LOGINบ้านอู๋
"นี่ ผ้าน่ะเอาไปซักหรือยังข้ายังไม่เห็นเจ้าออกไปข้างนอกเลย"
"ท่านแม่ข้ากำลังจะไปซักขอรับ"
"เจ้าใช้คำว่ากำลังหรือซั่วหยาง เวลาตั้งมากเจ้าใช้ทำอะไรหมด ห๊ะ!"
"…"อู๋ซั่วหยางไม่กล้าเอ่ยอันใด เพราะรู้ว่าหากแก้ตัวจะต้องเจอกับอะไรท่านแม่เหว่ยฟางมักจะมีอารมณ์ที่ร้อนและรุนแรงในทุกวัน นี่คือส่วนหนึ่งในทุกวันที่เกอไร้ค่าอย่างเขานั้นจะต้องเจอ
"ยืนบื้ออยู่ทำไมไม่เอาผ้าไปซักล่ะ"เหว่ยฟางไม่ชอบอู๋ซั่วหยางเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพราะอู๋ซั่วหยางเป็นเกอที่มีรูปร่างดี ต่างจากลูกของนางอู๋ซินถงเองก็เป็นเกอ แต่ความสวยสง่าไม่เท่าอู๋ซั่วหยาง
"อย่าลืมทาถ่านไปด้วยล่ะ คลุมผ้าไปด้วย"เหว่ยฟางมักจะกำชับอู๋ซั่วหยางให้ใช้ถ่านทาใบหน้าและลำตัวให้ตัวสกปรกยามออกไปข้างนอกใช้ผ้าปกปิดใบหน้า
ทุกคนที่ได้เจออู๋ซั่วหยางจึงเข้าใจว่าอู๋ซั่วหยางนั้นหน้าตาอัปลักษณ์และสกปรก เด็ก ๆ ในหมู่บ้านยามที่ได้เจออู๋ซั่วหยางมักจะร้องและวิ่งหนีกัน
"ขอรับท่านแม่"อู๋ซั่วหยางเบื่อการออกนอกบ้านที่สุดทุกคนด้านนอกมองเขาว่าเป็นเกออัปลักษณ์และสกปรก ดูไร้ค่าเด็กน้อยในหมู่บ้านเจอเขาต่างก็พากันวิ่งหนี เพราะกลัวใบหน้าที่ดูดำและสกปรก แต่ใครอยากจะมีใบหน้าสกปรกกันล่ะ
อู๋ซั่วหยางอยู่บ้านอู๋ไม่ต่างจากคนรับใช้ เพราะเขานั้นทำทุกอย่างในบ้านเติบโตมาอย่างขาดความอบอุ่น ความอบอุ่นเดียวคงจะเป็นท่านป้าหูเย่จวนเป็นพี่สาวของท่านแม่ และเป็นคนที่รักเขามากที่สุดหลังจากที่ท่านแม่จากไปท่านป้าเองก็ทำใจไม่ได้ และไม่คิดที่จะมีครอบครัวเพื่อที่จะใช้เวลาทั้งหมดเพื่อดูแลช่วยเหลือเขาที่เป็นหลานรัก
ตั้งแต่เดิมทีครอบครัวท่านแม่มีฐานะทางบ้านที่ด้อยกว่าทางบ้านของท่านพ่อ จึงทำให้ท่านแม่คิดมาตลอดว่าเป็นตัวถ่วงจึงทำงานทุกอย่างในบ้านอย่างไม่มีปริปากบ่นแต่อย่างใด แม้ยามป่วยก็ไม่คิดจะบอกใครแม้แต่ท่านป้าหูเย่จวนจนทุกอย่างเดินทางมาถึงตอนจบที่ไม่สวยเอาเสียเลย
"นั่นไง เกออัปลักษณ์ที่แสนสกปรก"
"ไม่เอาอย่าเข้าไปใกล้นะลูกเรารีบเดินกันเถอะ"
เสียงที่อู๋ซั่วหยางได้ยินมาจนชินชาเสียแล้วยามที่ต้องออกมาข้างนอก เขามักจะได้ยินเสียงเช่นนี้อยู่ตลอดเขานั้นเติบโตมาแบบไม่มีเพื่อน หากจะนับเพื่อนคนเดียวของเขาคงจะเป็นท่านป้าหูเย่จวนคนเดียวเท่านั้น
