Share

16.1

last update publish date: 2026-03-12 10:35:12

บทที่ 16 ชีวิตใหม่ง่ายดายเสียที่ไหน

สายวันต่อมา...

แสงอาทิตย์ยามสายส่องลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาภายใน จวนท่านหญิงซือหนิง นางก้าวออกมายืนที่ลานหน้าจวน มองดูบ่าวไพร่ที่กำลังจัดแจงสัมภาระให้เข้าที่

การย้ายออกจาก ตำหนักรับรอง มายังจวนพระราชทานครั้งนี้เป็นสัญญาณว่าบัดนี้ นางมิใช่องค์หญิงจากแคว้นเย่อีกต่อไป แต่เป็นเพียง ท่านหญิงซือหนิงแห่งแคว้นฉี

แม้ยศศักดิ์จะยังมีอยู่ แต่มันเป็นเพียงเปลือกนอกที่ไม่มีอำนาจใดรองรับ นางมีชีวิตอยู่ได้เพราะนางคือตัวประกันของสองแคว้นที่ตอนนี้ยังไม่มีแคว้นใดกล้าลงมือจัดการ ทว่าอนาคตนั้นก็ไม่แน่...

"ขอบคุณที่ช่วยดูแลทุกอย่าง ซุนมามา"

ซือหนิงกล่าวพลางหันไปมอง ซุนมามานางกำนัลจากในวังที่มาควบคุมดูแลการขนย้ายครั้งนี้

"บ่าวเพียงทำตามหน้าที่เจ้าค่ะ" ซุนมามากล่าวอย่างนอบน้อม ก่อนจะค้อมตัวแล้วส่งสิ่งหนึ่งให้ซือหนิง

"นี่เป็นจดหมายจากองค์รัชทายาท ฝากมาให้ท่านหญิงเจ้าค่ะ"

ซือหนิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นางรับจดหมายนั้นมาถือไว้ มองดูมันด้วยสายตาวิเคราะห์ แล้วก็น้อมส่งซุนมามาที่ทำหน้าที่เสร็จแล้วออกจากจวนไป

"ทำไมองค์รัชทายาทยังติดต่อท่านอยู่?"

หลี่เจ๋อหาน ที่ยืนอยู่ด้านหลังเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสงสัยหลังบริเวณนี้เหลือเพียงพวกเขาสองคนแล้ว

ซือหนิงพลิกจดหมายไปมา ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ

"ข้าก็อยากรู้เหมือนกัน"

ก่อนที่นางจะเปิดอ่านจดหมายในมือ พลันนึกถึงคำเตือนของ ฉีหนานหวังเมื่อคืนนี้

...หากต้องการความสงบ จงอยู่ห่างจากองค์รัชทายาทซะ...

ริมฝีปากของซือหนิงแสยะยิ้มเล็กน้อยอย่างระอาใจกับโชคชะตาที่สวรรค์กลั้นแกล้งคราแล้วคราเล่า

ตัวนางเองอยากอยู่ห่างพวกเขาแทบตาย ทว่าคนพวกนั้นเองต่างหากที่เป็นฝ่ายมายุ่งเอง

ในฐานะท่านหญิงที่ไร้อำนาจ นางไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธคำขอของผู้ที่อยู่เหนือกว่า และแน่นอนว่าองค์รัชทายาทยังคงมีอำนาจเหนือกว่านางมากนัก

ซือหนิงเปิดจดหมายออกมา ดวงตาก็ไล่ไปตามตัวอักษรที่ถูกเขียนด้วยลายมือเรียบหรูแฝงความเอาแต่ใจ

พบกันยามเซิน[1] ณ โรงน้ำชาหลวนเยว่

"โรงน้ำชาหลวนเยว่..." ซือหนิงทวนคำพึมพำ "ดูเหมือนสวรรค์จะไม่เป็นใจให้ข้าได้ใช้ชีวิตสงบสุขเลย"

"แล้วท่านจะไปหรือไม่?"

