Masukเมื่อรู้ว่าตัวเองหลุดเข้ามาอยู่ในนิยาย เธอก็ไม่ได้นิ่งเฉย สิ่งแรกที่ทำเลยคือกลับไปทิ้งตัวลงนอนแหมะที่เตียงนอนดังเดิม
ถ้าหลับไป... แล้วตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ฉันอาจจะกลับไปยังโลกเดิมก็ได้ รั่วหยุนซีพยายามกล่อมตัวเองให้หลับ เธอนับแกะตัวแล้วตัวเล่าในใจ แต่เพราะใจไม่สงบไง ต่อให้นับแกะไปก็ข่มตาไม่หลับอยู่ดี "โอ้ย!! แล้วฉันจะกลับไปได้ไหมเนี่ย" พูดกับตัวเองที่คิดว่าถ้าเธอกลับไปนอนหลับที่เดียวกับตอนที่ตื่นบางทีอาจจะกลับไปในโลกเดิมของตัวเองได้ ปิดตา เปิดตา ทำซ้ำๆ วนเกือบสิบครั้งได้ แต่ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าก็ทำเธอใจแป้วพลันถอนหายใจ ทุกอย่างยังไม่เลือนหาย นี่มันโลกนิยายที่เธอเขียนชัดๆ "ฉันต้องอยู่ที่นี่จริงๆ สินะ" ใจไม่อยากยอมรับ แต่ก็จนปัญญาที่จะหาหนทางกลับไป หญิงสาวลุกขึ้นมานั่งทำหน้าห่อเหี่ยวอยู่พักใหญ่ เพราะถึงนางเอกในเรื่องจะสวยและอ่อนหวานแค่ไหน แต่ในสายตาของพระเอกไร้หัวใจก็มองว่าเธอเป็นแค่เศษฝุ่นที่น่ารำคาญ หลังจากแต่งงาน 'ฝูอี้หาน' ไม่เคยแม้แต่จะแตะต้องตัวเธอ "หมอนกับผ้าห่มอยู่ในตู้" อี้หานชี้ไปที่ตู้เสื้อผ้าในห้องนอน "เอ่อ...คุณขี้หนาวเหรอคะ" คนไม่รู้เอ่ยถาม คืนแรกของการแต่งงาน เธอรู้ดีว่าหน้าที่ของภรรยาที่ดีคืออะไร การปรนนิบัติสามีคือสิ่งที่ภรรยาควรกระทำเพื่อให้สามีพอใจ หากแต่เธอแค่สงสัยก็เท่านั้นเอง "เปล่า" เป็นคำตอบที่ไม่มีคำอธิบายใดๆ ในเมื่อสามีสั่งเธอที่เป็นภรรยาก็ต้องทำ สองขาเรียวเดินไปหยุดที่หน้าตู้เสื้อผ้าก่อนจะหยิบทุกอย่างมาตามคำสั่ง เธอกลับมายืนตรงหน้าสามีที่ใส่ชุดนอนพร้อมกับวางทุกอย่างไว้ที่เตียง "ไม่ใช่ตรงนี้" ชายหนุ่มชักสีหน้าใส่ เสียงถอนหายใจทำเธอรู้ตัวทันทีว่าทำให้สามีไม่พอใจเข้าให้แล้ว "ไปวางตรงนั้น" นิ้วหนาชี้ไปที่โซฟาในห้องนอน "คุณจะไปนอนที่นั่นเหรอคะ" หญิงสาวพลั้งปากถามออกไป เธอเข้าใจดีว่าเขาคงไม่ได้รู้สึกดีเท่าไหร่ แต่จะให้เจ้าของบ้านไปนอนที่โซฟาได้อย่างไร มองจากขนาดเตียงแล้วก็น่าจะแบ่งกันนอนได้ ถ้าไม่สะดวกใจเอาหมอนข้างกันไว้ก็น่าจะเป็นทางออกที่ดี "ไม่ใช่ฉัน แต่เป็นเธอ" "อะไรนะคะ" ดวงตากลมเบิกโตกับคำสั่ง "ฉันไม่ชอบพูดซ้ำ" และนี่ก็คืออีกฉากในนิยายที่เธอเขียนให้พระเอกโดนด่าหนักมาก น้องตัวเล็กน่าสงสาร แล้วดูพระเอกทำ เฮ้อ! ไม่อ่อนโยนเอาซะเลย "ฉันควรสมน้ำหน้าตัวเองดีไหม" รั่วหยุนซีถอนหายใจ เมื่อนึกถึงตอนหนึ่งในนิยายที่เธอเพิ่งเขียนไป การแต่งงานที่ไม่มีความรักผสมเป็นส่วนหนึ่งเข้าไป ก็คงไม่ต่างอะไรกับกาแฟที่ไม่เติมน้ำตาล หลี่หยุนซีที่ผ่านความลำบากมามาก เธอก็คงต้องได้แต่ยอมรับและปฏิบัติตามเพราะไม่อยากมีปัญหากับสามี 'แกห้ามทำฉันขายหน้านะ' 'สำนึกบุญคุณด้วย' 'อย่าให้ตระกูลฝูมาว่าฉันได้' คุณนายหลี่กระซิบข้างหูก่อนที่นางเอกจะเดินขึ้นรถไป ทุกคนรู้ดีว่าคนผู้นี้ห่วงหน้าตาของตัวเองยิ่งกว่าอะไร การที่เธอได้แต่งงานกับบุตรชายคนโตของตระกูลฝูก็ถือว่าเป็นบุญคุณ ก็อกๆ เสียงเคาะประตูทำให้รั่วหยุนซีสะดุ้งตกใจ บ้านหลังนี้เป็นบ้านของฝูอี้หานที่ซื้อไว้ หลังจากแต่งงานเขาก็ขอแยกบ้านทันที เหตุผลที่อ้างกับครอบครัวก็คือ 'ผมอยากได้ความเป็นส่วนตัว' เชื่อก็บ้าแล้ว!! รั่วหยุนซีเบะปาก เพราะเหตุผลที่ฝูอี้หานพานางเอกย้ายออกมาอยู่บ้านอีกหลังก็เพราะจะได้ไม่ต้องถูกจับผิดในความสัมพันธ์ ถึงจะแต่งงานกันแต่เขาก็มีระยะห่าง แววตาที่ดูจริงจังตลอดเวลานั้นทำให้นางเอกไม่กล้าที่จะชวนคุย บ้านหลังนี้ไม่ได้มีแค่นางเอกกับพระเอกอยู่ด้วยกันสองต่อสอง เพราะมารดาของสามีได้ส่งคนรับใช้เก่าแก่นามว่า 'จิวลู่' มาอยู่ด้วย ซึ่งจุดประสงค์เลยก็คือเป็นหูเป็นตาคอยส่งข่าวให้ "ใจเย็นๆ หญิงสาวบอกกับตัวเองที่พยายามทำตัวให้เป็นปกติเท่าที่จะทำได้ เธอเปิดประตูให้ป้าจิวลู่เข้ามา เวลาบ่ายกว่าๆ เป็นเวลาที่ป้าจิวลู่จะเก็บเสื้อผ้าไปซักให้ ผ้าปูเตียงที่ดูเรียบร้อยเกินไป ทำให้คิ้วของป้าวัยกลางคนขมวดย่นทันที "คุณนายน้อย" "คะ" "คุณต้องพยายามมากกว่านี้นะคะ" ถึงจะถูกคุณนายฝูส่งมาเป็นหูเป็นตา แต่ที่ผ่านมาเธอก็เอ็นดูเด็กสาวใสซื่อคนนี้ไม่น้อยทีเดียว "พยายามเรื่องอะไรคะ" รั่วหยุนซีถามด้วยแววตาไม่เข้าใจ "คุณท่านอยากอุ้มหลานแล้วนะคะ" เป็นคำตอบอ้อมๆ แต่แทงใจ เธอทะลุมิติเข้ามาอยู่ในนิยายช่วงที่นางเอกแต่งงานเข้าตระกูลฝูครบหนึ่งเดือนเต็มพอดี และเป็นช่วงหนึ่งเดือนที่พระเอกไม่แตะต้องตัวเธอแม้แต่นิดเดียว "ฉันทราบค่ะ" รั่วหยุนซีที่ทะลุเข้ามาสวมบทนางเอกก้มหน้ายอมรับ ทุกคนเข้าใจว่าเธอและอี้หานมีช่วงเวลาที่แสนหวานด้วยกันในคืนวันแต่งงาน หยดสีแดงที่เปื้อนผ้าปูเตียงสีขาวนั้นมาจากน้ำมือของอี้หานที่สร้างสถานการณ์ได้เก่งจริงๆ ทำตัวเองจริงๆ เลยฉัน... รั่วหยุนซีพึมพำ เมื่อนึกถึงฉากในนิยายที่ทำให้ทุกคนเข้าใจผิดว่านางเอกกับพระเอกมีความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรรยา "นั่นคุณทำอะไรคะ" หลี่หยุนซีถามด้วยแววตาซื่อใสเมื่อเห็นเจ้าบ่าวในชุดแต่งงานสีแดงเดินไปเอาเข็มเย็บผ้ามาแทงเข้าที่นิ้วมือ "หุบปากแล้วอยู่เงียบๆ" อี้หานมองมาทางเจ้าสาวด้วยแววตาไม่พอใจ หลี่หยุนซีไม่ได้รับคำตอบอะไร แต่มาเข้าใจอีกทีก็ตอนที่ป้าจิวลู่เคาะประตูห้องเข้ามาเก็บผ้าปูที่นอนพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูอิ่มเอม "ป้าต้มน้ำแกงไก่ร้อนๆ ไว้แล้ว" "ลุกไหวไหม ถ้าไม่ไหวเดี๋ยวป้าถือขึ้นมาให้" "คุณท่านต้องดีใจแน่ๆ" และนี่ก็คือที่มาของการหลอกลวงให้ทุกคนเข้าใจผิดครั้งยิ่งใหญ่ ฝูอี้หานทำตัวปกติไม่แก้ข่าวใดๆ ส่วนนางเอกก็ต้องตามน้ำไปเพราะกลัวคำขู่ของสามีที่บอกว่าจะตัดลิ้นเธอ "วันนี้คุณนายน้อยอยากจะลงครัวทำอาหารเย็นเองไหมคะ" "ทำไมเหรอคะ" เพราะยังไม่ได้เขียนบทถัดไป เธอจึงไม่มีเนื้อหาให้ได้เตรียมตัว ซึ่งนั้นก็เท่ากับว่าเธอต้องเดินเรื่องไปพร้อมกับตัวละคร "คุณนายน้อยลืมเหรอคะ" ป้าจิวลู่มองเด็กสาวตรงหน้าที่ดูจะลืมเรื่องสำคัญไป ทั้งๆ ที่เธอเพิ่งบอกไปเมื่อวานนี้เอง "วันนี้คุณท่านจะมาทานข้าวเย็นด้วยค่ะ" "คุณท่านเหรอคะ??" รั่วหยุนซีตาโตด้วยความตกใจ คุณท่านที่ว่าคือบิดามารดาของสามีใช่ไหม ถามตัวเองที่ยังไม่ได้เขียนเนื้อหาตอนถัดไปก็ดันหลับสนิทคาโต๊ะทำงาน ส่วนข้อมูลของตอนถัดไปนั้นยังไม่มีในสมองเลย "ค่ะคุณนายน้อย" เอาเข้าไป จะไม่ให้ฉันได้พักหายใจเลยใช่ไหม รั่วหยุนซีคิดพลันถอนหายใจ ก่อนจะถามสาวใช้เก่าแก่ว่า "อี้หานรู้ไหมคะ" "คุณท่านแจ้งคุณหนูไว้แล้วค่ะ" เพราะป้าจิวลู่เป็นคนรับใช้เก่าแก่ที่เคยเลี้ยงชายหนุ่มมาเธอจึงเคยชินและติดปากเรียกชายหนุ่มว่า 'คุณหนู' ทั้งที่ตัวโตจนหมาเลียก้นไม่ถึง ประเด็นคืออี้หานรู้ หลี่หยุนซีนางเอกรู้ แต่เธอ 'ไม่รู้' นักเขียนที่เป็นสายชอบด้นสดอย่างเธอก็คงต้องแก้ไขสถานการณ์ไป