จากความเสียใจที่เจอผู้คนว่าเสีย ๆ หาย ๆ ใส่กลับกลายเป็นความเคยชินที่ไม่ใช่คุ้นชิน ไม่ใช่การยอมรับมันแต่เป็นการปรับตัว เพื่อให้ตัวเองรอดจากคนที่ไม่ชอบ เพราะอาจจะถูกทำร้ายได้ แค่คนในครอบครัวทำร้ายก็มากพอแล้ว
ท่านพ่อที่ละเลยหน้าที่ของบิดา ท่านแม่ที่เป็นเพียงแม่เลี้ยงจะมารักหรือทำดีกับคนที่เป็นลูกเลี้ยงได้อย่างไร สุดท้ายเขานั้นก็เป็นเพียงเกออัปลักษณ์ที่แสนจะสกปรกและไร้ค่าที่สุดในหมู่หมู่บ้าน
"นั่น ซินถงใช่เกออัปลักษณ์ที่อยู่บ้านของเจ้าใช่หรือไม่"ลี่เหว่ยสหายของอู๋ซินถงเป็นเกอ
"ใช่ ทั้งอัปลักษณ์และก็สกปรกที่สุด"
"เจ้านั่นกำลังจะไปซักผ้าอย่างงั้นหรือ หึ ก็เหมาะสมดีกับหน้าที่ต่ำ ๆ เช่นนี้"ซือเจียสหายของอู๋ซินถงเป็นเกอ
"นี่ ๆ เจ้าเกอ…ไม่ ๆ ซั่วหยางเจ้าจะไปไหนหรือ"
"ข้าจะไปซักผ้าขอตัวก่อน"
"การซักผ้าก็เหมาะสมกับเจ้าดีนะของสกปรกกับเกอสกปรกเช่นเจ้า"ลี่เหว่ยเองนั้นไม่ชอบอู๋ซั่วหยาง เพราะว่าเขานั้นถูกที่บ้านเปรียบเทียบกับอู๋ซั่วหยาง ถึงเด็ก ๆ ในหมู่บ้านจะกลัวและไม่ชอบ แต่กับผู้ใหญ่ในหมู่บ้านบางคนกับไม่คิดเช่นนั้น พวกเขามองอู๋ซั่วหยางเป็นเกอที่เเข็งแรงเหมือนบุรุษและสตรีในคราวเดียวกัน
เพราะนางที่สตรีทำได้นั้นอู๋ซั่วหยางก็ทำมันได้เหมือนกัน แต่สตรีบางคนกับทำไม่ได้อย่างอู๋ซั่วหยาง แต่แล้วอย่างไรเกออัปลักษณ์เช่นนี้ใครจะตบแต่งออกเรือนกัน สุดท้ายก็อยู่รับใช้คนที่บ้านจนตายอยู่ดี
"…"อู๋ซั่วหยางเลี่ยงที่จะปะทะ เพราะว่ามันส่งผลถึงเขายามที่กลับถึงบ้านอู๋ซินถงคงจะนำเรื่องไปบอกท่านพ่อท่านแม่ หากเขานั้นเลือกที่จะตอบโต้ขึ้นมา
ถึงจะมีการทำร้ายร่างกาย แต่ก็ไม่ได้สาหัสขนาดนั้น แต่จะหนักไปทางคำพูดด่าทอที่บั่นทอนจิตใจเสียมากกว่า ยิ่งมาจากปากคนที่เป็นบิดาแล้วยิ่งบั่นทอนจิตใจช้ำเข้าไปอีก
ลำธาร
อู๋ซั่วหยางมาถึงลำธารก็มองหาที่ทางที่เหมาะสมแก่การอยู่คนเดียว ที่ลำธารมีสตรีและเกอมาซักผ้ากันอยู่ไม่น้อย เหล่าสตรีก็นั่งจับกลุ่มพูดคุยกันยามมาซักผ้าที่ลำธาร ส่วนเกอนั้นก็มีทั้งเป็นกลุ่มหรือมาคนเดียวเช่นเขาก็มีให้เห็นได้ทั่วไป แต่จะไม่สนทนากับใครทำงานเสร็จก็มุ่งหน้ากลับบ้านทันที
"ซั่วหยางเจ้าซักคนเดียวมาหลายปีไม่หาสามีสักคนมาช่วยไม่ดีกว่าหรือ"
"หึ ดีเช่นนั้นหรือแล้วพวกท่านไม่พาสามีมาช่วยซักผ้าด้วยล่ะ ข้าเห็นอยู่กินกันมาหลายปีแล้วไม่เคยเห็นสามีพวกท่านมาช่วยซักผ้าเลยสักครั้ง"
