเสิ่นในตอนที่นางกำลังนอนหลับหลบหนีออกมานอกวังให้จงได้! ห้ามพลาดเด็ดขาด!”
“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะนำตัวนางมาถวายพระองค์ให้ได้!” เหลยจวินรับคำสั่งก่อนจะอันตรธานหายไปในราตรี
.
.
ยามราตรีกาลดึกสงัด...
แสงเทียนริบหรี่ภายในห้องพักส่วนตัวของเสิ่นเมี่ยวหลิงดับมืดลงไปแล้ว ลมหนาวพัดโบกสะบัดกล่อมให้บรรยากาศวังเวง มัสยาที่เนื้อตัวร้าวระบมและเหนื่อยล้าจากการใช้สมองวางกลเกมการเมืองนอนหลับสนิทดิ่งลึกอยู่ในนิทราอารมณ์ ร่างกายอันบอบบางซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มไหมผืนหนาอย่างปลอดภัย โดยที่ไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าภัยร้ายครั้งใหม่กำลังคืบคลานเข้ามาประชิดเตียงนอน
ฟึ่บ...ซ่า...
เงาร่างลึกลับในชุดดำของเหลยจวินและกลุ่มยอดฝีมือฝั่งองค์ชายรอง แฝงกายหลบเร้นตัดผ่านสายตาทหารยามที่กำลังอ่อนล้า บุกรุกเข้ามาทางบานหน้าต่างไม้ฉลุอย่างเงียบเชียบและไร้เสียงราวกับภูตผี เหลยจวินไม่รอช้า ขยับเท้าแผ่วเบาเข้าประชิดข้างเตียงนอนทันที และนำผ้าเนื้อดีที่ชุบยาสลบสูตรแรงรมควันเข้มข้นเข้าประกบปิดจมูกและริมฝีปากอวบอิ่มของนางอย่างรวดเร็วแม่นยำ!
“อื้อ...”
มัสยาครางแผ่วเบาในความฝัน พยายามขยับร่างประท้วง ทว่าเพียงเสี้ยวอึดใจ ฤทธิ์ยาสลบอันรุนแรงก็ส่งผลให้สติอันน้อยนิดของเธอต้องดิ่งวูบจมลึกสู่ความมืดมิดสิ้นสติสมบูรณ์แบบไปในทันที
“ได้ตัวนางแล้ว...รีบคลุมผ้านางและพาร่างนางออกไปทางประตูลับท้ายอุทยานหลวงบัดนี้! อย่าให้คนของรัชทายาทจับพิรุธได้!”
เหลยจวินสั่งการเสียงกระซิบเฉียบขาด ยอดฝีมือรีบช้อนอุ้มเรือนร่างระหงบอบบางของแม่นางเสิ่นขึ้นแนบอก แฝงตัวลัดเลาะฝ่าความมืดและความโกลาหล ฉกตัวลักพานางออกไปนอกวังหลวง มุ่งตรงสู่กรงขังและตำหนักอัปสรแห่งใหม่ขององค์ชายรองในทันทีอย่างไร้ร่องรอย!
.................................