ซึ่งคำพูดของฝูอี้หานพระเอกในนิยาย ทำเธอถอนหายใจแรง 'เวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นเธอรู้ใช่ไหมว่าต้องทำตัวยังไง' คำถามมาพร้อมแววตาที่กดดัน หากนางเอกทำพลาด เขาคงพร้อมเฉดหัวเธอทิ้งแน่ๆ แล้วคนที่จะแย่ก็คือนางเอกที่ไม่มีที่ที่ให้กลับไป ตระกูลหลี่อุปการะนางเอกมาเป็นบุตรบุญธรรม แต่การกระทำไม่ใช่ นางเอกไม่ต่างอะไรกับสาวใช้ที่มีฐานะแค่ในนาม เฮ้อ!! รันทดเกิ้นนนน รั่วหยุนซีพึมพำ คงต้องโทษเธอที่แต่งภูมิหลังนางเอกให้น่าสงสาร ถึงเส้นทางชีวิตจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่นางเอกก็ยังยิ้มสู้ได้ เป็นผู้หญิงที่อ่อนนอก แต่แข็งใน ได้ใจนักเขียนอย่างเธอไปเต็มๆ "เดี๋ยวเย็นนี้ฉันลงครัวเองค่ะ" ในเมื่อนิยายยังไม่จบ เธอที่หลุดเข้ามาแล้วจับได้บทนางเอกจะให้เพิกเฉยต่อชะตาชีวิตอันรันทดของนางเอกก็คงไม่ได้ ในฐานะนักเขียนก็คงต้องพาตัวละครที่รักให้ไปถึงเป้าหมาย หากต้องเลือก.... ระหว่างกลับไปเป็นที่รองรับอารมณ์ของคนในตระกูลหลี่ในฐานะคนรับใช้ เธอก็ขออยู่พิชิตใจสามีไบโพล่าร์ต่อดีกว่า รั่วหยุนซีที่รู้ปูมหลังของนางเอกได้ตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะทำให้นิยายเรื่องนี้จบแบบแฮปปี้เอนดิ้งให้ได้! แสงแห่งความหวังสว่างวาบขึ้นมาในใจ ถ้าหากว่าเธอนำพาตัวละคนไปถึงตอนจบได้ ไม่แน่ว่าเธออาจจะได้รับโอกาสให้กลับไปในโลกแห่งความจริงและใช้ชีวิตนักเขียนที่รักดังเดิม ฉัน... ต้องกลับไปให้ได้! หญิงสาวพึมพำ ดวงตาเปี่ยมไปด้วยไฟแห่งความหวัง พระเอกจะเย็นชา ไร้ใจ ก็ไม่หวั่น ฉันพร้อมแล้วที่จะเดินหน้าสุดพลัง ลองดูสักตั้งแล้วกันรั่วหยุนซี.... #คืนหนึ่งในฤดูหนาว'หยุนซี...''รั่วหยุนซี!!!'เสียงที่เธอเคยได้ยินมาเมื่อนานแสนนาน ตอนนี้ได้หวนกลับมาให้ได้ยินอีกครั้ง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน เสียงที่คุ้นหูนั้นปลุกให้เธอจำต้องลืมตาตื่นขึ้นมาเพื่อเผชิญกับความจริงตริ้ง!!อยู่ๆ ก็มีหน้าจอฮาโลแกรมใสเด้งขึ้นมาพร้อมกับข้อความที่เขียนย้ำให้เธอรู้ว่า'ยินดีด้วย...''นิยายได้มาถึงตอนจบแล้ว'ถึงจะรู้ทั้งรู้ว่ามาถึงตอนจบของนิยาย แต่พอเห็นข้อความก็ยิ่งตอกย้ำให้เธอกลัวและวูบโหวงในใจ น้ำตาของเธอไหล เธอไม่อยากทิ้งสามีไป เหนือสิ่งอื่นใดเธอไม่อยากต้องกลับไปใช้ชีวิตตัวคนเดียวฮึก ฮึก ฮืออ...