Share

บทที่ 5 ติดใจ 1

บทที่ 5 ติดใจ

เซียวจิ้นเหยา หรือที่ผู้คนเรียกขานด้วยความเคารพว่าเซียวอ๋อง พระองค์เป็นเชื้อพระวงศ์ที่ได้รับการยอมรับทั้งในแวดวงขุนนางและทหาร พระองค์มิได้เป็นเพียงผู้มีสายเลือดสูงศักดิ์ แต่ยังเป็นนักการทูตผู้สุขุม และเสนาธิการสงครามที่มีไหวพริบเฉียบคม

ตั้งแต่วัยเยาว์ เซียวอ๋องได้รับการฝึกฝนทั้งศาสตร์ปกครองและพิชัยสงคราม พระองค์เติบโตขึ้นท่ามกลางสนามรบและโต๊ะเจรจา ทรงเชี่ยวชาญทั้งการคำนวณกลยุทธ์และวาทศิลป์ จนเป็นหนึ่งในขุมกำลังสำคัญของราชสำนัก นิสัยโดยทั่วไปของเซียวอ๋องนั้นเป็นคนเคร่งขรึม มักวางตัวสุขุมเยือกเย็น ประหยัดถ้อยคำ รังเกียจเรื่องไร้สาระ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่ใคร่ให้ความสนใจหญิงงามเหมือนเชื้อพระวงศ์คนอื่นๆ หอนางโลมจึงเป็นสถานที่ที่พระองค์แทบจะไม่ย่างกราย

แต่คืนนั้น...

"เพียงสามจอกเท่านั้น แล้วข้าจะกลับ"

พระองค์กล่าวย้ำกับสหายที่คะยั้นคะยอให้พระองค์ร่วมวงสังสรรค์ ในฐานะขุนนางฝ่ายทหาร เซียวอ๋องมักใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับแผนยุทธศาสตร์และการปกครองดินแดน ชีวิตของพระองค์เต็มไปด้วยความรับผิดชอบและความเครียด เพื่อนสนิทจึงพยายามลากพระองค์มาเปิดหูเปิดตาบ้าง

เซียวอ๋องมิได้คิดอะไรเป็นพิเศษ คิดเพียงว่าแวะมาดื่มสักหน่อย แล้วก็กลับไปพักผ่อน แต่แล้ว...

เสียงพิณนั่น...

"โป๊ะ! เป๊ะ ป๊ะ!! โป๊ะ เป๊ะ! โป๊ะ เป๊ะๆๆ"

เสียงดีดพิณเพี้ยนๆ ดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศเริงรื่นของหอหยกเขียว เสียงนั้นช่าง…แปลกประหลาดนัก หาความไพเราะมิได้แม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังทำให้รู้สึกประหลาดคล้ายมีมือล่องหนมาขยี้กระเพาะพระองค์

"นั่นมันเสียงอันใด?" เซียวอ๋องเลิกคิ้วเล็กน้อย มองไปทางต้นเสียง

แล้วก็พบเข้ากับสตรีที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาดีดพิณอยู่ นางมิได้มีท่วงท่าสง่างามเหมือนนางคณิกาชั้นสูง มิได้มีท่าทีโปรยเสน่ห์ดึงดูดบุรุษ  นางงุ้มมือบดๆ ประหนึ่งกำลังใช้พิณราคาแพงเป็นกระดานซักผ้า ท่าทางเงอะงะที่ดูผิดที่ผิดทางอย่างเหลือเชื่อ

แทนที่จะรีบกลับ พระองค์กลับจ้องมองอยู่อย่างนั้น ดื่มหมดไปอีกหลายจอกโดยไม่รู้ตัว

กระทั่งคืนต่อมา... หอหยกเขียวยามค่ำคืนสว่างไสวไปด้วยโคมไฟสีชาด แขกเหรื่อเดินเข้าออกกันขวักไขว่ ทว่าค่ำคืนนี้กลับคึกคักเป็นพิเศษ เพราะผู้ที่มาเยือนหาใช่นักเที่ยวขาประจำไม่ แต่เป็นถึง เซียวอ๋อง ผู้ทรงอิทธิพลแห่งราชสำนัก

“เซียวอ๋องเสด็จ! รีบเตรียมการต้อนรับเร็วเข้า!” เสียงกระซิบกระซาบแพร่กระจายไปทั่วหออย่างรวดเร็ว

"เซียวอ๋องมาอีกแล้วหรือ?"

"แปลกจริง...ปกติพระองค์ไม่มาเที่ยวหอนางโลมมิใช่หรือ?"

