LOGINอะไรเนี่ย จะให้ฉันมีลูกตอนอายุเท่านี้เนี่ยนะ
ฉันพึ่งจะวัยรุ่นเองนะยังเด็กอยู่เลย
“แต่หนูยังเด็กอยู่เลยนะ”
ร่างบางทีท่าทีตกใจเล็กน้อยก่อนที่จะพูดด้วยน้ำเสียงตื่นๆ แต่ก็ไร้ซึ่งเสียงตอบกลับของอีกฝ่าย สีหน้าของหญิงชราที่ได้ยินก็ไม่มีท่าทีอะไรแสดงออกมาต่างจากชายหนุ่มที่มีสีหน้าตื่นเต้นยิ้มไม่หุบดุก็รู้ว่ากำลังดีใจอย่างตั้งตารออย่างใจจดใจจ่ออยู่
“เด็กอะไรกันเพศเมียในเผ่าเราก็มีเด็กกันจะหมดแล้วมีแต่เจ้าเท่านั้นแหละที่ยังไม่มีสักที เมื่อก่อนเจ้าเสียสติยังไม่รู้เรื่องพวกนี้แต่ครั้งนี้เจ้าหายดีแล้วก็ควรจะมีได้แล้วเผื่อว่ามีเพศผู้จากเผ่าอื่นบุกเข้ามามันจะได้ไม่เอาเจ้าไปยังไงล่ะ”
บาไกที่เห็นว่าเพศเมียของตัวเองหันหน้ามามองเหมือนไม่รู้เรื่องและเป็นเชิงถามว่ามันคืออะไรเกี่ยวอะไรกัน “เพศผู้จากเผ่าอื่นถ้าไม่มีเพศเมียพอก็จะมาลักพาตัวเพศเมียจากเผ่าอื่นไปอยู่ด้วยนะแต่ถ้าเพศเมียตัวไหนที่มีเด็กแล้วก็จะไม่ถูกเอาไปยังไงล่ะเพราะอย่างนั้นเพศเมียในเผ่าเราส่วนใหญ่จะมีเด็กกันแล้วทั้งนั้น ข้าเองก็อยากมีเด็กเหมือนกันนะถ้าเรารีบมีตอนนี้ดีกว่านะจะได้ทันฤดูหนาว”
“ฤดูหนาวมันยังไงเหรอ”
“ถ้าถึงฤดูหนาวแล้วเพศเมียที่คลอดเด็กในฤดูหนาวจะตายนะเพราะอย่างนั้นถ้าเรารีบมีเด็กก็น่าจะทันนะ”
บาไกอธิบายเพราะฤดูหนาวเป็นฤดูกาลที่น่ากลัวมากที่สุดสำหรับคนยุคหินมากเพราะไม่สามารถล่าสัตว์ได้และอากาศก็ไม่เป็นใจไม่แปลกอะไรที่ฤดูหนาวจะเป็นฤดูที่อันตรายมากที่สุด อลิสที่ได้ยินก็ทำสีหน้าอ่อนใจเพราะเห็นอยู่แล้วว่าอีกฝ่ายอยากที่จะมีลูกกับเธอมากแค่ไหนก็ไม่แปลกอะไรที่เขาจะอยากมีเพราะบาไกดูแลบาน่ามานานเพราะเป็นตัวเมียของตัวเองตั้งตารอที่เธอจะมาเป็นปกติไม่แปลกหรอกที่เจ้าตัวจะตื่นเต้นมากเป็นพิเศษหลังจากที่เห็นว่าตัวเมียของตัวเองหายดีแล้ว
“แต่ฉันยังอายุน้อยอยู่เลยนะ ที่โลกของฉันนะการมีเด็กตอนที่อายุยังน้อยอยู่จะเป็นอันตรายต่อเพศเมียได้นะและเด็กก็อาจจะไม่แข็งแรงด้วย ถ้าเกิดว่าเรามีเด็กกันแล้วฉันตายตอนคลอดล่ะจะทำยังไงบาไก เด็กของเราก็จะไม่มีแม่นะนายทนได้อย่างนั้นเหรอ” (T-T)
“เรื่องจริงรึ” ท่านผู้เฒ่าถามพร้อมขมวดคิ้ว
“จริงนะ เพศเมียที่อายุน้อยเกินไปทำให้ร่างกายไม่โตเต็มที่พอมีเด็กร่างกายก็จะไม่แข็งแรงมีความเสี่ยงที่เพศเมียคนนั้นจะตายได้นะ”