ดวงตาคู่สวยที่เอ่อไปด้วยน้ำตาตอนนี้แทบอ่านข้อความที่เด้งขึ้นมาตรงหน้าไม่ได้ มันพร่าเลือนจนเธอมองไม่เห็นอะไร ในเมื่อเธอทำให้นิยายจบแบบมีความสุขได้ ก็คงถึงเวลาที่เธอต้องกลับแล้วจริงๆตริ้ง!'รางวัลของนักเขียน'ข้อความที่เด้งขึ้นมาทำดวงตาคู่สวยที่ดูเศร้าเปลี่ยนไป เธอรีบกระพริบตาถี่ๆ ไล่หยดน้ำตาพวกนั้น ประโยคนี้หมายถึงอะไร แล้วรางวัลที่นักเขียนจะได้รับคืออะไรกัน'รับ' หรือ 'ไม่รับ'ถึงจะยังไม่รู้ว่ารางวัลที่ว่าคืออะไร แต่หญิงสาวก็กดรับไว้ ตอนนี้เธอกำลังลุ้นว่ารางวัล
"ฉันก็รักคุณค่ะ"หญิงสาวตอบรับความรู้สึกของพระเอกที่สารภาพความในใจ พื้นที่ที่เคยเจ็บปวดเพราะถูกคนรักหักหลังอย่างใจร้ายตอนนี้ไม่ได้แห้งเหี่ยวอีกต่อไป คำบอกรักของชายหนุ่มเข้ามาเติมเต็มให้หัวใจของเธอพองฟู 'พระเอกประสาอะไร''เคยรักใครบ้างไหม''ใจร้ายจริงๆ เลย'เพราะความเย็นชาที่แสดงออกมา ทำให้เธอเคยปรามาสฝูอี้หานเป็นบุรุษ 'ไร้หัวใจ' ในสายตาของเธอเขาเย่อหยิ่ง เอาแต่ใจ ไม่ฟังความคิดใคร นอกจากความคิดของตัวเองแต่ทว่า...เมื่อเวลาผ่านไปความใกล้ชิดทำเธอหวั่นไหว เขากลายมาเป็นคนที่ทำให้หัวใจของเธอฟื้นคืนมีชีวิตใหม่ ความเจ็บช้ำจางหาย ขนาดน้ำแข็งยังแพ้ไฟ แล้วนับประสาอะไรกับใจคนที่อ่อนแอ'ฉันเชื่อคำพูดเธอ'การที่เขาปกป้องเธอมันทำให้เธอมองเขาเปลี่ยนไป เธอเองก็ไม่รู้ว่าเริ่มรู้สึกดีๆ กับเขาตอนไหน มารู้ตัวอีกครั้งก็โดนตกทั้งตัวทั้งใจ แล้วใครมันจะไม่หวั่นไหวกับคำสารภาพกัน ดวงตาคู่สวยแดงก่ำ ขอบตารื้นไปหมดแล้ว"ไม่ต้องร้อง"นิ้วหนายื่นมาซับหยดน้ำตาให้ เขาไม่ได้อยากเห็นเธอร้องไห้ ก่อนหน้านี้เขากับเธอไม่ต่างอะไรกับคนแปลกหน้า ถึงจะอยู่ในสถานะสามีภรรยาที่แต่งงานกันแล้วแต่ก็ไม่คุย ไม่พูด ไม่ถาม ไม่สบตา ทั้ง
แค่จูบอย่างเดียวไม่มีจริง เมื่อลิ้นของทั้งคู่เริ่มพันกัน พื้นที่ภายในรถไม่ได้เป็นอุปสรรค ต่างฝ่ายต่างตักตวงความหอมหวาน ดวงตาคู่สวยสะท้อนภาพคนที่เธอรัก ร่างกายของเธอร้อนวูบวาบเมื่อมือหนาลูบไล้จากต้นขาและเลื่อนขึ้นมาเรื่อยๆ"ได้ไหม"ชายหนุ่มถามเมื่อถอนจูบออกมา แววตาของเขาไม่สามารถปิดบังความต้องการที่พุ่งพล่านได้ ความหอมหวานที่ได้สัมผัสกระตุ้นอารมณ์ของเขาให้ลุกโชนเกินจะหักห้ามใจ สถานที่ไม่เป็นใจ แต่เขาก็ยังอยากจะทำ "อื้ม"คนตัวเล็กพยักหน้าท่าทีเขินอาย ความสัมพันธ์ทางกายทำให้เธอกับเขามาถึงจุดเปลี่ยนที่กล้าเปิดเผยมากขึ้นกว่าเดิม"อ๊ะ...