เข้าสู่ระบบตึง ตึง แคว่ก !!! มือหนาเดินเข้ามาขึ้นคร่อมร่างบาง ฉีกอาภรณ์จนไม่เหลือแม้สักชิ้น อารมณ์พุ่งพล่านลมหายใจถี่ระรัว ก้อนเนื้อขาวนวลยั่วยวนสายตานับครั้งไม่ถ้วน เขายื่นมือไปบีบคอของนาง เอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดัน
“วันนี้ข้าจะทำให้เจ้าได้รับรู้และห้ามแต่งกายเช่นนี้ออกไปข้างนอกอีก มิเช่นนั้นข้าจะมอบเจ้าให้ทหารทั้งกองทัพได้เสวยสุขกับร่างกายของเจ้า ได้จะปลดปล่อยอารมณ์ให้หายคลายความกังวล นี่ยังนับว่าข้าเมตตาเจ้าแล้วผิงเอ๋อร์ สำนึกใส่สมองกลวง ๆ ของเจ้าเอาไว้ด้วย ” ผิงเอ๋อร์ไม่ได้หลบสายตาจ้องมองเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว เพราะดูคนที่กำลังกังวลน่าจะเป็นเขาเสียมากกว่า
“ท่านแม่ทัพโปรดเมตตาข้าด้วยเจ้าค่ะ เพราะข้าอยู่ในกองทัพไร้อาภรณ์สวมใส่ มีสิ่งใดก็สวมใส่สิ่งนั้น บิดาของข้าไม่ได้บอกให้ข้าเตรียมอาภรณ์มามากมาย แม่ทัพโปรดเข้าใจข้าด้วย”
“เจ้าอย่ามาแก้ตัวเพราะไม่ว่าอย่างไรข้าก็ไม่มีทางปล่อยให้เจ้ารอดพ้นจากตอนนี้ไปได้” เอ่ยจบเขาโน้มตัวลงประกบริมฝีปาก มิใช่จูบที่นุ่มนวลแต่เป็นจูบที่ดูดดื่มรุนแรงและดิบเถื่อน ร่างบางสมองเบาหวิววาบหวามสั่นสะท้าน วูบวาบในร่างกาย อ่อนระทวยเพียงแค่รสจูบที่อ่อนหัดของตนเองที่แทบไม่เคยสัมผัส
“อื้อ อือ” เสียงครวญครางประทวงผ่านลำคออู้อี้ฟังไม่รู้เรื่อง ร่างบางดันอกของเขาให้ห่างและผละออกทว่าเขากลับจับมือของเขาตรึงเอาไว้เหนือศีรษะ ลิ้นยังคงกระหวัดดูดดื่มความหอมหวานไม่รู้จักพอ
ลิ้นสากค่อย ๆ ปลดริมฝีปากออกอย่างช้า ๆ เมื่อเห็นร่างเล็กใต้กายใหญ่เริ่มหายใจติดขัด แต่เขายังคงไม่หยุดนิ่ง ไล่เลียสัมผัสแทบทุกส่วนของใบหน้า ความรู้สึกเสียวซ่านปะทุขึ้นอีกครั้ง เมื่อความชุ่มของน้ำลายแตะสัมผัสที่คอระหงขบเม้มทำให้ลำคอของนางเกิดรอยจ้ำกุหลาบ ซ้ำ ๆ หลายแห่ง ราวกับจะแสดงให้ผู้อื่นเห็นว่านางมีเจ้าของ
ความรู้สึกวูบวาบผสานกับความรู้สึกม้วนท้องน้อยราวกับมีผีเสื้อโบยบิน ร่างเล็กหลับตาเผยอหน้าร้องครวญครางออกมาอย่างลืมตัว
“อะ อ๊า อ่าา”
มือข้างขวาจับมือของนางเอาไว้ส่วนอีกข้างเลื่อนต่ำลงมาเคล้งคลึงบีบขย้ำทรวงอกที่เคยยั่วยวนเขาเมื่อครู่อย่างเมามันและเต็มเนื้อมือ ยามเมื่อนิ้วดึงบีบขยี้สติของผิงเอ๋อร์เลือนราง ประกายไฟวาบผ่านร้อนรุ่มไปทั้งตัว