“ (O_O) ” สีหน้าของบาไกหลังจากที่ได้ยินที่อลิสบอก “ถ้าอย่างนั้นถ้าเกิดว่าอลิสมีเด็กอลิสก็อาจจะตายได้อย่างนั้นเหรอ” บาไกทำหน้าตกใจไม่ต่างกันกับสีหน้าของท่านผู้เฒ่า
“เพราะอย่างนั้นบาไก รอให้ฉันโตกว่านี้สักหน่อยนะแล้วในระหว่างนี้ก็ค่อยๆ พัฒนาความสัมพันธ์ของเราไปนะ ยังไงฉันก็ไม่ได้หนีไปไหนอยู่แล้วยังคงเป็นตัวเมียของบาไกอยู่ตลอดนั่นแหละ” (^-^) อลิสยิ้มหวานให้ชายที่นั่งอยู่ใกล้ที่พอได้ยินประโยคของอีกฝ่ายก็ยิ้มไม่ยอมหุบ “ว่าแต่ท่านผู้เฒ่าพอมีเชือกไหม”
“เชือกใช่ที่พันสัตว์เวลาล่ากลับมาหรือเปล่า”
“อือ ใช่อันนั่นแหละบาไกพอหรือเปล่าแล้วก็ผ้าด้วย ฉันว่าผ้าพวกนี้มันน้อยไปหน่อยนะฉันกลัวโป๊นะ”
“มีสิข้ามีนะ อลิสจะเอาไปทำอะไรเหรอ”
“ตะกร้านะ พอเสร็จแล้วเดี๋ยวก็รู้เองนั่นแหละตอนบาไกออกไปล่าจะได้มีที่เก็บของไง”
หลังจากนั้นบาไกกับอลิสหรือบาน่าก็เดินกลับไปที่กระโจมตามเดิม พอมาถึงบาไกก็เอาเชือกมาให้ตัวเมียของตนเองพร้อมกับนั่งดูว่าอีกฝ่ายกำลังจะทำอะไรต่อหลังจากที่ได้สิ่งที่ต้องการไปแล้ว อลิสที่พอได้เชือกที่เส้นไม่ได้ใหญ่มากเท่าไรนักก็คิดว่าจะสานหรือถักดี
ไม่คิดว่าพรสวรรค์ของการชอบถักเชือกข้อมือกับถักกระเป๋าของตัวเองจะสามารถเอามาใช้ได้แบบนี้ อย่างน้อยพรสวรรค์ของเราก็เอามาใช้ได้ดีจริงๆ เลยนะเนี่ย (^-^)
แล้วเจ้าบาไกไม่คิดที่จะไปทำอย่างอื่นเลยรึไงเอาแต่มองอยู่ได้ โรคจิตแน่ๆ ไม่คิดว่าจะสามีแบบนี้แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าก่อนเราตายนั่นแหละนะแม้แต่ผู้ชายสักคนยังไม่เข้ามาจีบเลยเพราะอย่างนี้หรือเปล่าพระเจ้าเลยประทานสามีมาให้แบบไม่ต้องไปจีบให้เหนื่อยแบบนั้นนะ
“ทำอะไรอยู่เหรออลิสข้าเห็นเจ้าทำอันนั้นมานานแล้วนะ”
“ทำกระเป๋าไงอีกเดี๋ยวก็เสร็จแล้วล่ะ พอเสร็จแล้วนายจะได้ไม่ต้องถือของเต็มมือไงเอาเสร็จแล้วล่ะ”
อลิสพูดพร้อมกับหยิบกระเป๋าถักที่ทำจากเชือกใบกลางสะพายข้างเป็นเพราะเชือกมีเส้นใหญ่กว่าด้ายที่เคยทำ เจ้าตัวเลยเอาวิธีการสานตะกร้าผสมเข้ากับวิธีการถักสร้อยคอมือด้วยเชือกทำให้ทำง่ายและเร็วทันใจ พูดจบหญิงสาวก็ลุกขึ้นยืนก่อนที่จะหยิบกระเป๋าที่ทำเสร็จแล้วขึ้นมาสะพายให้ดู
“นี้ไงเสร็จแล้ว”
“มันใช่ทำอะไร?”
