Share

ข่าวดี

last update Tanggal publikasi: 2025-01-27 17:05:32

หลังจากที่หลันจินเยว่รู้ความจริงจากปากสาวใช้ว่าตอนที่ตนสลบอยู่ถูกตงเปียนอ๋องทำอันใด นางก็ไม่กล้าออกจากห้องพักอีกเลยจนผ่านมาแล้วสามวันเต็ม

"จูบแรกฉัน"

ทุกครั้งที่หลันจินเยว่อยู่คนเดียวและส่องคันฉ่องนางมักนึกถึงสิ่งที่สาวใช้เล่าให้ฟังเมื่อสามวันก่อน

ริมฝีปากจิ้มลิ้มที่สะท้อนผ่านคันฉ่องทองเหลืองตรงหน้าแม้จะไม่ใช่ร่างกายของหลันจินเยว่จริง ๆ แต่คนที่รู้สึกถึงจูบที่ว่าคือตัวนางเอง จะไม่ให้เสียใจได้เยี่ยงไร

"คุณหนูไม่สบายรึเจ้าคะทำไมหน้าแดงเช่นนั้น"

เสี่ยวโหรวที่ยกสำรับอาหารเข้ามาเอ่ยถามคุณหนูนางที่ไม่รู้ตัวว่าทุกครั้งเวลานึกถึงสิ่งที่สาวใช้บอกจะหน้าแดงอยู่นานสองนาน

"ข้าสบายดี หอมจัง"

หลันจินเยว่เปลี่ยนเรื่องทำจมูกสูดดมกลิ่นอาหารที่สาวใช้เพิ่งนำมาทันทีเพราะไม่อยากให้สาวใช้ซักความต่อ

"เจ้าค่ะ วันนี้เสี่ยวโหรวเข้าครัวเองเลยนะเจ้าคะ"

เพราะกลัวว่าพ่อครัวที่จวนจะเผลอทำอาหารที่คุณหนูนางแพ้อีกเลยต้องเข้าครัวจัดเตรียมเสียเอง

"น่ากินทั้งนั้นเลย"

บนโต๊ะมีอาหารอยู่ไม่กี่อย่างเพราะปกติเฟิงเยว่ซินตัวจริงจะทานน้อย นางมักบอกตนเองเสมอว่า ทานแต่พออิ่มอย่าให้ของเหลือ แล้วทำงานให้มาก บิดาจะได้ไม่แบกรับภาระมากเกินไป

"คุณหนูทานนี่ดูนะเจ้าคะ"

สาวใช้ผู้น่ารักคีบเนื้อเป็ดตุ๋นน้ำแดงลงบนชามข้าวของผู้เป็นนาย

"อื้ม อร่อยมาก"

ว่าฝีมือป้าจวงอร่อยแล้วนะแต่พอได้มากินฝีมือคนยุคนี้อร่อยไปอีกแบบ

"ทำไมไม่ทานต่อแล้วล่ะเจ้าคะ หรือว่าคุณหนูไม่สบายตรงไหนอีก"

หลันจินเยว่เผลอนึกถึงครอบครัวแท้ ๆ จนทานอะไรไม่ลง

"ข้าแค่คิดถึงบ้าน"

บ้านที่ไม่ได้แปลว่าที่นี่ แต่เป็นบ้านที่ไกลแสนไกลที่ไม่รู้ว่านางจะมีโอกาสได้กลับไปหรือเปล่า

"โธ่... คุณหนูของเสี่ยวโหรว"

มือน้อย ๆ สวมกอดร่างอรชรของคุณหนูผู้แสนบอบบางเพื่อปลอบประโลม

น้ำตาใส ๆ ของทั้งสาวใช้ทั้งคุณหนูหลั่งไหลออกมาพร้อมกัน

"ซินเอ๋อร์! เจ้าเป็นอันใด"

อู่ชิงหรงเพิ่งกลับมาจากจวนองค์ชายเฟยหลงจึงแวะมาหาสหายวัยเยาว์แต่กลับเจอเข้ากับสองหญิงสาวนั่งอมทุกข์น้ำตาอาบแก้มแทน

