LOGIN"ฉันเดินเองได้ค่ะ""ฉันรู้""ถ้ารู้ก็ปล่อยฉันลงสิคะ"หญิงสาวพูดในขณะเดียวกันก็ดิ้นขลุกขลักในอ้อมแขนแกร่งที่ถือวิสาสะอุ้มเธอทั้งๆ ที่เธอก็บอกว่า 'ไม่ได้เป็นอะไร' ถึงจะเจ็บๆ ตรงนั้นแต่ก็พอเดินไหว การที่โดนเขาอุ้มหลังจากที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งไป เอาตรงๆ นะมันทำตัวไม่ถูกจริงๆ "ไม่ปล่อย"คำตอบของฝูอี้หานมักเด็ดขาดและเด็ดเดี่ยวเสมอ เขามองไปที่ใบหน้าสวยหวานของเธอก็พบว่าปรากฏร่องรอยของความเขินอาย พลันหัวใจก็รู้สึกอุ่นซ่านขึ้นมา แววตาของเขาเปลี่ยนจากเฉยชาโดยที่ตนเองก็แทบไม่รู้ตัว"แต่ป้าจิวลู่กำลังมองอยู่""มองแล้วทำไม"ชายหนุ่มตอบหน้าตาเฉย"คุณไม่อายที่โดนมองรึไง""ถ้าฉันอาย ฉันคงไม่ทำให้เธอร้องทั้งคืน"คำตอบของฝูอี้หานทำดวงตาคู่สวยเบิกโพลงด้วยความตกใจ เรื่องน่าอายพวกนี้ไม่มีใครพูดในที่โล่งแจ้งรู้ไหม แล้วไอ้ท่าทีที่ดูเปิดเผยเหมือนไม่ปกปิดอะไร ทำให้เธออายจนอยากมุดดินหนีจริงๆ "ใครให้เธอไปนั่งตรงนั้น"เสียงทุ้มถาม"ก็คุณเคยบอกว่า...""มานั่งข้างฉัน"ไม่ทันที่รั่วหยุนซีจะได้อธิบาย ฝูอี้หานก็สั่งให้คนตัวเล็กมานั่งเก้าอี้ตัวข้างๆ ซึ่งปกติเขากับเธอเวลาร่วมโต๊ะอาหารก็คือนั่งประจันหน้ากัน เธอกิน เข
ไอ้พระเอกบ้าคิดว่าตัวเองดีนักรึไงคนเย็นชา ไร้หัวใจอมหมาไว้ในปากรึไงห๊ะ!!เพราะเคยด่าพระเอกนิยายว่าหาข้อดีไม่ได้ ถ้าไม่หล่อก็คงไม่ได้เป็นพระเอกนิยาย แต่เรื่องเมื่อคืนกลับทำความคิดของเธอเปลี่ยนไป เขาเป็นพระเอกที่หล่อกร้าวใจ และเรื่องนั้นก็แซ่บพริกสิบเม็ดเลย'สติหยุนซี เธอต้องตั้งสติ'หญิงสาวบอกตัวเองที่ถึงจะตื่นนอนแล้วแต่ก็ยังคงแกล้งหลับต่อไป เพราะฝูอี้หานยังคงไม่ไปไหน ปกติเขาต้องไปทำงานแล้วไม่ใช่รึไง แล้ว แล้ว แล้ว ทำไมเขาถึงยังอยู่ที่เตียง 'อะ...อี้หาน''มันลึกเกินไป''ฉันจะมะ..ไม่ อื้อ~'ทุกสัมผัสที่เขาแตะต้องเธอยังจำได้ ส่วนหนึ่งของเขากับเธอเชื่อมติดกันจนพาลให้ร้อนผ่าวไปทั้งร่างกาย ลีลารักของเขาพลิ้วไหวและนำพาเธอลอยละล่องไปถึงจุดสุขสม'โอ้ย! น่าอายมากๆ เลย'ความทรงจำที่เร่าร้อนทำเธออายจนไม่กล้าลืมตา เธอกับฝูอี้หานเพิ่งทำเรื่องอย่างว่าแล้วก็ไม่ได้จบแค่ครั้งเดียวด้วย 'เรียกชื่อฉัน''ฉันทำได้ดีใช่ไหม''ไม่ต้องอาย''ฉันอยากฟังเสียงเธอ'นี่ใช่ผู้ชายปากหนักที่กลัวดอกพิกุลร่วงจากปากใช่หรือไม่ หลังจากที่ผ่านพ้นคืนอันเร่าร้อนแสนหวามเธอเองก็เริ่มไม่มั่นใจ เขาพูดเรื่องน่าอายได้โดยไม่รู้สึ