“ก็ใส่ของไง ใส่ผลไม้หรืออะไรก็ได้ให้สะพายแบบนี้ไงแค่นี้เวลานายออกไปล่าสัตว์แล้วเจอพวกผลไม้หรือสมุนไพรแค่นี้ก็มีที่เก็บแล้ว” บาไกมองมาที่เพศเมียของตัวเองที่กำลังเอากระเป๋ามาสะพายที่ตัวของเขาก่อนที่จะบอกวิธีการทำให้เห็น
“ดีจริงๆ ด้วยนะข้าก็ไม่ต้องแบกให้เหนื่อยแล้ว ข้าจะเอาไปอวดเพศผู้คนอื่นว่าเพศเมียของข้าเก่งกาจมากเลย”
“ทีนี้ก็ทำกางเกงของเราต่อดีกว่า” นี้สินะที่เรียกว่าพอเรามีสามีเราก็จะกลายเป็นแม่ศรีเรือนมากขึ้นเข้าใจประโยคนี้แล้วล่ะแต่เราไม่ได้มาแค่สามีนี้สิ เฮ้อ…
“บาน่า บาน่าเจ้าทำไอนั่นได้ยังไงสอนข้าหน่อยสิ บาน่า” เพศเมียคนแรกที่ชื่อเชนเดินเข้ามาก่อนที่จะพูดทั้งๆ ที่ยังไม่เห็นร่างของเจ้าของเสียงเลย
“ใช่ๆ ไอที่บาไกสะพายอยู่นะสอนข้าหน่อยนะตอนนี้บาไกเอาไปอวดคนทั้งเผ่าหมดแล้ว บาน่าเจ้าสอนข้าทำหน่อยสิ” คนที่สองที่มาด้วยกันเสริม
“นั้น อะไรนะ” เชนถามต่อเมื่อพอเดินเข้ามาก็เห็นว่าบาน่าทำอะไรบางอย่างอยู่กับผ้าอยู่พอคนอื่นเดินมาก็ทำสีหน้าแปลกใจที่เห็นว่าบาน่ากำลังทำบางอย่างอยู่ อลิสที่ไม่ได้สนใจอะไรพวกนางเท่าไรนักก็สวมใส่กางเกงทันทีต่อหน้าแขกที่เดินเข้ามากัน
“ทำกางเกงไง พอดีตัวเลยเนอะ” อลิสพูดจบก็หมุนไปรอบๆ
“อะไรนะ มันคือผ้าเหรอ” ผู้หญิงอีกคนที่มาด้วยกันถามเมื่อเห็นผ้าที่ไม่เหมือนกับของพวกนางมันเป็นเหมือนขาสองขายาวให้สวมไป
“มันเป็นผ้าสวมปิดน้องน้อยไง ของของเรานะถ้าเราไม่ใส่มันอาจจะมีอย่างอื่นเข้ามาก็ได้นะมันจะไม่ดีกับร่างกายเราได้นะ”
“ (( (O0O) )) ” สีหน้าของผู้หญิงที่ได้ยิน
“ร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอ ข้า ข้าจะทำด้วยนะเจ้าต้องสอนข้านะ”
