เข้าสู่ระบบหนิงเพ่ยชิงด้วยความที่รับเอานิสัยแม่อย่างหวยซินมาเต็มๆ เธอจึงอยู่นิ่งไม่ได้เมื่อโดนหนิงเหมยจูมองด้วยสายตาแบบนั้น จึงได้พูดออกไปอย่างไม่ค่อยได้คิดให้ถี่ถ้วน
“เหอะ ฉันเป็นลูกสาวที่พ่อรักมาก ไม่เหมือนแกและน้องแกหรอกที่...”
“แล้วยังไง ผู้ชายคนนั้นจะรักหรือไม่รักฉัน ฉันไม่จำเป็นต้องใส่ใจ ก่อนหน้านี้ฉันได้ยินมาว่าเธอต้องการที่จะจับพี่ซีเฉินไม่ใช่เหรอเพราะเขาหาเงินเก่ง แต่น่าเสียดายนะผู้ชายคนนี้ฉันเป็นคนได้ เขาทั้งเก่ง ทั้งหล่อและอร่อย เสียใจด้วยนะน้องสาวของพี่เธอพลาดโอกาสนั้นไปแล้ว” เมื่อพูดคำว่าอร่อยหนิงเหมยจูเลือกที่จะเลียริมฝีปากเบาๆ เพื่อให้หนิงเพ่ยชิงนั้นเข้าใจว่าเธอกินสามีไปแล้วจริงๆ
“นัง...นังหน้าด้าน หน้าไม่อาย พูดเรื่องแบบนี้ได้ยังไง ลูกสาวฉันยังเด็ก ใครจะเหมือนแกล่ะ ที่กร้านเรื่องพวกนี้ ใครอยากได้ไอ้ซีเฉินกัน แกเอาไปเถอะ คนพิการแบบนั้น” หวยซินชี้หน้าด่า
“หน้าด้านแล้วยังไง หน้าไม่อายแล้วยังไง แต่ก่อนที่คุณจะพูดหรือด่าว่าอะไรฉัน ช่วยเดินไปที่ลำธารแล้วชะโงกดูนะว่าที่พูดมาทั้งหมดนั้นใช่คนที่คุณมองเห็นในน้ำหรือเปล่า ถึงฉันจะหน้าไม่อาย หน้าด้านหรือจะเก่งเรื่องพวกนี้ แต่คงน้อยกว่าคุณนะคุณแม่เลี้ยง ฉันคงไม่ต้องพูดเพราะคุณคงเข้าใจความหมาย”
“แก นังเหมยจู เพราะแม่ของแกมาแย่งพี่ฮวนไปจากฉัน ฉันกับพี่ฮวนรักกันมาก่อน แม่ของแกนั่นแหละหน้าด้าน” หวยซินโกรธจนตัวสั่น ชาวบ้านที่ยืนอยู่ตรงนั้นต่างก็ถอยออกมายืนห่างๆ เพราะคิดว่าเดี๋ยวคงจะ
มีการทำร้ายร่างกายกันเกิดขึ้น เพราะหลายคนได้ข่าวและเห็นในสิ่งหนิงเหมยจูนั้นทำอะไรกับบ้านตงบ้างเมื่อวาน“รักกันแล้วยังไง ถ้าผู้ชายคนนั้นรักเธอจริงทำไมเขายอมทิ้งเธอมาเอาและมาแต่งงานกับแม่ฉันล่ะ คิดดีๆ ผู้ชายที่มีแต่ตัวกับไอ้นั่นมีดีอะไรนักหนาที่ทำให้ผู้หญิงต้องมาแย่งกัน แล้วถ้าหากว่าแม่ของฉันหน้าด้านตามที่เธอพูดสิ ฉันก็ว่าไม่ผิด เพราะผู้ชายเดินมาหาท่านเอง ท่านไม่ได้เชิญมา แต่ผู้ชายมาเองจริงไหม”
หนิงเหมยจูพูดตามที่ความทรงจำมี แม่ของเธอตอนแต่งงานนั้นทางบ้านเดิมให้สินเดิมมาไม่น้อย และรู้ว่าแม่ยังใช้ไม่หมดแต่แอบไว้ให้เธอกับน้องชาย แต่สิ่งที่ไม่เข้าใจคือทำไมแม่ไม่หย่ากับผู้ชายคนนั้นที่เป็นพ่อของร่างนี้ และตอนที่เธอแต่งงานออกมาแม่ให้สินเดิมมาไม่น้อยเหมือนกัน เธอจึงไม่ห่วงเรื่องเงินเท่าไหร่