กดหัวใจ คอมเมนท์ = หนึ่งกำลังใจนะคะ ฝากกดติดตาม เพิ่มเข้าชั้น และรับแจ้งเตือนตอนใหม่ เรื่องใหม่ค่ะ ทรายแมว : เขียน
จูอวี่เฉินเบี่ยงพระพักตร์หลบหมอนที่ปลิวลิ่วเข้ามาปะทะได้อย่างหวุดหวิด รอยยิ้มละมุนละไมบนใบหน้าหล่อเหลาแปรเปลี่ยนเป็นความราบเรียบเย็นชา แววตาพญาหงส์หรี่เล็กลงจนดูน่ากลัวประดุจสัตว์ป่าที่กำลังมองดูเหยื่อตัวน้อยในกรงขัง พระองค์ขยับกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ทอดสายตาต่ำมองสตรีบนเตียงตั่งที่ยังคงถลึงตาใส่เขาอย่างไม่ลดละ“กัดลิ้นฆ่าตัวตายงั้นหรือ? แม่นางเสิ่น...เจ้าช่างวาจาโอหังนัก” จูอวี่เฉินแค่นเสียงทุ้มต่ำเชือดเฉือน“เจ้าคิดว่าความตายจะช่วยให้เจ้าหลุดพ้นไปจากเงื้อมมือของข้าได้จริงหรือ? ในแผ่นดินต้าหมิงนี้ หากข้าปรารถนาจะครอบครองสิ่งใด ต่อให้วิญญาณของเจ้าหลุดลอยสู่ปรโลก ข้าก็จะสั่งให้สัปเหร่อขุดเอาร่างของเจ้าขึ้นมาฝังไว้เคียงข้างกายนอนของข้าอยู่ดี! อีกทั้งตระกูลเสิ่นของเจ้า...ข้าเพียงแค่สั่งการคำเดียว คมดาบของทหารในสังกัดเสนาบดีเว่ยย่อมบั่นหัวบิดาและพวกพ้องของเจ้าจนสิ้นตระกูลภายในราตรีเดียว! เจ้าจะยอมแลกชีวิตของคนเหล่านั้นกับความดื้อรั้นเลอะเลือนของเจ้าจริงหรือ?”มัสยาฟังคำขู่เหี้ยมเกรียมอันโหดร้ายสไตล์เผด็จการโบราณ หัวใจดวงน้อยก็กระตุกวาบ แอบกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง‘เออ...ไอ้หมอนี่มันร้
ความมืดสลัวและกลิ่นอายของเครื่องหอมรสเผ็ดร้อนแปลกจมูก ค่อยๆ ปลุกสติสัมปชัญญะอันพร่าเลือนของ ‘มัสยา’ ให้คืนกลับมาอย่างช้าๆ เปลือกตาอันหนักอึ้งขยับเปิดขึ้นทว่าภาพเบื้องหน้ากลับหมุนคว้าง อาการเวียนศีรษะจากฤทธิ์ยาสลบสูตรเข้มข้นของเหลยจวินยังคงหลงเหลืออยู่จนชวนให้คลื่นเหียน มัสยาขยับร่างและพบว่าตนเองกำลังนอนอยู่บนเตียงตั่งบุนวมขนาดยักษ์ ตกแต่งด้วยม่านมุ้งไหมสีแดงเพลิงฉูดฉาดงดงามประดุจกรงขังอันหรูหรา“ฟื้นแล้วหรือ...แม่นางเสิ่น ยอดดวงใจของข้า”สุรเสียงทุ้มหวานนุ่มนวลชวนเคลิบเคลิ้มดังขึ้นจากมุมห้อง มัสยาในร่างเสิ่นเมี่ยวหลิงสะดุ้งสุดตัว รีบหันขวับไปมองตามเสียงทันที ก่อนจะพบกับเงาร่างสูงโปร่งของ ‘องค์ชายรอง จูอวี่เฉิน’ ที่นั่งคลี่รอยยิ้มละมุนอ่อนหวานอยู่บนเก้าอี้โยกไม้ประดู่ นัยน์ตาเรียวยาวดุจพญาหงส์ของเขากำลังจ้องมองตรงมาที่มัสยาด้วยกระแสความคลั่งรัก หลงใหล และแรงปรารถนาอันแรงกล้าที่เปิดเผยอย่างชัดเจน“อุ้ย! องค์ชายรอง!”มัสยาอุทานลั่น ตาโตเท่าไข่ห่านพลางขยับถอยร่นไปจนชิดหัวเตียงด้วยความตกใจช็อกขีดสุด สมองอันชาญฉลาดเริ่มกวาดสายตามองรอบกาย ทั่วห้องไร้เงาของเสี่ยวหลานหรือองครักษ์เจี้ยน มีเพียงท