ไม่ทันไรคนในเผ่าทั้งเพศผู้และเพศเมียก็เดินกันมาที่หน้ากระโจมของพวกเขาเพื่อที่จะมาถามว่ากระเป๋าที่บาไกเอาไปอวดคนทั่วทั้งเผ่าว่าตัวเมียของตัวเองเป็นห่วงว่าจะลำบากเลยทำของนี้มาให้ทำให้คนอื่นๆ ในเผ่าที่พอรู้ว่ามันใช้ทำอะไรได้ก็อยากที่จะได้บ้างทำให้พวกเพศผู้ที่ยังไม่มีตัวเมียและเคยคิดว่าบาน่าเป็นคนเสียสติและเคยดูถูกบาน่าเอาไว้พอมาตอนนี้ก็เริ่มรู้สึกอิจฉาเล็กๆ กับบาไกมากที่หลังจากบาน่าหายเสียสติแล้วกลับมาเป็นปกติเหมือนคนอื่นก็ทำให้เหล่าเพศผู้ทั้งหลายในเผ่าเริ่มรู้สึกถึงความมีเสน่ห์ของบาน่าที่เป็นหนึ่งในผู้สืบทอดของท่านผู้เฒ่า
“มีอะไรกันหรือเปล่า” อลิสทำหน้าไม่ถูกเมื่อเห็นมีคนในเผ่าหลายสิบกว่าชีวิตยืนอยู่ที่หน้ากระโจมโดยที่มีบาไกเป็นหนึ่งในนั้นด้วยเมื่อเจ้าตัวเห็นอลิสก็เดินเข้ามาหาด้วยสีหน้าดีใจ “บาน่าของข้า คนพวกนี้บอกว่าอยากได้ไอนี้ที่เจ้าทำให้ข้านะแล้วท่านผู้เฒ่าก็บอกเจ้าสอนเพศเมียในเผ่าของเราให้หน่อยเพราะเจ้าเป็นหนึ่งในผู้สืบทอด”
“นั้นเจ้าใส่อะไรนะ”
“ออ นี้เหรอมันคือกางเกงนะ ข้าเห็นว่าผ้านั้นปิดอะไรไม่ดีเท่าไรเดี๋ยวจะมีอย่างอื่นเข้ามาในร่างกายทำให้ข้าป่วยได้ข้าเลยทำมันขึ้นมานะ” อลิสอธิบายเมื่อพูดจบเพศเมียแต่ละคนก็ทำสีหน้าตกใจไม่น้อยแต่อีกหนึ่งเหตุผลที่เจ้าตัวไม่ได้พูดคือความอายที่เวลาเดินไปไหนมาไหนของสงวนของตัวเองอาจจะออกมาทักทายให้คนอื่นเห็นได้ตลอดเวลา ทำให้พอคนอื่นที่ได้ยินอย่างนั้นก็ต่างอยากให้สอนวิธีการทำให้ด้วย นั้นทำให้วันนั้นทั้งวันพวกเพศเมียต่างวุ่นวายอยู่กับการทำกระเป๋าและกางเกงสวมใส่
“สบายดีจริงๆ ด้วยนะทีนี่เวลาพวกข้าออกไปล่าสัตว์ก็จะได้ไม่ต้องถือของพวกนั้นแล้วแค่มีเจ้านี้ก็สบายขึ้นเยอะ ไม่น่าเชื่อว่าพอเจ้าหายดีเจ้าจะได้ความรู้มาจากท่านเทพด้วยนะ” เพศชายที่อลิสไม่รู้จักชื่อพูดขึ้น
“ข้ารู้แล้วล่ะว่าทำไมท่านผู้เฒ่าถึงเลือกบาน่าให้เป็นผู้สืบทอด เพราะท่านผู้เฒ่าต้องรุ้แน่ๆ ว่าบาน่าจะหายดีและได้พรจากท่านเทพมาอย่างแน่นอนเลยถึงเลือกนางแทนที่จะเลือกซาซ่า”