นักเที่ยวขาประจำที่เห็นพระองค์เดินเข้ามาต่างพากันลุกขึ้นคารวะ ก่อนหันไปซุบซิบกันเองอย่างประหลาดใจ แต่เซียวอ๋องกลับหาได้ใส่ใจไม่ สายตาพระองค์กวาดมองหาสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของพระองค์เมื่อคืน

แล้วก็พบว่านางยังอยู่ที่เดิม…

และหากคืนนี้นางยังเล่นพิณเพี้ยนๆ ให้ฟังอีก พระองค์ก็จะ…

แต่ขออภัย คืนนี้นางเปลี่ยนมาเล่นเอ้อหู หรือซอจีนสองสาย ใช้คันชักสีสายคล้ายซอด้วงของไทย

อุ อิ อา อุ๊ อิ อา อุ๊ เอะ...

          เสียงเอ้อหูคร่ำครวญอยู่ที่มุมโถง ส่งเสียงอุอิอา อร๊างๆ เซียวอ๋องเอามือกุมท้อง ปวดจี๊ดเลย เสียงเอ้อหูขับขานออกมาราวกับเสียงประตูไม้เก่าถูกขูดขีด บรรดาแขกเหรื่อในหอล้วนมีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ทว่าผู้ที่นั่งเล่นดนตรีกลับดูมั่นอกมั่นใจเสียเหลือเกิน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติมาขายตัว   บทส่งท้าย 3 [จบ]

    หลายเดือนต่อมา ข่าวลือเรื่องการหายตัวไปของจางถิงถิง ธิดาคนเล็กแห่งตระกูลจางก็เริ่มซาลงไป แต่แล้ว... เมืองหลวงก็ต้องสั่นสะเทือนอีกครั้งด้วยข่าวที่น่าตกตะลึงยิ่งกว่าขบวนสมบัติอันวิจิตรตระการตาเคลื่อนผ่านถนนสายหลักมุ่งหน้าสู่จวนตระกูลจาง ขบวนสมบัตินั้นนับมากองจนล้นหน้าจวน ทั้งผ้าไหมหายาก ทองคำแท่ง เครื่องประดับล้ำค่า และเครื่องเรือนแกะสลักอย่างประณีต ผู้คนในเมืองหลวงต่างฮือฮา ต่างสงสัยว่าใครกันที่กล้าทุ่มเททรัพย์สมบัติมากมายเพียงนี้รถม้าหรูหราที่สุดหยุดลงหน้าประตูจวน ท่านเสวียนหย่ง บุรุษผู้ได้ชื่อว่ามั่งคั่งที่สุดในแคว้น ก้าวลงมาจากรถม้าด้วยท่าทางสง่างามดุจเทพเซียน และยื่นมือไปประคองถิงถิง ผู้เป็นภรรยาให้ก้าวลงมาถิงถิงในชุดฮูหยินที่ปักด้วยด้ายทองคำ ดูงดงามและเปล่งประกายยิ่งนายท่านจางและฮูหยินจางออกมายืนต้อนรับด้วยความตื่นตะลึง ราวกับยังไม่สามารถเรียกสติกลับคืนมาได้ พวกเขาไม่คิดเลยว่าเจ้าขอทานตัวสกปรกคือบุรุษผู้ได้ชื่อว่ามั่งคั่งที่สุดในแคว้น"ท่านพี่..." ฮูหยินจางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ข้ายังไม่อยากจะเชื่อเลยว่า... ขอทานผู้นั้นคือท่านเสวียนหย่ง""ถิงถิง... นางกล้าทิ้งทุกอย่าง

