แชร์

ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เห็นผี
ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เห็นผี
ผู้แต่ง: มู่ลี่ดาหลา Mulidala

บทนำ ไทยมุง

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-10-31 03:13:06

โปรยเนื้อหา

       รสาบัณฑิตใหม่วัย 21 ปี ไปเที่ยวส่งท้ายก่อนกลับไทยในหมู่บ้านชาวนาที่ขุดเจอศพผู้หญิงเกือบร้อยเมื่อเดือนก่อน เธอผู้เป็นสาวกพอดแคสต์ฆาตกรต่อเนื่องจะพลาดโอกาสมาเป็นไทยมุงในสถานที่จริงได้ยังไงกัน แต่แล้วจู่ๆ รสาก็ฟื้นขึ้นมาพบว่าตัวเองอยู่ในร่างของ ‘ว่านเฟยเฟิ่ง’ ลูกคุณหนูวัย 18 ปีที่ร้ายกาจจนแม่เลี้ยงและปู่ส่งมาแต่งงานในหมู่บ้านชนบทปี 1980 เพื่อกำจัดให้พ้นหูพ้นตา

        ทีแรกเธอหลงดีใจคิดว่าจะได้ใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์เป็นนางเอกทะลุมิติแบบนิยายที่ชอบอ่าน จากนางร้ายปลายแถวสู่นางเอกครบเครื่องทุกความเก่งกาจอะไรเถือกนั้น แต่มันกลับไม่ง่ายเช่นนั้น เพราะเธอดันมาอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันกับที่ขุดเจอศพเหล่านั้น

       นอกจากจะค้นพบว่าความสามารถตัวเองไม่ใช่ระดับนางเอกแมรี่ซู ความฉลาดก็งั้นๆ สกิลการสืบสวนก็ไม่มี ไหนจะลูกเลี้ยงและแม่สามี แถมยังต้องแบ่งเวลาไปช่วยผีที่คอยตามมาขอความช่วยเหลือถึงบ้านอีก ทางเดียวที่จะมีชีวิตแบบไม่ห่วงหน้าพะวงหลังคือรีบหาเงิน แล้วกล่อมสามีที่ยังไม่เคยเจอหน้าให้ไปซื้อบ้านไกลๆ  ก่อนฆาตกรจะเริ่มลงมือ 

“ตอนเป็นไทยมุงก็สนุกดีอยู่แหละ แต่เป็นผู้ประสบภัยแบบนี้ ใครไหวก็ไปก่อนเลย”

บทนำ ไทยมุง

“โอ๊ยเจ็บนะ ป้าจะดันฉันมาทำไม” รสาโวยวายออกไปเพราะความทรงจำล่าสุดนั้น ตนเองกำลังถูกดันมาจากด้านหลังจนล้มลงกับพื้น

       เธอพยายามดันตัวลุกขึ้นแต่ก็ไม่เป็นผล จึงปรือตาขึ้นพบกับความมืดมิด มีเพียงแสงดาวบนฟ้าที่พอส่องให้เห็นสิ่งรอบกายบ้างเล็กน้อย

“อลินา ป้าซี ทิ้งฉันไว้แบบนี้ได้ยังไง! กลับมานะ!” 

        เสียงตะโกนของรสาไม่มีผู้ใดตอบรับมีเพียงเสียงลม และแมลงที่ร้องคลอสร้างบรรยากาศ รสาที่ยันตัวขึ้นได้สำเร็จหันมองรอบกาย ไม่มีผู้คน ไม่มีไฟถนน ไม่มีเต็นท์ขาว ไม่มีเจ้าหน้าที่หมกมุ่นทำงานอย่างเมื่อตอนกลางวัน

นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้…

“แกถ่ายรูปไปให้เยอะๆ เลยนะ เผื่อเราจะเอาไปเล่าแล้วดังได้เป็นพอดแคสเตอร์บ้าง” รสาพูดพลางเอากล้องติดไว้กับศีรษะของตนเอง หันมองรอบกายเป็นที่โล่งแจ้ง รวงข้าวเหลืองทองไปทั่วบริเวณ