ตอนนี้ทั้งสองเดินกลับเข้าจวนแล้ว สองคนเดินเคียงข้างไปตามทางเดินจวนที่มีบ่าวรับใช้ทำงานอยู่ประปราย

"แน่นอนว่าจำเป็นต้องไป..." ซือหนิงกล่าว "บางทีอาจจะเป็นโอกาสที่ข้าจะได้ตัดสัมพันธ์กับองค์รัชทายาทเสียที"

"เหตุใดต้องตัดสัมพันธ์?" หลี่เจ๋อหานขมวดคิ้ว "การมีความสัมพันธ์อันดีกับผู้มากอำนาจมิใช่เรื่องดีหรือ?"

ซือหนิงหัวเราะในลำคอ ก่อนจะปรายตามองเจ๋อหานชั่ววาบหนึ่งและกลับมามองทางข้างหน้าต่อ

"หากข้าไม่ใช่ท่านหญิงต่างแคว้นแต่เป็นท่านหญิงของแคว้นนี้จริง ๆ มันก็เป็นเรื่องที่ดี" ซือหนิงกล่าว "แต่นี่ข้าและเจ้าเป็นชาวต่างแคว้น อยู่ในแผ่นดินของผู้อื่น พวกเขามองว่าไม่ใช่พวกของตนอยู่แล้ว เช่นนั้นคนก็จะมองว่าข้าต้องการแสวงหาอำนาจ จากที่เด่นอยู่แล้วก็จะยิ่งเป็นที่คนจับตามองมากขึ้นไปอีก"

"จับผิดน่ะสินะ"

"ถูกต้อง" ซือหนิงกล่าวเสียงเข้ม "และเมื่อถึงตอนนั้น ข้าจะกลายเป็นเป้าโจมตีของทั้งราชสำนักและสตรีทั่วเมืองหลวง ทุกคนจะคิดว่าข้ามีแผนบางอย่าง ไม่ว่าคิดจะแทรกซึมเพื่อช่วงชิงอำนาจหรืออยากแต่งงานกับองค์รัชทายาทก็ตาม ล้วนทำให้เราใช้ชีวิตยากยิ่งขึ้น..."

"แล้วท่านจะเอาอย่างไร ยังจะไปหรือ?"

ซือหนิงถอนหายใจ "แน่นอนว่าก็ยังต้องไป" นางยิ้มมุมปาก "ท่านไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ให้มากไปหรอก"

เจ๋อหานพยักหน้าเข้าใจแม้ก็จะยังไม่ค่อยเข้าใจก็ตาม ซือหนิงรับรู้ได้ถึงบรรยากาศเคร่งเครียดในตอนนี้จึงคิดเปลี่ยนเรื่อง

"ว่าแต่ ห้องพักท่านเป็นอย่างไรบ้าง มีอันใดอยากเพิ่มเติมไหม?"

"กว้างขวางดี อากาศโปร่งสะอาด แต่ติดอยู่ที่..." หลี่เจ๋อหานเว้นช่วงไปเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวต่อ "บ่าวรับใช้ที่ได้มา ดูไม่ค่อยเชื่อฟังและดูจะไม่ยอมรับพวกเราเป็นนายของพวกเขาเท่าไร"

ซือหนิงไม่แสดงท่าทีตกใจแม้แต่น้อย นางคลี่ยิ้มบาง ๆ

"พวกเขาเป็นคนของฝ่าบาท กว่าครึ่งก็คงเป็นสายลับที่ถูกส่งมาจับตาดูพวกเรา"

"ข้าคิดเช่นนั้นเหมือนกัน"

"ดังนั้นไม่ต้องใส่ใจเรื่องนั้นมากนักหรอก พยายามอยู่ให้ห่างจากพวกเขา ใช้งานเพียงแค่ในเรื่องทั่วไปก็พอ"

ซือหนิงกล่าวเสียงเรียบ "อย่าให้พวกเขารู้ความเคลื่อนไหวของเรามากนักแต่ก็ต้องไม่ใช่ไม่รู้เลยเช่นเดียวกัน ในอนาคตข้าจะหาทางซื้อบ่าวรับใช้จากข้างนอกมาเพิ่ม"

