แชร์

3จริงรึ

ผู้เขียน: น้องเหม่ยเหมย
last update วันที่เผยแพร่: 2026-07-13 15:35:55

เวลาเดินมาถึงต้นยามไฮ่ [1] ค่ำคืนวันนี้ที่ชั้นใต้ดินของหอนางโลมสุ่ยเซียนฮวามีจัดงานประมูลสาวงามประจำปี คนที่รู้ข่าวการจัดงานจะมีแต่ลูกค้าสูงศักดิ์ที่ได้รับเทียบเชิญให้มาร่วมงานเท่านั้น

ลูกค้าสูงศักดิ์ส่วนใหญ่เป็นเหล่าคุณชาย พ่อหม้าย หรือแม้กระทั่งบุรุษที่มีฮูหยินแล้วทว่าสนใจอยากรับอนุภรรยาคนงามไปเพิ่มจากทั้งตระกูลขุนนาง หรือไม่ก็จากตระกูลมากล้นเม็ดเงินร่ำรวยทองของมีค่า ซึ่งงานในค่ำคืนนี้เพิ่มความพิเศษเข้าไปอีกเมื่อมีตัวแทนจากสำนักฉวนเจินผู้ยิ่งใหญ่ตอบรับเข้าร่วมงานด้วย

ดังนั้นในชั้นใต้ดินจึงเต็มไปด้วยลูกค้าที่มีผู้ติดตามอย่างน้อยห้าคนนั่งเรียงรายอยู่บนอัศจรรย์ครึ่งวงกลมล้อมรอบเวทีตรงกลางเบื้องล่าง เนืองแน่นบนม้านั่งที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้ให้นั่งสบายเนื่องจากเวลานี้ใกล้ถึงเวลาเปิดงานประมูลแล้วนั่นเอง

“วันนี้คนมากันมากกว่าทุกปี เห็นทีหอนางโลมสุ่ยเซียนฮวาคงจะไม่ทำให้พวกเราผิดหวัง”

หนึ่งในลูกค้าผู้เข้าร่วมประมูลเอ่ยกับคนรับใช้จากหอนางโลมที่คอยดูแลตนเองด้วยสีหน้าหยิ่งผยองเต็มที่ สายตาถือดีกวาดสายตามองคนรับใช้อย่างดูถูกทว่าคนถูกมองถูกสั่งสอนมาดีจึงไม่แสดงท่าทีไม่พอใจตอบกลับแถมยังยิ้มละไมให้ลูกค้าที่ตนเองดูแล

“รับรองว่าหอนางโลมของเราไม่ทำให้คุณชายผิดหวังขอรับ วันนี้การประมูลของพวกเราไม่เหมือนปีก่อนที่จะนำยอดคณิกามากความสามารถมาให้ทุกท่านแย่งชิงซื้อพวกนางกลับไปเสวยสุข ปีนี้ทวีความพิเศษยิ่งกว่าคือหนึ่งในยอดคณิกาคนงามนั้นเป็นสตรีพรหมจรรย์ขอรับ อายุของนางเพิ่งย่างเข้าวัยสิบหกหนาวเท่านั้น”

“จริงรึ”

“จริงสิขอรับ ข้าน้อยเพิ่งเคยเห็นแม่นางผู้นั้นจากที่ไกล ๆ ใบหน้านางงามล้ำ ผิวกายขาวนวลดุจดอกบัวขาวที่เพิ่งโพล่พ้นผืนน้ำขึ้นมาขอรับ”

“นางต้องเป็นของข้าแน่”

คุณชายที่โดนคนรับใช้ผู้ดูแลกระตุ้นความอยากกระหายในจิตใจ บุรุษคนนั้นถึงกับยิ้มกริ่ม เลียริมฝีปากไม่หยุด ก้นใหญ่นั้นแทบนั่งไม่ติดเก้าอี้เพราะเฝ้ารอสาวงามพรหมจรรย์ไม่ไหวเสียแล้ว