อีกทั้งตอนที่ตงซีเฉินทำงานได้เงินมา เขาก็ให้กับร่างนี้ไม่น้อย หนิงเหมยจูคิดว่าแม่และน้องคงไม่ลำบากมาก เพราะตั้งแต่แต่งงานมาเธอแทบไม่ไปเหยียบบ้านเดิมอีกเลย แต่สิ่งที่เธอไม่รู้คือตอนนี้น้องชายต้องลาออกมาจากโรงเรียนแล้วทั้งๆ ที่ใกล้จะเรียนจบ และทั้งสองคนต้องออกมาอยู่ที่ห้องเก็บฟืนเพราะน้องชายได้ทะเลาะกับพ่อเรื่องที่พ่อทำร้ายแม่ และเธอเองตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะเข้าไปหาแม่และน้องชาย ในเมื่อเธอมาอยู่ในร่างนี้แล้วทั้งสองคนก็คือครอบครัวของเธอ และเธอก็ไม่คิดที่จะทิ้งใครเหมือนร่างเดิมทำ
“แก นังเหมยจู” หวยซินโกรธแล้วจริงๆ จึงได้พุ่งตัวเข้าหาคิดว่าจะตบหน้าหนิงเหมยจูสักทีสองที แต่กลายเป็นว่าหนิงเหมยจูนั้นระวังตัวอยู่แล้ว เธอจับข้อมือของหวยซินไว้ได้ก่อนจะเอาไหล่ของเธอเข้าที่กลางลำตัวของหวยซินและจับเธอทุ่มลงพื้นจนเกิดเสียงดัง ชาวบ้านที่ยืนมุงได้แต่เจ็บแทน แต่ไม่มีใครคิดที่จะช่วยเพราะต่างก็สมน้ำหน้าหวยซินที่อยู่ดีไม่ว่าดีมาหาเรื่องหนิงเหมยจู
“แก แกกล้าทำร้ายแม่ฉันเหรอ” หนิงเพ่ยชิงเองชี้หน้าด้วยความโกรธ แต่ไม่รู้เพราะความโง่หรือว่าโมโหเธอจึงพุ่งเข้าใส่หนิงเหมยจูด้วยอีกคนทั้งๆ ที่เห็นแล้วว่าแม่ของตัวเองนั้นสภาพเป็นยังไง หนิงเหมยจูใช้เท้าถีบ
สุดแรงและครั้งนี้เธอไม่ถอดรองเท้าออกเหมือนที่ทำการบ้านตง ก่อนจะเดินเข้าไปหาหนิงเพ่ยชิงช้าๆ ก่อนจะใช้เท้าเหยียบไปที่ข้อเท้าของน้องสาวต่างแม่แล้วใช้แรงกดบี้ไปเต็มแรง จนหนิงเพ่ยชิงร้องเสียงดังเพราะทนไม่ได้ เธอเจ็บปวดจนกระดูกแทบแหลก“จำไว้ทั้งสองคน อย่าคิดที่จะมาวุ่นวายกับฉัน และอย่าให้รู้ว่าใครคิดที่จะทำร้ายหรือเล่นงานแม่กับฮุ่ยหมิน หากฉันรู้รับรองว่าจะไม่มีขาให้ได้เดินเฉิดฉายในหมู่บ้านนี้อีก และถ้าคิดจะแจ้งความว่าฉันทำร้ายร่างกายก็เชิญ ฉันไม่ห้าม เพราะทุกคนก็เห็นตั้งแต่แรกว่าฉันป้องกันตัวเพราะพวกเธอสองแม่ลูกนั้นทำร้ายฉันก่อน และฉันเชื่อว่าคนที่นี่จะต้องเป็นพยานให้ฉัน หรือว่าไม่จริง”
หนิงเหมยจูพูดกับสองแม่ลูกก่อนจะกวาดสายตากลับมามองชาวบ้านที่ดูเหตุการณ์อยู่ ทุกคนจึงได้แต่พยักหน้าโดยอัตโนมัติ หนิงเหมยจูอดขำในใจไม่ได้สงสัยคงจะกลัวเธอทำร้ายจนขึ้นสมองแน่ๆ เมื่อเดินออกมาก่อนจะนึกอะไรได้จึงเดินกลับเข้าไปหาสองแม่ลูกนั้นอีกครั้ง
“ฝากบอกผู้ชายคนนั้นด้วยพรุ่งนี้ฉันจะกลับไปที่บ้าน ถ้าเกิดฉันเห็นว่าแม่และฮุ่ยหมินมีรอยแม้แต่แมวข่วนฉันพร้อมที่จะฟาดฟันให้พังกันไปข้างหนึ่งไม่เชื่อก็คอยดู” พูดจบเกวียนรับจ้างประจำหมู่บ้านก็มาถึงทำให้ทุกคนจึงทยอยกันขึ้นเกวียน จากนั้นเกวียนเล่มนี้จึงมุ่งหน้าสู่เข้าในตัวอำเภอ
