Home / รักโบราณ / ทะลุมิติป่วนองค์รัชทายาท / ตอนที่ 29 ตัวประกันในตำหนักอัปสร

Share

ตอนที่ 29 ตัวประกันในตำหนักอัปสร

last update publish date: 2026-10-23 13:39:37

ความมืดสลัวและกลิ่นอายของเครื่องหอมรสเผ็ดร้อนแปลกจมูก ค่อยๆ ปลุกสติสัมปชัญญะอันพร่าเลือนของ ‘มัสยา’ ให้คืนกลับมาอย่างช้าๆ เปลือกตาอันหนักอึ้งขยับเปิดขึ้นทว่าภาพเบื้องหน้ากลับหมุนคว้าง อาการเวียนศีรษะจากฤทธิ์ยาสลบสูตรเข้มข้นของเหลยจวินยังคงหลงเหลืออยู่จนชวนให้คลื่นเหียน มัสยาขยับร่างและพบว่าตนเองกำลังนอนอยู่บนเตียงตั่งบุนวมขนาดยักษ์ ตกแต่งด้วยม่านมุ้งไหมสีแดงเพลิงฉูดฉาดงดงามประดุจกรงขังอันหรูหรา

“ฟื้นแล้วหรือ...แม่นางเสิ่น ยอดดวงใจของข้า”

สุรเสียงทุ้มหวานนุ่มนวลชวนเคลิบเคลิ้มดังขึ้นจากมุมห้อง มัสยาในร่างเสิ่นเมี่ยวหลิงสะดุ้งสุดตัว รีบหันขวับไปมองตามเสียงทันที ก่อนจะพบกับเงาร่างสูงโปร่งของ ‘องค์ชายรอง จูอวี่เฉิน’ ที่นั่งคลี่รอยยิ้มละมุนอ่อนหวานอยู่บนเก้าอี้โยกไม้ประดู่ นัยน์ตาเรียวยาวดุจพญาหงส์ของเขากำลังจ้องมองตรงมาที่มัสยาด้วยกระแสความคลั่งรัก หลงใหล และแรงปรารถนาอันแรงกล้าที่เปิดเผยอย่างชัดเจน

“อุ้ย! องค์ชายรอง!”

มัสยาอุทานลั่น ตาโตเท่าไข่ห่านพลางขยับถอยร่นไปจนชิดหัวเตียงด้วยความตกใจช็อกขีดสุด สมองอันชาญฉลาดเริ่มกวาดสายตามองรอบกาย ทั่วห้องไร้เงาของเสี่ยวหลานหรือองครักษ์เจี้ยน มีเพียงทหารยามแปลกหน้าในชุดเกราะทมิฬยืนเฝ้าแน่นหนาภายนอกม่าน

“ที่นี่ที่ไหน? แล้วท่านทำไมต้องส่งคนไปลักพาตัวข้ามาจากเตียงนอนตอนหลับได้ยังไง! ไอ้พวกขโมย! พวกโจรบ้า!”

จูอวี่เฉินหลุดหัวเราะหึๆ ในลำคอ ท่วงท่าลุกขึ้นยืนแล้วก้าวเท้าเข้ามาหามัสยาอย่างช้าๆ ช่างดูสง่างามประดุจภาพวาด ทว่าแฝงความน่ากลัว

“แม่นางเสิ่นโปรดใช้วาจาเบาลงหน่อยเถิด ที่นี่คือ ‘ตำหนักอัปสร’ จวนลับส่วนตัวของข้าเอง...ข้าเพียงแค่ทนความคิดถึงและแรงเสน่หาในตัวเจ้ามิไหว จึงจำต้องใช้กลอุบายเชิญตัวเจ้ามาพำนักอยู่เคียงข้างข้าที่นี่ เจ้ามิใช่นักโทษ ทว่าคือยอดดวงใจที่ข้าอยากจะยกย่องอุ้มชู”

“เชิญตัวบ้านคุณดิ! โปะยาสลบจนฉันหัวหมุนติ้วราวกังหันต้องลมแบบนี้เค้าเรียก ‘ลักพาตัว’ ย่ะ!”