"…"ไม่เสียงสนทนาใดเกิดขึ้นอีก เพราะสิ่งที่อู๋ซั่วหยางเอ่ยก็เป็นความจริงภายในมนุษย์จะรังสรรค์ยังไงก็ได้ในดูสวยงาม แต่ภายในจริง ๆ ไม่มีใครรู้ว่าหวานหรือขม
สามีหาเงินได้เลี้ยงดูครอบครัว แต่ก็ใช่ว่าภรรยาจะที่อยู่บ้านนั่นจะอยู่อย่างสุขสบายถึงจะอยู่บ้านไม่ได้หาเงิน แต่ก็เหน็ดเหนื่อยไม่แพ้บุรุษที่ออกไปหาเงินเลย
งานบ้านมีให้หาทำได้ทุกวันกับข้าวที่ทำทุกวัน หุงข้าว เก็บกวาดบ้านให้สะอาด ซักเสื้อผ้าของสามีและอาจจะรวมถึงครอบครัวสามีด้วย และก็งานในไร่หากบ้านไหนมีที่ทาง
สตรีเองก็หาเงินได้เหมือนกับบุรุษ แต่เพราะการที่สตรีหัวสูงทำตัวเหนือกว่าบุรุษคงจะไม่ได้เป็นผลดีต่อตัวบุคคลเท่าไหร่
บุรุษบางบ้านนั้นไม่ชอบที่สตรีมีความคิดนำตนเอง เพราะเหมือนเป็นการหยามหน้าบุรุษเพราะบุรุษมีหน้าที่ทำงานนอกบ้านหาเลี้ยงครอบครัว ส่วนสตรีทำงานในบ้านคอยปรนนิบัติสามี นี่ คือธรรมเนียมโบราณที่ทำต่อ ๆ กันมาเป็นชั่วอายุคน
หลังจากซักผ้าเสร็จอู๋ซั่วหยางก็เดินกลับบ้านเสื้อผ้ามีให้ซักเกือบทุกวัน แต่ใครจะบ้านซักทุกวันกันจากบ้านมาลำธารไม่ใช่ระยะสั้น ๆ ซักสามวันครั้งหรือจะวันเว้นวันก็ได้ แต่อาทิตย์ละครั้งเห็นทีจะไม่ได้มันเป็นการดองผ้าไว้ในปริมาณมาก ๆ ไม่พออาจจะถูกด่าทอเพิ่มเข้าไปอีก
ระหว่างที่อู๋ซั่วหยางกำลังตากผ้าอยู่นั้นอู๋ฉานอิ่งก็เดินเข้ามาด้านหลังด้วยความโมโห เพราะอู๋ซั่วหยางนั้นไม่ได้นำเสื้อผ้าของนางไปซักด้วย
"ทำไมถึงไม่นำเสื้อผ้าของข้าไปซักด้วย"
"เจ้าปิดห้องพี่เองไม่กล้าเข้าไปหรอก เดี๋ยวจะโดนกล่าวหาลอย ๆ ว่าลักขโมยของใครบางคน"
"หึ ข้าจะไปฟ้องท่านแม่ว่าเจ้าละเลยหน้าที่ดูซิว่าเจ้าจะปากเก่งอยู่หรือเปล่า เป็นแค่เกออัปลักษณ์อย่าคิดหวังสูงไปหน่อยเลย เจ้าจะต้องอยู่ที่นี่ไปจนตายคอยรับใช้ใต้ตีนข้าไปจนแก่"อู๋ฉานอิ่งไม่ต่างจากผู้พี่อู๋ซินถงที่เกลียดอู๋ซั่วหยาง เพราะได้เห็นในร่างที่แท้จริงของอู๋ซั่วหยาง ว่าสวยสง่างามแค่ไหนผิวพรรณที่ขาวเนียน ใบหน้าที่เคยสกปรกยามที่ชำระล้างสิ่งสกปรกออกนั้นมันชวนให้หลงใหลจนมัวเมาได้
"เจ้าเองก็ทำจนเป็นนิสัยแล้วนิ จะมาบอกข้าทำไมกันจะฟ้องก็ไปซิใครล่ามขาของเจ้าไว้กันฉานอิ่ง"อู๋ซั่วหยางเองไม่ได้ที่จะเกรงกลัวใครเหมือนแต่ก่อน ใช่ แต่ก่อนอู๋ซั่วหยางนั้นเกรงกลัวคนในบ้านจริง แต่อู๋ซั่วหยางคนเก่านั้นได้ตายไปแล้ว
ตอนนี้มีแต่อู๋ซั่วหยางคนใหม่เท่านั้นที่พร้อมจะยืนด้วยขาของตนเองให้ได้และพาตนเองออกจากครอบครัวสับปะรังเค[1]