"ท่านรองแม่ทัพอู่"

เสี่ยวโหรวปล่อยกอดคุณหนูนางพร้อมทำความเคารพผู้มาเยือน

"ซินเอ๋อร์เป็นอะไร"

เมื่อถามครั้งแรกไม่ได้คำตอบรองแม่ทัพผู้ร้อนใจจึงหันไปถามสาวใช้แทน

"คุณหนูบอกว่าคิดถึงท่านเสนาเฟิงเจ้าค่ะ"

เสี่ยวโหรวอธิบายแบบเจาะจงตัวบุคคล ทำให้อู่ชิงหรงถึงกับจุกในอกแทนสหายรัก

"เจ้ายังมีหวัง"

อู่ชิงหรงเลื่อนเก้าอี้นั่งลงข้างกายสหายวัยเยาว์เพื่อบอกกล่าวข่าวดีที่เพิ่งรายงานตงเปียนอ๋องเสร็จ

"มีหวังคืออะไร"

หลันจินเยว่ปาดน้ำตาออกจากแก้ม หันไปคุยกับอีกคนที่นางเริ่มสนิทใจ

"เรื่องท่านเสนาเฟิง"

พ่อของเยว่ซินน่ะเหรอ เฮ้อ! ลืมไปว่าตอนนี้ตนเองอยู่ในร่างของคนอื่นจะเป็นเรื่องใครไปได้

"ท่านเส... ท่านพ่อข้าทำไมเหรอ"

เดาจากท่าทีของชิงหรงผู้นี้บ่งบอกว่าต้องเป็นเรื่องดีแน่ ๆ

"ข้าได้รับมอบหมายภารกิจจากท่านอ๋องให้ไปตรวจสอบดูจุดที่ทหารบอกว่าสังหารพ่อเจ้า ทว่าข้ากลับไม่พบเบาะแสอะไรที่บ่งบอกว่าตรงนั้นมีการต่อสู้เกิดขึ้น"

นี่คือสิ่งที่อู่ชิงหรงได้ไปสืบมา

"ท่านรองแม่ทัพกำลังบอกว่าท่านเสนาเฟิงยังมีชีวิตอยู่ใช่ไหมเจ้าคะ"

เสี่ยวโหรวดีใจแทนคุณหนูจนเสียมารยาทถามออกไป

"จะกล่าวว่ายังมีชีวิตอยู่เลยก็ใช่เรื่อง แต่ท่านอ๋องตรัสว่า ไม่พบศพ ให้ถือว่าคนยังมีลมหายใจ"

ก็มีเหตุผล แต่ทุกอย่างไม่เกี่ยวกับตัวหลันจินเยว่สักหน่อย นางแค่มาอาศัยร่างคนอื่นอยู่ สิ่งที่มีผลกับนางคือการได้กลับคืนร่างตัวเองที่แม้จะไม่รู้ว่าจากอุบัติเหตุครั้งนั้นนางจะยังมีลมหายใจอยู่อีกมิติหรือไม่

"ทำไมเจ้าดูไม่ดีใจเลย"

สายตาไม่เคยหลอกใคร ในดวงตาสีดำขลับมีแต่ความผิดหวังปนเศร้าสร้อยจนสหายสนิทจับพิรุธได้

"ดีใจสิ ทำไมข้าจะไม่ดีใจ"

เสียงตื่นเต้นหลุดออกมาจากริมฝีปากได้รูปสวย แววตาที่เศร้าหมองเมื่อครู่มีประกายในแววตาขึ้นมาจนคนครางแครงใจเลิกกังวล

"เรื่องดีเช่นนี้เราต้องไปบอกแก่คุณหนูใหญ่นะเจ้าคะ"

เพราะญาติเพียงคนเดียวที่นางเหลืออยู่ตอนนี้คือพี่สาวต่างมารดาเสี่ยวโหรวเลยแนะนำ

"เกรงว่ายังไม่ได้" ชิงหลงรีบเอ่ยห้าม

"ทำไมล่ะ"