มัสยาแผดเสียงกรนด่ากราดอย่างไม่เกรงกลัวตำแหน่งฐานันดรขององค์ชายเลยสัดนิด

“ไอ้คนฉวยโอกาส จิตใจต่ำทรามสิ้นดี! หน้าตาก็หล่อเหลาโปรไฟล์ดีระดับดาราเซเลบ แต่ทำไมพฤติกรรมถึงได้เป็นมิจฉาชีพข้ามมิติแบบนี้ฮะ! ฉันทำมาค้าขายของฉันอยู่ดีๆ วางแผนฝายกั้นน้ำอยู่ดีๆ ท่านมาป่วนระบบการทำงานของฉันทำไม! ส่งฉันกลับตำหนักรัชทายาทเดี๋ยวนี้เลยนะ!”

“กลับไปหาเสด็จพี่งั้นหรือ?”

นัยน์ตาพญาหงส์ของจูอวี่เฉินพลันวูบไหวฉายประกายดุดันเหี้ยมเกรียมขึ้นมาเสี้ยวหนึ่ง ก่อนจะรีบปรับเปลี่ยนเป็นความอ่อนหวานนุ่มละมุน

“เจ้าจะกลับไปหาบุรุษไร้หัวใจเยี่ยงนั้นเพื่อประโยชน์ใดกัน เมี่ยวหลิง...จูเซวียนหรงเห็นเจ้าเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งบนกระดานการเมือง คอยกักขังและใช้ปัญญาอนาคตของเจ้าเพื่อคอยค้ำจุนเก้าอี้รัชทายาทของตนเองเท่านั้น ทว่าตัวข้า...ข้ามิได้ต้องการสมองหรือแผนการศึกสิ่งใดจากเจ้าเลย ข้าต้องการเพียงรูปโฉมงดงามล่มเมืองและดวงใจของเจ้าเท่านั้น เจ้าช่างพิเศษนัก...ข้าตกหลุมรักเจ้าตั้งแต่แรกสบตายามเปียกปอนกลางตลาดหลวงแล้ว”

“เชอะ! พูดจาบ้าบอ น้ำเน่ายิ่งกว่าละครหลังข่าวภาคค่ำซะอีก!” มัสยาเบ้ปากพ่นลมหายใจออกมาอย่างไม่เกรงกลัว

“คุณชายรองฟังฉันนะ ฉันไม่สนใจคำหวานจอมปลอมหน้ากากบุรุษของคุณหรอก ฉันมาจากโลกอนาคต ฉันไม่มีวันยอมตกเป็นเมียน้อยหรือชายารองของใครในยุคโบราณบ้าบอนี่เด็ดขาด! ปล่อยฉันออกไป!”

จูอวี่เฉินขยับเข้าประชิดขอบเตียง และนั่งลงใกล้กับเรือนร่างระหงอ้อนแอ้นของเด็กสาว แววตาของเขาเต็มไปด้วยความรักและคลั่งไคล้จนแทบจะควบคุมตนเองไม่อยู่ พระองค์ยื่นมือขาวนวลหมายจะเอื้อมไปสัมผัสนวลแก้มเนียนละเอียดอมชมพูของมัสยา ทว่าเธอกลับเบี่ยงหน้าหลบปัดมือเขาออกอย่างแรง

“อย่ามาแตะต้องเนื้อตัวฉันนะ! คุณมันโจรจอมขโมย!”

มัสยาถลึงตาใส่อย่างดุดัน

องค์ชายรองมิได้โกรธเคือง ทว่ากลับคลี่รอยยิ้มหวานลุ่มหลงยิ่งกว่าเดิม สุรเสียงทุ้มต่ำเอ่ยวาจาหวังบีบคั้นบังคับให้สาวงามยอมรับรัก

“แม่นางเสิ่น...เจ้าช่างดื้อรั้นแก่นแก้วจนข้าชื่นชอบยิ่งนัก ทว่าเจ้าจงมองดูรอบกายเจ้าให้ดีเถิด ยามนี้แผนการในวังหลังแปรเปลี่ยน เสด็จพี่ใหญ่ของเจ้ากำลังจะโดนเสด็จแม่กับเสนาบดีเว่ยรุกฆาตจนสิ้นชื่อ บัลลังก์มังกรแห่งต้าหมิงในอนาคตย่อมต้องตกเป็นของข้า จูอวี่เฉิน ผู้นี้อย่างแน่นอน! หากเจ้ายอมเปิดใจรับรักข้า ยอมตกลงเป็นพระชายาคู่ใจเคียงข้างข้า ข้าสัญญา...ข้าจะมอบเกียรติยศ ศักดิ์ศรี และความสุขสบายในยศถาบรรดาศักดิ์ที่สตรีทั้งแผ่นดินต้องอิจฉาให้แก่เจ้า ข้าจะรักและถนอมเจ้าเยี่ยงหยกงดงามล้ำค่าชิ้นเดียวในชีวิต...เจ้ามิปรารถนาสิ่งเหล่านี้หรือ?”