ราตรีกาลดึกสงัด...ลมเหมันตฤดูหวีดหวิวหอบเอาความหนาวเหน็บพัดผ่านหลังคาตำหนักหลวงและกำแพงศิลาสีชาดอย่างบ้าคลั่ง ภายใต้ผืนฟ้าที่มืดมิดไร้แสงดาว เสียงฝีเท้าของกองกำลังทหารม้าเร็วควบตะบึงฝ่าความมืดตรงดิ่งสู่จวนพำนักส่วนตัวของ ‘องค์ชายรอง จูอวี่เฉิน’ อย่างเร่งรีบ ทันทีที่สายข่าวข้าหลวงคนสนิทของ ‘เหลยจวิน’ นำข่าวลับรายงานด่วนเข้ามาแจ้งเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวอันน่าตระหนกกลางดึก นัยน์ตาเรียวยาวดุจพญาหงส์ขององค์ชายรองก็เบิกกว้างขึ้นทันทีด้วยเพลิงโทสะ พระองค์ทรงสะบัดจอกสุรานารีแดงในพระหัตถ์ทิ้งลงบนพื้นอิฐจนแตกกระจายกลายเป็นเศษเล็กเศษน้อยเสียงดังสนั่น ของเหลวสีแดงฉานสาดกระจายประดุจสายโลหิต“เสด็จพี่แอบส่งเทียบเชิญลับระดมเสนาบดีเปิดประชุมสภาขุนนางด่วนกลางดึกงั้นหรือ?!”จูอวี่เฉินแผดเสียงตวาดลั่นจนเหล่านางโลมรอบกายสะดุ้งตัวโยน ใบหน้าหล่อเหลาราวภาพวาดบัดนี้บิดเบี้ยวเขียวคล้ำด้วยความโกรธจัดและเดือดดาลขีดสุด“พวกมันคิดจะออกราชโองการอุ้มชูแผ่นดิน สถาปนาอำนาจและผลักดันตนเองขึ้นสำเร็จราชการตัดหน้าแผนการของเสด็จแม่! ช่างบังอาจนัก! เหลยจวิน! สั่งระดมพลกองกำลังข้าราชสำนักและทหารฝั่งพวกเราทั้งหมดที่ซ่อนตัวอยู่
ภายในห้องทรงอักษรของตำหนักลับที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงกระแสลมหนาวหวีดหวิวพัดลอดร่องบานหน้าต่างไม้ฉลุเข้ามากระทบเปลวเทียนจนไหววูบ แสงสีนวลทอดเงายาวทับถมความเคร่งขรึมหนักหน่วงของบรรยากาศ...‘จูเซวียนหรง’ ประทับนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะไม้จันทน์เทศตัวหนา ใบหน้าหล่อเหลาราวเทพบุตรบัดนี้มืดครึ้มหม่นคล้ำอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พระอุราหนาแน่นสะท้อนขึ้นลงตามจังหวะทอดถอนหายใจอันหนักหน่วง ความกระวนกระวายพระทัยและร่องรอยความรู้สึกผิดลึกซึ้งเกี่ยวกับการกระทำป่าเถื่อนในคืนพิษราคะยังคงตามหลอกหลอน บีบคั้นให้องค์รัชทายาทผู้เคยเยือกเย็นดุจน้ำแข็งต้องประทับนั่งไม่เป็นสุขมาตลอดทั้งวันทว่าความเงียบงันก็ถูกทำลายลงทันควัน เมื่อบานประตูห้องทรงอักษรถูกผลักเปิดออกอย่างเร่งรีบ พร้อมกับการปรากฏตัวของ ‘เสี่ยวหลาน’ สาวใช้คนสนิทที่ก้าวเข้ามาด้วยท่าทางลนลานตื่นตระหนก นางทรุดกายลงคุกเข่าและหมอบลงกับพื้นหินอ่อนเบื้องหน้าพระพักตร์ทันที มือบางประสานกันแน่น แววตาฉายประกายความตื่นเต้นระคนอัศจรรย์ใจล้นอก“ทูลองค์รัชทายาท! ข้าน้อยมีเรื่องสำคัญยิ่งยวดจะกราบทูลเพคะ” เสี่ยวหลานเอ่ยเสียงรัวเร็วระคนหอบหายใจ“เมื่อครู่ยามที่คุณหนูเสิ
