Beranda / รักโบราณ / ทะลุมิติมาเป็นนักฆ่าแม่ลูกอ่อน / ตอนที่ 3 รอยยิ้มที่มาพร้อมกับความตาย

Share

ตอนที่ 3 รอยยิ้มที่มาพร้อมกับความตาย

last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-03 11:34:44

แสงของเช้าวันใหม่ค่อย ๆ โรยตัวลงสู่หมู่บ้านม่อหวนเสียงนกร้องแผ่วเบา คลอเคล้าไปกับเสียงฝีเท้าของเด็กน้อยผู้หนึ่งที่กำลังวิ่งเล่นไปทั่วลานดินหลานจิ่วอวิ๋น ยังคงไร้เดียงสาดังเช่นเด็กในวัยเดียวกันเสียงหัวเราะของเขาดังแว่วไปทั่ว… สดใส… บริสุทธิ์… และเปี่ยมด้วยชีวิต

หลานเยว่ยืนมองอยู่ไม่ไกลใบหน้าเรียบเฉยของนางแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มบางเบาอ่อนโยนประหนึ่งผู้เป็นแม่ผู้เฝ้ามองการเติบโตของลูกชายด้วยหัวใจเปี่ยมสุข…หากแต่นั่น ก็เป็นเพียง ภาพลวงรอยยิ้มนี้คือหน้ากาก…ฉากหน้าของสตรีผู้เคยดำรงชีวิตในโลกแห่งความตาย

ความรู้สึกภายในของนาง ไม่ต่างจากวันแรกที่ย่างเข้าสู่ร่างนี้ว่างเปล่า... เฉยชา... และเย็นเยียบเพราะแท้จริงแล้ว นางคือนักฆ่าระดับพระกาฬสตรีผู้ดับลมหายใจของศัตรูนับไม่ถ้วนการฆ่าคือสัญชาตญาณการอยู่รอดคือพันธกิจและทุกอารมณ์… ล้วนถูกฝังกลบตั้งแต่วันที่นางก้าวเข้าสู่โลกแห่งเงา

พลังปราณของโลกใหม่นี้...กลับหลอมรวมกับวิชาสังหารของนางได้อย่างกลมกลืน ราวกับมันถูกสร้างมาเพื่อเธอไม่ต้องฝึกฝน ไม่ต้องไขว่คว้าเพียงแค่ ระลึก และ ลงมือ ทุกอย่างก็กลับคืนมาอย่างสมบูรณ์

ขณะที่สายตาของนางจับจ้องลูกชายผู้วิ่งเล่นอย่างมีความสุขอีกด้านหนึ่งของนางก็กำลัง ฝึกฝน อย่างเงียบงันในมือตะเกียบไม้ที่หักเป็นเศษเล็กเศษน้อยนางดีดมันด้วยปลายนิ้วเศษไม้เล็กจิ๋วพุ่งปักแน่นลงบนลำต้นไม้แห้งที่ตั้งอยู่ห่างไปหลายเมตรแม่นยำ… เงียบงัน… รวดเร็วราวกับกระสุนที่ไร้เสียงทุกการกระทำของหลานเยว่ในโลกใหม่นี้คือการ ฝึกภายใต้หน้ากากของมารดา

“หลานจิ่วอวิ๋น... ลูกแม่” เสียงของนางอ่อนโยนอย่างน่าประหลาดแววตาอ่อนแสง รอยยิ้มละมุนละไมจาง ๆ บนใบหน้าเยือกเย็นที่เคยไร้อารมณ์นับวัน... บทบาทของแม่ ที่นางสวมอยู่ก็ยิ่งแนบเนียนราวกับมันเป็นส่วนหนึ่งของเธอจริง ๆ

“ท่านแม่!” เสียงใสของเด็กชายดังตอบรับหลานจิ่วอวิ๋นวิ่งมากอดเอวมารดาด้วยความเคยชินและไว้ใจ ใบหน้าเปื้อนยิ้มสดใส…ราวกับโลกทั้งใบปลอดภัยเพียงเพราะมีเธออยู่

“แม่จะเข้าเมืองหลวง” หลานเยว่เอ่ยเบา ๆ “เจ้าต้องไม่ดื้อ ไม่ซนนะ... เดี๋ยวเย็นนี้แม่ก็กลับแล้ว”