หลี่เจ๋อหานพยักหน้ารับคำ

"การที่เรามีบ่าวมากค่าใช้จ่ายก็สูงขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นอีกสักเดือน ข้าจะขอส่งบ่าวที่ได้รับพระราชทานกลับไปบางส่วน อ้างว่าไม่มีงบประมาณเลี้ยงดูมากพอ" ซือหนิงกล่าว "แต่ตอนนี้... คงรบกวนให้ท่านอดทนไปก่อน"

หลี่เจ๋อหานหัวเราะเบา ๆ "เรื่องพวกขี้ข้าทนได้สบายอยู่แล้ว เพียงเป็นห่วงท่านนั่นล่ะ...พอได้ยินเช่นนี้ก็สบายใจแล้ว"

"พี่ชายร่วมสาบานเจ้าคะ ข้ามีเรื่องรบกวนท่านเจ้าค่ะ" ซือหนิงกล่าวเชิงหยอกล้อแต่เนื้อหานั้นนางเอาจริง

"เรื่องอันใดน้องสาวร่วมสาบานว่ามาได้เลย?"

"อืม เราต้องช่วยกันหาลู่ทางทำมาหากิน หาเงินของตัวเอง เมื่อตนเป็นที่พึ่งแห่งตนแล้วจึงจะได้อิสระมา... " ซือหนิงกล่าวพลางเอื้อมมือมาตบไหล่ของหลี่เจ๋อหาน

หลี่เจ๋อหานเลิกคิ้วสีหน้าครุ่นคิดอย่างตั้งใจ เขาเองก็ไม่ชอบอยู่เฉย ๆ อยู่แล้วพอได้ยินว่ามีเรื่องให้เขาทำในใจก็ตื่นเต้นจนออกทางสีหน้าชัดเจน

"เรื่องนี้วางใจ ข้าเองก็ไม่อยากอยู่แบบต้องพึ่งพาราชสำนักไปตลอดเช่นกัน ข้าจะช่วยท่านหาลู่ทางทำมาหากินเอง”

ซือหนิงหัวเราะเบา ๆ "ดียิ่ง เรื่องนี้ไม่รีบค่อย ๆ ดูไป"

...ในใจของซือหนิงรู้ดี หากนางต้องการใช้ชีวิตอย่างสงบ อิสระได้ ไม่ว่าแคว้นฉีหรือแคว้นเย่ไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีสำหรับนางแน่นอน

อาศัยในช่วงที่แคว้นเย่ยังต้องแก้ปัญหาความยากไร้ในแคว้นให้สิ้นจนไม่มีเวลาใส่ใจองค์หญิงที่ทรยศแคว้นนี้ นางต้องสะสมเงิน และหาลู่ทางไปพร้อมกับหาทางปกปิดสีตาอันเป็นเอกลักษณ์นี่ หลังจากนั้นค่อยจากแคว้นฉีไปใช้ชีวิตอิสระ...

[1] ยามเซิน คือ 15.00 – 16.59 น.