………………………………………………………………………………………………………………
[1]สับปะรังเค หมายความว่า ห่วยแตก
ไร่ตระกูลอู๋ตอนนี้หูเย่จวนนั้นเป็นคนดูแลไร่ตระกูลอู๋ โดยถูกว่าจ้างเดือนละสามตำลึงเงิน แลกกับยามที่ไม่คนอยู่ก็มาดูแลไร่มีตรงไหนที่ต้องจัดการ "ท่านป้าเย่จวนข้ามากำจัดวัชพืชให้ไร่ของซินถงขอรับ""ตามสบายเลยนะ"ทั้งอู๋ซั่วหยาง อู๋ซินถง และอู๋เจียงสงรวมถึงโจวอี้หานด้วย จะจ่ายโจวจี้ไหลและโจวจี้ฉุนในการกำจัดวัชพืชที่ขึ้นในไร่ เพราะทุกคนไม่มีเวลาตรงนี้ทุกคนตกลงจะจ่ายให้คนทั้งสองเป็นรายเดือน โจวจี้ไหลและโจวจี้ฉุนจะได้หนึ่งตำเงินจากบ้านอู๋ แต่สำหรับโจวอี้หานจะให้คนละหนึ่งตำลึงเงินและอีกห้าร้อยอีแปะ เพราะต้องการจะให้หลานด้วย แต่เพราะให้มากกว่านี้ไม่ได้ เพราะคนทั้งสองจะไปรับ "ท่านป้าหากทำเสร็จเร็วข้าจะมาช่วยรดน้ำขอรับ"โจวจี้ไหลนั้นรู้สึกว่าบ้านอู๋ให้เงินเขากับน้องชายมากเกินไปเดือนละหนึ่งตำลึง เดือนหนึ่งถอดและกำจัดวัชพืชไร่หนึ่งเดือนละสองครั้งเอง แต่ได้คนละหนึ่งตำลึงเงิน ซึ่งมันมากไปก็ทำได้แค่ช่วยแบ่งเบางานท่านป้าเย่จวน เพราะตอนนี้ท่านป้าเย่จวนดูแลไร่ยามที่คนบ้านอู๋ไม่อยู่"ได้ ขอบใจนะจี้ไหล"5 ปี ต่อมา"นี่ เลิกตามข้าได้แล้วข้ามีงานที่จะต้องทำอีก เจ้าไม่มีงานมีการทำหรืออย่างไรกัน ทำตัวเป็นคนว่าง
6 ปี ต่อมาโรงเรียนศึกษากวดวิชาชื่อนี้เป็นอู๋ซั่วหยางกับโจวอี้หาน เป็นคนตั้งให้อาเป่า เพราะตอนนี้อาเป่านั้นได้กลับมาแล้วและกำลังจะเปิดสอน ให้เหล่าบัณฑิตใหม่หรือคนที่สนใจเรื่องการศึกษา ตอนนี้ไม่ใช่เด็กน้อยอาเป่าอีกแล้ว แต่เป็นท่านอาจารย์เป่า "จะไปไหนน่ะอาเป่าพึ่งจะกลับมาถึงเองนะ หรือไปหาท่านพ่อหรือ""เปล่า ขอรับพี่ใหญ่ ข้าจะไปตัดเสื้อใหม่เสียหน่อยขอรับ""ดู น้องพี่ขอรับพี่ใหญ่ แทนที่จะไปหาท่านพ่อ แต่ไปหาคนรักก่อน"อู๋ซินถงนั้นเอ่ยแซวน้องชายเท่านั้น ที่ตอนนี้ดูภูมิฐานมาก โตเต็มวัย รูปหล่อเสียอีกด้วย "หึ ก็เขารักของเขา"อู๋ซั่วหยางได้เขียนจดหมายส่งให้อาเป่า บอกถึงมู่จื่อซินว่าได้เลิกกับชายที่ชื่อเจียเล่อแล้ว เพราะจับได้ว่าอีกฝ่ายเจ้าชู้ไม่ได้มีมู่จื่อซินแค่คนเดียว หลังจากอาเป่าไปได้ปีกว่า ๆ แต่หลังจากนี้ก็ไม่รู้ว่าอาเป่าทำเช่นไรต่อ แต่ก็ไม่เห็นว่ามู่จื่อซินนั้นสนใจผู้ใดเลย ไม่รู้ว่าไปแอบคบกันตอนไหนกันร้านตัดเย็บมู่จื่อซิน"ร้านตัดเย็บยินดีต้อนรับขอรับ"ร้านตัดเย็บของมู่จื่อซินนั้นเป็นที่รู้จักในวงกว้างมีลูกค้าขาประจำเพิ่มมากขึ้น จนตอนนี้ทำคนเดียวไม่ได้แล้ว ตอนนี้ที่ร้านมีลูกจ้างสองคน แต
