เข้าสู่ระบบบ้านตง
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมนังเหมยจูมันถึงกล้าแบบนี้” กู้หลันหรือแม่เฒ่าตงพูดอย่างไม่พอใจ
“นั่นสิ หรือว่าที่เราได้ข่าวว่าสะใภ้สี่ป่วยเกือบตายนั้นทำให้เธอมีสติขึ้นกว่าเมื่อก่อน” ตงก้านหรือพ่อเฒ่าตงเองก็คิดเหมือนภรรยา เขารู้สึกว่าสะใภ้สี่นั่นดูแปลกตา ถึงแม้ว่าจะยังปากร้าย แต่ไม่น่าจะกล้าและเป็นคนฉลาดแบบนี้
“สะใภ้สี่คงไม่มีทางเลือกแล้วหรือเปล่าคะ หลายเดือนก่อนฉันมีเรื่องกับเธอฉันก็โดนตบเหมือนกัน อาจจะเพราะบ้านน้องสี่ไม่มีอะไรกินแล้วจริงๆ เลยทำให้เธอบ้าได้ขนาดนั้น อีกทั้งฉันได้ข่าวมาว่าสะใภ้สี่เตรียมที่จะหนีไปกับชายหนุ่มที่ชื่ออาซ่างไม่ใช่เหรอ” สะใภ้ใหญ่ไม่คิดว่าหนิงเหมยจูหรือสะใภ้สี่ของบ้านนั้นแปลกเลยสักนิดเดียว เพราะความปากร้ายและมือเท้าหนักแบบนี้ยังเหมือนเดิม แต่ที่สะใภ้สี่ดูเหมือนจะรักลูกเลี้ยงหรือต้องการดูแลสามีนั้นเพราะต้องการทำให้น้องสี่ของสามีตายใจหรือเปล่า
“ฉันเห็นด้วยกับพี่สะใภ้ใหญ่นะแม่สามี ฉันมองว่าสะใภ้สี่อาจจะทำให้พวกเราตายใจหรือเปล่า ฉันแอบเห็นหลายครั้งว่าเธอเคยแอบไปพบอาซ่าง บางทีก็มีแอบไปซื้อหนังสือแล้วเอาไปให้บางครั้งยังเคยเห็นว่าเธอน่าจะยื่นเงินให้ชายหนุ่มคนนั้นด้วยนะคะ” สะใภ้รองพูดขึ้นอย่างอดไม่ได้ เธอเองเคยเห็นหลายครั้งเหมือนกัน ถ้าจำไม่ผิดเรื่องนี้มันเริ่มเกิดขึ้นเมื่อสามเดือนก่อน
“ไม่ว่าจะเป็นยังไง เรื่องที่นังสะใภ้สี่ทำร้ายเจ้าใหญ่ฉันก็ไม่ยอมเด็ดขาด ดูสิที่หน้าโดนปากไก่ฟาดเข้าไปจนเป็นแผลเลยเห็นไหม ยังไงนังเหมยจูต้องรับผิดชอบ” แม่เฒ่าตู้ยังคงไม่ยินยอม เธอตั้งใจจะเอาเรื่องสะใภ้สี่ให้ได้
แต่กลายเป็นว่าลูกชายคนรองอย่างตงเหวินซู่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของทุกคนในบ้านตง รวมถึงภรรยาของเขา ไม่รู้ว่าพ่อกับแม่จะจงเกลียดจงชังอะไรนักหนากับเจ้าสี่ การที่แม่ป่วยหนักหลังจากเจ้าสี่คลอดออกมาและเกือบทำให้ไม่มีลูกได้อีกนั้น มันไม่ใช่ความผิดของเด็กเพิ่งจะเกิดอย่างน้องชายเขาเลย อีกทั้งแม่ก็มีน้องห้าน้องสาวคนสุดท้องออกมาแล้วไม่ใช่เหรอ ตอนนี้ก็เรียนอยู่ในอำเภออย่างสบายใจและพักอยู่กับเจ้าสาม
“ผมว่าแม่และทุกคนอยู่เฉยๆ เถอะ หากไปวุ่นวายกับบ้านเจ้าสี่มาก ระวังน้องสะใภ้สี่จะมาแหกอกเอา พี่ใหญ่ได้ลิ้มลองแล้วไม่ใช่เหรอว่าทั้งมือทั้งเท้าของสะใภ้สี่นั้นหนักแค่ไหน ส่วนคุณก็เหมือนกันถ้ายังไปวุ่นวายกับบ้านสี่มากๆ แล้วโดนเธอทำร้ายขึ้นมาอย่ามาฟ้องผมก็แล้วกันผมไม่มีทางช่วยคนทำผิด”