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย    บทส่งท้าย

    บทส่งท้าย ตอนนี้เจี่ยงเฟยมีอายุครรภ์เข้าสู่เดือนที่ห้าแล้ว นางท้องโตจนต้องเปลี่ยนชุดยกแผง เดินเหินก็แสนลำบาก จะออกจากห้องไปสูดอากาศทีต้องให้บ่าวไพร่ยกโขยงทีเกือบสิบคน ทำเอาเจี่ยงเฟยแทบไม่อยากเคลื่อนย้ายตัวไปไหนเลย นับจากวันที่เกิดเรื่องที่ตำหนักบูรพา นางก็ไม่ได้เจอพระชายารองถิงถิงมาเยี่ยมเยียนที่จวนตระกูลไป๋อีกเลย นางได้รู้ความคืบหน้าจากปากของเฉิงไห่เพียงแต่ว่าองค์รัชทายาทถูกปลดและคนทั้งตำหนักถูกย้ายให้ไปประจำการที่เมืองหน้าด่านอันแสนไกลโพ้นที่หนึ่ง ห้ามออกนอกเมืองหน้าด่านแห่งนั้นโดยเด็ดขาด โดยกระบวนการที่ทำให้เกิดผลลัพธ์เยี่ยงนั้นล้วนไม่ทราบเลย จนกระทั่งท่านพ่อ ท่านแม่และพี่ชายขนกันมาเยี่ยมเยียนนางถึงได้รู้ว่ากว่าที่คนพวกนั้นจะได้รับบทลงโทษ ไป๋เฉิงไห่ต้องลงแรงและกำลังไปมากเพียงใด เขาจัดการแม้กระทั้งให้คนในราชวงศ์ทำสัญญาว่าจะปกปิดความลับเรื่องความสามารถในการแปลงร่างของตระกูลเจี่ยงไปทุกราชวงศ์นับจากนี้ พร้อมตกลงข้อแลกเปลี่ยนกับท่านพ่อของนางว่าจะยอมให้ยืมความสามารถเหล่านี้รับใช้แคว้นบ้างตามความเหมาะสม ทำให้ตอนนี้ตระกูลเจี่ยงมีรากฐานที่มั่นคงเพิ่มขึ้นมาก และเจี่ยงเฟยก็ตั้งปณิฐานว่าจะต

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   ยี่สิบหนึ่ง ถังหูลู่แสนวิเศษ

    ยี่สิบหนึ่ง ถังหูลู่แสนวิเศษ🔥 “เฟยเฟยมีอันใดหรือ?” “คนตระกูลเจี่ยงที่มีสายเลือดดั้งเดิมล้วนมีความสามารถแปลงร่างเป็นสัตว์ได้เจ้าค่ะ ส่วนข้านั้นสามารถแปลงกายเป็นแมวได้” เจี่ยงเฟยกลั้นใจพูดออกไปคราเดียวหมด และเกร็งตัวจ้องมองสีหน้าของผู้เป็นสามี นางกลัวว่าเขาจะรับไม่ได้กับความแปลกประหลาดนี้ของนาง ซึ่งหากเป็นอย่างนั้นจริงเจี่ยงเฟยก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว แต่นางก็ไม่สามารถปิดบังความลับนี้ต่อคนรักได้อีกนั่นแหละ แต่เฉิงไห่กลับไม่ได้มีสีหน้ารังเกียจอย่างที่คิด ติดจะงุนงงเหมือนไม่เข้าใจที่นางบอกด้วยซ้ำ อย่างนั้นนางจึงตัดสินใจพิสูจน์ให้เขาดูไปเลย จากสตรีงดงามค่อย ๆ กลายร่างเป็นแมวน้อยขนดำต่อหน้าต่อตาแม่ทัพหนุ่ม จากนั้นไม่นานก็กลับมาอยู่ในร่างสตรีอีกครา ภาพการเปลี่ยนแปลงนี้ล้วนทำให้เฉิงไห่นิ่งค้าง ตะลึงจนจับสติกลับมามิได้ เขามองตาแข็งจนเจี่ยงเฟยต้องช่วยเขย่าตัวเรียกสติ “ท่านพี่รังเกียจข้าที่ไม่ปรกติรึไม่เจ้าคะ?” น้ำเสียงสั่นเทาของสตรีคนรักทำให้เฉิงไห่รีบส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน “มีใครรู้เรื่องนี้บ้าง??” เป็นแม่ทัพมาตั้งกี่ปีล้วนคลุกคลีการเมืองมาไม่น้อย เขาเข้าใจว่าความสามารถพิเศษนี้หากใครร

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   ยี่สิบ ข้ามีเรื่องสำคัญจะบอกพี่เฉิงเจ้าค่ะ