ปกติหนึ่งปีมีสามร้อยหกสิบห้าวัน ผู้กองฝูอี้หานเป็นคนเดียวที่มาทำงานไม่เคยหยุดพัก เขาขยันและมุ่งมั่น ทุ่มเทให้กับงาน ไม่เคยขาด ลา หรือมาสายสักครั้ง แต่วันนี้กลับทำให้ทุกคนในกรมทหารต้องมองหน้ากัน เมื่อได้ยินว่าผู้กองที่ขยันยิ่งกว่ามดงานยื่นลาพักร้อนถึงสามวันเต็ม"ผู้กองไม่สบายหรือเปล่า""ไม่มีทาง"เมื่อผู้กองไม่มา มีหรือพวกพลทหารที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของเขาจะไม่พากันตั้งข้อสงสัย มีหลายคนที่คิดว่าผู้กองอาจไม่สบาย แต่ก็มีอีกหลายคนที่ไม่เชื่อว่าคนแข็งแรงดุจหมีควายอย่างฝูอี้หานจะลาเพราะไม่สบายแน่ๆ"หรือว่าไปเที่ยว""คนอย่างผู้กองนี่นะจะไปเที่ยว"ร้อยวันพันปีผู้กองฝูอี้หานเคยไปเที่ยวที่ไหน ข้อสันนิษฐานนี้ปัดตกไป แล้วเหตุผลอะไรที่ทำให้คนขยันอย่างผู้กองฝูหยุดงาน"หรือว่าาาา....."พลทหารที่จับกลุ่มนินทาผู้กองแต่เช้ายังไม่คลายสงสัย เขาพูดค้างเหมือนคนที่เพิ่งฉุกคิดได้ ช่วงนี้ผู้กองดูฉุนเฉียว ไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่ บางวันก็ดูหงุดหงิดมากจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ วันก่อนเขาเห็นผู้กองนั่งถอนหายใจ เมื่อวานผู้กองก็ตาโหลเหมือนคนอดนอน"หรือว่าอะไรวะ""พูดเร็วๆ สิอยากรู้"คนที่รอฟังเร่งเร้ายิกๆ "ฉันว่าผู้กอ
"ดะ...เดี๋ยวค่ะ"เสียงหวานที่เอ่ยออกมาทำคิ้วหนาขมวดย่นไม่พอใจ มาถึงขนาดนี้จะมาดง มาเดี๋ยวเล่นตัวทำไม ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เธอนั่นล่ะที่เป็นคนเริ่มก่อนเอง"อื้ออออ~"จากคำว่าเดี๋ยวตอนนี้กลายเป็นต้องกลั้นเสียงคราง เมื่อถูกมือหนากระทำบางอย่างที่แสนน่าอายแต่ก็ใช่ว่าจะไม่รู้สึกดี"เธอพร้อม ฉันรู้"เขากระซิบขณะใช้นิ้วสัมผัสตรงส่วนนั้นของเธออย่างไม่อาย และเพราะเธอเพิ่งเสร็จไปจึงทิ้งหลักฐานไว้มัดตัวให้ดิ้นไม่หลุดนั่นเอง"ตะ...แต่...อื้อออ~"ปากที่เอาแต่พูดถูกปิดอีกครั้ง เสื้อผ้าที่หลุดรุ่ยไม่เรียบร้อยของเธอตอนนี้ถูกเขาจัดการขณะจูบจนกองลงไปที่พื้นแล้วตอนนี้รั่วหยุนซีไม่รู้เหมือนกันว่าควรจะตกใจกับอะไรก่อนดีระหว่างเธอที่นอนเปลือยกายหรือว่าหุ่นและกล้ามเร้าใจของพระเอกนิยายที่กำลังถอดเสื้อทั้งหมดตรงหน้าเธอ อึก~หญิงสาวเผลอกลืนน้ำลายลงคอเมื่อเขาทิ้งเสื้อที่สวมลงพื้นไปและถอดกางเกงที่สวมใส่ บางสิ่งมันเด่นสะดุดตาจนเธอแทบลืมหายใจ ความใหญ่ที่เกินมาตรฐานนั้นทำให้เริ่มกล้าๆ กลัวๆ ที่จะไปต่อนั่นเอง"กลัวเหรอ"เสียงทุ้มถามคนที่มองตรงนั้นของเขาตาแทบถลน ถ้าให้พูดตรงๆ เขาเองก็ไม่มั่นใจว่าเธอจะไม่เจ็บเลย"อะ...