ตงเหวินซู่เอ่ยกับแม่ตัวเองก่อนจะหันมาบอกกับภรรยา จริงๆ แล้วซูหวั่นภรรยาของเขานั้นไม่ใช่คนเลวร้ายแต่เป็นคนหัวอ่อนที่เชื่อแม่และสะใภ้ใหญ่มากไป ไม่ว่าทั้งสองคนให้ทำอะไรเธอก็พร้อมที่จะทำไม่ว่าเรื่องนั้นจะผิดหรือจะถูก เมื่อพูดจบเขาจึงเดินเข้าห้องพร้อมกับลูกสาววัยหกขวบของตัวเอง
“เจ้ารองมันลูกเราหรือเปล่าทำไมความคิดมันผิดแปลกไปแบบนี้ครอบครัวตัวเองโดนทำร้าย ไม่ยอมช่วยแต่ยังกลับไปเข้าข้างนังสะใภ้สี่อีก สะใภ้รองเธอพูดกับสามีเธอบ้างนะ” แม่เฒ่าตงพูดอย่างไม่ชอบใจก่อนจะหันไปสั่งลูกสะใภ้ให้ปรามๆ สามีตัวเองบ้าง
เช้าวันถัดมาหนิงหมยจูเตรียมอาหารเช้าไว้ให้สามีและลูกน้อยรวมถึงมื้อเที่ยงไว้ให้เผื่อว่าเธอกลับมาไม่ทัน
“พี่ซีเฉิน อาหารฉันเอามาวางไว้ในห้องให้นะคะ ส่วนมื้อเที่ยงฉันเอาไว้ที่โต๊ะอาหาร วันนี้ฉันทำซาลาเปาไว้ด้วย ห่อใส่ผ้านี้ไว้หากพี่หิวก่อนที่ฉันจะกลับมาพี่กินก่อนได้เลย ฉันจะพยายามกลับมาให้เร็วที่สุด”
เสี่ยวลู่ที่ตื่นขึ้นมาแล้วเมื่อไม่เจอแม่อยู่ในห้องนอน เธอจึงเดินออกมาหาและได้ยินว่าแม่จะเข้าไปในอำเภอ เด็กน้อยจึงเกิดความรู้สึกกลัว กลัวว่าแม่จะไม่กลับมาอีก เมื่อคืนเธอดีใจมากที่แม่ให้เข้ามานอนด้วยในห้อง ปกติเธอจะมี ฟูกอันเล็กนอนอยู่กับพ่อ แม่ไม่เคยให้เธอไปนอนด้วย
แต่เมื่อคืนไม่ใช่แค่ได้นอนในห้องของแม่ท่านั้น แต่เธอยังได้นอนในอ้อมกอดของแม่เหมยจูอีกด้วย พอได้ยินว่าแม่จะไม่อยู่เด็กน้อยน้ำตาปริ่มแต่เลือกที่จะไม่ร้องไห้ให้เห็น เพราะไม่อยากให้แม่เห็นว่าเธออ่อนแอหรือขี้แย
ไม่มีเหตุผล เดี๋ยวแม่จะไม่รัก หนิงเหมยจูเห็นลูกสาวยืนแอบมองอยู่ตาแดงๆ ก็รู้ว่าเสี่ยวลู่ตัวน้อยนั้นกำลังคิดอะไร เธอจึงกวักมือเรียกด้วยรอยยิ้ม“เสี่ยวลู่มานี่ก่อนลูก มาหาแม่นี่” เสี่ยวลู่เดินเข้ามาหาแม่อย่างไม่เกี่ยงงอน หนิงเหมยจูจึงพามานั่งบนตักของตัวเองจากนั้นจึงกอดร่างเล็กอย่างหลวมๆ และโยกเบาๆ
“เสี่ยวลู่ฟังแม่นะ แม่เพียงแค่เข้าอำเภอไปซื้อของและซื้อรถเข็นมาให้พ่อ ต่อไปพ่อจะได้ไม่อุดอู้อยู่แต่ในห้อง และแม่ต้องไปหาซื้ออาหารกลับมาที่บ้านด้วย แล้วหลังจากนี้แม่ต้องพาพ่อไปโรงพยาบาล ถึงตอนนั้นแม่จะพาเสี่ยวลู่ไปด้วย วันนี้เสี่ยวลู่ตัวน้อยของแม่ต้องช่วยดูแลพ่อก่อน เข้าใจไหมลูก แม่สัญญาว่าจะรีบกลับมาให้เร็วที่สุด”
หนิงเหมยจูบอกลูกสาวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน ตอนนี้เสี่ยวลู่กลั้นน้ำตาไม่ไหวแล้วเด็กน้อยเมื่อได้รับความอบอุ่นและคำสัญญาจากแม่ที่ตอนนี้เธอรักหมดใจจึงได้ร้องไห้ตัวสั่น