ข่าวลือเรื่องคืนนี้คณิกาที่ถูกนำมาประมูลคือสตรียังไม่เคยผ่านมือชายใดแพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว จากตอนแรกมาร่วมงานด้วยใจที่ตื่นเต้นเพียงเล็กน้อย บางคนเพียงมาร่วมงานเพื่อร่วมสนุกเชยชมสตรีงามในวันนี้เท่านั้นทว่าเวลานี้มีใครบ้างที่ไม่อยากลิ้มลองรสชาติของสตรีบริสุทธิ์อีกทั้งยังงดงามอย่างแน่นอนหากสามารถผ่านมาตราฐานของหอนางโลมแห่งนี้ได้

ใช้เวลาไม่นานเวลาก็เดินทางมาถึงช่วงเวลาสำคัญคือช่วงเวลาแห่งการแสดงสินค้าที่ใช้ประมูลในวันนี้ บนเวทีข้างล่างอัศจรรย์ล้อมเอาไว้นั้นมีสตรีสามคนเดินขึ้นมา

สองคนนั้นเป็นคณิกาสาวงามที่ลูกค้าของหอนางโลมสุ่ยเซียนฮวาล้วนเห็นหน้าค่าตาบ่อยครั้งเพราะพวกนางทำหน้าที่เป็นนางรำคนงามประจำหอ ทว่าวันนี้ดูท่าว่าจะเปลี่ยนหน้าที่ชั่วคราวมาเป็นพี่เลี้ยงของสินค้าในวันนี้จึงเดินพยุงร่างอ้อนแอ้นในชุดสีม่วงปักดิ้นสีเหลืองอร่ามลายนกนางนวลกำลังโบยบินเล่นกับผิวน้ำ

บนศีรษะของสตรีคนสุดท้ายสวมผ้าคลุมปกปิดใบหน้าที่กล่าวขานกันว่างามนักไว้อย่างมิดชิด

“แม่นางผู้นี้นามว่าลี่อิน วัยสิบหกหนาว นายหญิงของหอนางโลมสุ่ยเซียนฮวาเก็บมาเลี้ยงตั้งแต่นางยังเล็กนับว่านางเปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจของพี่น้องคณิกาของหอเรา เจียวเอ๋อร์จึงอยากขอความกรุณาจากลูกค้าทุกท่านได้โปรดเอ็นดูน้องน้อยของพวกเราด้วยเจ้าค่ะ”

อาเจียวสตรีที่ยืนพยุงสตรีงามภายใต้ผ้าคลุมเอ่ยเสียงดังกังวานกับแขกทุกท่านด้วยท่าทางราวกับกำลังหวงแหนสินค้ามีชีวิตผู้นี้ทว่าความเป็นจริงแล้วเป็นเพียงบทพากษ์โรงงิ้วที่ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าก็เท่านั้น

“ลี่อินยังเด็กนัก ความไร้เดียงสาของนางอาจทำให้พวกท่านขุ่นเคืองหมองใจทว่าไม้แก่ดัดยาก ไม่อ่อนดัดง่ายหากบุรุษท่านใดได้รับไปดูแลรบกวนฝากนายท่านอบรมสั่งสอนน้องน้อยของพวกเราด้วยนะเจ้าคะ”

คณิกาขวามือกล่าวเสริมพร้อมกับออกแรงแผ่วเบาลูบไหล่มนเปลือยเปล่าด้วยเพราะอาภรณ์ที่สินค้าผู้นี้สวมใส่นั้นทั้งเว้าแหว่งเป็นส่วนใหญ่เพื่อเผยผิวขาวราวกับน้ำนมให้แก่ลูกค้ากระเป๋าหนักทุกท่าน

“ท่านประมุขน้อยสนใจร่วมประมูลตัวนางด้วยหรือไม่ขอรับ”


[1] ยามไฮ่ คือ 21.00 – 22.59 น.

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ทะลุมิติมาเป็นบุตรีของขุนนางต้องโทษ   94บทส่งท้าย