หลันจินเยว่มองหน้าเขาเพื่อต้องการคำอธิบาย

"ท่านอ๋องรับสั่งไว้ เรื่องในวันนี้ที่ข้าไปสืบมาต้องเป็นความลับ"

ทำไมต้องเป็นความลับด้วยนะ พ่อยังไม่ตายควรบอกกล่าวแก่ลูกให้รู้เป็นเรื่องดีออก

"เจ้าคงไม่ได้โกรธเคืองการตัดสินใจของท่านอ๋องใช่หรือไม่"

หลันจินเยว่ถูกถามจวนตัวเลยได้แต่อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ พร้อมหลุดปากพูดสิ่งที่หลีกหนีมาตลอดสามวันออกไป

"ข้าจะไปโกรธท่านอ๋องได้ยังไง ตัวข้าอยากไปขอบคุณท่านอ๋องด้วยตัวเองด้วยซ้ำ"

"เอาสิ ข้าจะพาเจ้าไปเข้าเฝ้าท่านอ๋อง"

หลันจินเยว่ฝืนกลืนก้อนน้ำลายลงคอพลางหลบหน้าสหายสนิทพึมพำกับตนเอง

"ไม่น่าปากไว้เลยเรา"

"แต่คุณหนูเพิ่งทานไปได้แค่หน่อยเดียวเองนะเจ้าคะ"

เสี่ยวโหรวสองจิตสองใจ ทั้งอยากให้คุณหนูไปพบท่านอ๋อง ทั้งอยากให้นางดื่มกินให้อิ่มก่อน

"ไว้ข้าค่อยกลับมากิน"

ถึงในใจจะยังไม่กล้าสู้หน้าท่านอ๋องที่ว่า แต่ด้วยความที่นางคลาดการเห็นหน้าตาคนผู้นี้ไปหลายหนเลยเลือกอย่างหลัง

"ท่านอ๋องน่าจะกำลังซ้อมธนูอยู่ เจ้าต้องระวังตัวด้วยละ"

"เสี่ยวโหรวเจ้าตามข้ามาด้วย"

"แต่ว่า..."

เพราะมาอยู่ที่นี่หลายวันทำให้เสี่ยวโหรวรู้ดีว่าเจ้าของจวนแห่งนี้รักสันโดดและมีเขตหวงห้ามค่อนข้างเยอะจึงได้แต่อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ไม่กล้ารับปากหลันจินเยว่

"ให้เสี่ยวโหรวรอที่นี่เถอะ ท่านอ๋องไม่ชอบให้คนไปยุ่งย่ามเวลาฝึกซ้อม"

คนอะไรจะเข้มงวดขนาดนั้น แต่ก็ช่างปะไร นางแค่อยากเห็นหน้าท่านอ๋องที่เคยเจอแบบไม่ค่อยชัด ส่วนสาวใช้คงพบเจอหน้าท่านอ๋องจนชินตาไปแล้ว

"งั้นเรารีบไปกันเถอะ"

อู่ชิงหรงหัวเราะเบา ๆ พร้อมส่ายหัวไปมา เมื่อเห็นสหายรักกระโดดโลดเต้นวิ่งนำหน้าเขาราวรู้ทิศทาง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   บทส่งท้าย : 2 [จบ]