“โห แกดูนั่นสิ เป็นเดือนแล้วยังขุดไม่หมดเลย” อลินาหันไปบอกเพื่อนเมื่อเห็นว่าเจ้าหน้าที่ยังคงขุดหาร่างอย่างต่อเนื่อง และมีการตั้งเต็นท์เพื่อรวบรวมโครงกระดูกที่พบ และทำงานในสถานที่เกิดเหตุ

“แกว่าสุดท้ายแล้วตัวเลขจะทะลุร้อยไหม แค่ตอนนี้ก็เป็นหนึ่งในฆาตกรที่มีเหยื่อมากที่สุดในประวัติศาสตร์จีนแล้ว” รสากล่าวด้วยความตื่นเต้น “คนทำทั้งหมดนี่ ถ้ายังอยู่ลินาว่าเขาจะยังฆ่าคนอยู่ไหม”

“แค่นี้ก็หลอนจะแย่ ยังจะไปจินตนาการว่าเขามีชีวิตอยู่อีก ไม่รู้แกจะพาฉันมาเป็นไทยมุงดูเขาหาคนตายกันทำไม” อลินาบ่นอุบนึกว่าหลังสอบเสร็จการไปเที่ยวส่งท้ายจะเป็นการถ่ายรูปในสถานที่สวยๆ แต่กลับต้องมาแอบถ่ายโครงกระดูกให้เพื่อนสนิท

“นั่นสิคงจะดีกว่าถ้าได้อยู่ตอนฆาตกรออกล่า ฉันจะได้รู้เรื่องแบบติดขอบเวที”

“รสาพูดจาเลอะเทอะ อย่างแกเนี่ยกว่าจะรู้ว่าใครเป็นฆาตกรถ้าไม่โดนจับก็ตอนจะโดนฆ่าเองนั่นแหละ”

“อ้าวทำไมพูดงี้อ่า แกว่าฉันโง่เหรอ” รสาอ้าปากหวอ “ฉันไม่ได้โง่ขนาดนั้นสักหน่อย”

“ไม่โง่ แต่ไม่มีสัญชาตญาณการเอาตัวรอด คนอะไรโจรขึ้นหอดันนึกว่าตัวเองเข้าห้องผิด” อลินาส่ายหน้าแหงนขึ้นมองพระอาทิตย์ตอนเที่ยงวันแล้วถอนหายใจออกมา

“เถอะน่า เราอยู่ที่นี่สามวัน หลังจากนี้แกจะไปไหนฉันตามใจแกทุกอย่างเลย”

       รสาเป็นฝ่ายชวนอลินามาแอบดูสถานที่ที่มีการขุดเจอโครงกระดูก เมื่อรู้ว่าสิ่งที่ขุดพบไม่ใช่เพียงสิบชีวิตอย่างที่เคยอ่านเจอครั้งแรก เพราะอีกสองสัปดาห์ถัดมามีการพบเพิ่ม จนตอนนี้ผ่านมาหนึ่งเดือนยอดตัวเลขโครงกระดูกเพิ่มเป็นแปดสิบสองชีวิต และยังมีวี่แววว่าจะยังมีส่วนที่ยังหลงเหลืออยู่อีก

“นี่…หนูมาดูเขาหาศพกันใช่มั้ย หลานชายป้าเป็นคนเจอกระดูกคนแรกเองแหละ ไม่คิดว่าจะมีฝังอยู่มากขนาดนี้” คุยป้าคนหนึ่งเดินเข้ามาทักรสาและอลินา 

“วันนี้อากาศร้อนหนูซื้อน้ำป้าสิ ป้าจะเล่าให้ฟังอย่างละเอียดเลย”

“เอาคนละขวดก็ได้ค่ะ” อลินาหันไปตอบ

“ยี่สิบหยวนจ้ะ” 

“โหคุณป้า เห็นพวกเราเป็นต่างชาติเลยโก่งราคาใช่ไหมเนี่ย น้ำแบบนี้หกหยวนก็ได้กำไรแล้ว” รสาโวยวายออกมา