    บทส่งท้ายเสียงพิณและขลุ่ยดังแผ่วเบาออกมาจากในสวนจวนตระกูลซุน ตลอดทั้งจวนถูกตกแต่งอย่างงดงามด้วยโคมไฟสีแดงสดและดอกไม้สีสันสดใส ประตูไม้ประดับด้วยผ้าแพรแดงที่ทอดยาวไปทั่วทั้งจวน กลิ่นหอมของธูปและเครื่องหอมอบอวลอยู่ในอากาศ เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าวันนี้เป็นวันมงคลอันสำคัญยิ่ง วันแห่งความสุขที่ทุกคนรอคอยซุนเพ่ยเหวินนั่งอยู่ในห้องภายในเรือนพัก นางสวมใส่ชุดเจ้าสาวสีแดงชาดที่เย็บด้วยผ้าไหมชั้นดี ลายปักบนเสื้อคลุมแสดงถึงฝีมือการเย็บปักถักร้อยที่ประณีตอย่างยิ่ง โดยเฉพาะลายมังกรและหงส์ที่ประดับด้วยเส้นด้ายทองคำ ดวงตาของนางส่องประกายใต้ผ้าคลุมหน้าขณะที่หัวใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นและประหม่าเหล่าสาวใช้และผู้ช่วยเจ้าสาวต่างแสดงความยินดีกับนาง ช่วยจัดแต่งทรงผมและเพิ่มเครื่องประดับด้วยความเอาใจใส่ ซุนเพ่ยเหวินรับรู้ถึงความสำคัญของวันนี้ได้ดี นางกำลังจะเริ่มต้นชีวิตใหม่กับหลิวมู่เหยียนชายที่นางรักและเคารพ“คุณหนูเพ่ยเหวิน ดูงดงามยิ่งนัก” หนึ่งในผู้ช่วยเจ้าสาวกล่าวด้วยรอยยิ้ม สาวใช้อีกคนหนึ่งเองก็เอ่ยขึ้น “ข้าน้อยไม่เคยเห็นใครสวยงามขนาดนี้มาก่อน ท่านแม่ทัพหลิวต้องหลงใหลในตัวคุณหนูของพวกบ่าวอย่างแน่นอน”

  • ทะลุมิติมาเป็นบุตรีของขุนนางต้องโทษ   93นางคือคู่หมั้นของข้า

    หกสิบห้านางคือคู่หมั้นของข้าภายในโรงน้ำชาชื่อดังกลางตลาดใหญ่ของเมืองหลวงแห่งหนึ่ง เสียงพูดคุยและเสียงจอกชาถูกกระทบกันเบา ๆ ภายในโรงน้ำชาดูราวกับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของบรรดาผู้คนที่มาสูดอากาศบริสุทธิ์หลังจากความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงมาได้ไม่นาน หลิวมู่เหยียนในชุดสีเข้มที่บ่งบอกถึงยศศักดิ์ของเขายืนอยู่ที่ระเบียงชั้นบนของโรงน้ำชา เขาสอดสายตามองออกไปยังถนนที่แสนพลุกพล่านเบื้องล่าง ใจเต้นแรงด้วยความกังวลขณะที่ดวงตาคมกริบของเขาเฝ้าจับจ้องมองหาสตรีที่ตนเองนัดหมายเอาไว้เวลาผ่านไปเกินกว่าที่นัดหมายกันแล้ว แต่ยังไร้วี่แววของหญิงสาวที่เขาเฝ้ารอด้วยความคิดถึง หลิวมู่เหยียนถอนหายใจเบา ๆ แต่ภายในใจเขาเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติความคิดหลายอย่างเริ่มวนเวียนในหัวของเขา ถ้าเกิดมีอะไรเกิดขึ้นกับนางระหว่างทางเขาคงไม่อภัยให้ตัวเองได้แน่สุดท้ายความกังวลก็ทำให้เขาตัดสินใจเดินออกจากโรงน้ำชา เขาก้าวลงบันไดไปยังถนนและมุ่งตรงไปยังจุดที่คิดว่าซุนเพ่ยเหวินน่าจะเดินผ่าน หวังเพียงได้พบเห็นนางในกลุ่มคนที่เดินผ่านไปมา เขาเดินไปไม่กี่ก้าวก็หยุดชะงักเมื่อเห็นภาพที่ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจนัก ดวงตาของเขาเบิกกว้