เมื่อมาถึงหนิงเหมยจูจึงจ่ายค่าเกวียนก่อนจะเดินไปตามถนน เธอมองสองข้างทางด้วยความสนใจ ตอนนี้มีร้านค้าเริ่มที่จะเปิดขายทั้งสองข้างทางบ้างแล้ว แต่ยังมีไม่มากอาจจะเพราะว่ารัฐเพิ่งจะเปิดให้ทำการค้า สิ่งที่เธอสนใจนั้นไม่ใช่ร้านค้าที่เปิดแถวนี้แต่เธอต้องการที่จะเข้าตลาดมืดและจากความทรงจำที่ตั้งของตลาดมืดนั้นอยู่ไม่ไกลเลย พอมาถึงจุดหมาย หนิงเหมยจูจึงได้บอกรหัสผ่าน และเดินเข้าไปด้านใน ใจจริงวันนี้เธอไม่ได้ตั้งใจจะมาปล่อยของในมิติออกขาย เพียงแค่จะมามองดูลู่ทางเท่านั้น ว่าสามารถทำอะไรได้บ้างในการหาเงิน แต่ถ้ามีคนมาถามก็คงจะขายเหมือนกัน
หนิงเหมยจูดูคนทำการค้าจนหนำใจเธอจึงเดินออกมาจากตลาดมืด เธอรู้แล้วว่าส่วนใหญ่คนในที่นี้ถ้าไม่เช่าร้านก็จะแบกะดินขาย ครั้งหน้าเธอหมายมั่นว่าจะต้องเป็นแม่ค้าให้ได้ เพราะถึงแม้ว่าจะมีเงินเหลืออยู่แต่ถ้าไม่หาเพิ่มอีกไม่นานคงจะหมดไป ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนสามีของเธอจึงจะรักษาขาให้หายได้
เมื่อมาถึงมุมลับตาคนเธอจึงเอารถเข็นคนป่วยที่เธอเอามาจากร้านยาในห้างสรรพสินค้าตอนนั้นออกมาหนึ่งคัน ส่วนไม้เท้าค่อยรอให้ขาสามีของเธอดีขึ้นก่อน การใช้รถเข็นนั้นสำหรับเธอมองว่ามันสะดวกอีกทั้งสามีของเธอจะได้ออกกำลังแขนและสามารถออกมาหน้าบ้านได้หรือเดินทางไปไหนพร้อมกับเธอและลูกน้อยได้โดยไม่ต้องอุ้มหรือแบกเขาไว้ตลอด ไม่อย่างนั้นคนที่จะตายคือเธอแน่นอน ส่วนถ้าต้องเข้าตัวอำเภอเธอไม่ห่วงยังไงก็มีเกวียนรับจ้างอยู่แล้ว
หนิงเหมยจูหยิบชุดเด็กน้อยที่คิดว่าลูกสาวของเธอนั้นใส่ได้พอดี และเสื้อผ้าของสามีมาอีกสองสามชุด รวมไปถึงชุดชั้นในทั้งของเด็กและของผู้ชาย ส่วนรองเท้านั้นเธอก็เอาออกมาให้ทั้งสามีและลูกรวมไปถึงของน้องชายและแม่ด้วย เพราะพรุ่งนี้ความตั้งใจของเธอคือกลับบ้านเดิม จากนั้นจึงเอาเนื้อหมูและอาหารต่างๆ ออกมาใส่ในตะกร้ารวมทั้งของที่ต้องการก่อนจะเดินกลับไปขึ้นเกวียนอีกครั้งเพื่อจะกลับบ้านที่สามีและลูกน้อยรออยู่ด้วยหัวใจที่เบิกบาน