มือของนางวางบนศีรษะเล็ก ๆ อย่างอ่อนโยนน้ำเสียงนิ่งนุ่ม ฟังแล้วชวนอบอุ่นยิ่งกว่าตะวันอ่อนแสง ในยามที่นางไม่อยู่ ลูกชายของนางไม่เคยโดดเดี่ยวบ้านของผู้นำหมู่บ้านตั้งอยู่ไม่ไกลนักเป็นจุดรวมของเด็กทุกวัยไม่ว่าจะเด็กเล็ก เด็กโต ต่างก็มักรวมตัวกันเล่นสนุกอยู่ที่นั่นและผู้นำหมู่บ้านผู้นี้...คือชายชราผู้เมตตา มีใจรักเด็ก และมองว่าคนรุ่นใหม่คืออนาคตของหมู่บ้าน ช่วงเวลากลางวัน ผู้ใหญ่ในหมู่บ้านหลายคนต่างพากันเข้าเมืองหลวงเพื่อหาเลี้ยงชีพ ม่อหวนอาจกันดาร…แต่คนของที่นี่กลับมีน้ำใจ

หลานเยว่เดินออกจากหมู่บ้านม่อหวนโดยแต่งกายเรียบง่าย ราวกับหญิงชาวบ้านทั่วไปผู้จะเข้าเมืองไปทำธุระ หากแต่เบื้องหลังภาพลวงนั้น นางมิได้วางใจหรือวางมือจากสิ่งใดเลย

ภายในแขนเสื้อผ้าหยาบหนานั้น ซ่อนสิ่งหนึ่งไว้แนบกายตะเกียบไม้คู่ใจอาวุธที่ดูธรรมดา แต่เคยปลิดชีพมาแล้วนับไม่ถ้วนเส้นทางเลียบเขาและป่าลึกทอดยาวเบื้องหน้า นางก้าวอย่างมั่นคง ร่างบางเคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติแม้จะผ่านทางแคบหรือเนินชัน ก็ไม่มีแม้ความลังเลในฝีเท้าภาพจำในสมองที่สืบทอดมาจากเจ้าของร่างเดิมเส้นทาง หมู่บ้าน ร่องน้ำ ช่องเขาล้วนแจ่มชัดในใจนางตลอดทางมีคนสัญจรผ่านเป็นระยะแต่แล้ว เสียงต่ำ ๆ ก็ดังขึ้นจากเงาไม้ข้างทาง

“ลูกพี่... ท่านดูสตรีนางนั้นสิ งดงามนัก...”ชายหนุ่มรูปร่างผอมแกร็นเอ่ยอย่างตื่นตะลึง ดวงตาหยาบโลนจ้องไปยังร่างของหลานเยว่อีกคนชายร่างใหญ่ที่ดูเป็นหัวหน้า เดินตามหลังพลางเหลือบมองตามสายตาของลูกน้อง

“อืม... งามจริง ๆ” เขาตอบเสียงทุ้มต่ำ แววตาเปล่งรัศมีของความอยากครอบครองกลุ่มชายทั้งห้า…เป็นพวกโจรกระจอกที่เที่ยวฉวยโอกาสจากหญิงสาวที่อ่อนแอและมักกลายเป็นเหยื่อของพวกมันในป่าเงียบเช่นนี้ ไม่มีใครได้ยินเสียงร้อง ไม่มีใครมาช่วยเหลือและพวกมัน... ก็ชินกับการกระทำต่ำทรามนี้มานักต่อนัก

เวลานี้ สายตาของพวกมันจับจ้องหลานเยว่ราวกับหมาป่าพบลูกแกะหลงทางหาได้รู้ไม่เหยื่อที่พวกมันหมายตา คือ มัจจุราชเงียบงัน

“สาวน้อย เจ้ากำลังหลงทางอยู่ใช่หรือไม่…?” เสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างลอยหน้าลอยตา ขณะกลุ่มชายทั้งห้าเดินเข้ามาล้อมนางไว้ราวกับฝูงสุนัขป่าหิวกระหายวงล้อมนั้นค่อย ๆ แคบลงสายตาทุกคู่เต็มไปด้วยความปรารถนาอันหยาบโลนรอยยิ้มบิดเบี้ยวบนใบหน้าที่ไม่สมควรมีคำว่า เมตตาประดับอยู่พวกมันไม่ปิดบังเจตนาเพราะในสายตาของพวกมัน... นางคือเหยื่อผู้ไร้ทางสู้