    "เหตุใดท่านถึง..."จำต้องกลืนคำพูดลงคอเมื่อถูกนิ้วของคนรักปิดไว้ที่ริมฝีปากไม่ให้ขยับเอ่ย"อย่าขยับ ห้ามพูดใด ๆ"ตงเปียนอ๋องรู้สึกว่าร่างกายตนเองแปลกไปข้างในมันร้อนรุ่ม ลำคอแห้งผากเหมือนคนกระหายน้ำหากแต่ความรู้สึกเขากลับบอกว่าน้ำเพียงอย่างเดียวช่วยให้เขาดับกระหายไม่ได้เขาเริ่มตั้งสติจนจมูกสัมผัสได้ถึงกลิ่น ๆ หนึ่ง"ผงเริงรมย์""มันคืออันใด"หลันจินเยว่เพิ่งเคยได้ยินครั้งแรกจึงใคร่สงสัย ทว่าสิ่งที่อยากรู้กลับไม่ได้ถูกเอ่ยออกมาจากปากตงเปียนอ๋องเมื่อด้านนอกมีบุคคลมาเยือน"ฉินกงกงเข้าเฝ้าองค์ชายสี่เฟยหลง"เสียงกงกงของเสด็จย่าเขาดังขึ้นอยู่ด้านนอก"ฉินกงกงมีเรื่องอันใด"เหตุใดคนสนิทของเสด็จย่าถึงได้มาเยือนเข้าถึงจวนแห่งนี้ แถมมาได้เวลาเหมาะเจาะกับอาการประหลาดที่เพิ่งเริ่มแสดงอาการอีก"ไทเฮามีรับสั่ง ผงเริงรมย์นั้นไซร้ จงใช้ให้เกิดประโยชน์ หลังจากนี้สามวันเป็นฤกษ์ดี สามารถจัดงานมงคลได้"เสียงแหลมบาดหูของฉินกงกงเอ่ยราชโองการขององค์ไทเฮาเสร็จจึงทูลลากลับเข้าวังหลวง ทิ้งให้ตงเปียนอ๋องอมยิ้มอยู่ในห้องเมื่อรู้สาเหตุแล้วว่าเหตุใดตนถึงมีอาการแปลกประหลาดเช่นนี้"อะไรคือผงเริงรมย์และอะไรคือสามวันม

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   บทส่งท้าย : 1

    บทส่งท้าย : เมื่อหมอกจางหาย บุปผางามผลิบาน"ข้าขับพิษออกจากร่างกายองค์ชายเรียบร้อยแล้ว พักฟื้นสักสองสามวันก็หายดี"หมอหลวงประจำจวนเหมยฮัวเอ่ยบอก"ส่วนยานี้ต้มทานสามมื้อจนกว่าแผลจะหายดี"เสี่ยวโหรวรีบเข้าไปรับยานั้นจากหมอหลวง"อ้อข้าลืมอีกเรื่อง"ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบกว่าเดิมเพราะนึกว่าจะเป็นเรื่องร้ายแรงอันใดอีก"แผลนั้นต้องห้ามโดนน้ำเด็ดขาด คงต้องรบกวนพระชายาแล้ว"หมอหลวงหันมากำชับเรื่องสำคัญนี้กับหลันจินเยว่ ทำเอาใบหน้านางแดงระเรื่อเพราะไม่คิดว่าคนนอกจวนอย่างหมอหลวงท่านนี้จะรู้เรื่องสถานะของนางกับองค์ชายสี่อีกคน"ข้าไปส่งท่านหมอ"อู่ชิงหรงเดินนำหน้าเพื่อส่งหมอหลวงกลับโรงหมอ"บ่าวขอตัวไปต้มยาให้ท่านอ๋องนะเจ้าคะ"ทุกคนออกไปจากห้องหมดแล้วเหลือเพียงแค่หนึ่งคนหลับอยู่บนเตียงอย่างไร้วี่แววจะฟื้นและอีกคนที่นั่งลงข้างเขาด้วยความเป็นห่วง"ไหนท่านรับปากข้าว่าจะกลับมาอย่างปลอดภัย"ตอนที่หลันจินเยว่ได้ยินว่าตงเปียนอ๋องถูกอาวุธลับอาบยาพิษเล่นงานถึงกับวิ่งถือห่อยาหลายขนานไปดักรอพวกเขาระยะทางกือบลี้ ทั้งล้มลุกคลุกคลานจนแข้งขาถลอก บ่าวใช้คนใดขวางนางไล่ตะเพิดจนหมดสิ้น หากไม่สลบเสียก่อนหลันจินเยว