บทที่ 120 ผมรับเลี้ยงเองเมื่อป้านเซียงเหวินนำตัวเด็กน้อยไปส่งให้หน่วยแพทย์และพยาบาลตรวจดูแล้ว แพทย์บอกว่าเด็กน้อยไม่ได้เป็นอันตรายอะไร เพียงแค่หิวและร้องไห้จนหมดแรง นี่คือสิ่งที่บ่งบอกและการันตีได้ว่าแม่ของเด็กนั้นยอมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องลูกชายตัวน้อยๆ ของเธอ พอรู้ว่าเด็กปลอดภัยเขาจึงเดินกลับมาหาทุกคน “ปลอดภัยแล้วครับ” ทันทีที่ป้านเซียงเหวินพูดจบทุกคนถอนหายใจด้วยความโล่งอก “เอาร่างของนางฟางไปทำพิธีให้เรียบร้อย ค่าใช้จ่ายทุกอย่างฉันรับผิดชอบเอง ให้เธอได้ไปอยู่กับสามีที่รัก” ท่านนายพลเอ่ยสั่งหัวหน้าหมู่บ้าน “ครับท่าน” “จริงสิ หัวหน้าหมู่บ้านช่วยไปตามครอบครัวฝั่งพ่อของเด็กน้อยมาหน่อย ผมอยากรู้อะไรบางอย่าง” ป้านเซียงเหวินพูดขึ้น ตงซีเฉินมองหน้าพี่ชายบุญธรรม และคิดว่าเด็กน้อยคนนี้มีบุญแล้วที่พี่เซียงเหวินพูดออกหน้า ไม่เช่นนั้นเขาจะเป็นคนรับเลี้ยงเด็กน้อยนี่เอง ไม่นานบ้านซวนจึงยกโขยงกันมาตรงหน้ากลุ่มของท่านนายพลยืนอยู่ “ท่านเรียกพวกเราบ้านซวนมามีอะไรหรือเปล่าครับ” พ่อเฒ่าซวนเอ่ยอย่างนอบน้อมเพราะรู้ดีว่าชายสูงวัยตรงหน้านี้คือท่านนายพล“ผมจะแจ้งข่าวเรื่องแม่นางฟางกับลูกน้อย ตอนนี้แม่นา
บทที่ 119 รักต้องห้าม ทำได้เพียงเก็บไว้ในใจวันเวลาผันผ่านจนถึงวันที่ยี่สิบห้าเดือนสุดท้ายของปี แม้ว่าจะมีหิมะตกปรอยๆ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาในการเดินทางของทุกคนที่จะไปทำงานหรือว่าเดินทางมาที่หมู่บ้านเหอซาน แม้ว่าอำเภอนี้หิมะตกไม่หนักอย่างที่คาดคะเนหรือหวั่นวิตก แต่อำเภอข้างๆ กลับมีหิมะตกไม่หยุด มีบ้านเรือนหลายหมู่บ้านที่หลังคาถล่มลงมา ทำให้นายพลป้านและผู้พันลั่วจื่อต้องออกไปช่วยชาวบ้านทุกวัน โดยมีถุงบริจาคของหนิงเหมยจูติดไปด้วย ทั้งทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจต่างก็ออกพื้นที่เพื่อช่วยชาวบ้านที่ประสบภัย “เหมยจู พี่กับพี่รองและพี่เซียงเหวินจะตามพ่อและพี่ลั่วจื่อไปช่วยชาวบ้านนะ เย็นๆ พี่จะรีบกลับ” ตงซีเฉินบอกกับภรรยารัก “พี่อย่าลืมเอาเสบียงไปแจกจ่ายชาวบ้านด้วยนะ ตอนนี้สำคัญที่สุดคืออาหารและน้ำ ต่อให้มีเงินแต่ไม่มีอาหารก็ยากที่จะอยู่รอด” หนิงเหมยจูเป็นห่วงชาวบ้านไม่น้อย หวังว่าจะไม่มีใครเสียชีวิตกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ แม้ว่าสองอำเภอจะห่างกันไม่มากแต่ก็ไม่คิดว่าอำเภอนี้รอดแต่อีกอำเภอเจอกับภัยธรรมชาติแบบนี้ นี่สินะที่เขาเรียกฝนตกไม่ทั่วฟ้า “ครับ พี่ไปก่อนนะ” ตงซีเฉินเอ่ยลาภรรยาและออกเดินทางไปพร้อมก