อี้หาน"หญิงสาวครางเสียงสั่นเมื่อตรงนั้นของเธอถูกเล้าโลมเริ่มแรกอ่อนโยนชวนให้วูบวาบจนต้องกัดฟันข่มความเสียวไว้ หลังจากนั้นเขาก็เร่งเร้าจังหวะใส่ สองนิ้วหนาสอดเข้าๆ ออกๆ ตรงนั้นซ้ำๆ จนได้ยินเสียงน่าอาย ความเสียวซ่านแผ่ขยาย ไม่รู้เป็นเพราะชวนกันทำนอกสถานที่ไหม เธอถึงได้ตื่นเต้น แถมยังเสร็จไวขนาดนี้"อย่าเพิ่งเหนื่อยสิ"เสียงทุ้มเย้าแหย่คนที่หอบหายใจ ภายในสมองของเธอขาวโพลนและพล่าเบลอเพราะอารมณ์ที่เพิ่งถูกปลดปล่อยไป ริมฝีปากหยักคลอเคลียที่แก้มใส ถึงพื้นที่ข้างใ
เพี้ย!ตบครั้งแรกด้านซ้ายเพี้ย!ตามด้วยด้านขวาเพื่อย้ำว่าเธอไม่ได้เป็นที่รองมือรองเท้าใคร เธอแต่งออกมาแล้วตอนนี้เป็นคนของตระกูลฝูไม่ใช่คนของตระกูลหลี่อีกต่อไป บุญคุณต้องชดใช้และนางเอกในเรื่องก็ชดใช้ให้หมดแล้ว"กรี้ดดด นี่แกตบฉันเหรอ"ดวงตาที่มองเธอตอนนี้ดูแค้นมาก มือเรียวจับใบหน้าของตัวเองที่ขึ้นปื้นแดง โมโหตัวสั่น ไม่มีใครมาห้าม เพราะไม่อยากมีเอี่ยวไปด้วย"ก็คุณตบฉันก่อน"เธอแก้ต่างให้ตัวเองที่ตอนนี้โดนโยนความผิดให้ คนที่ล้มลงยันตัวเองขึ้นพร้อมหยิบแก้วติดมือมาด้วยอย่างจงใจ จังหวะที่เธอกำลังจะสาดน้ำจากแก้วใส่ ก็มีใครบางคนเข้ามาขวางเข้าซะก่อนซู่!!"หยุดได้แล้ว"เสียงทุ้มตวาดดัง ไม่สนหน้าใคร ใบหน้าหล่อเหลายามนี้เปียกโชกไปหมดเพราะน้ำที่โดนสาดใส่ ดวงตาคมฉายแววไม่พอใจ หน้าของเขายามนี้ดูเคร่งขรึมน่ากลัว"ไม่เป็นไรนะ"น้ำเสียงที่ดุดันเมื่อกี้อ่อนลงเมื่อเอ่ยถามภรรยาที่พอห่างจากสายตา ก็มีพวกแมลงหวี่แมลงวันเข้ามาก่อกวน'อย่าเป็นห่วงนักเลย''ปล่อยให้ผู้หญิงเขาคุยกันบ้าง''จะได้มีสังคมไงเพื่อน'ถึงเขาจะปลีกตัวออกไปคุย แต่ก็พยายามหันมามองภรรยาตลอดว่าอยู่ได้ไหม เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาพาเธออกงา
เมื่อไม่มีกำแพงขวางกั้น สองคนที่ใจตรงกันความสัมพันธ์ก็ย่อมพัฒนา ถือเป็นเจ็ดวันที่คุ้มค่าเพราะทำให้สามีภรรยาฝูได้ใช้เวลาร่วมกันมากขึ้น 'นั่นใช่ผู้กองฝูหรือเปล่า''พาภรรยามาด้วยนี่"'อุ้ย! น่าสงสารหล่อนนะ''วันๆ คงกินแต่ข้าวเคล้าน้ำตา''ดูหน้าสิอย่างกับคนอมทุกข์เชียว'เพราะโดนฝูอี้หานปฏิเสธการดูตัว จึงทำให้พวกคุณหนูคับแค้นใจ รวมหัวกันปล่อยข่าวลือใส่สีตีไข่ ถึงผู้กองหนุ่มจะไม่สนใจ แต่คำนินทาพวกนั้นก็แรงเกิน'เฮอะ! หน้าฉันอมทุกข์ตรงไหน''แหกตาดูด้วยว่าฉันยิ้มอยู่''เห็นเหรอว่าฉันกินข้าวเคล้าน้ำตา''โอ้ย! คันปากอยากตอกกลับไปจริงๆ'อันที่จริงเธอไม่ได้อยากมางานเลี้ยงสักเท่าไหร่ มันน่าเบื่อที่ต้องมาฟังคนรวยคุยโม้โอ้อวดธุรกิจกันไป ถึงมีสามีอยู่ด้วยแต่ก็ใช่ว่าจะอยู่ตลอดไง เดี๋ยวท่านนายพลก็ดึงตัวไป เดี๋ยวสหายก็มาทักทายพูดคุย"เดี๋ยวฉันมานะ"นั่นคือที่มาของเธอที่ต้องนั่งแหง่วอยู่คนเดียว เหลียวมองก็ไม่เห็นจะรู้จักใคร โชคดีที่อาหารในงานอร่อย ขนมใช้ได้ ระหว่างที่รอก็ทานของว่างแก้เบื่อไป อยู่แบบสงบ เจียมตัว เงียบๆ ไป แต่ก็ไม่ว่ายมีคนมาหาเรื่องเธอ"ในงานมีคนชั้นต่ำมาด้วยเหรอ"เสียงที่ไม่คุ้นหูดังขึ้น
"นวด?"รั่วหยุนซีทวนคำนั้น เอาตรงๆ เธอรู้สึกผิดคาดมากเพราะคิดว่าเขาจะสั่งให้ 'จูบ' แล้ว 'กด' ต่อด้วยซ้ำ อาจเป็นเพราะเขาเอาแต่พูดสองแง่สองง่ามสมองเธอก็เลยคิดถึงแต่เรื่องใต้สะดือพรรณนั้น ในเมื่อข้อเสนอไม่ยากเธอก็ย่อมไม่ลังเลที่จะตอบรับ รอยยิ้มที่ส่งให้ชายหนุ่มนั้นแสดงถึงความไม่เคลือบเแคลงใจสักนิด"เธอทำได้ใช่ไหม""ทำได้ค่ะ""งั้นก็ดี"ชายหนุ่มพยักหน้ารับ แววตาพึงพอใจกับคำตอบมาก ก่อนหน้านี้เขาเฉยชาและไม่เคยสนใจเธอมาคิดๆ แล้วก็น่าสงสาร ก่อนหน้านี้หญิงสาวชอบแอบจับตรงนั้น ตรงนี้เวลาที่เขาเผลอหลับ ตอนนั้นเขาว่าเธอไปมาก จึงอยากสร้างความจำดีๆ ขึ้นมาใหม่ ครั้งนี้อยากจับก็ 'จับ' ได้เลยเขาไม่ว่าอะไร ถือเป็น 'ของขวัญ' จากสามีที่เพิ่งรู้เสียงหัวใจตัวเอง"ฉันไปได้ยังคะ"เมื่อเธอตกปากรับคำ เขาก็ควรต้องปล่อยเธอไป แต่ทำไมนะ ทำไม ปลายจมูกโด่งๆ ที่ยื่นมาใกล้ถึงไม่ยอมถอยห่างสักที ถ้าใกล้ก็จะ...หยุดคิดเดี๋ยวนี้เลยนะ!บอกตัวเองที่คิดไปไกล เพราะจูบเมื่อกี้ทำเธอเป็นบ้าคิดวนแต่ริมฝีปากหยักได้รูปของพระเอกนิยาย โธ่ ถัง กะละมัง หม้อ ไห นี่ฉันกลายเป็นผู้หญิงที่ลามกขนาดนี้ได้ยังไงกัน"ได้""ถ้างั้นฉันจะลุกแล้วนะคะ