“ขอบอกคำเดียวสั้นๆ เลยนะคุณชายรอง...”

มัสยายืดอกพร้อมกับสบสายตาคมคายนั้นอย่างแน่วแน่เด็ดเดี่ยว

“ข้า-ไม่-เอา! ต่อให้ท่านเอาทองมากองเท่ากำแพงเมืองจีน หรือมอบตำแหน่งฮองเฮา ฮองบ้าบออะไรนั่นมาประเคนให้ ข้าก็ไม่มีวันรักคนนิสัยจอมขโมยเยี่ยงท่าน! สมองอนาคตของข้าน่ะ มีไว้เพื่อช่วยคนที่ข้าอยากช่วย...ซึ่งไม่ใช่คนชั่วช้าหนุนหลังขุนนางทรราชเยี่ยงพวกท่านแน่ๆ!”

“เมี่ยวหลิง...เจ้าช่างไร้เดียงสานัก!”

น้ำเสียงของจูอวี่เฉินเริ่มเข้มขึ้น แววตาแฝงความเหี้ยมเกรียมบีบคั้น

“ข้าเตือนเจ้าด้วยความหวังดี...ยามนี้เจ้าตกอยู่ในตำหนักอัปสรของข้าแล้ว ต่อให้เจ้าจะดื้อแพ่งปฏิเสธเยี่ยงไร เจ้าก็มิอาจหนีพ้นวงแขนนี้ไปได้ตลอดกาล ข้าจะกักตัวเจ้าไว้ที่นี่ ปรนเปรอเจ้าด้วยความรักทุกค่ำคืน...จนกว่าดวงใจดื้อรั้นของเจ้าจะยอมสยบราบคาบใต้แท่นนอนของข้า!”

“คิดจะเคลมฉันรึไงฮะ! ฝันไปเถอะไอ้องค์ชายบ้า!”

มัสยาคว้าหมอนปาใส่หน้าเขาเต็มแรง

“ถ้ายุ่งกับข้าแม้แต่ปลายก้อย ข้าจะกัดลิ้นฆ่าตัวตายและท่านก็จะไม่มีวันได้อย่างที่ท่านต้องการเลย คอยดูดิ!”

บทสนทนาโต้ตอบปะทะคารมท่ามกลางความตึงเครียดของกรงขังอันหรูหรา แผ่กลิ่นอายอันตรายแต่ก็แฝงเสน่หาอันลึกซึ้ง โดยที่จูอวี่เฉินทำได้เพียงกำหมัดแน่น สะกดกลั้นความต้องการที่จะรุกรานเอาไว้ลึกๆ แววตาคลั่งรักจ้องมองดรุณีแรกรุ่นผู้เฉลียวฉลาดปนดื้อรั้นอย่างไม่ยอมถอนสายตา สงครามชิงนางและกลเกมผลัดแผ่นดินบัดนี้ร้อนระอุยิ่งกว่ากองไฟยามเหมันตฤดู!

................................

ทรายแมว

กดหัวใจ คอมเมนท์ = หนึ่งกำลังใจนะคะ ฝากกดติดตาม เพิ่มเข้าชั้น และรับแจ้งเตือนตอนใหม่ เรื่องใหม่ค่ะ ทรายแมว : เขียน

| Like
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติป่วนองค์รัชทายาท   ตอนที่ 42 ฟ้าหลังฝนแห่งมหากาพย์ต้าหมิง