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   ศึกชี้ชะตา / 3

    ชายแดนทิศใต้"เจ้าเลิกดื้อรั้นเถิด ตอนนี้เผ่าซีเซียงยอมจำนนต่อกองทัพมังกรขาวหมดแล้ว"เสียงกร้าวของอู่ชิงหรงประกาศลั่นการปราบกบฎดำเนินมาได้สองชั่วยามแล้ว คนของเผ่าซีเซียงบาดเจ็บล้มตายนับไม่ถ้วนจนหัวหน้าเผ่ายกธงขาวยอมแพ้ให้กับอำนาจของแม่ทัพแห่งกองทัพมังกรขาวเฟยหลงทว่าต่อให้เสียเลือดเนื้อเสียคนไปมากมายเพียงใด ผู้ที่หัวรั้นเกลียดการพ่ายแพ้อย่างซู่จิ่งอวิ๋นไม่มีทางวางกระบี่ในมือลงเป็นแน่"วันนี้ข้ากับเจ้า ถ้าปลาไม่ตาย ตาข่ายก็ต้องขาด"ซู่จิ่งอวิ๋นโต้ตอบด้วยสำบัดสำนวนเสียงหนักแน่น วันนี้ทั้งเขาและตงเปียนอ๋องผู้นี้ต้องสู้กันให้ถึงที่สุด ให้ตายกันไปข้างถึงจะจบศึกในครั้งนี้"ช่างเด็ดเดี่ยวเช่นบิดาเจ้าเสียจริง"ตงเปียนอ๋องกล่าวชมในความเด็ดเดี่ยวนี้ หากเอามาใช้ให้ถูกทางคงเป็นที่น่ายกย่อง"วันนี้ข้าจะแก้แค้นให้ท่านพ่อที่ถูกพวกเจ้าบังคับให้ดื่มยาพิษนั่น"[1]ยามโฉ่วของวันนี้ เสนาซู่จินเพ่ยได้กรอกยาพิษฆ่าตัวตายหลังได้รับราชโองการเป็นนักโทษประหารที่ต้องบั่นคอเสียบประจาน ข่าวนั้นดังเซ็งแซ่ไปทั่วแคว้นจนมาถึงหูซู่จิ่งอวิ๋นบุตรชายเพียงคนเดียวที่ตั้งใจจะบุกไปช่วยบิดาออกมาแต่มิทันกาลเสียงกระบี่ฟาดฟันอย่

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   ศึกชี้ชะตา / 2

    "ทะ...ท่านอ๋อง"ใบหน้าสวยขึ้นสีแดงระเรื่อเมื่อถูกเอาอกเอาใจจากอีกคน"วันนี้สนุกไหม"เขาชวนนางคุยปกติ หากแต่ในแววตากลับมีความกลัดกลุ้มอยู่หลายส่วนจะเรื่องอะไรได้ ก็ตอนที่นางเดินซื้อของในตลาดมีนักฆ่าสะกดรอยตามถึงสามคน โชคดีที่ตงเปียนอ๋องอ่านเกมในครั้งนี้ออกคนรักของเขาถึงได้ปลอดภัยกลับมาหากเขาเล่าเรื่องนี้ให้นางฟัง หลันจินเยว่คงไม่สบายใจ เก็บเนื้อเก็บตัวอยู่แต่ในห้องอีกเป็นแน่ ตอนนี้เลยต้องเอาอกเอาใจนางเพื่อบอกกล่าวแก่เรื่องที่ตริตรองมาอย่างดีแก่นางในเวลาที่เหมาะสม"ตอนแรกก็สนุก"ตอบพร้อมยู่ปากอย่างหุดหงิดในเวลาต่อมา"ใครทำอันใดให้ว่าที่ชายาของข้าขุ่นเคืองใจ"ที่ใช้คำว่า 'ว่าที่' เพราะทั้งสองยังไม่เข้าพิธีสมรสกัน ตงเปียนอ๋องอยากให้เกียรตินางจึงจะรอปราบกบฎตระกูลซู่แล้วสิ้นถึงจะทำพิธีตามประเพณีแคว้น"ข้ากำลังดูผ้าเพื่อจะเอามาตัดชุดใหม่ให้ท่าน แต่เจอเข้ากับคนที่วางยาสลบข้าเพื่อส่งต่อให้คนพวกนั้นเข้า"ที่จริงเรื่องนี้องครักษ์เงาของเขารายงานมาหมดแล้ว"เจ้าพบเฟิงเยว่ซู?""จะเป็นใครอีกละ! พี่สาวตัวดีของเฟิงเยว่ซินนั่นแหละ"ตงเปียนอ๋องหลุดขำออกมาเบา ๆ เมื่อได้ฟังประโยคแปลก ๆ นั้นจบ"เจ้าพูดเหม