เขาเงยหน้าจ้องมองร่างเล็ก เห็นว่าสตรีตรงหน้าหายใจติดขัด เขาปล่อยมือของนางช้า ๆ ถอดอาภรณ์ของตนเองทิ้งไว้ปลายเตียง ก่อนจะถอดเศษผ้าที่ปกปิดช่วงล่างของผิงเอ๋อร์ออกอย่างไม่รีรอ แท่งเอ็นผงาดพร้อมแล้วที่จะทะลวงเข้าไปในช่องรัก ทว่าเมื่อเขาจับขาของนางตั้งฉากขึ้น มองดูมันช่างคับแคบหากตะบี้ตะบันยัดเข้าไปคงทำให้แก่นกลางระหว่างกายของเขาได้รับบาดเจ็บแน่ ๆ
“เห็นครวญคราง ข้าคิดว่าร่างกายเจ้าพร้อมแล้วเสียอีก ทำไมวันนี้ดูคับแคบมากกว่าวันนั้นหรือเพราะแท่งร้อนของข้ามันขยายใหญ่ขึ้นมากกว่าทุกวัน เมื่อครู่แค่หยั่งเชิงเอาล่ะต่อจากนี้ข้าจะสั่งสอนเจ้าจนเจ้าหายใจถี่รัวร้องขอชีวิต ฮึ ฮึ ดูสิว่าเจ้าจะทนไหวหรือไม่! ทุกอย่างล้วนมาจากการกระทำของเจ้า เพราะเจ้าเป็นคนที่ต้องให้ข้าเป็นคนเยี่ยงนี้ อย่าหาว่าข้าไม่เมตตา” เขาเอ่ยพลางนั่งคุกเข่าลงพื้น จับขาทั้งสองข้างของนางห่างออกจากเดิม นิ้วยาวค่อย ๆ แหวกว่ายเข้าไปในช่องทางคับแคบ ครานั้นเองผิงเอ๋อร์สะดุ้งเฮือก ด้วยความตกใจเมื่อสิ่งที่เขายัดเข้าไปมิใช่แท่งร้อนที่อุ่น ๆ แต่เป็นนิ้วมือที่แข็งและเยือกเย็น
“อึก อื้อ ทะ…ท่านแม่ทัพเจ้าคะ ข้าเจ็บเจ้าค่ะ” สองมือยื่นมาจับมือของเขาเอาไว้ไม่ให้ยัดเข้าไปลึกกว่านี้ แม้ว่าจะเคยช่วยตัวเองมาก่อน เมื่ออยู่ในร่างลู่ซาน แต่นี่มิใช่.. ร่างกายนี้ช่องรักช่างคับแคบ แถมยังพึ่งผ่านค่ำคืนแรกกับแม่ทัพไม่เพียงแค่ครั้งเดียว ความรู้สึกเจ็บปวดนี้ยังคงไม่เปลี่ยนผัน ร่างใหญ่ชะงักก่อนจะปัดมือของนางออกเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“ทำไม..! หรือว่าแค่นี้เจ้าจะยอมแพ้ไม่มีทางเสียหรอก ที่ข้าทำเช่นนี้เพราะต้องการช่วยไม่ให้เจ้าเจ็บต่างหาก”
แจ๊ะ แจ๊ะ …!! นิ้วยาวของเขาดันเข้าไปช้า ๆ และค่อย ๆ ดึงเข้าดึงออก ร่างเล็กบิดเกร็งมือจิกฟูกบรรเทาความเจ็บปวด ใบหน้าเริ่มเงยเกยจนจ้าวเหวินมิอาจทนได้ เร่งความเร็วของนิ้วมือเข้าออก น้ำเลี้ยงเริ่มไหลซึมออกมาด้วยความซาบซ่าน เขาจ้องมองกลีบกุหลาบที่เริ่มปริ่มน้ำ ในใจชักอยากจะลิ้มรส เพราะเมื่อครั้งก่อนเขาใจร้อนและวู่วามเกินไปมิได้เล้าโลมให้ร่างกายของนางคุ้นชิน ประดีประดาเข้าจู่โจมจนทำให้นางเจ็บระบมทั้งร่างกาย แต่ครั้งนี้ ไม่เหมือนกัน ยิ่งเขาเห็นนางทุรนทุรายมากเพียงใดเขายิ่งชอบใจ ก้มหน้าลงใช้ลิ้มสากลิ้มรสดูดขบเม้ม เลียติ่งสวรรค์ที่ตั้งชูชันสีชมพูล่อหน้าล่อตา