    แสงอรุณวันใหม่สาดส่องขับไล่เมฆทมิฬและพายุฝนโปรยปรายที่เคยปกคลุมเหนือผืนฟ้าพระราชวังหลวงต้องห้ามให้มลายหายสิ้นไปจนหมด เสียงสะท้อนของคมดาบและเสียงร่ำไห้โหยหวนของข้าหลวงทรราชสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ ภายใต้การนำทัพขององครักษ์เงาพยัคฆ์ทมิฬจากแดนเหนือบวกรวมกับความเฉียบขาดของกองกำลังองค์รักษ์เกราะดำ..ที่ลานกว้างหน้าท้องพระโรงใหญ่... ‘เสนาบดีเว่ย’ และ ‘ฮองเฮา’ ในชุดไหมหรูหราที่บัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นและคราบโลหิต ถูกควบคุมตัวพันธนาการด้วยโซ่ตรวนเหล็กเส้นหนาเพื่อนำตัวไปรับโทษทัณฑ์สูงสุดตามกฎมณเฑียรบาลในข้อหากบฏลอบปลงพระชนม์โอรสสวรรค์ แววตาอันละโมบโลภมากของทั้งสองดับมอดลง เหลือเพียงความสิ้นหวังลนลานยามเมื่อก้าวเท้ามุ่งตรงสู่ลานประหาร..ในเวลาเดียวกัน...ณ พระตำหนักกวางหมิง...ฮ่องเต้องค์เก่าผู้ประชวรเรื้อรังมานานปี ทรงได้สติคืนกลับมาเป็นเวลาสั้นๆ ราวปาฏิหาริย์จากโอสถระงับพิษของท่านอาจารย์หลี่ นัยน์ตาชราอันฝ้าฟางกวาดมอง ‘จูเซวียนหรง’ บุตรชายสายเลือดมังกรแท้จริงเพียงคนเดียวที่ทรุดกายคุกเข่าอยู่ข้างแท่นบรรทม ฝ่าพระหัตถ์อันสั่นเทาเอื้อมไปประทับลงบนบ่าแกร่งของรัชทายาทหนุ่มที่กำลังจะถูกสถาปณา

  • ทะลุมิติป่วนองค์รัชทายาท   ตอนที่ 41 กบฏวังหลวง และ ความลับใต้หน้ากาก

    เสียงฝีเท้าย่ำหนักและเสียงเสื้อเกราะเหล็กกระทบกันดังกังวานกระหึ่มมาจากภายนอกท้องพระโรง บานประตูศิลาขนาดยักษ์ถูกพังทลายออกอย่างรุนแรงตามแผนสำรองของขุนนางทรราช‘องค์ชายรอง จูอวี่เฉิน’ ควบม้าศึกสีนิลทะยานนำกองทัพทหารรักษาพระองค์ส่วนที่เหลือบุกเข้ามากลางสภาไต่สวน ทหารข้าหลวงชักดาบกวัดแกว่งไกวส่งเสียงกู่ร้องก้องลานพิธีเพื่อเตรียมฆ่าล้างบางและโยนความผิดกบฏปลงพระชนม์ให้แก่รัชทายาท“เสด็จพี่! แผนการลวงมังกรสลับฉากของท่านสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้แล้ว!”จูอวี่เฉินตวาดลั่น นัยน์ตาพญาหงส์ลุกโชนด้วยเพลิงริษยาและโทสะหมายมั่นจะเด็ดหัวพี่ชาย“ยามนี้ข้านำกองกำลังมาปราบกบฏชั่วช้าที่บังอาจวางยาพิษเสด็จพ่อและข่มขู่เสด็จแม่! ทหาร! ล้อมท้องพระโรงไว้จับกุมคนฝ่ายรัชทายาทให้หมด!”ฮองเฮาและเสนาบดีเว่ยคลี่รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมสะใจล้นอกเมื่อเห็นชัยชนะอยู่แค่เอื้อม...ทว่า...โชคชะตามิได้เข้าข้างคนชั่วช้าเสมอไป!ปัง! ปัง! ปัง!ก่อนที่กำลังพลของจูอวี่เฉินจะทันได้รุกฆาตล้อมโถงพิธี ประตูทางเข้าทุกทิศทางและหน้าต่างรอบท้องพระโรงใหญ่กลับถูกปิดกระแทกลงอย่างรัดกุมพร้อมกัน พร้อมกับการปรากฏตัวของกองกำลัง ‘หน่วยองครักษ์เงาดำพยัคฆ์