เมฆทมิฬก้อนใหญ่เคลื่อนตัวเข้าบดบังแสงสุริยันยามบ่ายจนผืนฟ้าเหนือมหานครต้าหมิงมืดครึ้ม ลมหนาวหวีดหวิวหอบเอาไอเย็นเยือกพัดผ่านกำแพงศิลาสีแดงชาดของพระราชวังต้องห้าม สัญญาณแห่งกลียุคและการผลัดแผ่นดินกำลังคืบคลานเข้ามาพร้อมกับแผนการขั้นเด็ดขาดของฝั่งตำหนักคุนหนิง...ยามนี้ ‘ฮองเฮา’ และ ‘เสนาบดีเว่ย’ มิอาจนิ่งนอนใจได้อีกต่อไป หลังจากแผนการจัดฉากมลทินในงานเลี้ยงหลวงล้มเหลวเพราะความผิดพลาดของเว่ยลี่ฮวา พวกนางจึงตัดสินใจใช้ ‘โอสถพิษเร่งเร้าประสาท’ ขนานรุนแรงที่สุดกรอกใส่ปากโอรสสวรรค์ หวังส่งผลให้อาการพระประชวรทรุดหนักจนเกิดจริตฟั่นเฟือนถึงขีดสุด เพื่อบีบคั้นให้ทรงลงพระปรมาภิไธยในราชโองการสละราชบัลลังก์อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง“ไปตามตัวองค์ชายรองมาบัดนี้! บอกว่ากาลเวลาแห่งการเปลี่ยนแผ่นดินมาถึงแล้ว!”ฮองเฮาตวาดสั่งขันทีคนสนิทด้วยกระแสเสียงเฉียบขาด นัยน์ตาคู่งามฉายแววทะเยอทะยานอันบ้าคลั่งข้ารับใช้รับคำสั่งลนลาน ควบม้าเร็วออกจากวังตรงดิ่งไปยังหอนางโลมอันดับหนึ่งย่านท้ายตลาดหลวง ยามนั้น ‘องค์ชายรอง จูอวี่เฉิน’ กำลังประทับนั่งร่ำสุรานารีแดงท่ามกลางเหล่านางโลมโฉมสะคราญ ทว่าจิตใจกลับเหม่อลอยคิดคำนึงถึงแ
แสงอรุณยามสายสาดส่องผ่านผ้าม่านไหมเข้ามาภายในห้องบรรทมชั้นใน ทว่าความอบอุ่นของสุริยาไม่อาจดับไฟโทสะที่กำลังแผดเผาใจของ ‘จูเซวียนหรง’ ได้เลยสักนิด พญามังกรหนุ่มลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความเพลียจัด ทว่าทันทีที่พระหัตถ์กวาดไปพบเพียงความว่างเปล่าและเบาะที่นอนที่เย็นชืด นัยน์ตาคู่คมประดุจพญาเหยี่ยวก็เบิกกว้างขยับลุกขึ้นประทับนั่งทันที“เมี่ยวหลิง! เจ้าอยู่ไหน!”สุรเสียงทุ้มต่ำตวาดก้อง ทว่าไร้เสียงตอบรับ ร่องรอยคราบน้ำรักและหยาดโลหิตสีแดงชาดบนผ้าปูเตียงยังคงเด่นชัด ตอกย้ำถึงบทรักอันเร่าร้อนป่าเถื่อนที่เกิดขึ้นตลอดทั้งค่ำคืน ทว่าร่างระหงอวบอิ่มที่พระองค์กกกอดแนบเนื้อกลับอันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย...จูเซวียนหรงเดือดดาลโกรธจัดจนหน้าแดงก่ำ พระองค์รีบตวัดฉลองพระองค์คลุมทับเรือนร่างกำยำ ก้าวเท้าข้ามธรณีประตูออกไปด้านนอกด้วยกลิ่นอายสังหารอันรุนแรงจนทหารยามที่เฝ้าอยู่แทบไม่กล้าหายใจ..อีกด้านหนึ่งของตำหนัก... ภายในห้องพักส่วนตัวของเสิ่นเมี่ยวหลิง...มัสยาค่อยๆ ขยับเปลือกตาตื่นขึ้นมาอย่างเต็มตาเมื่อแสงแดดเริ่มสาดส่อง ทว่าทันทีที่สติสัมปชัญญะฟื้นคืนกลับมาสมบูรณ์ ภาพเหตุการณ์บทรักอันเร่าร้อนรุนแรงที่อ