“แม่ ฮือ... แม่ไม่ทิ้งหนูกับพ่อไปใช่ไหม ฮือๆ”
“ไม่ทิ้งจ๊ะคนเก่ง เด็กดีไม่ร้องนะ แม่ไม่มีทางทิ้งลูกสาวที่น่ารักคนนี้ของแม่ไปไหนแน่ๆ หนูไม่ต้องเป็นกังวล แม่รักหนูนะเลี่ยวลู่ แม้ว่าก่อนหน้านี้แม่อาจจะไม่ใช่คนดี ทั้งเห็นแก่ตัวและขี้เกียจ อีกทั้งไม่เคยสนใจความเป็นอยู่ของลูก แต่แม่สัญญาว่าหลังจากนี้แม่จะไม่เป็นแบบนั้นอีกแล้ว แม่ไม่ขอให้หนูเชื่อ แต่แม่จะทำให้หนูเห็นด้วยตัวของแม่เอง ต่อไปนี้แม่จะเป็นคนปกป้องหนูและครอบครัวของเรา ใครหน้าไหนแม่ก็จะไม่ยอมให้มาทำร้ายพวกเราอีกแล้ว”
หนิงเหมยจูรู้ดีว่าตลอดหนึ่งปีที่แต่งงานกับตงซีเฉินร่างนี้ไม่เคยทำดีกับเด็กน้อยเสี่ยวลู่เลยสักครั้ง ถ้าจะให้เชื่อภายในชั่วข้ามคืนคงยาก แต่เธอจะค่อยๆ ทำให้เห็นเอง และเธอเองก็รักเด็กน้อยคนนี้จนหมดหัวใจ ด้วยความใสซื่อและบริสุทธิ์ของตัวเด็กน้อยเอง ทำให้เธอทั้งรักและอยากปกป้องในเวลาอันรวดเร็ว
“หนูเชื่อแม่ค่ะ หนูจะไม่ร้องไห้อีกแล้ว หนูจะเข้มแข็ง แม่ไปซื้อของเถอะ หนูจะช่วยดูแลพ่อเอง แม่รีบกลับนะคะ” ตงลู่จิงหรือเสี่ยวลู่ตัวน้อย แม้ว่าจะสี่ขวบเธอก็รับรู้ได้ถึงความรักที่แม่เหมยจูมอบให้ เด็กน้อยจึงเช็ดน้ำตาออกก่อนจะรับปากว่าจะดูแลพ่อเองแม่ไม่ต้องเป็นห่วง ส่วนตงซีเฉินมองสองแม่ลูกคุยกันก็เผลอยิ้มโดยไม่รู้ตัวและเขาก็เชื่อมั่นว่าหนิงเหมยจูคนนี้ต้องกลับมาหาเขาและลูกสาวอย่างแน่นอน
เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วหนิงเหมยจูจึงเอาตะกร้าสะพายหลังจากนั้นจึงเดินไปรอขึ้นเกวียนเพื่อจะเข้าไปในอำเภอ แต่เหมือนว่าเธอจะลืมดูฤกษ์ยามหรือเปล่า ถึงเจอกับศัตรูคนสำคัญของเจ้าของร่างนี้อย่างเช่นแม่เลี้ยงและน้องสาวคนละแม่ของตัวเอง
“โอ้โห ไม่คิดว่าลูกสาวคนโตของบ้านหนิงจะจับตะกร้าสะพายหลังเข้าอำเภอ ไม่รู้ว่าจะไปซื้อของหรือต้องการจะไปหาใคร” หนิงเพ่ยชิงจีบปากจีบคอพูด
“ถ้าไม่พูดฉันคงคิดว่าเธอเป็นคนนอกบ้านหนิงนะเพ่ยชิง ส่วนฉันจะไปไหนมันหนักหัวเธอเหรอ” หนิงเหมยจูใช้สายตามองตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะเดินไปรวมกับคืนอื่นๆ ที่ยืนรอเกวียนประจำของหมูบ้าน