“ค่าน้ำหกหยวน ที่เหลือค่าเล่าให้ฟัง จะเอาไม่เอา” คุณป้าที่ถูกกลุ่มเด็กผู้หญิงที่คิดว่าควรจะหลอกได้ก็เริ่มรู้สึกขุ่นมัว

“เอาก็ได้ค่ะ ป้าชื่ออะไรพวกเราจะได้เรียกถูก” รสาตอบพยักหน้าให้อลินายื่นเงินให้คุณป้า

“ป้าแซ่ซี ชื่อซูลี่ เรียกป้าซีก็ได้ นี่น้ำจ้ะ” รอยยิ้มกว้างผุดขึ้นบนใบหน้าของซูลี่ก่อนจะยื่นน้ำให้กับเด็กทั้งสองเตรียมจะเดินหนีไป แต่ก็ถูกรสารั้งไว้เสียก่อน

“เดี๋ยวก่อนป้าซี ป้าเล่ามาเลยนะหลานชายป้าไปเจอได้ยังไง” 

“คือแบบนี้…”

       ป้าซีซูลี่เริ่มเล่าว่าหลานชายของตนจะกลับมาเปิดมินิมาร์ท และทำการเกษตรแนวตั้งในหมู่บ้านนอกเขตเมืองแห่งนี้ แต่ระหว่างที่กำลังก่อสร้างคนงานเจอโครงกระดูกคนนับสิบ จึงต้องหยุดยั้งการก่อสร้างและเรียกเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ 

“ทีแรกพวกเราคิดว่าคงสร้างทับสุสานโบราณ แต่หลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอายุของโครงกระดูกก็ต้องเปลี่ยนความคิด เพราะกระดูกพวกนี้เพิ่งถูกฝังเมื่อสามสิบถึงสี่สิบปีก่อน ตอนนั้นที่ตรงนี้เป็นแค่ป่าธรรมดาเท่านั้น ป้ายืนยันเรื่องนี้ได้เพราะตอนนั้นป้าก็อยู่ในหมู่บ้านนี้เนี่ยแหละ”

       ป้าซีเล่าต่อว่าสัปดาห์ต่อมาเกิดฝนตกจนน้ำทำลายหน้าดินเจอเข้ากับโครงกระดูกในบริเวณใกล้เคียงเพิ่มอีก จึงมีการค้นหาอย่างจริงจังแบบที่เห็นอยู่ในตอนนี้

“สี่สิบปีที่แล้ว แปลว่าเริ่มฆ่าคนช่วงแปดห้า ป้าซีแน่ใจใช่ไหมคะ ยังไม่มีใครออกมายืนยันเลยว่าศพพวกนี้ถูกฝังมานานแค่ไหน”

“แน่ใจสิ ป้ามาทุกวัน แอบฟังพวกที่มาดูกระดูกคุยกันตลอด เขาประมาณไว้ว่าสี่สิบแต่ก็ยังไม่ได้ตรวจละเอียดครบหรอก ปิดหมดแบบนี้ของที่หลานป้าลงทุนก็คอยมาขายให้คนทำงานนี่แหละ” ป้าซีเล่าไปยกน้ำสลับกับเรียกลูกค้าที่มาคอยมุงดูการขุดค้นหา

“แล้วทำไมถึงมีข่าวลือออกไปว่าเป็นการฆาตกรรมต่อเนื่องล่ะคะ การเจอกระดูกไม่ได้ยืนยันอะไรนี่นา” รสาถามด้วยความสงสัย

“เอ…เรื่องนี้ ป้าก็ไม่แน่ใจ ไปแอบฟังกันดีไหมล่ะ มีจุดที่แอบเข้าไปดูใกล้ๆ ได้อยู่ ป้าจะพาไป”

“กี่หยวนคะบริการนี้” รสาเหน็บแนมออกไป

“อันนี้ไม่คิดเงิน เพราะป้าก็อยากรู้เหมือนกัน” 

.

.

.