บทที่ 118 สองพ่อจอมหวงหลังจากที่ชำระร่างกายเสร็จเรียบร้อย ตงซีเฉินจึงเดินออกมาคุยกับฮ่าวเทียนด้วยสีหน้าที่จริงจัง เขารู้ว่าภรรยานั้นเป็นห่วงเขาจึงได้หาผู้ช่วยมาให้ แต่ชายหนุ่มไม่อยากฝืนใจใคร เพราะการทำงานของเขาและการเดินทางไปทำการค้าแต่ละครั้งกับพี่เซียงเหวินนั้นมีอันตรายรอบด้วย เขาไม่เข้าใจเหมือนกันว่าก่อนหน้านี้พี่ชายบุญธรรมไปทำการค้าหรือว่าไปออกรบ เดินทางทีไรมีเรื่องแทบทุกรอบ “พี่ฮ่าวเทียนผมจะถามความสมัครใจอีกครั้ง ถ้าพี่ไม่ยินยอมพี่สามารถทำงานข้างกายเป็นผู้ช่วยของเหมยจูต่อไป การเดินทางไปดูการค้าและทำการค้าของผมและพี่ๆ นั้นมีอันตรายรอบด้าน มีหลายครั้งที่แทบเอาชีวิตไม่รอด และแทบทุกครั้งที่เจอกับปัญหาหรือถูกดักทำร้าย ผมให้พี่เลือกว่าจะเอายังไง อีกอย่างพี่ยังมีลูกเล็ก ผมไม่อยากให้พี่ต้องเสี่ยงหรือเพราะว่าเหมยจูช่วยพี่แล้วพี่จะต้องคล้อยตามทุกครั้ง” “ผมยินดีที่จะติดตามเถ้าแก่ครับ ไม่ใช่เพียงเพราะเถ้าแก่เนี้ยช่วยครอบครัวผมไว้ แต่เพราะเถ้าแก่คือคนสำคัญของเถ้าแก่เนี้ย ผมจึงอยากปกป้อง ที่ผมยอมติดตามเถ้าแก่ไม่ใช่เพราะความต้องการของเถ้าแก่เนี้ยอย่างเดียว แต่เพราะความต้องการของผมด้วย เถ้าแก
บทที่ 117 แพ้ภัยตัวเองเมื่อได้เห็นสีหน้าและท่าทางของสารวัตรหู่ชาง ทุกคนรู้ได้ทันทีว่านี่คงเป็นแผนการของสารวัตรจริงๆ“จริงเหรอ ถ้าอย่างนั้นคุณบอกผมได้ไหมว่าชาวบ้านกลุ่มนั้นชื่ออะไร เพราะผมให้น้ามู่ไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลไม่เห็นว่าจะมีคนไปรักษาตัวด้วยอาการอาหารเป็นพิษเลย หากได้ชื่อ-แซ่ ที่แน่ชัดมันอาจจะง่ายสำหรับการตรวจสอบก็ได้” ตงซีเฉินกระตุกยิ้มมุมปาก “ไม่มีโรงพยาบาลที่ไหนให้ตรวจสอบง่ายๆ หรอกมันเป็นกฎของโรงพยาบาล” แม้จะหน้าเสียที่คนพวกนี้กล้าไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลแต่หู่ชางยังคงตอบด้วยสีหน้าและท่าทางปกติ “แต่คงไม่ยากสำหรับครอบครัวลูกชายของนายพลป้านไม่ใช่เหรอครับ ผมลืมแนะนำตัวผมป้านเซียงเหวิน นี่คือน้องชายผมซีเฉิน และเหมยจูน้องสะใภ้ ได้ข่าวว่าคุณก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าเหมยจูเป็นลูกสะใภ้นายพลป้าน หรือคิดว่าท่านนายพลจะไม่สนใจหากเกิดเรื่องกับลูกสะใภ้คนนี้ แต่ผมบอกเลยว่าคุณคิดผิดเพราะท่านนายพลป้านรักลูกสะใภ้ยิ่งกว่าลูกชายตัวเองอีกครับ”ป้านเซียงเหวินทนไม่ได้กับหน้าตาไม่รู้เรื่องรู้ราวของสารวัตรหน้ามึนนี่ เลยต้องสอดแทรกคำพูดของตัวเองไปอีกเล็กน้อย เผื่อว่าท่านสารวัตรผู้ยิ่งใหญ่คนนี้จะรู้ตัวเสียทีว