บทที่ 120 ผมรับเลี้ยงเองเมื่อป้านเซียงเหวินนำตัวเด็กน้อยไปส่งให้หน่วยแพทย์และพยาบาลตรวจดูแล้ว แพทย์บอกว่าเด็กน้อยไม่ได้เป็นอันตรายอะไร เพียงแค่หิวและร้องไห้จนหมดแรง นี่คือสิ่งที่บ่งบอกและการันตีได้ว่าแม่ของเด็กนั้นยอมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องลูกชายตัวน้อยๆ ของเธอ พอรู้ว่าเด็กปลอดภัยเขาจึงเดินกลับมาหาทุกคน “ปลอดภัยแล้วครับ” ทันทีที่ป้านเซียงเหวินพูดจบทุกคนถอนหายใจด้วยความโล่งอก “เอาร่างของนางฟางไปทำพิธีให้เรียบร้อย ค่าใช้จ่ายทุกอย่างฉันรับผิดชอบเอง ให้เธอได้ไปอยู่กับสามีที่รัก” ท่านนายพลเอ่ยสั่งหัวหน้าหมู่บ้าน “ครับท่าน” “จริงสิ หัวหน้าหมู่บ้านช่วยไปตามครอบครัวฝั่งพ่อของเด็กน้อยมาหน่อย ผมอยากรู้อะไรบางอย่าง” ป้านเซียงเหวินพูดขึ้น ตงซีเฉินมองหน้าพี่ชายบุญธรรม และคิดว่าเด็กน้อยคนนี้มีบุญแล้วที่พี่เซียงเหวินพูดออกหน้า ไม่เช่นนั้นเขาจะเป็นคนรับเลี้ยงเด็กน้อยนี่เอง ไม่นานบ้านซวนจึงยกโขยงกันมาตรงหน้ากลุ่มของท่านนายพลยืนอยู่ “ท่านเรียกพวกเราบ้านซวนมามีอะไรหรือเปล่าครับ” พ่อเฒ่าซวนเอ่ยอย่างนอบน้อมเพราะรู้ดีว่าชายสูงวัยตรงหน้านี้คือท่านนายพล“ผมจะแจ้งข่าวเรื่องแม่นางฟางกับลูกน้อย ตอนนี้แม่นา
บทที่ 119 รักต้องห้าม ทำได้เพียงเก็บไว้ในใจวันเวลาผันผ่านจนถึงวันที่ยี่สิบห้าเดือนสุดท้ายของปี แม้ว่าจะมีหิมะตกปรอยๆ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาในการเดินทางของทุกคนที่จะไปทำงานหรือว่าเดินทางมาที่หมู่บ้านเหอซาน แม้ว่าอำเภอนี้หิมะตกไม่หนักอย่างที่คาดคะเนหรือหวั่นวิตก แต่อำเภอข้างๆ กลับมีหิมะตกไม่หยุด มีบ้านเรือนหลายหมู่บ้านที่หลังคาถล่มลงมา ทำให้นายพลป้านและผู้พันลั่วจื่อต้องออกไปช่วยชาวบ้านทุกวัน โดยมีถุงบริจาคของหนิงเหมยจูติดไปด้วย ทั้งทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจต่างก็ออกพื้นที่เพื่อช่วยชาวบ้านที่ประสบภัย “เหมยจู พี่กับพี่รองและพี่เซียงเหวินจะตามพ่อและพี่ลั่วจื่อไปช่วยชาวบ้านนะ เย็นๆ พี่จะรีบกลับ” ตงซีเฉินบอกกับภรรยารัก “พี่อย่าลืมเอาเสบียงไปแจกจ่ายชาวบ้านด้วยนะ ตอนนี้สำคัญที่สุดคืออาหารและน้ำ ต่อให้มีเงินแต่ไม่มีอาหารก็ยากที่จะอยู่รอด” หนิงเหมยจูเป็นห่วงชาวบ้านไม่น้อย หวังว่าจะไม่มีใครเสียชีวิตกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ แม้ว่าสองอำเภอจะห่างกันไม่มากแต่ก็ไม่คิดว่าอำเภอนี้รอดแต่อีกอำเภอเจอกับภัยธรรมชาติแบบนี้ นี่สินะที่เขาเรียกฝนตกไม่ทั่วฟ้า “ครับ พี่ไปก่อนนะ” ตงซีเฉินเอ่ยลาภรรยาและออกเดินทางไปพร้อมก