หลังจากที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งกล่าวอวยพรเสร็จก็เป็นเวลาฉลองต้องพาเจ้าบ่าวไปสังสรรค์เสียก่อนถึงจะพามาส่งเจ้าสาวที่รออยู่ในห้อง"พี่เขยโจว พี่เขยจาง ข้าต้องทำถึงขนาดนั้นเชียวหรือขอรับ""ถึงขนาดนี้แหละลูกติดไว หากอยากได้ลูกสาวก็ทำท่าที่พี่บอก"จางเจี้ยนเวยกำลังถ่ายทอดวิชาราคะให้อาเป่าศิษย์รุ่นที่สอง เพราะศิษย์รุ่นแรกคือโจวอี้หาน ที่ตอนนี้ลูกสามแล้ว"อย่างที่เจี้ยนเวยบอกในห้องมีบริเวณกว้างเจ้าก็ใช้ให้เป็นประโยชน์เสียอาเป่า คืน เข้าหอมีเพียงคืนเดียวเท่านั้นและเป็นคืนที่สำคัญต่อคู่บ่าวสาวมาก"โจวอี้หานนั้นไม่เคยคิดว่าจะต้องมาแนะนำเรื่องเพศศึกษาให้อาเป่า แต่เพราะน้องชายนั้นขาดประสบการณ์จึงต้องเร่งอัดฉีดวิชาก่อนที่จะพาไปส่งเจ้าสาวที่รออยู่ด้านอู๋ซั่วหยางที่เจอเข้ากับโจวลู่อี นี่ ก็สิบปีได้แล้วที่ไม่ได้เจออีกฝ่ายวันนี้ที่เจอ เพราะบ้านมู่ก็สนิทกับบ้านของโจวลู่อีอยู่ไม่น้อย และอีกฝ่ายคงจะกลับมาเยี่ยมครอบครัวด้วย"ข้าดีใจนะที่เจอเจ้าที่นี่""อืม เจ้าสบายดีหรือไม่ลู่อี""ข้าสบายดีได้ข่าวมาบ้างว่าเจ้าเปิดร้านขนมหรือ หากมีโอกาสข้าจะไปอุดหนุนนะ""ได้สิ เจ้ามาอยู่กี่วันล่ะ พาลูกและสามีของเจ้าไปเที่ยวในเม
3 เดือนต่อมาร้านราดหน้าบ้านอู๋"โต๊ะหก โต๊ะเจ็ด สั่งพิเศษอย่างละสามขอรับพี่ใหญ่""โต๊ะสิบ โต๊ะสิบสอง พิเศษอย่างละสองขอรับพี่ใหญ่"อาเป่าหลังจากที่ปิดเทอมก็มาช่วยงานที่ร้านราดหน้า เพราะพี่รองของเขานั้นตั้งครรภ์ได้สองเดือนกว่า ๆ ส่วนพี่ใหญ่นั้นบอกว่าขอทำงานอีกหน่อยคงจะปีหน้า แต่พี่เขยโจวเหมือนจะอยากมีแล้ว"อาเป่าเติมเนื้อหมูให้พี่รองของเจ้าหน่อย"อู๋ซั่วหยางเป็นห่วงอู๋ซินถงเหมือนกัน เพราะตั้งครรภ์ได้เกือบจะสามเดือนแล้ว และอู๋ซินถงดื้อขึ้นอย่างเห็นได้ชัดคือไม่ยอมหยุดทำงาน เช่นตอนนี้ที่ยืนทำราดหน้าอยู่"พี่ใหญ่ข้าทำได้ขอรับ ถ้าเหนื่อยข้าจะพักขอรับ""เจ้าดื้อเดี๋ยวพี่เจี้ยนเวยมาพี่จะฟ้องให้ดู""ข้าไม่กลัวอยู่แล้วขอรับ""จริงหรือ""ขะ ขอรับ"ความจริงอู๋ซินถงมีความเกรงใจสามีตั้งหาก แต่ไม่ได้กลัวนะ เพราะท่านพ่ออู๋บอกว่าห้ามเกรงกลัวสามี เพราะเดี๋ยวจะมาข่มเราได้"กลัวขอรับพี่ใหญ่ พี่รองกลัวพี่เขยจาง หากพี่เขยจางมาคงจะงอนพี่รองอย่างวันนั้นแน่นอนขอรับ"อาเป่าเห็นชีวิตคู่ของพี่ใหญ่ พี่รอง ของเขาก็มีทะเลาะกันบ้างตามประสาชีวิตคู่ แต่สุดท้ายก็ดีกันเหมือนเดิม"ท่านพ่อไม่มีใครอยู่ข้างข้าเลยขอรับ""ใช่ เพร