แต่ในแววตาเรียบสงบของหลานเยว่...กลับไม่มีความตื่นตกใจแม้เพียงนิดนางยืนนิ่ง... ดั่งหินผาริมเหวเงียบงันอย่างเยือกเย็น ราวกับแค่สายลมพัดผ่านแม้นางจะเป็นสตรีผู้ไม่ชินกับการแสดงความรู้สึกหัวใจของนางจะด้านชาราวกับไม่มีเลือดเนื้อแต่ในเรื่องของ สัญชาตญาณดิบของมนุษย์...หลานเยว่คือผู้เชี่ยวชาญเหนือผู้ใด

ดวงตาของนางมองพวกมันทีละคน...ไม่ใช่ด้วยความหวาดกลัว แต่กำลังเลือกว่าจะ ฆ่าใครก่อนดี ถึงแม้สัญชาตญาณนักฆ่าจะคำรามภายในอกหลานเยว่… แต่นางก็เลือกที่จะกดมันเอาไว้ นางยิ้มให้พวกมันอย่างอ่อนโยนไม่ใช่เพราะพิศวาสในสายตาโสมมของพวกมันแต่เพราะ…นางกำลัง ฝึกยิ้ม กับคนแปลกหน้าเพื่อที่ในวันหนึ่ง รอยยิ้มแบบนี้จะถูกมอบให้กับบุตรชายของนางอย่างแนบเนียนและจริงใจ

“ข้ากำลังจะไปเมืองหลวง… ได้โปรด อย่าทำร้ายข้าเลย”เสียงของนางอ่อนโยน ราบเรียบ ราวกับหญิงสาวชาวบ้านผู้ไม่รู้โลกแต่มันกลับเป็นบทฝึก…บทซ้อมสำหรับ การอ่อนโยน ซึ่งนางไม่เคยมีอยู่จริง ในสายตาของหลานเยว่ชายพวกนี้… เปรียบดั่งตุ๊กตาเน่าเปื่อยที่ยังพอมีประโยชน์ในฐานะ เครื่องมือฝึกซ้อม ความเป็นแม่

ทว่ารอยยิ้มของนางที่ดูสดใสและบริสุทธิ์กลับกระตุ้นความดิบเถื่อนในตัวพวกมันยิ่งกว่าเดิมเปลวปรารถนาในแววตาเริ่มลุกโชน

“อะไรกัน… นางให้ท่าเรารึเปล่า?” หนึ่งในนั้นกระซิบพลางหัวเราะหึ ๆ ข้างหูอีกคน...สิ่งที่พวกมันเข้าใจ กับสิ่งที่นางทำคือคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิงราวฟ้ากับเหว มือหยาบกร้านของชายผู้เป็นหัวหน้ายื่นออกมาอย่างช้า ๆ นิ้วของมันสั่นด้วยแรงปรารถนา ราวกับพร้อมจะสัมผัสร่างของหญิงสาวตรงหน้าเพื่อสนองความใคร่ที่ไร้ยางอายแต่ยังไม่ทันปลายนิ้วจะได้เฉียดแตะต้อง

กร๊อบ!! “อ๊ากกก!!”

เสียงกระดูกหักดังสะท้านไปทั่วป่า ตามด้วยเสียงกรีดร้องอย่างโหยหวน ชายร่างใหญ่ทรุดฮวบลงกับพื้น มือข้างนั้นบิดงอผิดรูปจนดูไม่เหมือนของมนุษย์อีกต่อไป

“ล-ลูกพี่!!”

เหล่าลูกน้องส่งเสียงตะโกนอย่างแตกตื่น แต่ก่อนที่พวกมันจะทันได้ชักดาบ หรือแม้แต่ขยับกายหลีกหนี ร่างของหลานเยว่ก็เคลื่อนไหว รวดเร็ว เพียงอึดใจเดียว แขน ขา กระดูกของพวกมัน…ก็แหลกสะบั้น! เสียงร้องแห่งความเจ็บปวดระงมไปทั่ว พวกมันดิ้นพราด ๆ อยู่บนพื้นด้วยความทรมาน น่าสมเพชไม่ต่างจากสัตว์ถูกเชือดหลานเยว่มองพวกมัน...ก่อนจะค่อย ๆ ยิ้มออกมา รอยยิ้มนั้นอ่อนโยน อ่อนหวาน...เหมือนแม่ที่กำลังถามลูกว่า กินอิ่มข้าวหรือยัง