บทที่ 118 สองพ่อจอมหวงหลังจากที่ชำระร่างกายเสร็จเรียบร้อย ตงซีเฉินจึงเดินออกมาคุยกับฮ่าวเทียนด้วยสีหน้าที่จริงจัง เขารู้ว่าภรรยานั้นเป็นห่วงเขาจึงได้หาผู้ช่วยมาให้ แต่ชายหนุ่มไม่อยากฝืนใจใคร เพราะการทำงานของเขาและการเดินทางไปทำการค้าแต่ละครั้งกับพี่เซียงเหวินนั้นมีอันตรายรอบด้วย เขาไม่เข้าใจเหมือนกันว่าก่อนหน้านี้พี่ชายบุญธรรมไปทำการค้าหรือว่าไปออกรบ เดินทางทีไรมีเรื่องแทบทุกรอบ “พี่ฮ่าวเทียนผมจะถามความสมัครใจอีกครั้ง ถ้าพี่ไม่ยินยอมพี่สามารถทำงานข้างกายเป็นผู้ช่วยของเหมยจูต่อไป การเดินทางไปดูการค้าและทำการค้าของผมและพี่ๆ นั้นมีอันตรายรอบด้าน มีหลายครั้งที่แทบเอาชีวิตไม่รอด และแทบทุกครั้งที่เจอกับปัญหาหรือถูกดักทำร้าย ผมให้พี่เลือกว่าจะเอายังไง อีกอย่างพี่ยังมีลูกเล็ก ผมไม่อยากให้พี่ต้องเสี่ยงหรือเพราะว่าเหมยจูช่วยพี่แล้วพี่จะต้องคล้อยตามทุกครั้ง” “ผมยินดีที่จะติดตามเถ้าแก่ครับ ไม่ใช่เพียงเพราะเถ้าแก่เนี้ยช่วยครอบครัวผมไว้ แต่เพราะเถ้าแก่คือคนสำคัญของเถ้าแก่เนี้ย ผมจึงอยากปกป้อง ที่ผมยอมติดตามเถ้าแก่ไม่ใช่เพราะความต้องการของเถ้าแก่เนี้ยอย่างเดียว แต่เพราะความต้องการของผมด้วย เถ้าแก
บทที่ 117 แพ้ภัยตัวเองเมื่อได้เห็นสีหน้าและท่าทางของสารวัตรหู่ชาง ทุกคนรู้ได้ทันทีว่านี่คงเป็นแผนการของสารวัตรจริงๆ“จริงเหรอ ถ้าอย่างนั้นคุณบอกผมได้ไหมว่าชาวบ้านกลุ่มนั้นชื่ออะไร เพราะผมให้น้ามู่ไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลไม่เห็นว่าจะมีคนไปรักษาตัวด้วยอาการอาหารเป็นพิษเลย หากได้ชื่อ-แซ่ ที่แน่ชัดมันอาจจะง่ายสำหรับการตรวจสอบก็ได้” ตงซีเฉินกระตุกยิ้มมุมปาก “ไม่มีโรงพยาบาลที่ไหนให้ตรวจสอบง่ายๆ หรอกมันเป็นกฎของโรงพยาบาล” แม้จะหน้าเสียที่คนพวกนี้กล้าไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลแต่หู่ชางยังคงตอบด้วยสีหน้าและท่าทางปกติ “แต่คงไม่ยากสำหรับครอบครัวลูกชายของนายพลป้านไม่ใช่เหรอครับ ผมลืมแนะนำตัวผมป้านเซียงเหวิน นี่คือน้องชายผมซีเฉิน และเหมยจูน้องสะใภ้ ได้ข่าวว่าคุณก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าเหมยจูเป็นลูกสะใภ้นายพลป้าน หรือคิดว่าท่านนายพลจะไม่สนใจหากเกิดเรื่องกับลูกสะใภ้คนนี้ แต่ผมบอกเลยว่าคุณคิดผิดเพราะท่านนายพลป้านรักลูกสะใภ้ยิ่งกว่าลูกชายตัวเองอีกครับ”ป้านเซียงเหวินทนไม่ได้กับหน้าตาไม่รู้เรื่องรู้ราวของสารวัตรหน้ามึนนี่ เลยต้องสอดแทรกคำพูดของตัวเองไปอีกเล็กน้อย เผื่อว่าท่านสารวัตรผู้ยิ่งใหญ่คนนี้จะรู้ตัวเสียทีว