  • ทะลุมิติป่วนองค์รัชทายาท   ตอนที่ 40 ศึกสายเลือดในวังหลวง & เปิดฉากเกมส์ลวง

    เสียงกลองสัญญาณยามสามดังก้องกังวานสะท้อนฝ่าม่านหมอกเหมันตฤดูอันเหน็บหนาว บานประตูวังหลวงเหล็กกล้าขนาดยักษ์ค่อยๆ เปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของ ‘จูเซวียนหรง’ องค์รัชทายาทหนุ่มผู้มีพระพักตร์หล่อเหลาราวเทพบุตร ทว่าบัดนี้กลับนิ่งขรึมและฉายประกายเด็ดเดี่ยวเด็ดขาด...พระองค์ยอมให้ทหารรักษาพระองค์ฝ่ายองค์ฮองเฮาเข้าล้อมรอบและพันธนาการพระวรกายอันกำยำแข็งแกร่งด้วยโซ่ตรวนเหล็กเส้นหนา ท่วงท่าก้าวเดินส้นเท้ากระทบพื้นหินอ่อนดังก้องกังวานสะท้อนทั่วท้องพระโรง ซึ่งพระองค์ยอมทำตามเกมกลลวงมังกรสลับฉากที่สตรีนางในดวงใจได้วางไว้ล่วงหน้าอย่างไร้ความเกรงกลัวใดๆทันทีที่องค์รัชทายาทก้าวเข้าสู่ท้องพระโรงใหญ่กวางหมิง เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของเหล่าขุนนางนับร้อยก็ดังเซ็งแซ่ ‘ฮองเฮา’ ที่ประทับอยู่บนแท่นบัลลังก์มังกร และ ‘เสนาบดีเว่ย’ ที่ยืนกุมเชิงอยู่ด้านข้าง ต่างพากันเหยียดยิ้มเหี้ยมเกรียมออกมาด้วยความลำพองใจล้นอกเมื่อเห็นเสือป่าบาดเจ็บตกอยู่ในหลุมพราง“จูเซวียนหรง! เจ้าคนอกตัญญูชั่วช้า!” ฮองเฮาแผดสุรเสียงตวาดลั่นชี้พระหัตถ์มาทางองค์รัชทายาท“เจ้าวางยาพิษปลงพระชนม์เสด็จพ่อของเจ้าจนประชวรปางตาย ทั้งยังริอ่านนำกองกำลั

  • ทะลุมิติป่วนองค์รัชทายาท   ตอนที่ 39 แผนลวงมังกรสลับฉาก และ ดวงใจในอ้อมกอด

    สายลมหนาวซัดสาดฝุ่นละอองกระจายไปทั่วหน้าประตูวังหลวงค่ายทหาร บรรยากาศยามราตรีกาลชวนให้สั่นสะท้าน ทว่าความเงียบสงัดก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงเกือกม้าศึกนับสิบตัวที่ควบตะบึงฝ่าม่านหมอกมาด้วยความเร็วสูง...ร่างสูงใหญ่กำยำของ ‘จูเซวียนหรง’ ประทับอยู่บนหลังม้าศึกสีทมิฬ นัยน์ตาคู่คมประดุจพญาเหยี่ยวฉายประกายกร้าวดุดันแกมกังวลพระทัย ทว่าในวินาทีที่แสงคบเพลิงส่องกระทบเงาร่างระหงของสองสตรีที่ควบม้าสวนทางมาตรงประตูค่าย...หัวใจขององค์รัชทายาทหนุ่มก็กระตุกวาบ!“เมี่ยวหลิง!...”สุรเสียงทุ้มต่ำอุทานลั่นด้วยความตื่นตะลึงระคนยินดีขีดสุด จูเซวียนหรงไม่รอช้าขยับกระชากบังเหียนม้าให้หยุดนิ่ง ก่อนจะเหวี่ยงวรกายลงจากหลังม้าอย่างดุดัน ทรงรีบพุ่งพรวดทะยานเข้าหาตัวสตรีอันเป็นที่รักทันทีที่นางกำลังจะลงจากหลังม้า วงแขนแกร่งดุจคีมเหล็กตวัดรวบกอดรัดตรึงเรือนร่างอวบอิ่มระหงของ ‘มัสยา’ เข้ามาแนบชิดกับแผงอกหนาของพระองค์ด้วยความคิดถึงคนึงหาและคลั่งรักหวงแหนจนสั่นสะท้านไปทั้งพระวรกายราวกับกลัวว่านางจะหายวับไปจากชีวิตอีกครา!“อุ้ย! ท่าน...องค์รัชทายาท ปะ-ปล่อยข้าก่อน! ข้าหายใจไม่ออกแล้ว!”มัสยาโวยวายอู้อี้พยายามทุบแผงอกรัชทา