“รอยยิ้มของข้า... เป็นอย่างไรบ้าง?” นางถามด้วยน้ำเสียงที่แสนจะอ่อนโยน ชายที่เป็นหัวหน้าแม้จะน้ำตานองหน้าและเจ็บปวดแทบขาดใจ แต่กลับพยักหน้าหวาด ๆ“สวย...งามนัก แม่นางช่างมีรอยยิ้มที่สดใสยิ่งนัก… ได้โปรด... ได้โปรดเมตตาข้าเถิด…”

“สดใส... ถึงขนาดนั้นเลยหรือ?”เสียงของนางยังคงไพเราะแววตาเปล่งประกายด้วยความไร้เดียงสา… ราวกับหญิงสาวผู้อบอุ่นและไม่ประสาแต่ในวินาทีต่อมาเงาตะเกียบวาบผ่าน

ฉึก! ฉึก! ฉึก!

ตะเกียบคู่ใจของนางพุ่งตรงเข้าสู่ลำคอของพวกมันอย่างแม่นยำ แหลมคมเสียยิ่งกว่าเหล็กกล้าร่างเหล่านั้นทรุดฮวบลงในทันทีดวงตาเบิกกว้างลมหายใจ...ดับวูบ สติ...สลายไปตลอดกาล

ท่ามกลางศพที่เอนราบกับพื้นมีเพียงสตรีหนึ่งเดียว ยืนอยู่ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดและลมยามสายเธอ…คือแม่ผู้ฝึกซ้อม รอยยิ้ม เพื่อมอบให้ลูกและคือ มัจจุราช ผู้ไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียวที่จะปลิดชีวิตของผู้ที่ก้าวล้ำ

“รอยยิ้มของเราสดใสถึงเพียงนี้… ลูกของเราต้องมีความสุขแน่ ๆ เลย… คิกคิก…”

เสียงหัวเราะของนางแผ่วเบา อ่อนโยน…ราวกับแม่ผู้เปี่ยมรักแม้ว่าปลายนิ้วของนาง… ยังเปื้อนเลือดอุ่นใหม่ แม้ว่าใต้ฝ่าเท้าของนาง… ยังมีร่างไร้ลมหายใจนอนแน่นิ่งไม่ไหวติง

ดวงตาของหลานเยว่ไม่แม้แต่จะเหลือบมองพวกมันไม่มีคำสั่งลา… ไม่มีแม้แต่ความรู้สึกใด ๆ ผ่านหัวใจราวกับสิ่งที่ล้มตายลงเบื้องหลัง… ไม่ต่างจากฝุ่นผงในสายลมนางเพียงแค่ยกมุมปากอีกครั้งสีหน้ายังคงเปี่ยมด้วยความอ่อนโยนเช่นเดิม

และมุ่งหน้าไปยังเมืองหลวงร่างบางของนางก้าวเดินอย่างแผ่วเบาสีหน้าเบิกบาน รอยยิ้มอ่อนโยนเกือบจะดูอบอุ่นอย่างแท้จริงดูเหมือนว่า… ทักษะการแสดงอารมณ์บนใบหน้า จะพัฒนาไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติมาเป็นนักฆ่าแม่ลูกอ่อน   ตอนที่ 117 สิบสี่ปีต่อมา (จบ)

    กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปสิบสี่ปี… ชื่อเสียงของ นักฆ่าไร้นาม ค่อย ๆ กลายเป็นเพียงตำนานเล่าขานในหมู่ผู้คน ถึงแม้ในโลกมืดจะยังมีใบสั่งตายมากมาย แต่ไม่มีใครเคยเห็นพวกเขาออกมาเคลื่อนไหวอีก ราวกับได้หายลับไปจากยุทธภพ เหลือเพียงความเงียบงันที่แฝงไว้ด้วยปริศนาในเวลานี้ ภายในจวนตระกูลซู กลิ่นหอมอ่อนของชาอบอวลอยู่ในห้องโถง หลานเยว่ วัยสี่สิบปี นั่งอยู่ตรงหน้าต่าง แสงแดดอ่อนยามเช้าส่องกระทบเรือนผมดำขลับที่ยังคงเงางาม ความงดงามของนางหาได้ลดทอนลงตามกาลเวลา หากแต่เพิ่มพูนด้วยเสน่ห์อันสงบเย็นและน่าเกรงขาม นางหันไปถามสามีด้วยเสียงอ่อนโยน แฝงด้วยความเย็นชาที่ไม่เคยเลือนหายไป“ท่านพี่… หลานจิ่วอวิ๋น ลูกของเราไปที่ใด?”คำถามของนางเหมือนหยดน้ำเย็นไหลผ่านกลางอก ซูจิ่งหลง ชายวัยหกสิบกว่า ที่แม้ร่างกายจะผ่านศึกและกาลเวลามานับไม่ถ้วน แต่ความสง่างามและอำนาจในแววตายังคงไม่เสื่อมคลาย เขายกยิ้มบาง ๆ ตอบเสียงนุ่ม แต่แฝงความเกรงใจ“เจ้าจะไปห่วงทำไมกัน… บัดนี้หลานจิ่วอวิ๋นเติบใหญ่แล้ว ไม่ใช่เด็กตัวน้อยอีกต่อไป”สายตาของ หลานเยว่ หันมาสบเขา ดวงตาคู่นั้นนิ่งสนิทและเย็นชา ราวกับคมดาบที่ซ่อนอยู่ใต้ฝัก คำตอบนั้นไม่ใช่สิ่งท