    ยี่สิบข้ามีเรื่องสำคัญจะบอกพี่เฉิงเจ้าค่ะ“พี่เฉิงเจ้าคะ รอก่อนฟังถิงถิงพูดก่อนเจ้าค่ะ!”เฉิงไห่หยุดเท้าและหันมองสตรีที่วิ่งตามหลังมาทันใด ดวงตาคมมิใช่ใช้มองคนในครอบครัวอีกต่อไป จากเหตุการณ์นี้ทำให้เขาไม่แม้แต่มีเยื่อใยมองนางแบบน้องสาวได้อีกต่อไปแล้ว“ข้าให้เวลาครึ่งเค่อ ว่ามาเถิด!”ถิงถิงเข้าใจสายตานั่นดี นางรีบพ่นสิ่งที่อาจจะเปลี่ยนชีวิตนางได้ในทันที“ข้าถูกองค์รัชทายารุ่ยเต๋อบังคับให้ทำเรื่องทั้งหมดเจ้าค่ะ หลังจากที่ข้าแต่งเข้ามาล้วนถูกทรมานร่างกายและจิตใจแต่จำยอมต้องทนอยู่เรื่อยมาเพราะด้วยอำนาจขององค์รัชทายาท คราก่อนนั้นที่ข้าตัดสินใจแต่งเข้ามามิใช่เพราะหมดรักพี่เฉิงนะเจ้าคะ แต่เป็นเพราะล้วนถูกคำพูดหวานที่ดูงดงามขององค์รัชทายาทบิดบัง จนข้าเลือกทางผิดในที่สุด แต่พอได้แต่งเข้ามาแล้วในใจข้าเฝ้าคิดถึงแต่วันเวลาที่ได้อยู่ร่วมกันกับพี่เฉิง และในเหตุการณ์นี้หากข้าไม่ทำจะถูกทรมานอีกจึงจำยอมทั้งสิ้นเจ้าค่ะ ฮือ”“เอ่ยหมดแล้วหรือไม่!”ถิงถิงที่เล่าไปก็บีบน้ำตาจนไหลนองเต็มสองข้างแก้มเงยหน้ามองเฉิงไห่ทั้งน้ำตา คนมองมาล้วนสะเทือนใจทั้งสิ้น แต่สำหรับเฉิงไห่แล้วเขามองด้วยสายตาไร้อารมณ์ ดวงตานั่น

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   สิบเก้า  ละเล่นกับเหมียวน้อย (2)

    สิบเก้า ละเล่นกับเหมียวน้อย (2)“มะ เมี๊ยว ฮือ...”“ร้องอีกสิ ร้องอีก ฮ่า ๆ”รุ่ยเต๋อที่ได้ฟังเสียงร้องเหมียวคราแรกก็ยิ่งได้ใจ เขาใส่แรงเพิ่มขึ้นเพื่อให้ได้ยินเสียงที่หวังอีกหลายรอบ พอเห็นว่าเจี่ยงเฟยเริ่มร้องจนเสียงขาดห้วงจึงค่อยหยุดมือดวงตาหรี่มองสตรีบนเตียงราวมองสิ่งของล้ำค่า ใบหน้าของเจี่ยงเฟยงดงามเย้ายวนยิ่ง แต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุดสำหรับรุ่ยเต๋อนั้นคงไม่พ้นความสามารถของการกลายเป็นแมวได้ตามที่พระชายารองของเขาบอกมา เขาก็ไม่เชื่อหรอกถึงได้จับมาพิสูจน์อย่างไรเล่า ยิ่งได้ใกล้ชิดยิ่งรู้สึกตนกำลังเล่นกับแมวน้อยอย่างไรอย่างนั้น มันทำให้จิตใจชุ่มชื่น ร่างกายกระชุ่มกระช่วยราวเพิ่งสู่วัยแรกรุ่น อีกทั้งแกนกายส่วนนั้นก็ค่อย ๆ เริ่มเติบโตตามความปรารถนาในใจเสียแล้ว...สตรีงามหรือเขามีแล้วในวังหลังแห่งนี้ แต่ยังขาดสตรีที่คล้ายแมวน้อยเช่นเจี่ยงเฟยอยู่หากทำให้เจี่ยงเฟยตกอยู่ในการครอบครองของตนได้แล้ว ส่งข่าวและทำการตกลงกับแม่ทัพไป๋ทีหลัง เรื่องทุกเรื่องย่อมง่ายดายกว่า เขาต้องได้รับผลตอบแทนให้สมกับที่ออกทุนลงแรงจัดงานเลี้ยงอันแสนสิ้นเปลืองนี่เป็นสตรีแสนเย้ายวนตรงหน้า...รุ่ยเต๋อนำกุญแจข้อเท้ามาล็