  • ทะลุมิติมาขายตัว   บทส่งท้าย 2

    การเดินทางของถิงถิงดำเนินต่อไปอย่างยากลำบาก แสงอาทิตย์ยามบ่ายแผดเผาผิวกายที่บอบบางของนางจนแดงก่ำ รองเท้าผ้าไหมที่นางสวมใส่เริ่มขาดวิ่นเพราะต้องเดินผ่านทางที่ขรุขระและเต็มไปด้วยก้อนกรวด นางรู้สึกกระหายน้ำและหิวโหย แต่ในใจของนางกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นนางเดินตามร่องรอยสุดท้ายที่อาเหยาทิ้งไว้ จนกระทั่งมาถึงบริเวณที่เป็นเหมืองทองคำขนาดใหญ่ เสียงค้อนกระทบเหล็กและเสียงคนงานดังระงมไปทั่วบริเวณ แสงสะท้อนจากแร่ทองคำที่กองพะเนินอยู่ทำให้บริเวณนั้นดูสว่างไสวถิงถิงเห็นชายชราผู้หนึ่งกำลังยืนควบคุมดูแลคนงานอยู่ ชายชราผู้นั้นมีใบหน้าที่เปื้อนฝุ่น แต่ดวงตาของเขาส่องประกายแห่งความเฉลียวฉลาดและความมั่งคั่งถิงถิงเดินเข้าไปหาชายชราด้วยความอ่อนล้า"ท่านลุงเจ้าคะ" นางเอ่ยด้วยเสียงที่แหบแห้ง "ท่านเห็นขอทานที่ชื่ออาเหยาเดินผ่านมาทางนี้บ้างหรือไม่เจ้าคะ"ชายชรามองถิงถิงด้วยความสงสาร เขาหยิบน้ำเต้าที่บรรจุน้ำสะอาดส่งให้นาง"ดื่มน้ำก่อนเถิดคุณหนู" เขากล่าวอย่างใจดี ถิงถิงรับน้ำเต้ามาดื่มอย่างกระหาย เมื่อความชุ่มชื้นกลับคืนสู่ลำคอ นางก็ถามซ้ำอีกครั้ง"ท่านเห็นขอทานร่างสูงใหญ่ ไว้หนวดเคราครึ้มหรือไม่เจ้าคะ"

  • ทะลุมิติมาขายตัว   บทส่งท้าย 1

    บทส่งท้ายอาเหยาทิ้งไว้เพียงร่องรอยที่เขาทำเครื่องหมายไว้บนพื้นดิน ถิงถิงต้องเดินทางเพียงลำพัง นางเดินตามสัญลักษณ์ง่ายๆ ที่ทำจากกิ่งไม้หรือก้อนหินที่วางเรียงกันเป็นรูปทรงแปลกตา นางเดินไปตามทางที่คดเคี้ยวและเปลี่ยวร้างนานหลายชั่วยาม แสงแดดเริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ เสื้อผ้าที่เรียบง่ายของนางเริ่มเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ความเหนื่อยล้าเริ่มกัดกินร่างกายที่อ่อนแอของธิดาผู้สูงศักดิ์ นางไม่เคยต้องเดินไกลเช่นนี้มาก่อนในที่สุด นางก็มาถึงที่แห่งหนึ่งซึ่งมีไร่ข้าวโพดกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ทอดยาวไปจนสุดขอบฟ้า ต้นข้าวโพดสูงใหญ่เรียงรายเป็นระเบียบราวกับกองทัพสีเขียวขจีถิงถิงมองหาอาเหยา แต่ไม่พบร่องรอยของเขาอีกต่อไป นางรู้สึกสับสนและเริ่มหวาดหวั่นเล็กน้อยทันใดนั้น นางก็เห็นชายวัยกลางคนผู้หนึ่งกำลังเดินตรวจตราอยู่ตามแนวไร่ ชายผู้นั้นสวมเสื้อผ้าที่สะอาดสะอ้านและดูภูมิฐาน แม้จะดูเป็นคนดูแลไร่ แต่ก็มีท่าทางน่าเคารพ ถิงถิงเดินเข้าไปหาชายผู้นั้นด้วยความอ่อนน้อม"ท่านลุงเจ้าคะ" นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวาน "ท่านเห็นขอทานรูปร่างสูงใหญ่ มีหนวดเคราเดินผ่านมาทางนี้บ้างหรือไม่เจ้าคะ"ชายผู้นั้นมองถิงถิงตั้ง