“อะ อ๊าาา ตรงนั้น ตรงนั้นไม่ได้นะเจ้าคะ” น้ำเสียงแผ่วเบาราวกำลังจะขาดใจ ลมหายใจหอบถี่แอ่นกระตุกเมื่อถูกละเลงลิ้นรัวล้วงลึกกระหวัดดูดเม้ม ริมฝีปากเผยอหอบเกลียวคลื่นแห่งความปรารถนาพรั่งพรูมากกว่าเดิม
ยิ่งเห็นนางทุรนทุรายเขายิ่งขบเม้มรุนแรงมากกว่าเดิม ลิ้นสากสอดใส่เข้าไปด้านในเป็นเนื้อเดียวกับนิ้วที่ยังคงเล่นกระตุกนิ้วอยู่ด้านใน จนร่างเล็กสั่นสะท้านเกร็งดิ้นเร่าร่อนเอวเข้าหาอย่างควบคุมตนเองไม่ได้ ท้องน้อยหดเกร็งซ่านกระสัน เสียวปานจะขาดใจ
“อึก อื้อ ท่านแม่ทัพ ข้าเสียวเหลือเกิน อ๊า ๆ ข้าจะเสร็จแล้ว อึก อือ” น้ำเสียงแหบแห้งครางระงมเอ่ยกระท่อนกระแท่นไม่เป็นภาษา รู้สึกร้อนลวกจนตัวสั่นระริกเบา ๆ จ้าวเหวินกลืนน้ำหวานที่หลั่งไหลออกมาจากช่องรัก ช่างหอมหวานราวกับน้ำผึ้ง เขาเงยหน้าขึ้นและถอดมือออกจากช่องรัก ลูบคลำกลีบกุหลาบอย่างหลงใหล นิ้วมือเต็มไปด้วยน้ำล่อเลี้ยงเหนียวหนืด ตอนนี้ดูเหมือนว่าร่างกายของนางพร้อมแล้วที่จะรับแท่งร้อนที่มันบวมจนปวดตั้งชูชันอยู่ต่อหน้า
ตอนที่ 5 สอนให้หลาบจำตึง ตึง แคว่ก !!! มือหนาเดินเข้ามาขึ้นคร่อมร่างบาง ฉีกอาภรณ์จนไม่เหลือแม้สักชิ้น อารมณ์พุ่งพล่านลมหายใจถี่ระรัว ก้อนเนื้อขาวนวลยั่วยวนสายตานับครั้งไม่ถ้วน เขายื่นมือไปบีบคอของนาง เอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดัน “วันนี้ข้าจะทำให้เจ้าได้รับรู้และห้ามแต่งกายเช่นนี้ออกไปข้างนอกอีก มิเช่นนั้นข้าจะมอบเจ้าให้ทหารทั้งกองทัพได้เสวยสุขกับร่างกายของเจ้า ได้จะปลดปล่อยอารมณ์ให้หายคลายความกังวล นี่ยังนับว่าข้าเมตตาเจ้าแล้วผิงเอ๋อร์ สำนึกใส่สมองกลวง ๆ ของเจ้าเอาไว้ด้วย ” ผิงเอ๋อร์ไม่ได้หลบสายตาจ้องมองเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว เพราะดูคนที่กำลังกังวลน่าจะเป็นเขาเสียมากกว่า“ท่านแม่ทัพโปรดเมตตาข้าด้วยเจ้าค่ะ เพราะข้าอยู่ในกองทัพไร้อาภรณ์สวมใส่ มีสิ่งใดก็สวมใส่สิ่งนั้น บิดาของข้าไม่ได้บอกให้ข้าเตรียมอาภรณ์มามากมาย แม่ทัพโปรดเข้าใจข้าด้วย” “เจ้าอย่ามาแก้ตัวเพราะไม่ว่าอย่างไรข้าก็ไม่มีทางปล่อยให้เจ้ารอดพ้นจากตอนนี้ไปได้” เอ่ยจบเขาโน้มตัวลงประกบริมฝีปาก มิใช่จูบที่นุ่มนวลแต่เป็นจูบที่ดูดดื่มรุนแรงและดิบเถื่อน ร่างบางสมองเบาหวิววาบหวามสั่นสะท้าน วูบวาบในร่างกาย อ่อนระทวยเพียงแค่รสจูบที่อ่อนหัดข