       หนึ่งหญิงวัยกลางคนสองเด็กสาวลัดเลาะไปยังด้านหลังชายป่าสุดเขตที่ถูกติดเทปป้องกันไม่ให้คนนอกเข้า และหากเดินขึ้นเนินต่อก็จะมองเห็นการทำงานได้ชัดเจน และโชคดีที่ใกล้บริเวณนั้นมีเจ้าหน้าที่เก็บหลักฐานกำลังนั่งพักอยู่พอดี

“บนกระดูกหน้าผากมีสัญลักษณ์เดียวกันแบบนี้ยังไงก็ใช่” เจ้าหน้าที่คนแรกกล่าวออกมา

“ยังไงก็ยังสรุปไม่ได้ อาจจะร่วมมือกันเป็นกระบวนการก็ได้ คนเดียวจะฆ่าคนได้มากขนาดนี้โดนไม่มีใครสงสัยได้ยังไงกัน” เจ้าหน้าที่อีกคนส่ายหน้า ก่อนจะรู้สึกเหมือนว่าถูกแอบมองจึงหันขึ้นมองไปยังกลุ่มของรสา

“นั่นใคร! พวกคุณเข้ามาใกล้ไม่ได้นะ”

“ตายแล้ว ถอยๆๆๆ ถอยสิ” ป้าซีโวยวายออกมาพร้อมกับเริ่มก้าวถอยหลังดันให้ลูกค้าทั้งสองหลบไปก่อนเจ้าหน้าที่จะออกมาเจอ

“ป้าอย่าดัน ป้าซีหยุดก่อน” รสาร้องห้ามในขณะที่ตนเองเริ่มรู้สึกตัวแล้วว่าก้าวขาไม่ทัน และกำลังขาดที่วางเท้าอย่างมั่นคง เพราะบนพื้นมีหินจำนวนมากทำให้เสียการทรงตัว

“หยุดเดี๋ยวนี้ ไม่นะ ป้าซี กรี๊ด”

       รสาเท้าพลิกจนตัวล้มลงทับกับอลินา แต่โชคร้ายที่เมื่ออลินาดันออกมากลับมีแรงน้ำหนักมากพอให้รสากลิ้งลงเนินที่ลัดเลาะกันมาเมื่อครู่ ร่างกายของรสารู้สึกเจ็บร้าวไปทั้งตัว จนกระทั่งชนกับหินใหญ่ก้อนหนึ่งเข้าเต็มแรง เธอได้ยินเสียงกึกดังมาจากภายในร่างกายตนเอง นั่นคือเสียงของกระดูกคอที่หักออก ความเจ็บแปล๊บแล่นไปทั่วร่าง ก่อนที่จะไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดในร่างกายอีกต่อไป  ไม่นานนักภาพจากสายตาก็ดับวูบลง

เกิดอะไรขึ้นกันแน่

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เห็นผี   บทที่ 83 ฝากขายสรุป

    บทที่ 83 ฝากขายสรุปว่านเฟยเฟิ่งนั่งอยู่หน้าโต๊ะไม้หินอ่อนของมิติตัวเดิม คืนนี้ก็เหมือนกันกับทุกคืน สองสามีภรรยาบ้านซีเข้ามาอยู่ในมิติ จื่อหานเข้ามาเพื่อขุดสมุนไพรออกไปขาย และร่างแบบจัดสวนเพื่อให้มิติสวยงามขึ้นเป็นคำขอบคุณ“เฟยเฟย ทำอะไรอยู่น่ะ เห็นนั่งเขียนแบบนั้นมาตั้งนานแล้ว” ซีจื่อหานตะโกนถาม“ทำสรุปกับแบบฝึกหัดให้ฮวาจูอยู่ ใกล้สอบเต็มทีแล้วค่ะ เฟยเฟยอยากให้เธอติดมหาลัยดีๆ จะได้ไม่น้อยหน้าคุณชายสู่”เสียงปากกาขูดไปบนกระดาษ และกลิ่นหมึกจางๆ ลอยคลุ้งในอากาศ ด้านข้างคือกองหนังสือหนาเตอะที่เธอรวบรวมไว้อ่าน นับว่าเป็นสมบัติชิ้นสำคัญหากต้องการกลับไปเรียน เกือบทั้งหมดคือหนังสือเฉลยข้อสอบเกาเข่าเรียงปี