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   ศึกชี้ชะตา / 1

    "เสี่ยวโหรวเร็ว ๆ เข้า"เสียงเจื้อยแจ้วของหลันจินเยว่ในอาภรณ์สีลูกท้อร้องเรียกสาวใช้ที่เดินหอบหิ้วข้าวของพะรุงพะรังอยู่ด้านหลัง"คุณหนูช้าหน่อยเจ้าค่ะ"วันนี้ท้องฟ้าแจ่มใส นางเลยขออนุญาตตงเปียนอ๋องออกมาเดินตลาด ฝั่งนั้นเห็นว่านางเพิ่งผ่านอันตรายมาเมื่อไม่กี่วันก่อนเลยให้ออกมาเที่ยวเล่นจะได้ลืมเรื่องร้าย ๆ พวกนั้น หากแต่ตงเปียนอ๋องก็มิได้นิ่งนอนใจ เขาส่งองครักษ์เงาคอยติดตามอยู่ห่าง ๆ เผื่อเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้นจะได้ช่วยเหลือนางทัน"คุณหนูจะซื้อไปฝากท่านอ๋องหรือเพคะ"หลันจินเยว่ยืนดูผ้าไหมเนื้องามที่ร้านหนึ่งตรงตรอกเล็ก ๆ ของตลาด"เจ้าว่าหากท่านอ๋องเปลี่ยนมาใส่สีสว่างตาขึ้นจะดูภูมิฐานอยู่ไหม"ตั้งแต่ที่เห็นและรู้จักกันมา นางไม่เคยเห็นบุรุษที่ว่าสวมใส่เสื้อผ้าสีอื่นที่มิใช่สีดำสีเข้ม ๆ เลยสักครั้งเดียว"บ่าวว่าผ้าสีไหนหากอยู่บนตัวท่านอ๋องก็ดูสง่างามหมดเจ้าค่ะ"หลันจินเยว่เห็นด้วยอย่างยิ่ง วันนี้สาวใช้ของนางพูดได้ถูกใจต้องตบรางวัล"ผ้าพับนี้ข้าซื้อให้เจ้า"นางหยิบผ้าไหมสีกลีบดอกเหมยส่งให้เถ้าแก่ร้าน"คุณหนู นั่นคงแพงมากนะเจ้าคะ"มองแค่ตายังไม่ได้จับต้องเนื้อผ้าเสี่ยวโหรวก็รู้ว่านั่นคือไห

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   เพียงเจ้าผู้เดียวที่เป็นสตรีของข้า / 2

    ผ่านมาครึ่งชั่วยามแล้วหลังจากที่ตงเปียนอ๋องออกมาจากห้องนั้นเพื่อฟังรายงานจากเหล่าทหารว่าซู่จิ่งอวิ๋นหนีไปกบดานกับเผ่าซีเซียงบนเขาทางใต้ เขาเลยสั่งให้ทุกคนกลับมาวางแผนกันที่จวนเหมยฮัวก่อนการเดินทางกลับจำต้องใช้ม้าถึงจะถึงที่หมายโดยเร็ว ทว่าหลันจินเยว่กลับเลือกที่จะโดยสารม้ามากับอู่ชิงหรงแทนอีกคน"เหตุใดข้ารู้สึกว่าเจ้ากำลังหลบหน้าท่านอ๋อง"บุรุษผู้โผงผางคิดเห็นการใดก็พูดออกไปจนหมดสิ้นถามสหายวัยเยาว์"ข้ามิได้หลบหน้าผู้ใด"หลันจินเยว่ที่นั่งอยู่ด้านหลังเขาตอบเหมือนร้อนตัว"หากข้าเป็นคนอื่นคงเชื่อที่เจ้ากล่าวมา"จะมาเกิดฉลาดเอาอะไรตอนนี้ นางยิ่งอยากอยู่เงียบ ๆ ตบตีกับคำถามที่ยังไม่ได้คำตอบจากตงเปียนอ๋องว่าตกลงแล้วที่เขาบอกชอบนางหมายถึงร่างกายเฟิงเยว่ซินหรือตัวตนที่นางแสดงออกกัน"หยุด!"ตงเปียนอ๋องที่ควบม้าตามหลังสองคนนี้สั่งเสียงลั่น ทหารทุกนายต่างหยุดควบม้าเพื่อรอฟังคำสั่งถัดไป"ท่านอ๋องพบสิ่งใดผิดปกติหรือขอรับ"หนึ่งในทหารที่ควบม้ารั้งท้ายลงจากม้ามาถามไถ่"ม้าตัวนี้อ่อนแรงแล้ว หยุดพักที่นี่สักพักก่อน"หากม้าที่ตงเปียนอ๋องทรงขี่อยู่คือทมิฬกาลคงหาข้ออ้างเช่นนี้ไม่ได้สายตาคมมองแผ่นหลังบ