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   สิบเก้า ละเล่นกับเหมียวน้อย (1)

    สิบเก้าละเล่นกับเหมียวน้อยเจี่ยงเฟยถูกพามาวางไว้ที่ตำหนักแห่งหนึ่ง ร่างกายไร้เรี่ยวแรงพยายามขยับกายออกจากที่นี่ก็ทำเพียงไม่กี่เค่อก็หอบหนักแล้ว พวกคนที่ยกนางมาจากไปหมดแล้วในห้องแห่งนี้น่าจะมีนางอยู่คนเดียว ภาพมัวเบลอมองเห็นว่านางอยู่บนเตียงหลังหนึ่ง แต่ไกลออกไปนั้นสภาพเป็นอย่างไร เจี่ยงเฟยไม่สามารถมองได้แล้วอย่าบอกว่านะ ว่านางถูกคนในตำหนักขององค์รัชทายาทจับมาเพื่อการเสพสวาท!!!ขอให้ไม่ใช่เถอะ เทพเซียนช่วยดลบันดาลให้เหตุการณ์เหล่านี้เป็นเพียงความฝันด้วยเถิด...เจี่ยงเฟยคนนี้ กำลังแม้จะกลายร่างเป็นแมวยังไม่มีเลย นางจะหนีอย่างไรดี ใครก็ได้ช่วยเจี่ยงเฟยด้วย...พลั่ก!แสงสว่างจากข้างนอกลอดเข้ามาเพียงครู่หนึ่งก็หายไปอีกรอบพร้อมประตูห้องที่ปิดลง เจี่ยงเฟยทำอันใดไม่ได้นอกจากนอนตัวเกร็งแสร้งว่าหลับไปในตอนนั้น เผื่อว่าจะไม่เป็นอันตรายฝีเท้าหนักเดินเข้ามาใกล้เตียงที่เจี่ยงเฟยนอนอยู่เรื่อย ๆ จนกระทั่งหยุดอยู่ที่หน้าเตียง หัวใจของเจี่ยงเฟยเต้นระรัวจนแทบหลุดออกจากอก ในหัวตอนนี้นางคิดถึงแต่ว่าให้พี่เฉิงไห่รับรู้และมาช่วยนางออกไปเสียที!เจี่ยงเฟยรับรู้ถึงสัมผัสอันเยียบเย็นจากมือของผู้มาใหม่ที่บริ