  • ทะลุมิติป่วนองค์รัชทายาท   ตอนที่ 38 สายใยในมรสุม และ ตราประทับที่หายไป

    สายลมหนาวหวีดหวิวซัดสาดฝุ่นละอองกระจายไปทั่วหล้า ยามนี้...กลางตลาดหมู่บ้านสามัญชนอันคึกคัก ‘มัสยา’ ในร่างของเสิ่นเมี่ยวหลิง และ ‘กล้วยตาก’ กำลังช่วยกันจัดเตรียมโต๊ะไม้และเตาถ่านหมายจะตั้งแผงลอยค้าขายด้วยเงินทุนก้อนแรกที่ได้จากการขายเครื่องประดับหยก...ทว่า...ในจังหวะที่มัสยากำลังก้มผูกผ้ากันเปื้อนอยู่นั้น เสียงเกือกม้าศึกฝ่าฝูงชนก็ดังระทึกขึ้น ก่อนที่ร่างในชุดอำพรางของกลุ่มองครักษ์เกราะดำสายตรงขององค์รัชทายาทจะกระโดดลงจากหลังม้าแล้วตรงดิ่งเข้ามาคุกเข่าเบื้องหน้ามัสยาทันที“แม่นางเสิ่น! ในที่สุดพวกกระหม่อมก็พบตัวท่านแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”หัวหน้านายทหารม้าเร็วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงยินดีล้นอก ใบหน้ากรำแดดเต็มไปด้วยคราบเหงื่อไคลมัสยาชะงักกึก นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างด้วยความระแวง รีบก้าวขาถอยหลังไปหลบเบื้องหลังกล้วยตากทันที“เฮ้ย! พวกพี่ๆ องครักษ์เกราะดำ! จะตามมาจับฉันกลับไปรับโทษที่หนีออกมาอีกรึไงฮะ! ข้าบอกแล้วไง ว่าข้าไม่อยากจะกลับไปวังหลวงอีกแล้ว”“หามิได้พ่ะย่ะค่ะแม่นางเสิ่น!”นายทหารรีบประสานมือทูลลนลาน“ยามที่องค์รัชทายาททรงทราบความว่าท่านแอบหลบหนีออกจากตำหนักอัปสรขององค์ชายรองได้สำเร็จ พระอง

  • ทะลุมิติป่วนองค์รัชทายาท   ตอนที่ 37 แสงสว่างแห่งความหวัง

    สายลมหนาวพัดโบกสะบัดจนใบไผ่แห้งร่วงกราวลงบนพื้นดิน สองฝีเท้าของหญิงสับวิ่งไม่คิดชีวิตจนกระทั่งแสงแดดรำไรเริ่มสาดส่องเผยให้เห็นหลังคาบ้านเรือนดินเผาเบื้องหน้า มัสยาในร่างของ ‘เสิ่นเมี่ยวหลิง’ และ ‘กล้วยตาก’ หอบหายใจแฮ่ก ลากสังขารที่เปื้อนฝุ่นพ้นแนวป่าไผ่เข้าสู่เขตตลาดหมู่บ้านสามัญชนชายขอบเมืองหลวงได้สำเร็จ เสียงพ่อค้าแม่ค้าเร่ขายผ้าและผักป่าดังก้องช่วยให้สองสาวรู้สึกถึงไออุ่นของโลกมนุษย์อีกครั้ง“ฮัดเช่ย! มัส...หยุดก่อน ฉันไม่ไหวแล้ว ขาฉันเปลี้ยเหมือนเส้นขนมจีนต้มเละแล้วเนี่ย!”กล้วยตากร้องโวยวาย พลางทรุดตัวลงนั่งยองๆ บนขอบแคร่หินริมทาง มือบางกุมหน้าอกที่สั่นกระเพื่อม“หนีพ้นแล้วใช่ไหมแก? แล้วนับจากนี้พวกเราจะเอายังไงต่อ เงินสักแดงติดตัวมาก็ไม่มี ข้าวของที่จิ๊กมาจากบ้านตายายเมื่อกี้ก็กินประทังได้แค่มื้อเดียวเองนะแก”มัสยายืนเท้าสะเอวหอบหายใจดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองแผงค้าขายรอบกายอย่างใช้ความคิด สมองอันชาญฉลาดและพรสวรรค์หัวการค้าอันดับหนึ่งเริ่มทำงานทันที เธอเอื้อมมือขึ้นไปคลำที่มวยผมและลำคอระหง ก่อนจะคลี่รอยยิ้มกริ่มออกมาด้วยความดีใจที่ตนเองและเพื่อนหาทางออกได้แล้ว“แกอย่าเพิ่งเครียดเลย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status