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   เพียงเจ้าผู้เดียวที่เป็นสตรีของข้า / 1

    ตอนนี้ดวงตะวันเริ่มขึ้นใหม่อีกครั้ง บ่งบอกว่าทั้งสองกายที่นอนกอดกันทั้งคืนเจอกับรุ่งเช้าของวันใหม่แล้วหลันจินเยว่รู้สึกตัวตื่นก่อนจึงค่อย ๆ แกะมือแกร่งที่โอบกอดนางไว้ในอ้อมกอดทั้งคืนออกอย่างช้า ๆเมื่อคืนไม่รู้ว่าเหตุใดจุดจบของทั้งคู่จึงกลายเป็นการหลอมรวมเป็นหนึ่งเช่นนั้นถึงแม้จะยังเคอะเขินและเจ็

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   จวนตระกูลซู่

    ภายในห้องโถงรับรองเต็มไปด้วยบรรดาขุนนางมากหน้าหลายตากำลังนั่งจิบน้ำชาในงานเลี้ยงต้อนรับบุตรชายของซู่จินเพ่ยกันอย่างสุขสำราญ"จิ่งอวิ๋นนำชัยกลับมาเป็นของขวัญท่านพ่อขอรับ"ซู่จิ่งอวิ๋น บุตรชายเพียงคนเดียวของซู่จินเพ่ยออกศึกขับไล่ข้าศึกที่ชายแดนใต้ได้ชัยชนะกลับมา ทำให้เสนาบดีกรมกลาโหมอย่างซู่จินเพ่ยจั

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   ท่านอ๋องของข้าน่ารักที่สุด / 2

    "ทำสวนแค่นี้สบายมาก แต่ก่อนวิ่งขึ้นวิ่งลงตึกสิบชั้นยังไม่บ่นเลย""คุณหนูหมายถึงที่หอคัมภีร์หรือเจ้าคะ"เผลอหลุดพูดเกี่ยวกับชีวิตประจำวันโลกปัจจุบันตัวเองเสียได้ ทำเอาเสี่ยวโหรวมองหน้าอย่างใคร่สงสัยกับสิ่งที่ได้ยิน"ใช่ ๆ ข้าหมายถึงหอคัมภีร์นั่นแหละ เลิกมากความได้แล้ว รีบกลับไปก่อนจะมีคนมาเจอเร็ว!"

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   พี่สาวข้านางร้ายนี่เอง / 2

    "งั้นท่านก็ไปเถิด เห็นเสี่ยวโหรวบอกว่าท่านอ๋องพักอยู่ที่จวนปีกใน"สีหน้าคนได้ฟังซีดลงเล็กน้อย หลันจินเยว่เห็นท่าทีคนเป็นพี่จึงเชื่อสิ่งที่เสี่ยวโหรวบอกว่าพื้นที่นั้นถ้าไม่มีคำสั่งจากตงเปียนอ๋องไม่ว่าผู้ใดก็เข้าไม่ได้จริง ๆ"พี่ได้ข่าวว่าจวนปีกในห้ามคนนอกเข้า แต่เจ้ามาพักที่นี่หลายวันแล้ว ท่านอ๋องคง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status