  • ทะลุมิติมาเป็นบุตรีของขุนนางต้องโทษ   92หมดเวรหมดกรรม

    หกสิบสี่หมดเวรหมดกรรมวันต่อมา ขณะที่แสงอาทิตย์ยามเช้าทอดยาวเหนือทิวเขา ขบวนรถม้าหรูหราก็แล่นออกจากประตูเมืองไคเฟิงอย่างเชื่องช้า ซุนเพ่ยเหวินนั่งอยู่ในรถม้าคันใหญ่พร้อมกับเหล่าผู้ติดตามที่ใกล้ชิด รถม้าเคลื่อนตัวไปบนเส้นทางที่คดเคี้ยวผ่านทิวทัศน์ที่เขียวขจี ขณะที่ในใจของนางกลับเต็มไปด้วยความคิดถึงและความกังวลเมื่อเวลาเช้าตรู่มีขบวนรถม้ามารับนางกลับบ้าน ซึ่งนางดูจากคนที่มารับคาดว่าน่าจะเป็นคนขององค์รัชทายาท นางจึงรีบเก็บสัมภาระและขึ้นรถม้ามาเสียงล้อรถม้ากระทบกับถนนดังเป็นจังหวะกล่อมให้จิตใจที่ว้าวุ่นค่อย ๆ สงบลง นางหันมองออกนอกหน้าต่างเห็นทิวทัศน์ที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วแต่กลับรู้สึกว่าการเดินทางครั้งนี้ช่างยาวนานเสียงตะโกนดังมาจากทหารผู้ควบคุมม้า “คุณหนูซุนเพ่ยเหวินได้ยินข่าวดีแล้วหรือไม่?” เขาคงรับรู้ได้ถึงความเป็นกังวลในใจนางกระมัง จึงอยากตะโกนบอกบางสิ่งให้นางสบายใจซุนเพ่ยเหวินเปิดม่านรถม้าออกเล็กน้อยพลางถาม “ข่าวดีอะไรหรือ?”“ทางเมืองหลวงได้ประกาศออกมาแล้วว่าให้เมืองไคเฟิงกลับมาเปิดเป็นปกติ เนื่องจากคนป่วยทุกคนได้รับการรักษาและปัญหาต่างๆ ก็บรรเทาลงหมดแล้ว ดังนั้นสถานการณ์ในเวลานี

  • ทะลุมิติมาเป็นบุตรีของขุนนางต้องโทษ   91เหตุจลาจลในเมืองหลวง

    หกสิบสามเหตุจลาจลในเมืองหลวงซุนเพ่ยเหวินยืนอยู่ที่หน้าต่างห้องพักในหมู่บ้านชายป่า ใบหน้าของนางเคร่งขรึม ดวงตากระจ่างใสทอดมองไปยังที่ไกลแสนไกลนั้นแฝงไปด้วยความกังวลและความคิดถึง นางเฝ้ามองออกไปในทิวทัศน์ที่ไม่มีที่สิ้นสุดราวกับกำลังค้นหาเงาของใครบางคนที่อยู่ห่างไกลเกินจะสัมผัสได้สามวันก่อน องค์รัชทายาทและแม่ทัพหลิวมู่เหยียนพาคนจำนวนมากไปสมทบกับทหารที่เมืองหลวง พวกเขาได้แอบออกจากเมืองไคเฟิงตามแผนการที่วางไว้เพื่อจัดการกับกลุ่มคนที่ฉวยโอกาสก่อกบฏ ในวิกฤติของแคว้นเซี่ย การจากไปของพวกเขาทำให้หัวใจของซุนเพ่ยเหวินเต็มไปด้วยความกังวล แม้เธอจะได้รับมอบหมายหน้าที่สำคัญในหมู่บ้านนี้ ทั้งการปรุงยาเพื่อรักษาอาการป่วยของชาวบ้านและการนำทหารของแม่ทัพหลิวไปจัดการลำธารที่ปนเปื้อน แต่ความคิดของนางกลับวนเวียนอยู่กับความปลอดภัยของคนรักและแผนการที่พวกเขากำลังดำเนินการในเมืองหลวงซุนเพ่ยเหวินพยายามจดจ่อกับหน้าที่ของตนเอง แต่ในใจลึก ๆ แล้วนางเฝ้ารอคอยข่าวสารจากทหารที่ถูกส่งไปในเมืองหลวงอย่างกระวนกระวาย วันนี้เป็นวันที่สามหลังจากที่พวกเขาเดินทางไป นางหวังว่าวันนี้จะมีข่าวดีที่นำมาซึ่งความโล่งใจทันใดนั้น เ