ตอนที่ 4 ยั่วยวน หลังรับราชโองการเสร็จ จ้าวเหวินดูวันที่เดินทางปล่าวประกาศบอกต่อให้แก่ทหารได้รับรู้ ทุกคนต่างพากันดีอกดีใจที่จะได้เดินทางกลับวังหลวงหาครอบครัว เสนาบดีโจวไห่หลงยังไม่ได้กลับในทันที เพราะนี่ก็ใกล้จะตะวันตกดิน จ้าวเหวินจึงชักชวนให้นอนค้างที่กองทัพเอาไว้รุ่งสางค่อยเดินทางกลับ ทั้งสองคือสหายที่สนิทสนมกันมากเพียงมองตาก็รู้ใจ หลังจากที่จัดการเรื่องบอกกล่าวกับทหารเสร็จ เขาจึงพาไห่หลงไปส่งที่ซุ้มค่ำคืนนี้เขาจะมีการกินเลี้ยงดื่มด่ำสุรางานรื่นเริงเล็ก ๆ น้อย ๆ ในกองทัพหลังจากที่ไม่ได้รื่นเริงมานานเพื่อเป็นการตอบแทนทหารเหล่าผู้กล้าที่เคียงข้างไม่ท้อถอย ระหว่างเดินมาที่ซุ้มสายตาของจ้าวเหวินปะทะสบตากับสตรีที่เขาคะนึงหาจนแทบอยากถลาตัวไปหานาง แสงแดดช่วงพลบค่ำเหลืองอร่ามส่องกระทบร่างบางที่ยืนอยู่ต่อหน้า ไม่พบเจอนางเพียงสองวันไม่คิดว่านางจะเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้ ใบหน้าแต่งแต้มประทินโฉม ริมฝีปากแดงระเรื่อจากสีชาด แต่ที่สะดุดตาเขามากกว่าสิ่งใดคือชุดที่นางสวมใส่ยามนี้่ ทำให้เขาถึงกับกำมือแน่นดวงตาจ้องเขม็งราวจะจับนางกินเลือดกินเนื้อเสียยามนั้นอาภรณ์สีเขียวอ่อนด้านนอกโปร่งแสง
ตอนที่ 3 พระราชโองการ ยามเฉิน(9.00) หลังจากล้างเนื้อล้างตัว เย่อี๋เหนียงจัดหาอาหารมาให้ลู่ซานกินเรียบร้อย นางเฝ้าครุ่นคิดเรื่องที่กำลังพบเจอ และตอนนี้ได้รู้แน่ขัดแล้วว่าตัวเอง ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในหนังสือนิยาย แถมยังเป็นลู่ผิงเอ๋อร์สตรีแรกแย้ม ที่ถูกแม่ทัพเมินเฉย 'น่าตลกจริง ๆ ฉันเข้ามาอยู่ในนิยายอย่างนั้นรึ เอาเถอะในเมื่อตอนนี้ฉันมาอยู่ในนิยายเป็นสตรีอุ่นเตียงก็ไม่ได้แย่ โฮ๊ะ ๆ ความฝันของฉันเป็นจริงสักที แต่ที่น่าโมโหคือคำพูดของแม่ทัพที่ก่อกวนหัวใจอยู่ไม่คลาย ไม่สนใจไม่มีใจ ดี ! คิดว่าตัวเองเป็นเทพบุตรรูปงามอยู่คนเดียวหรือไง..! ถึงแม้ว่าจะหล่อจริง ๆ ก็เถอะแต่ปากปีจอเหลือเกิน ฉันจะต้องเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง สิ่งแรกคือทำอย่างไรก็ได้ให้เขาพาออกไปจากกองทัพที่มีแต่ผู้ชายมากมายเช่นนี้ และสิ่งที่สอง ปอกลอกเงินทองสมบัติเพื่อเอามาไว้ติดกาย เมื่อได้พอและพบเห็นหนทางฉันจะหนีไปจากผู้ชายปากร้ายคนนี้ให้ดู'“อี๋เหนียงที่นี่มีแต่ทหารที่เป็นบุรุษล้วนเลยหรือ ? แล้วอี๋เหนียงอยู่ที่ใดกันเหตุใดถึงเข้ามาอยู่ในกองทัพที่มีแต่บุรุษเช่นนี้เจ้าคะ ” “ข้าเป็นชาวบ้านที่อยู่แถว ๆ นี้ ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ไม่ไก