คนที่ชื่อกาตินที่ยืนอยู่ใกล้ๆ กับบาไกพูดขึ้น กาตินมีร่างกายที่ค่อนข้างแข็งแรงมากที่สุดคนหนึ่งและยังเป็นเพื่อนสนิทของบาไกด้วยและกาตินก็เป็นหนึ่งในคนที่คัดค้านไม่ให้บาไกมาเลือกบาน่าเป็นเพศเมียของเขาแต่สุดท้ายบาไกก็เลือกบาน่ามาจนได้ด้วยความไม่พอใจของเพศผู้และเพศเมียในเผ่าบ้างตนที่ไม่พอใจว่าทำไมบาไกที่เป็นเพศผู้ที่เป็นนักล่าเก่งกาจคนหนึ่งถึงจะต้องมามีเพศเมียที่สติไม่ดีอย่างบาน่าด้วยไม่ว่าจะทำอะไร ออกไปที่ไหนก็ต้องมีบาไกคอยดูแลอยู่ตลอด ไม่แปลกอะไรที่บาไกจะอยากอวดคนในเผ่า
“ถ้าเจ้ามีอย่างอื่นที่จะทำอีกบอกข้าด้วยนะบาน่าข้าจะทำด้วย” เชนที่พึ่งจะถักกระเป๋าใบที่เท่าไรรู้เสร็จไปอีกใบพูดขึ้น
“ได้สิ ก็ข้าเป็นผู้สืบทอดนี้น่าต้องช่วยคนในเผ่าอยู่แล้ว”
นานเท่าไรไม่รู้ที่หลับไปแต่เป็นการนอนที่สบายที่สุดเมื่อได้สิ่งมีชีวิตนุ่นนิ้มกับแผ่นอกแน่นปึกอยู่ใกล้ๆ แทนตุ๊กตาที่เธอมักจะชอบนอนกอดอยู่เป็นประจำเมื่อลืมตาขึ้นมาก็จะเจอกับใบหน้าของชายหนุ่มที่มีความหล่อเหลาพอสมควรแต่ต้องถูกบดบังอย่างน่าเสียดายด้วยผมที่ปกคลุมยาวไปถึงบ่าที่ไม่ได้รับการดูแลนักกับร่างกายที่มีแผลอยู่จำนวนหนึ่งเพราะต้องเดินทางและต่อสู้เป็นประจำจมูกที่โด่งได้รูปผิวสีขาวที่ไม่ได้ขาวมากนักออกจะไปทางสองสีมากกว่าเพราะโดนแดดมาพอสมควร เส้นผมที่พันกันไปหมดจนแค่หวีก็สามารถทำให้หวีหักได้เลยทำให้ตัวเมียตรงหน้าอยากจะจัดการกับทรงผมมากพอสมควรมันช่างทำให้เธอคันมือมากว่าอยากจะตัดมันและหวีให้มันเป็นระเบียบมากกว่าที่จะพันกันไปหมดแบบนี้ภารกิจใหม่ของเราสินะ เฮ้อ…อยู่ที่นี่ก็ทำให้เราขยันขึ้นมาเลยนะเนี่ย ทำยาสระผมอืม…ต้องทำจริงๆ แล้วสินะว่าแต่นี้กี่โมงแล้วเนี่ย น่าจะใกล้ถึงเวลาที่เราต้องทำของกินเปิดหูเปิดตาคนในเผ่าแล้วสินะคิดได้ดังนั้นร่างเล็กก็ลุกขึ้นเตรียมที่จะลุกแต่ถูกแขนของบาไกที่นอนอยู่ข้างๆ บังคับเอาไว้อยู่ทำให้เธอไม่สามารถเอาออกได้เพราะแขนของเขาค่อนข้างที่จะหนักมากตามฉบับของคนที่ออกกำล