  • ทะลุมิติมาเป็นบุตรีของขุนนางต้องโทษ   90รักษาการณ์ชั่วคราว

    หกสิบสองรักษาการณ์ชั่วคราวสองวันผ่านไป ยามเช้าภายในเมืองหลวงของแคว้นเซี่ยวันนี้ถูกปกคลุมด้วยบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความกังวล ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วทุกตรอกซอกซอยเกี่ยวกับอาการป่วยหนักขององค์รัชทายาทที่ทรงติดโรคระบาดในเมืองปิดตายอย่างเมืองไคเฟิงได้สร้างความหวาดหวั่นแก่ประชาชนตั้งแต่เมื่อวาน เช่นเดียวกัน ข่าวลือเหล่านี้ได้เดินทางไปถึงพระกรรณของฮ่องเต้ ซึ่งทำให้พระองค์ผู้เป็นพระบิดาและมีอาการชราภาพอยู่แล้วล้มป่วยลงตามไปด้วยเนื่องจากความเครียดสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ และจากความห่วงใยในองค์รัชทายาทสุดซึ้งได้กัดกร่อนสุขภาพของพระองค์อย่างรวดเร็วภายในห้องบรรทมของฮ่องเต้ หมอหลวงต่างพากันเดินเข้ามาตรวจดูอาการ ล้วนแนะนำให้ฝ่าบาทดื่มยาบำรุงและพักผ่อนให้มากเพื่อรักษาพระวรกาย ห้ามมิให้ผู้ใดนำเรื่องเครียดที่อาจกระทบต่อสุขภาพอ่อนแอของพระองค์ในขณะนี้มากราบทูล ฮ่องเต้ทรงมีพระพักตร์ซีดเซียวและดวงตาที่เต็มไปด้วยความกังวล ทรงรู้ดีว่าการล้มป่วยของพระองค์ในช่วงเวลานี้อาจนำพาแคว้นเข้าสู่ภาวะวิกฤติด้วยเหตุนี้ในช่วงเวลาที่แคว้นเซี่ยอ่อนแอไม่มีทั้งฮ่องเต้ที่แข็งแรงและองค์รัชทายาทคอยดูแลแผ่นดินแทน ฮองเฮาจึงต้องขึ้นม

  • ทะลุมิติมาเป็นบุตรีของขุนนางต้องโทษ   89แผลบนร่าง

    หกสิบเอ็ดแผลบนร่างหลิวมู่เหยียนวิ่งนำขึ้นไปยังห้องขององค์รัชทายาทด้วยความรวดเร็ว หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความกังวลและความห่วงใย เขาไม่รู้ว่าข้างในจะพบกับอะไร แต่ทุกเสี้ยววินาทีที่เสียไปทำให้เขารู้สึกเหมือนเวลาผ่านไปอย่างช้าๆ ทันทีที่เขาเปิดประตูห้องเข้าไปภาพที่เห็นทำให้เขาต้องหยุดนิ่งชั่วครู่ห้องที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นห้องที่ดีที่สุดในโรงเตี๊ยม บัดนี้กลับกลายเป็นเละเทะไปด้วยร่องรอยของการต่อสู้ เครื่องเรือนบางชิ้นถูกทำลายและทิ้งเศษซากไว้ทั่วห้อง ที่บนเตียงไม้มีองค์รัชทายาทนั่งอยู่โดยมีทหารคนสนิทคนหนึ่งกำลังทำแผลให้อย่างง่าย ๆ แค่พอห้ามเลือดไม่ได้หาหมอมารักษาอย่างถูกวิธีอย่างที่ควรจะเป็น“องค์รัชทายาท!” หลิวมู่เหยียนเรียกด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล ขณะที่เขาและซุนเพ่ยเหวินรีบเข้าไปใกล้เตียง ทหารคนสนิทที่กำลังทำแผลอยู่เงยหน้าขึ้นมามองพวกเขาและพยักหน้าเบา ๆ เพื่อส่งสัญญาณให้รู้ว่าตนเองทำแผลเสร็จแล้วและจะถอยออกไปก่อนซุนเพ่ยเหวินมองดูแผลบนร่างขององค์รัชทายาท แม้จะไม่ใช่แผลสาหัสถึงชีวิตแต่ก็ยังทำให้นางรู้สึกกังวลอยู่ดี “ทำไมพระองค์ไม่ทรงให้คนไปเรียกหมอมารักษา? เพคะ” นางถามด้วยน้ำเสียงที่แ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status