  • ทะลุมิติมาเป็นนักฆ่าแม่ลูกอ่อน   ตอนที่ 116 วันมงคล

    แสงแดดยามสายส่องลอดผ่านซุ้มศาลาริมน้ำ เงาไม้ไหวระริกตามแรงลมเย็น เสียงน้ำกระทบฝั่งดังแผ่วเบา บรรยากาศรอบกายดูสงบสุขราวกับไม่มีคลื่นลมใด ๆ เคยเกิดขึ้นบนโลกใบนี้ซูจิ่งหลงนั่งนิ่ง สายตาเหม่อมองสตรีตรงหน้าอย่างไม่รู้จักเบื่อ หลานเยว่ ยังคงสงบนิ่งเช่นเคย มือเรียวยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างอ่อนช้อย แววตาเย็นชาไร้อารมณ์ ทำให้เขารู้สึกว่าผู้หญิงผู้นี้…ไม่เพียงแต่เป็นมือสังหาร แต่ราวกับเป็นผู้ชี้ขาดโชคชะตาของผู้คนเพียงแค่ปรายตามอง นางไม่จำเป็นต้องลงมือเองเสมอไป เพียงกำหนดเส้นทางให้ เรื่องราวก็จะดำเนินไปอย่างที่นางปรารถนาชายหนุ่มพยายามสลัดภาพชะตากรรมอันน่าสมเพชของจ้าวหย่งหยูออกจากใจ แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกสะท้านทั้งจากความโหดเหี้ยมของฟ้า และจากสตรีผู้ลึกลับตรงหน้า“เจ้ามองอะไร” เสียงของนางดังขึ้นเรียบเย็น แต่กลับกระทบเข้ากลางใจเขาราวกับใบมีดบางเฉียบซูจิ่งหลงสะดุ้งเล็กน้อย เขารีบยกยิ้มประดับใบหน้า พยายามกลบเกลื่อนความรู้สึกที่กำลังพลุ่งพล่าน “เปล่า… ข้าเพียงแค่รู้สึกดีที่มีเจ้าอยู่เคียงข้างเท่านั้น”รอยยิ้มของเขาดูจริงใจ แต่ดวงตากลับซ่อนความเขินอายไว้ไม่มิดหลานเยว่ไม่กล่าวสิ่งใด นางเพียงวางถ้วยชาลงบนโ