  • ทะลุมิติมาขายตัว   บทที่ 9 ร่องรอย

    อาเหยาออกเดินนำไปโดยทิ้งเครื่องหมายบอกเอาไว้ เป็นสัญลักษณ์ง่ายๆ ที่ทำจากกิ่งไม้หรือก้อนหินที่วางเรียงกันเป็นรูปทรงแปลกตา ร่องรอยเหล่านั้นนำพานางออกนอกเขตเมืองหลวง เข้าสู่ชนบทที่กว้างใหญ่ไพศาล"จางถิงถิง! เจ้าหยุดเดี๋ยวนี้!"ถิงถิงหันกลับไปมองด้วยความตกใจ นางเห็น เยว่ซิน พี่สาวคนโต ลี่ฮวา พี่สาวคนรอง และ เหมยลี่ พี่สาวคนที่สาม กำลังเดินตรงมาหานางด้วยสีหน้าโกรธจัด"เจ้ากล้าดียังไงถึงหนีตามขอทานไป!" เยว่ซินตวาดเสียงดัง "เจ้าไม่รู้หรือว่าการกระทำของเจ้าจะทำให้ชื่อเสียงของตระกูลจางต้องเสื่อมเสียป่นปี้!""พวกเรากำลังจะแต่งงานกับคุณชายผู้สูงศักดิ์" ลี่ฮวาเสริมด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรังเกียจ "หากเรื่องนี้แพร่ออกไป พวกเราจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน! เจ้าทำลายชีวิตของพวกเรา!""ข้า... ข้าขออภัยท่านพี่ทั้งสามเจ้าค่ะ" ถิงถิงกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "แต่ข้าตัดสินใจแล้ว ข้าไม่สามารถแต่งงานกับคนที่ข้าไม่ได้รักได้""รัก? เจ้าพูดถึงความรักกับขอทานสกปรกอย่างนั้นหรือ!" เหมยลี่หัวเราะเยาะอย่างดูถูก "เจ้ามันโง่เขลา! เจ้ามันต่ำทราม! เจ้ามันไม่คู่ควรที่จะเป็นธิดาของตระกูลจาง!"“แล้วไหนเล่า? ขอทานที่เจ้ารักน

  • ทะลุมิติมาขายตัว   บทที่ 8 ขอทานหน้าจวน 4

    ถิงถิงพยักหน้าช้าๆ ความเชื่อมั่นในดวงตาของอาเหยาได้สั่นคลอนความลังเลในใจของนางจนหมดสิ้นฮูหยินจางกำลังจิบชาอยู่ในเรือน เมื่อได้ยินเรื่องราวทั้งหมดจากบ่าวรับใช้ นางก็แทบจะสำลักชา"อะไรนะ! ถิงถิงจะติดตามขอทานสกปรกผู้นั้นไปตามหาคู่ครองที่ไม่เคยเห็นหน้าหรือ! นางเสียสติไปแล้วหรือ!" มารดาของนางตวาดเสียงดังด้วยความโกรธ นางเดินเข้ามาประจันหน้ากับบุตรสาวคนเล็ก"เจ้าเป็นธิดาของตระกูลจาง! เจ้าจะทำเรื่องน่าอับอายเช่นนี้ไม่ได้! เจ้าจะเอาเกียรติยศของตระกูลไปทิ้งไว้ข้างถนนไม่ได้!" มารดาของนางยื่นคำขาดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาและเด็ดขาด "ฟังข้าให้ดีนะถิงถิง... ยาจกตัวเหม็นจะไปรู้จักคนรวยๆ ได้อย่างไร เสวียนหย่งเป็นใคร ข้าไม่เคยได้ยินชื่อ หากเจ้าก้าวออกจากบ้านแม้แต่ก้าวเดียว เจ้าก็ไม่ต้องกลับมาอีก"คำขู่ของมารดาไม่ได้ทำให้ถิงถิงหวาดหวั่น นางเงยหน้าขึ้นมองมารดาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่ไม่เคยมีมาก่อน"ท่านแม่เจ้าคะ... หากความสุขของข้าคือการต้องก้าวออกจากบ้านหลังนี้ ข้าก็ยินดีที่จะไม่กลับมาอีก"ถิงถิงโค้งคำนับมารดาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันหลังเดินออกจากเรือนไปอย่างเด็ดเดี่ยวโดยไม่มีอะไรติดตัวไปแม