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   สิบแปด นรกบนดิน

    สิบแปด นรกบนดิน ในขณะที่สมองของเจี่ยงเฟยมึนเบลอคิดอันใดไม่ปะติดปะต่อ แต่เรื่องประสาทสัมผัสทางผิวกายกลับเด่นชัดเกินจนน่ากลัว หลังจากที่เจี่ยงเฟยรู้ว่าตนเองถูกพาออกมาที่ใดสักแห่งแล้ว จากนั้นนางก็ถูกพาไปนั่งบนเก้าอี้ มีสตรีหลายคนเข้ามาในห้องแห่งนี้ เจี่ยงเฟยรับรู้ได้ว่าตนเองถูกปลดเสื้อผ้าบนตัวออก นางอยากขัดขืนและอยากหนีออกไปแทบใจขาดดิ้นแต่ไม่สามารถทำได้เลย ร่างกายไม่สามารถควบคุมได้ตามใจสั่ง สมองก็ไม่ปะติดปะต่อเอาเสียเลย การขัดขืนของเจี่ยงเฟยจึงเป็นเพียงการทำไปให้คนที่มากระทำอันใดกับตามตัวของนางรำคาญเพียงเท่านั้น เหล่านางกำนัลของตำหนักบูรพาสามสี่นางช่วยกันขัดสีฉวีวันร่างกายขาวผ่องที่เดิมไม่ได้สกปรกอันใดให้สะอาดผ่องมากขึ้น พร้อมทั้งชโลมน้ำมันหอมระเหยบนกายอย่างคล่องแคล่วเพราะทำสิ่งนี้มาหลายคราแล้ว แม่นางผู้น่าเวทนาในอ่างอาบน้ำนี้ไม่ใช่คนแรกที่ต้องถูกทำความสะอาดทุกซอกทุกมุมก่อนมอบกายให้องค์รัชทายาท แต่อาจเป็นสตรีคนแรกที่มาทั้งอาการมึนเมาไม่รู้สติเยี่ยงนี้ เรื่องการใช้ยานั้นองค์รัชทายาทรุ่ยเต๋อทำไม่บ่อยนัก พระองค์ชอบให้สตรีมอบกายมาแบบเต็มใจเสียมากกว่า ยกเว้นก็แต่จะทรงอยากได้มากจนยอมใช้วิธ

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   14.2

    "เช่นนั้นหรือ!?"เสียงของฉีหนานหวังดังขึ้นครานี้ ทำให้ลู่คงเริ่มรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่ถาโถมเข้าใส่อย่างยากจะต้านทาน หวังแห่งแคว้นฉีผู้นี้คืออดีตแม่ทัพไร้พ่ายจึงไม่แปลกที่รอบกายจะเต็มไปด้วยรังสีสังหาร"พวกท่านกล่าวหากระหม่อมแรงไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ อย่าได้ทรงเชื่อองค์หญิงซือหนิงที่เปลี่ยนข้างอย่างรวดเ

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   14.1

    บทที่ 14 ทูตสองแคว้นองค์หญิงซือหนิงยังมีชีวิตอยู่!ลู่คงเบิกตากว้างไปชั่วขณะ แต่ก็รีบควบคุมสีหน้าตนเองทันที"องค์หญิง..." เขากล่าวเสียงเรียบ "เหตุใดพระองค์---"ซือหนิงยิ้มบางๆ ทักทายคนจากแคว้นเย่ที่นางเพิ่งเห็นหน้าเป็นคราแรก ก่อนจะกล่าวเสียงเย็นกลับไป"ทำไมใต้เท้าลู่ถึงดูผิดหวังเล็กน้อยกันที่ข้ายั

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   13.2

    เช้ารุ่งขึ้นที่สำคัญมาถึงแล้ว ดวงอาทิตย์ฉายแสงสีทองทาบทับลงบนยอดหลังคาพระราชวังแคว้นฉี ภายในตำหนักวันนี้อากาศยามเช้าดูอึมครึมแม้พระอาทิตย์จะส่องแสงเจิดจ้าก็ตามขุนนางของแคว้นฉีทั้งหลายยืนเรียงกันตามลำดับตำแหน่ง สายตาต่างจับจ้องไปที่ คณะทูตแคว้นเย่ซึ่งเข้ามาถวายบังคมต่อหน้าฮ่องเต้ฉีจิ่นหลงอย่างแสดงค

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   13.1

    บทที่ 13 กำพืดคนแคว้นเย่เป็นฉีหนานหวังผู้นี้อีกแล้ว!"องค์หญิงจะลอบทำร้ายข้าหรือ?"เสียงทุ้มเย็นชาดังขึ้นจากอีกฝ่าย หน้าตายของเขามันช่างกวนโทสะคนที่ต้องเสียแรงกายอย่างเปล่าประโยชน์เพราะคิดว่าเขาคือผู้ร้ายเสียจริงซือหนิงหรี่ตาลงมองบุรุษตรงหน้าอย่างพิจารณา จากนั้นจึงถอนหายใจเบา ๆ ที่อย่างน้อยก็เป็น

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status