  • ทะลุมิติมาเป็นนักฆ่าแม่ลูกอ่อน   ตอนที่ 115 จุดจบของกากเดนในร่างมนุษย์

    แรกเริ่ม จ้าวหย่งหยู ยังยกยิ้มเยาะบนใบหน้า มันแสดงสีหน้าถือดีนักที่ได้เห็นอดีตบ่าวรับใช้ทำตัวราวกับสุนัขเชื่อง ๆ ยอมหมอบคลานต่อหน้า ทว่ากาลเวลาไม่เคยเข้าข้างใคร การรอคอยที่เนิ่นนานเกินไปกลับค่อย ๆ เผาอารมณ์อันบิดเบี้ยวของมันให้พลุ่งพล่านมันมาถึงตั้งแต่ฟ้ายังไม่เปลี่ยนสี จนบัดนี้ดวงอาทิตย์ค่อย ๆ คล้อยต่ำใกล้ตกดินแล้ว แต่เงาของเจ้าขี้ข้าก็ยังไม่กลับออกมาเสียที ใบหน้าที่เหยียดหยามในคราแรกจึงค่อย ๆ กลายเป็นความบิดเบี้ยวทั้งโกรธเกรี้ยวและน่าสมเพชเจ้าง่อยตะเบ็งเสียงพร่าหอบ ริมฝีปากสั่นกระตุก น้ำลายเหนียวไหลเลอะเป็นทาง“แค่กกก… อ่อกกก… เจ้า…เจ้าขี้-ชะ-ชั้นต่ำ! กล้าาา…ปล่อยให้ข้า…รอออ…นานถึงเพียงนี้เรอะะะ! ขะ-ข้ามาตั้งแต่ฟ้าา…ยังไม่ทันเปลี่ยนสี…จนตะวัน…จวนจะตกแล้ววว!”เสียงโวยวายแตกพร่า แผดก้องไปทั่วหน้าประตู ราวกับเด็กร่างพิการเอาแต่ใจในสลัมผู้ไม่รู้จักคำว่าอดทนหรือศักดิ์ศรีไม่นานนัก ประตูไม้เก่าโทรมค่อย ๆ ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดแล้วเปิดออกอย่างเชื่องช้า คล้ายเจตนาแอบทดสอบความอดกลั้นของนายเก่า อดีตบ่าวโค้งตัวลง น้ำเสียงราบเรียบคล้ายไร้เดียงสา“ขออภัยด้วยขอรับ… มันเป็นเพราะเรือนข้ารกและสกปรกมากเก

  • ทะลุมิติมาเป็นนักฆ่าแม่ลูกอ่อน   ตอนที่ 114 อดีตบ่าวรับใช้

    สำหรับบางคน…ความตายอาจเป็นเพียงการปลดปล่อย แต่สำหรับจ้าวหย่งหยู เศษเดนในร่างพิการผู้นี้ มันไม่ควรมีจุดจบที่เรียบง่ายถึงเพียงนั้นชีวิตของมันเต็มไปด้วยมลทินที่แม้ตัวมันเองยังจำไม่ได้ว่าก่อกรรมชั่วกับใครไปมากเท่าไรแล้วเคยสั่งลูกน้องรุมซ้อมบัณฑิตผู้ใฝ่ดีจนพิการ เพียงเพราะริษยาที่อีกฝ่ายมีสติปัญญาดีมากกว่าตนเคยฉุดคร่าสตรีงามที่สะดุดตา ไม่สนใจว่านางมีครอบครัวหรือฐานะเช่นไรเคยเหยียบย่ำชีวิตผู้คนจนพังพินาศนับครั้งไม่ถ้วนเพราะบารมีและอำนาจของบิดาอย่าง อัครเสนาบดีจ้าวเจี้ยนกั๋ว ที่คอยปกปิด เก็บกวาด และอุ้มชู ทำให้มันยังลอยหน้าลอยตาอยู่ได้จนถึงวันนี้แต่เมื่อเสาหลักล้มลงแล้ว โลกทั้งใบของมันก็ดิ่งลงเหวอย่างไร้ทางหนีค่ำคืนหนึ่ง ร่างพิการที่นั่งค่อมบนรถเข็นเก่า ๆ จมอยู่ในความมืด ดวงตาขุ่นหมองฉายแววโหยหวน น้ำเสียงแหบพร่าเล็ดลอดออกมาพร้อมหยาดน้ำตา“ท่ะ…ท่านพ่อ… ข้า…คึ-คิดถึงท่าน… เหลือเกิน…”เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของนายน้อยผู้เคยอหังการ แต่คือเสียงสะอื้นของเศษมนุษย์ที่ไร้ที่พึ่งตลอดทั้งวันทั้งคืน ไม่มีแม้แต่อาหารสักคำตกถึงปาก ความหิวกัดกินจนท้องไส้บิดเกร็ง แต่ถึงกระนั้น จ้าวหย่งหยู ก็ยังยึดมั่นในศักดิ์

  • ทะลุมิติมาเป็นนักฆ่าแม่ลูกอ่อน   ตอนที่ 113 ของขวัญแต่งงาน

    ภายในจวนร้างที่เงียบงัน เสียงล้อรถเข็นยังคงเสียดสีพื้นหินดังเอี๊ยดอ๊าดไม่ขาดสาย จ้าวหย่งหยู เข็นตัวเองไปอย่างทุลักทุเล ใบหน้าบิดเบี้ยวชุ่มไปด้วยน้ำตาและน้ำลายที่ไหลยืดเลอะเปรอะคาง ร่างพิการสั่นเทาคล้ายจะล้มพังได้ทุกเมื่อทุกห้องที่มันเปิดเข้าไป ภาพที่ปรากฏตรงหน้าไม่ต่างอะไรกับฝันร้ายตู้หีบสมบัติถูกเปิดอ้า หยกงาม ทองคำ และเงินก้อนโตที่เคยเป็นภูเขาทรัพย์หายวับไปราวกับไม่เคยมีอยู่ ร่องรอยการกวาดล้างปรากฏทุกซอกมุม เหลือเพียงความว่างเปล่ากับความเย้ยหยันที่บีบคั้นหัวใจอันบิดเบี้ยวมันสั่นระริกทั้งร่าง ก่อนจะเงยหน้าขึ้น หัวเราะปนสะอื้นเสียงแหบพร่า“ฮึ่กก… ฮือออ… มะ-ไม่… ไม่นะะะ… ทรัพย์… ซะ-สินของข้าาาาา… ทองคำของข้าาา! ฮ่ะ…ฮึ่กก!”หยาดน้ำตาที่ไหลพรั่งพรูออกมานั้น มิใช่เพราะมันเสียใจที่ถูกเหล่าคนรับใช้ทอดทิ้ง แต่เป็นเพราะ เกราะกำบังเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตของมันทรัพย์สมบัติที่พ่อทิ้งไว้ถูกพรากไปจนสิ้นมันรู้ดีแก่ใจ ว่าที่ผ่านมาอำนาจและรัศมีที่มันอวดอ้างล้วนแล้วแต่เป็นเพียงเงาของบิดาผู้ล่วงลับ กับกำแพงทองคำที่ห้อมล้อมคุ้มครองมัน หากปราศจากสิ่งเหล่านี้ มันก็เป็นเพียง ซากพิการอัปลักษณ์ที่ไร้ค่า เดิ

  • ทะลุมิติมาเป็นนักฆ่าแม่ลูกอ่อน   ตอนที่ 112 นักฆ่าไร้นามเคลื่อนไหว

    ภายในห้องโถงที่เงียบสงัด แสงตะเกียงเพียงไม่กี่ดวงส่องให้เห็นเงาเรียงรายของผู้คนที่ยืนรอคำสั่งอย่างพร้อมเพรียง มือสังหารนับร้อยในชุดดำสนิท ปิดบังใบหน้าแน่นหนา ราวกับเป็นเงามืดที่ไร้ตัวตน แต่ละคนแผ่รังสีอันตรายคล้ายคมดาบที่ซ่อนอยู่ในฝัก ทุกสายตาหันมาจับจ้องยังสตรีเพียงผู้เดียวที่นั่งอยู่เบื้องหน้าหลานเยว่ เอนกายเล็กน้อยบนเก้าอี้ไม้ แววตาคมเรียบเฉยดั่งผืนน้ำแข็งที่ไร้คลื่นกระเพื่อม ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มเพียงเสี้ยว ราวกับกำลังพูดเรื่องเล็กน้อยที่ไม่ต้องใส่ใจนัก ก่อนเสียงเย็นยะเยือกจะเอื้อนเอ่ยออกมา“สังหารสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำในร่างคนพวกนั้นให้สิ้นซาก… และชิงเอาทรัพย์สินของมันมาให้หมด”น้ำเสียงนั้นสงบนิ่งเสียจนชวนขนลุก คล้ายกับนางไม่ได้สั่งการล้างชีวิตผู้คนนับร้อย แต่เป็นเพียงการบอกให้คนของนางไปดูแลสวนหรือจัดการเรื่องบ้านเรือน ความเย็นชานี้เองทำให้ทุกคำยิ่งดังก้องและหนักหน่วงนางหยุดเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยสายตาที่เฉียบคม “เหลือชีวิตไว้แต่เพียง…เจ้าง่อย และคนที่ไม่เกี่ยวข้อง”ถึงแม้นางจะสั่งฆ่าอย่างไร้ความปรานี แต่ก็ไม่มีวันเอ่ยคำให้พรากชีวิตผู้บริสุทธิ์ คำสั่งของหลานเยว่เด็ดขาด นางต้องการเพ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status