อลิสจัดการช่วยบาไกถือกระเป๋าแต่เจ้าตัวก็ไม่ยอมให้ทำแต่ด้วยความสามารถของเธอเองจึงได้มันมาสะพานอย่างง่ายดาย ระหว่างทางเธอก็เล่าสองวันที่ผ่านมาให้บาไกฟังเมื่อเดินมาถึงเจ้าตัวดูจะแปลกใจที่เห็นกระโจมที่ถูกจัดใหม่และของที่ดูใหม่มากๆ เพราะนางเอาไปทำความสะอาดมาใหม่จนหมดอาหารที่ทำเมื่อเช้ายังคงอยู่เพราะเธอทำเผื่อเอาไว้นั้นคือมันต้มกับเนื้อ“นี้กระโจมเหรอ” (O_O)“ก็ใช่นะสิ ฉันนะทำใหม่เลยนะเพราะมันดูรกไปหน่อยด้วยส่วนที่นอนอยู่ในสุดนะอาบน้ำแล้วก็ไปพักได้แล้วหรือจะทานอาหารก่อนดี”“ข้าต้องอาบด้วยเหรอ” บาไกถามเพราะปกติแล้วคนที่นี่นานๆ ทีถึงจะอาบบางครั้งก็10วันอาบทีก็มี “ต้องสิ อาบน้ำจะได้สดชื่นขึ้นไม่ร้อนแล้วก็สบายตัวด้วยทำไมนายไม่ใส่กางเกงไปด้วยล่ะ คงจะโดนยุงกันเยอะแน่เลยใช่หรือเปล่า ลำบากมากไหม” อลิสเดินเข้าไปจับที่ใบหน้าของชายหนุ่มที่มีอายุมากกว่าเธอไม่กี่ปีและเป็นสามีของนางด้วยความเป็นห่วงจนทำให้บาไกที่เห็นอย่างนั้นตกใจไม่น้อยนางเป็นห่วงเราด้วย นี้สินะที่เรียกว่าครอบครัวข้านี้โชคดีจริงๆ ที่เลือกนางมาเป็นตัวเมียของข้า“ตอนนายไม่อยู่ฉันทำเสื้อให้ด้วยนะเป็นเสื้อแขนกุดเวลาใส่จะได้ไม่อึดอัดไปอาบน้ำเ
หลังจากที่รู้ที่หมายแล้วร่างบางก็เปลี่ยนจุดหมายการเดินทางคือเดินเข้าป่าไปแม้ว่าจะอยู่ไม่ไกลแต่มันก็คือป่า แม้ว่าจะห่างจากรั้วเผ่าหมีดำแค่ไม่กี่เมตรก็ยังต้องเรียกว่าป่าอยู่ดีเพราะต้นไม้ที่ชุกชุมเต็มไปหมด ต้นหญ้าที่ขึ้นสูงเกือบครึ่งหนึ่งของเข่าถ้ามีงูโผล่มาก็ไม่แปลกอะไรที่จะเห็นแต่เธอจะไม่ไปคนเดียวอย่างแน่นอนฉันจะเอาคนไปลำบากด้วยถ้าถูกงูกัดตาย เราก็จะเอาคนไปด้วยแบบนี้ถึงจะเรียกว่าเพื่อนแท้เพื่อนตายเพราะอย่างนั้นจึงเอากาเร็ตมาด้วยกันเพราะนางดูจะตื่นเต้นดีและอีกอย่างคือคนอื่นไม่ว่างกันด้วยไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะเอาหนังสัตว์มาทำเป็นที่นอนเพราะคิดว่ามันเปลืองโดยใช้เหตุ ทำให้คนที่มาเย็บปักถักร้อยที่กลางเผ่าแบบนี้มีส่วนน้อยหรือก็คือส่วนที่ว่างและอีกส่วนคืออยากลองทำดูบ้างเมื่อได้รู้สรรพคุณจากอลิสเข้าไปเข้าไปเสริม“บาน่าที่ว่าเจ้าจะทำเครื่องปรุงอะไรนั้นนะมันจำเป็นด้วยเหรอ ขึ้นพึ่งทำที่นอนเสร็จเองนะข้านะทำของท่านพ่อและคนในครอบครัวด้วยเลยทำเยอะมากๆ ดีนะที่มีคนช่วยข้า” เด็กสาวพูดไปเดินไปแม้จะบ่นอยู่ตลอดว่าไม่อยากเดินแต่ก็ก้าวเท้าตามไม่ขาดอีกทั้งยังมีแววตาตื่นเต้นนั้นด้วย“จำเป็นสิ พวกเจ้าปกติจะเอาเนื
เช้าวันนี้เธอมีหน้าที่อันยิ่งใหญ่มากนั้นคือการทำเครื่องปรุงอาหารต้องของคุณยายที่ชอบขี้งกและชอบทำอะไรเองอยู่เสมอๆ และนั้นทำให้เธอต้องโดนไปด้วยสิ่งที่ฉันจะทำในเช้าอันสดใสก็คือเครื่องปรุง ส่วนที่ต้องมีก็น่าจะหาได้ง่ายๆ นะพริกไทย น้ำตาล หัวหอม ผักชีแล้วก็หมูที่สำคัญน่าจะเป็นเกลือไปขอท่านผู้เฒ่าดีกว่าส่วนผักไปหาแถวๆ นี้หรือไม่ก็ไปเอากับท่านผู้เฒ่าเองเพื่ออาหารไปเลยหลังจากที่บาน่าทำการเอาเนื้อที่น่าจะเป็นเนื้อหมูหันบางแล้วเอาไปตากส่วนที่เหลือก็เดินไปเก็บพวกสมุนไพรมาทำ ด้วยเหตุนั้นบาน่าหรืออลิสต้องเดินไปหาพวกมันต่ออลิสจำต้องเดินหาจนทั่วแต่ก็หาไม่เจอเพราะผักชีมันหายากมากๆ เลยในระหว่างทางที่เดินหาเธอก็ไปเจอเชนกับดัสที่เป็นตัวผู้ของนางกำลังทำอะไรกันอยู่อาจจะทำงานกันหรือไม่ก็ว่างซึ่งอลิสที่ไม่ได้รู้อะไรแถวนี้นักเลยไปถามทำให้เธอมาเดินอยู่ที่ไหนสักทีหลังจากที่ถามพวกเขาเสร็จแล้ว“เรามาอยู่ที่ไหนกันล่ะเนี่ย เหมือนไม่เคยได้มาที่นี่เลยแฮะ” อลิสมองไปรอบๆ ต้นไม่ใหญ่ที่ดูจะเยอะมากเหมือนกับว่ามันใกล้ป่ามากๆ เลยอ่อ ใช่ที่นี่คือที่ที่เราเคยถูกอุ้ม ว่าแต่เราเดินมาทางไหนกันล่ะเนี่ยจำได้ว่ามันไม่น่าจะเป็นที
“ได้พักสักที เฮ้อ…เหนื่อยจังเลย”ในที่สุดก็ได้อยู่คนเดียวสักที จริงด้วยสิวันนี้เราไม่ต้องทำอาหารใช่หรือเปล่านะ คงจะเป็นอย่างนั้นแน่เลยเพราะอาหารในเผ่าจะต้องประหยัดเอาไว้ที่เผ่านี้จะมีวันที่จะทำอาหารและกินด้วยกันเพื่อประหยัดเนื้อกับอาหารเอาไว้ให้มากที่สุดวันนี้หรือเปล่านะ หรือว่าวันพรุ่งนี้คิดแล้วปวดหัวคิดก่อน อืม…พรุ่งนี้แน่เลยงั้นวันนี้เราก็กินทอดเนื้อทอดไปก่อนก็แล้วกัน