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เห็นผี   บทที่ 82 แก้แค้นให้สะใจ

    บทที่ 82 แก้แค้นให้สะใจลมกลางดึกพัดแรงจนชายผ้าคลุมศีรษะสะบัด เธออาศัยในช่วงที่จื่อหานเข้าไปปลูกสมุนไพรในมิติ ไม่ใช่เพราะไม่อยากให้รู้ แต่เป็นเพราะกลัวถูกห้าม เธอสวมใส่แว่นที่คนใช้ใส่ออกไปล่าสัตว์ตอนกลางคืนเอาไว้ เฟยเฟิ่งไม่อยากเสี่ยงถือตะเกียงออกมาให้เป็นที่สังเกตได้ง่ายนักว่านเฟยเฟิ่งก้มตัวลงตรงคันนา มือตักเกลือจากกระสอบขึ้นโปรยทีละกำ เสียงเกลือกระทบผิวน้ำดังแผ่ว ๆ เธอค่อย ๆ เดินไปตามแนวผืนนา ย่ำโคลนหนืดๆ อย่างไม่รีบร้อน“ขโมยข้าวของคนอื่น ก็ต้องชดใช้กันหน่อย” เธอบ่นเบาๆ พลางหันมองทุ่งกว้างที่เงียบสนิท มีเพียงเสียงกบและแมลงร้องสลับกับเสียงลมที่พัดเฉื่อยๆเกลือหมดไปกระสอบหนึ่ง เธอหยิบอีกกระสอบจ

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เห็นผี   บทที่ 81 ใครต่างก็มีอาชีพสำรอง

    บทที่ 81 ใครต่างก็มีอาชีพสำรองแดดยามสายส่องลงมาที่ลานบ้าน เสียงฟืนแตกดังเปรี๊ยะ จากเตาดินกลมๆ ที่ตั้งอยู่กลางลาน กลิ่นไผ่เผาโชยคลุ้งจนแสบจมูก ว่านเฟยเฟิ่งเอาผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าออกมาปัดควันพลางหัวเราะ“โอ๊ย กลิ่นแรงจริงๆ พี่เข่อซิน แบบนี้ต้องใส่หน้ากากไหมเนี่ย”จางเข่อซินที่กำลังใช้ไม้คนของในหม้อเหล็กหันมายิ้ม “ไม่ต้องหรอกเฟยเฟิ่ง ทำไปสักพักก็ชินเองแหละ น้ำมันไผ่แท้ๆ มันต้องได้กลิ่นแรงแบบนี้ ถึงจะเก็บได้นานและกลบกลิ่นของน้ำมันหมูได้”เฟยเฟิ่งยืนมองหม้อที่ควันลอยขึ้นไม่ขาดตาอย่างตื่นเต้น เธอไม่เคยเห็นของแบบนี้มาก่อนเลย การทำน้ำมันไผ่แบบดั้งเดิมน่าสนใจมากสำหรับสาวยุคใหม่ “ฉันว่ามันน่าสนุกดีนะคะ กลิ่นแร

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เห็นผี   บทที่ 80 ปลูกโสมในมิติ 