บทที่ 116 พอดีเท้าผมกระตุก ต้องขอโทษจริงๆหนิงเหมยจูเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นหูเรียกจึงหันไปมองก่อนจะยิ้มกว้างและวิ่งเข้าไปหาสามีสุดที่รัก แม้ว่าจะโถมตัวเข้ากอดไม่ได้เธอจึงทำได้เพียงจับมือสามีไว้ไม่ปล่อย “สามีกลับมาแล้ว” “ครับพี่กลับมาแล้ว คิดถึงพี่ไหม” ตงซีเฉินยิ้มไม่หุบที่ภรรยาสุดที่รักเรียกว่าสามี เขาใช้มืออีกข้างที่ไม่ได้ถูกภรรยารักจับไว้ลูบผมของเธออย่างแผ่วเบาด้วยความคิดถึง หากไม่ติดว่าอยู่ในสถานที่ราชการเขาคงคว้าตัวเธอมากอดแล้ว หนิงเหมยจูพยักหน้ารับ เธอจึงทำสีหน้าออดอ้อนสามี ก่อนจะฟ้องว่าเธอนั้นโดนรังแกอีกแล้ว แม้ว่าเธอจะเข้มแข็งแค่ไหน แต่เธอเป็นเพียงหญิงสาวคนหนึ่งเท่านั้นยังคงต้องการการปกป้องของคนเป็นสามี“พี่ซีเฉิน ไอ้ศา-ลา-วัดนั่นแกล้งร้านเราอีกแล้ว”จากนั้นหญิงสาวผู้เข้มแข็งที่ล้มผู้ชายตัวโตได้เป็นสิบ ฟ้องสามีผู้เป็นที่รักอย่างละเอียด ทำเอามู่ซาและฮ่าวเทียนมองตาไม่กะพริบ ทำไมเถ้าแก่เนี้ยจึงได้กลายเป็นอีกคนเมื่อเจอกับเถ้าแก่แบบนี้ล่ะ หรือว่าพวกเขาตาฝาดกัน เมื่อคิดได้ดังนั้นทั้งสองคนขยี้ตาแทบหลุดออกมา ภาพที่เห็นตรงหน้าก็ยังเป็นเหมือนเดิม จนเว่ยอิ้นเฉิงมองมาแล้วหัวเราะ “ไม่ต้อ
บทที่ 115 คงไม่อยากจะอยู่ตำแหน่งเดิมอีกแล้วใช่ไหมวันเวลายังคงดำเนินผ่านไปวันแล้ววันเล่า ตอนนี้ใกล้จะปีใหม่เข้ามาทุกที ร้านแต่ละร้านของหนิงเหมยจูยังคงมีลูกค้าเข้าไม่ขาดสายทั้งๆ ที่หิมะเริ่มตกแล้ว แต่ไม่ได้ตกหนักจนถึงขนาดเดินทางไม่ได้ ชาวบ้านหลายครัวเรือนต่างก็อยู่แต่ในบ้าน อาหารที่ถูกแจกจ่ายในปีนี้ก็แจกเรียบร้อยแล้ว แต่ละบ้านมีสีหน้าดีขึ้น แม้ว่าผลผลิตมีน้อย แต่ยังดีที่หนิงเหมยจูและท่านนายพล แจกถุงบริจาคทำให้ชาวบ้านมีความเป็นอยู่ดีขึ้น ร้านชาบูเมื่อไม่กี่วันก่อนมีการรับพนักงานเพิ่มขึ้นมาอีกสองคน เธอให้หมานซวนหรือพี่อาหมานเป็นคนจัดการเพราะตัวเธอนั้นวุ่นวายกับงานที่ทำกับคุณตู้ โรงงานผุดขึ้นเพิ่มมาอีกคือโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าทั้งของเด็กและของผู้ใหญ่ รวมถึงสอนพี่สะใภ้อย่างเว่ยเย่หนานทำเครื่องสำอาง อย่างสบู่และแป้งฝุ่น ตอนนี้หนิงเหมยจูแทบจะไม่มีเวลาเลยทีเดียว ความสุขผ่านพ้นไปได้ไม่กี่วัน กลับมีลูกค้าที่สั่งชาบูไปกินที่บ้านเกิดปัญหาเข้าจนได้ มีลูกค้าอยู่สามครอบครัวกินเข้าไปแล้วท้องเสียจนต้องหามส่งโรงพยาบาล วันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้ามาควบคุมตัวผู้ดูแลร้านอย่างอาหมานไปที่สำนักงานตำรวจ จนก