ครั้งหน้าทำรสดีกับน้ำมันหอยดีกว่าอืมน้ำผลไม้หมักก็น่าทำเฮ้อ…พอ พอมาอยู่ที่นี่เราต้องงัดความรู้ออกมาใช้ไม่คิดเลยว่าตัวเองจะต้องมาทำแบบนี้ต้องขอบคุณยายกับป้าข้างบ้านและครูสอนทำอาหารสินะที่ชอบสอนอะไรก็ไม่รู้มาสอนไม่คิดว่าจะได้เอามาใช้จริงๆ ขอสรรเสริญคุณยาย ป้าข้างบ้านทุกบ้านและครูคะ“ดีนะเราที่เก็บผลไม้มาด้วยนะ มีอะไรบ้างน่าเรามีไข่ ส้ม องุ่น มะม่วง บลูเบอร์รี่ มัน แครอทกับเนื้อเมื่อวาน”กินอะไรดีเรา…ต้นมันเพิ่มดีกว่าเรายังไงก็มีเนื้อทอดเมื่อวานอยู่แล้วป่านนี้บาไกจะเป็นยังไงบ้างนะ เป็นห่วงจัง“โอ๊ะ! ได้แล้วกินได้ จะกินล่ะน่า”พรึบ“บาน่า!!”พัง มันเป็นใครกล้าดียังไงมาพังเวลาการกินของฉันห๊ะ!!!ร่างบางในกระโจมของตัวเอง
“โอ๊ะ! นั้นไง”อลิสเดินออกไปไปที่ต้นไม้ที่ตัวเองหมายตาจะเอาผลของมันทำทำเป็นที่นอนอันใหม่ พอมองไปรอบๆ เห็นว่าไม่มีคนมาสนใจเธอเลยแม้แต่คนเดียวเพราะแถวนี้เป็นแถวรอบรั้วของเผ่าคนส่วนใหญ่ที่จะมาก็มีเพียงแค่เพราะมาเก็บผลไม้ไปกินตอนไม่มีเนื้อให้กินเท่านั้นเมื่อเห็นว่าไม่มีคนเจ้าของร่างบางที่ดูภายนอกจะเป็นคนที่ไม่มีเรี่ยวมีแรงเท่าไรนักจัดการปีนต้นไม้ต้นไม้ใหญ่อึบ ฮึบ เราเก่งมากแค่ต้นไม้แค่นี้เรา ทำได้อยู่แล้ว ฮืบ…เหนื่อย…อะอีกนิดเดียว ท่องเอาไว้ว่าเพื่อที่นอน เพื่อที่นอนนุ่มๆ ที่นอนสบายๆ ที่นอนจ้า ที่นอนต่อเลยอ่ะได้แล้ว แต่สูงเหมือนกันนะเนี่ยจากตรงนี้ถ้าเราตกลงไปจะตายไหมว่ะเราคงจะไม่ตายซ้ำตายซ้อนหรอกใช่ปะร่างบางที่สวมกางเกงตัวใหญ่กับเสื้อหนังสัตว์ที่เด่นสะดุดตามากกว่าคนในเผ่าปีนขึ้นไปประมาณหนึ่งเพียงแค่ปีนไปจนถึงกึ่งกลางของลำต้นที่มีกิ่งก้านสาขาแยกย้ายกันไป อลิสมองเพื่อดูว่ากิ่งก้านอันไหนที่แข็งแรงและรับน้ำหนักของเธอได้อีกส่วนหนึ่งคือดูว่ามีนุ่นเยอะมากแค่ไหนทางขวาเยอะกว่าเอาตรงนี้แหละอลิสที่เห็นกิ่งที่ดูแข็งแรงพอสมควรและมีนุ่นอยู่ใกล้ๆ พอที่ร่างเล็กๆ อย่างเธอกระดึบไปได้แบบไม่ต้องกลัวต