    บทที่ 80 ปลูกโสมในมิติอากาศในมิตินี้สดชื่นอย่างประหลาด ยิ่งหลังจากการทำความสะอาดครั้งนั้น และการเข้ามาทำแปลงสมุนไพรก็ดูเหมือนว่าบรรยากาศจะดีขึ้นเรื่อยๆ และแม้จะไม่ได้เติมของเข้ามา ฝั่งกระดานที่ระบุว่าให้ก็เพิ่มมากขึ้น เฟยเฟิ่งที่ไม่คิดว่าการทำสิ่งดีๆ ให้มิติก็นับคะแนนด้วยจึงดีใจยิ่งกว่าอะไรที่ไม่ต้องเปลืองเงินซื้อของเสมอไปเธอเงยหน้ารับแสงแดดอ่อนลอดผ่านหมอกบางเหนือยอดไม้ หูฟังเสียงน้ำจากบึงใสที่ไหลวนหมุนเวียนด้านหลังพื้นที่ที่แปรเปลี่ยนมาเป็นแปลงปลูกสมุนไพรอย่างสบายใจ ตาเหลือบมองซีจื่อหานนั่งยองอยู่บนแปลงดิน มือเขาเปื้อนดินแต่แววตาดูตั้งใจ เขากำลังขุดหลุมเล็กๆ เพื่อวางรากโสมลงไปอย่างระมัดระวัง ใกล้กันมีถั่งเช่ากับเขากวางอ่อนที่เพิ่งเพาะไว้เป็นแถวด้วย“โสมคนต้องเว้นระยะห่างกว่านี้นะ ไม่งั้นมันจะแย่ง

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เห็นผี   บทที่ 79 ชีวิตที่สงบสุข

    บทที่ 79 ชีวิตที่สงบสุขเฟยเฟิ่งเดินกลับมาด้วยใบหน้าไม่สู้ดี จื่อหานมองก็รู้ทันทีว่าเรื่องไม่เป็นอย่างหวัง“ไม่ได้เหรอ”เธอส่ายหน้าเบา ๆ “แม่คุณยอมให้ค้นตัว แต่คงซ่อนไว้ที่อื่นแล้ว… ฉันเห็นเนื้อหมูทอดอยู่เต็มโต๊ะ เหยียนเค่อกับส่งจื่อกำลังช่วยกันกินอย่างอร่อย มีจักรยานและผ้าตัดชุดให้เขาเอาไปหาเมียอีกด้วย”จื่อหานนิ่งงันไปครู่หนึ่ง แล้วถอนหายใจยาว “เงินของเด็ก ๆ กลายเป็นของกิน และของหมั้นเหรอ”“ฉันน่าจะตรวจของก่อนให้ย้ายออก…” เฟยเฟิ่งกัดริมฝีปากแน่น น้ำเสียงขื่นขม“อย่าคิดมากเลยเฟยเฟย” เขาวางมือลงบนไหล่เธอ “ต่อไปคงสงบแล้วล่ะ แม่ผมเลือกทางนั้นเอง ถ้าเงินหลานยังขโมยได้ ก็คงไว้ใจให้อยู่ใกล้ไม่ได้อีก”เธอมองเขาน

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เห็นผี   บทที่ 78 ขโมยเงินเด็ก

    บทที่ 78 ขโมยเงินเด็กบ้านไม้ชั้นเดียวสีครีมอ่อนของลูกชายคนเล็กบ้านซีสงบลงบ้านแล้ว หลังจากอันซูเจินขนของออกไปจนหมดโดยที่มีคนสกุลอันช่วยกันเข้าไปเก็บของ ขนาดสินค้าที่ซื้อมาขายในร้านชำหน้าบ้าน ที่เป็นเงินเฟยเฟิ่งลงทุนแท้ๆ ก็ถูกหอบหิ้วติดมือไปด้วยจนหมดสะใภ้ว่านที่ได้ฉายาใหม่ว่าเป็นสะใภ้อกตัญญูยืนอยู่กลางห้องนั่งเล่นสูดลมหายใจลึก เธอคิดว่าต่อจากนี้บ้านหลังนี้คงได้เริ่มต้นใหม่เสียที ไม่มีเสียงตำหนิ ไม่มีสายตาเหยียดหยาม ไม่มีความกลับไปกลับมาให้สับสนอีกต่อไปซีจื่อหานเดินออกไปตามลูก ๆ ที่ยังเล่นอยู่ในสวนหลังบ้านกับจ้งหม่า “จื่อซวาน! ซูลี่! ได้เวลาเข้าบ้านแล้ว จ้งหม่ากลับบ้านด้วย แม่คงรอกินข้าวแล้วป่านนี้” เสียงทุ้มของจื่อหานดังขึ้น เด็กชายวัยเจ็ดขวบหันมาทันที ส่วน

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status