ตอนที่ 2 คุณหนูลู่ผิงเอ๋อร์ ร่างใหญ่ปลดปล่อยริมฝีปากน้ำลายเหนียวยืดจ้องมองร่างบางนัยน์ตาเปล่งประกายความหื่นกระจาย มือหนาทั้งสองข้างยื่นมือไปเคล้นคลึงปทุมถันทั้งสองข้างที่เย้ายวนสายตา รบเร้าจนเขาเสียสติมิอาจจะควบคุมตนเองได้ มือบีบกำเข้าหากัน ก้มหน้าโลมเลียจู่โจมด้วยตัณหา ร่างบางเสียวปลายราวกับกระแสไฟฟ้าแล่นทั่วร่าง“อึก ..อือ .. ได้โปรดหยุดเถิด ฉันจะขาดใจตายแล้ว คุณเป็นใครก็ไม่รู้ จู่ ๆ มาทำแบบนี้ได้ยังไง ปล่อยนะ !!.” แม้ปากจะบอกให้เขาหยุดทว่าร่างกายกลับดิ้นพล่านเสียวซ่านไปทั้งตัวร่างใหญ่เงยหน้าขึ้นมองดวงตาพลันเปลี่ยนแวว ดุดันจนอีกฝ่ายรับรู้ได้“ฮึ ...! คิดว่าเอ่ยมาเช่นนี้ข้าจะยอมปล่อยเจ้าไปง่าย ๆ อย่างนั้นหรือ? ดี เอ่ยต่อไปสิว่าไม่รู้จักข้า ข้าจะทำให้เจ้ารู้จักเองว่าข้าเป็นผู้ใด” ใบหน้าแดงก่ำเหมือนโกรธคนตรงหน้าทว่าเขากลับชื่นชอบที่นางมีท่าทีเช่นนี้ มันช่างกระตุนอารมณ์ของเขาเสียจริง เขาขยับมือจับยอดปทุมถันขยี้บีบเคล้นจนร่างบางสะดุ้งโหยง ก่อนจะค่อย ๆ ไล่เลียทำให้ร่างกายของนางแดงเป็นจ้ำกุหลาบ ก่อนจะบรรจบที่ช่องกลางกลางระหว่างกายที่เปียกชุ่ม เขากวาดสายตามองอย่างชอบใจ จับแท่งเอ็นที่ข
บทนำใครจะคิดหญิงอายุ 40 ปี อย่างฉันในโลกปัจจุบันจะทะลุมิติมาอยู่ในหนังสือ อีกทั้งยังเป็นนิยายที่ตัวเองกำลังอ่านเพื่อสนองตัณหา เมื่อถึงสุดสูงสุดกลับทำให้หัวใจเต้นแรงเหมือนความดันพุ่งสูงจนหมดลมหายใจ ลืมตามาอีกทีได้อยู่บนเตียงเหมือนฉากที่กำลังอ่านถึง เดิมทีลู่ผิงเอ๋อร์สตรีที่ฉันเข้ามาอยู่ในร่าง เป็นเพียงเด็กสาวแรกแย้มไม่เคยผ่านมือชาย เพราะคำว่าบุญคุณที่แม่ทัพอวิ๋นจ้าวเหวินช่วยเหลือตระกูลนาง ท่านพ่อจึงยกนางให้แก่แม่ทัพ ดีกว่าให้นางอยู่ที่เรือนเดิม เป็นอนุหรือสตรีอุ่นเตียงของท่านแม่ทัพใหญ่ดีกว่าเป็นฮูหยินหรืออนุของใต้เท้าชราบ้ากามเป็นไหน ๆลู่ผิงเอ๋อร์ไม่ได้เต็มใจ แต่เพราะเชื่อฟังบิดาจึงยอมตามแม่ทัพมาที่กองทัพทหารเพื่อปรนนิบัติ เขาไม่คิดที่จะรักนางเก็บนางเอาไว้ข้างกายเพื่อปรนนิบัติทว่าร่างกายของนางช่างดึงดูดอารมณ์เย้ายวนทุกครั้งที่พบเจอ ไม่ว่าทหารในกองทัพยังพากันมองตาเป็นมัน ทำให้เขามิอาจจะทนไหวเรียกนางเข้ามาพบมัดตึงนางเอาไว้เพื่อไม่ให้หลบหนี ก่อนจะลิ้มรสความหอมหวาน เมื่อลู่ซานเข้ามาอยู่ในร่างนี้ นางทั้งมั่นไส้และเกลียดชังท่านแม่ทัพผู้นี้จริง ๆ ปากบอกไม่สนใจไม่คิดจะมอบหัวใจให