  • ทะลุมิติมาขายตัว   บทที่ 8 ขอทานหน้าจวน 3

    "หยุดเดี๋ยวนี้!"จางถิงถิงผู้มีจิตใจอ่อนโยนและบริสุทธิ์ดุจดอกบัวแรกแย้ม นางรีบวิ่งออกมาจากด้านใน เมื่อเห็นรอยแส้บนหลังของอาเหยาและสีหน้าเจ็บปวดของเขา นางก็รู้สึกสงสารจับใจ ถิงถิงเดินเข้าไปหาอาเหยาอย่างไม่รังเกียจ นางนั่งยองๆ ลงข้างๆ และหยิบซาลาเปาที่นางแอบเก็บไว้ในแขนเสื้อออกมา"ท่าน... ท่านคงจะหิวมากแล้ว" ถิงถิงยื่นซาลาเปาให้เขาด้วยมือสั่นเทา "ท่านกินนี่เสียเถิด แล้วรีบลุกขึ้นไปจากที่นี่เถิดนะ หากท่านยังอยู่ที่นี่ต่อไป พวกเขาจะทำร้ายท่าน"อาเหยาเงยหน้าขึ้นมองดวงตาที่เจ็บปวดและเต็มไปด้วยความอ่อนโยนของถิงถิง เขารับซาลาเปามาถือไว้ในมือที่หยาบกร้านและสกปรก"คุณหนูสี่..." เสียงของเขาแหบพร่าและทุ้มต่ำ "ความเมตตาของท่าน... ข้าจะตอบแทน"เยว่ซิน ลี่ฮวา และเหมยลี่มองน้องสาวคนเล็กด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม พวกนางไม่เข้าใจว่าเหตุใดถิงถิงจึงลดตัวลงไปยุ่งเกี่ยวกับขอทานสกปรกเช่นนี้"ตอบแทน? ยาจกเช่นเจ้าจะเอาอะไรมาตอบแทนได้" ลี่ฮวาเยาะเย้ยอาเหยาไม่สนใจคำพูดของใคร เขาจ้องมองถิงถิงด้วยสายตาที่ลึกซึ้งและจริงจัง"ความเมตตาอันบริสุทธิ์ใจของคุณหนูสี่ ตัวข้าได้ประจักษ์แจ้งแก่ใจ ข้าจะช่วยสรรหาคู่ครองที่ดีที่

  • ทะลุมิติมาขายตัว   บทที่ 1 ฝึกงาน 2

    “ต่อไปก็น้ำอุ่น”ลลิตาปาดเหงื่อ กว่าจะเก็บกวาดทำความสะอาดเสร็จ ก็ปาไปเกือบเที่ยง บ่าวจะนำอ่างน้ำอุ่นมาให้พวกคณิกาที่เพิ่งตื่นนอนล้างหน้าล้างตา จากนั้นพวกนางต้องจัดแต่งทรงผมและแต่งกายให้เรียบร้อย เพราะแม้จะอยู่ภายในหอ ก็ไม่อาจปล่อยตัวให้ดูโทรมได้ ลลิตาจะช่วยพวกบ่าวยกสำรับอาหาร เก็บล้าง กว่าจะเสร็จงา

  • ทะลุมิติมาขายตัว   บทที่ 1 ฝึกงาน 1

    บทที่ 1 ฝึกงานในสมัยจีนโบราณ คณิกาไม่ใช่เพียงหญิงงามที่ทำหน้าที่ให้ความบันเทิงแก่แขกผู้มาเยือน แต่พวกนางเปรียบเสมือนศิลปินที่ต้องเชี่ยวชาญทั้งบทกวี ดนตรี ร่ายรำ และบางครั้งก็เป็นเพียงคู่สนทนาให้แก่ลูกค้า นางคณิกาในหอนางโลมชั้นสูงมักได้รับการฝึกฝนมาตั้งแต่วัยเยาว์ ทั้งทักษะกวี ลายสือศิลป์ มารยาท แล

  • ทะลุมิติมาขายตัว   บทนำ 4

    “มอมแมมเหลือเกิน หาเสื้อผ้าให้นางใหม่ดีกว่า ในตู้ของข้ายังพอมีชุดอยู่ มันคับแล้ว เอาให้นางไปก็แล้วกัน”หลังจากตั้งชื่อเรียบร้อย พี่สาวทั้งหลายก็พากันช่วยหาชุดใหม่ให้ลลิตา... เอ่อ ไม่สิ ต้องเรียกว่าหลันลี่ฮวาแล้ว หญิงสาวร่างสูงโปร่งหยิบเสื้อแพรบางๆ สีตุ่นๆ ออกมาแล้วเลิกคิ้ว “ตัวนี้ดีไหม?”“ไม่ได้! ด

  • ทะลุมิติมาขายตัว   บทนำ 3

    มาถึงตอนนี้ ลลิตาก็จับสังเกตได้หลายๆ เรื่องแล้ว ข้อแรกคือที่นี่ไม่ใช่ประเทศไทย ข้อสอง ตอนนี้ไม่ใช่ยุค 2025 แต่เป็นจีนยุคโบราณช่วงราชวงศ์ไหนสักราชวงศ์ เด็กโข่งไม่เก่งประวัติศาสตร์ได้แต่น้ำตาตกใน ไม่เข้าใจว่าหนีแผ่นดินไหวอยู่ดีๆ ทำไมถึงโผล่มาที่นี่ได้หรือว่าเราตายไปแล้ว?ลลิตาก้มดูสำรวจตัวเอง จับเนื

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status