ฝูอี้หานทิ้งตัวลงนอนด้วยความอึดอัด ถึงเขาจะไม่ใช่คนมักมากในกาม แต่พอโดนปลุกเร้าทางอารมณ์มันก็ต้องมีอยากกันบ้าง ผู้ชายที่มีร่างกายแข็งแรงพร้อมสืบพันธ์ การจะให้ท่อนความเป็นชายที่พร้อมรบอยู่ทุกเมื่อสงบลงนั้นใช่ว่าจะสั่งแล้วทำได้เลย"เธอควรรับผิดชอบสิรั่วหยุนซี"ชายหนุ่มพึมพำ ตอนนี้เขาเริ่มชินกับการที่เธอมานอนข้างๆ เหตุผลร้อยแปดอย่างที่ยกมาอ้างทำให้เขาต้องอนุญาติให้เธอนอนด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทุกวันผ่านไปด้วยดี ไม่มีปัญหาอะไรแต่วันนี้มันต่างออกไปเพราะเขาได้สัมผัสเธอในแบบที่ลึกซึ้งขึ้นมาอีกขั้นนั่นเอง"เฮ้อ~"เพราะร่างกายและจิตใจมันไม่สงบ เขาจึงต้องหาทางออกด้วยวิธีอื่น อากาศที่หนาวเหน็บยามค่ำคืนไม่ได้ทำให้เขาง่วงนอนสักนิดเดียว"แฮ่กๆ"ในเมื่อร่างกายมันไม่เชื่อฟัง ฝูอี้หานจึงต้องเลือกทำบางอย่าง ถึงตอนนี้จะเป็นยามวิกาลแต่เขากลับดีดตัวลุกขึ้นจากเตียงนอนมาวิดพื้นอยู่ข้างๆ ลมหายใจที่ขาดหายไปเป็นช่วงๆ นั้นบ่งบอกได้ว่าผู้ชายที่มีร่างกายแข็งแรงคนนี้ช่างจริงจังกับการวิดพื้นเป็นอย่างยิ่ง'เหนื่อยแล้วจะได้นอน'บอกกับตัวเองที่วิดพื้นไปกี่ครั้งจำไม่ได้ เขายังคงวิดพื้นต่อไปเสียงหอบหายใจสลับกับเสียงกรนเบ
"คนโกหกต้องโดนลงโทษ"คนเมาคาดโทษคนใต้ร่างที่พลาดท่าให้ หนึ่งคนนอนราบ หนึ่งคนขึ้นคล่อม ในท่าทางที่ต่อให้คิดดีก็คิดดีไม่ได้ ดวงตาคู่สวยจ้องมองอย่างไม่พอใจ สองแก้มแดงๆ นั้นป่องน่าเอ็นดู"ฉันไม่ได้โกหก"ฝูอี้หานเฉไฉไป ใบหน้าสวยที่เขยิบเข้ามาใกล้ กลิ่นแอลกอฮอล์ที่มาจากลมหายใจ ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรง "หุบปาก"เสียงหวานตะคอกใส่ เธอทำตาดุจ้องคนใต้ร่างที่ไม่ยอมรับความจริง ซ้ำยังขยับตัวยึกๆ ยักๆ เหมือนอึดอัดที่ต้องอยู่ใกล้ เธอน่ารังเกียจนักรึไง ทำไมถึงได้ชอบเอาแต่ผลักไล่ไสส่งอยู่เรื่อย"นี่เธอกล้าขึ้นเสียงใส่...อุ๊บ"ไม่ทันที่จะพูดจบประโยค ริมฝีปากหยักก็โดนคนเมาลงโทษด้วยการทาบทับปิดไว้ ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความตกใจ เป็นครั้งแรกที่เขาโดนผู้หญิงจู่โจม"ทำบ้าอะไรของเธอ"ปากว่าให้คนเมาที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นถี่แรง หน้าของเขาแดง และหูสองข้างก็ร้อนผ่าวราวกับโดนไฟลน"ลงโทษคนโกหก"คนเมาก็คือคนเมา เธอยิ้มให้เขาที่ทำหน้าดุดัน ดวงตาคมที่ใครๆ ต่างพากันเกรงกลัวนั้นตอนนี้ดูไม่น่ากลัวสำหรับคนเมาสักนิด"อุ้ย! อยู่นิ่งๆ น้าาาา"น้ำเมาเปลี่ยนนิสัยคำนี้ไม่เกินจริงสำหรับผู้หญิงที่ชื่อ 'รั่วหยุนซี' เพื่อนๆ ของเธอรู