บทที่ 116 พอดีเท้าผมกระตุก ต้องขอโทษจริงๆหนิงเหมยจูเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นหูเรียกจึงหันไปมองก่อนจะยิ้มกว้างและวิ่งเข้าไปหาสามีสุดที่รัก แม้ว่าจะโถมตัวเข้ากอดไม่ได้เธอจึงทำได้เพียงจับมือสามีไว้ไม่ปล่อย “สามีกลับมาแล้ว” “ครับพี่กลับมาแล้ว คิดถึงพี่ไหม” ตงซีเฉินยิ้มไม่หุบที่ภรรยาสุดที่รักเรียกว่าสามี เขาใช้มืออีกข้างที่ไม่ได้ถูกภรรยารักจับไว้ลูบผมของเธออย่างแผ่วเบาด้วยความคิดถึง หากไม่ติดว่าอยู่ในสถานที่ราชการเขาคงคว้าตัวเธอมากอดแล้ว หนิงเหมยจูพยักหน้ารับ เธอจึงทำสีหน้าออดอ้อนสามี ก่อนจะฟ้องว่าเธอนั้นโดนรังแกอีกแล้ว แม้ว่าเธอจะเข้มแข็งแค่ไหน แต่เธอเป็นเพียงหญิงสาวคนหนึ่งเท่านั้นยังคงต้องการการปกป้องของคนเป็นสามี“พี่ซีเฉิน ไอ้ศา-ลา-วัดนั่นแกล้งร้านเราอีกแล้ว”จากนั้นหญิงสาวผู้เข้มแข็งที่ล้มผู้ชายตัวโตได้เป็นสิบ ฟ้องสามีผู้เป็นที่รักอย่างละเอียด ทำเอามู่ซาและฮ่าวเทียนมองตาไม่กะพริบ ทำไมเถ้าแก่เนี้ยจึงได้กลายเป็นอีกคนเมื่อเจอกับเถ้าแก่แบบนี้ล่ะ หรือว่าพวกเขาตาฝาดกัน เมื่อคิดได้ดังนั้นทั้งสองคนขยี้ตาแทบหลุดออกมา ภาพที่เห็นตรงหน้าก็ยังเป็นเหมือนเดิม จนเว่ยอิ้นเฉิงมองมาแล้วหัวเราะ “ไม่ต้อ
บทที่ 115 คงไม่อยากจะอยู่ตำแหน่งเดิมอีกแล้วใช่ไหมวันเวลายังคงดำเนินผ่านไปวันแล้ววันเล่า ตอนนี้ใกล้จะปีใหม่เข้ามาทุกที ร้านแต่ละร้านของหนิงเหมยจูยังคงมีลูกค้าเข้าไม่ขาดสายทั้งๆ ที่หิมะเริ่มตกแล้ว แต่ไม่ได้ตกหนักจนถึงขนาดเดินทางไม่ได้ ชาวบ้านหลายครัวเรือนต่างก็อยู่แต่ในบ้าน อาหารที่ถูกแจกจ่ายในปีนี้ก็แจกเรียบร้อยแล้ว แต่ละบ้านมีสีหน้าดีขึ้น แม้ว่าผลผลิตมีน้อย แต่ยังดีที่หนิงเหมยจูและท่านนายพล แจกถุงบริจาคทำให้ชาวบ้านมีความเป็นอยู่ดีขึ้น ร้านชาบูเมื่อไม่กี่วันก่อนมีการรับพนักงานเพิ่มขึ้นมาอีกสองคน เธอให้หมานซวนหรือพี่อาหมานเป็นคนจัดการเพราะตัวเธอนั้นวุ่นวายกับงานที่ทำกับคุณตู้ โรงงานผุดขึ้นเพิ่มมาอีกคือโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าทั้งของเด็กและของผู้ใหญ่ รวมถึงสอนพี่สะใภ้อย่างเว่ยเย่หนานทำเครื่องสำอาง อย่างสบู่และแป้งฝุ่น ตอนนี้หนิงเหมยจูแทบจะไม่มีเวลาเลยทีเดียว ความสุขผ่านพ้นไปได้ไม่กี่วัน กลับมีลูกค้าที่สั่งชาบูไปกินที่บ้านเกิดปัญหาเข้าจนได้ มีลูกค้าอยู่สามครอบครัวกินเข้าไปแล้วท้องเสียจนต้องหามส่งโรงพยาบาล วันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้ามาควบคุมตัวผู้ดูแลร้านอย่างอาหมานไปที่สำนักงานตำรวจ จนก