หลังจากที่ผ่านเหตุการณ์ของอู๋เจียงสงที่ตายแล้วฟื้นมีชาวบ้านที่ทราบข่าวมาเยี่ยมมากมาย และอีกส่วนที่ไม่กล้ามาเพราะเชื่อในสิ่งที่มองไม่เห็น คนตายคือตายจะฟื้นขึ้นมาได้อย่างไรกันจนมาถึงงานมงคลที่สร้างความตกใจและแตกตื่นในใบหน้าของอู๋ซั่วหยางที่ไม่มีอะไรปกปิด สีผิวที่แท้จริงเป็นผิวขาวออกธรรมชาติเหมือนสตรีชนชั้นสูง ใบหน้าที่ผู้ใดเห็นก็สะกดสายตาผู้พบเห็น เสียงเอ่ยชมมากมายเป็นการเพิ่มความมั่นใจให้อู๋ซั่วหยางต่อไปนี้คงจะไม่มีใครกล้าเอ่ยว่าเป็นเกออัปลักษณ์อีกแล้ว เพราะวันนี้ชาวบ้านได้เห็นกระจ่างแจ้งแล้วว่า อัปลักษณ์หรืองดงาม บุรุษหลายคนที่ยังโสดนั้นต่างแอบมองและส่งสายตาให้และคงจะแอบเสียดายไปด้วย แต่ก็ถูกสายตาของโจวอี้หานส่งกลับมา ประมาณว่านี้ ภรรยาข้า"ขอให้ลูกทั้งสองคนมีชีวิตคู่ที่มีความสุข อยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า อี้หาน เจี้ยนเวยฝากดูแลลูกของพ่อด้วยนะ พวกเจ้าจะต้องดูแลจนกว่าชีวิตจะหาไม่""ขอรับท่านพ่ออู๋""ขอรับท่านพ่ออู๋""ซั่วหยาง อี้หาน ซินถง เจี้ยนเวย ชีวิตคู่มีกระทบกระทั่งกันบ้างเป็นเรื่องธรรมดา หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยกันนะ"หลีไห่ฉินเอ่ยไปก็ร้องไห้ไป เพราะไม่รู้ว่าจะอวยพรอะไร มันตื้นตันไปห
อู๋ซั่วหยางเดินไปบ้านจางอย่างทรมาน เพราะท่านพ่ออู๋จากไปอย่างไม่ทันได้เตรียมใจอะไรไว้เลยสักอย่าง ไม่มีสัญญาณเตือนอะไรเลยว่าท่านพ่ออู๋นั่นป่วยอะไรหรือ "ซั่วหยาง มีอะไรเกิดขึ้นเจ้าร้องไห้ทำไมหรือ""ท่านป้าหลี ท่านพ่อข้าเสียแล้วขอรับ…ท่านลุงจางอยู่หรือไม่ขอรับ""…"หลีไห่ฉินนั้นนิ่งลงทันทีใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที สิ่งที่อู๋ซั่วหยางบอกเป็นเรื่องจริงหรืออู๋เจียงสงจากไปแล้วจริงหรือ"รอก่อนนะ นั่งพักเสียก่อนซั่วหยาง"หลีไห่ฉินรีบเข้าไปแจ้งสามีทันที วันนี้ทั้งโจวอี้หานและจางเจี้ยนเวยนั้นไม่ได้อยู่ที่หมู่บ้านอีกด้วย ไม่รู้ว่าพวกเขาจะกลับมาตอนไหนกัน เพราะไปรับซื้อข้าวเหนียวให้อู๋ซั่วหยางที่หมู่บ้านอื่น"…"อู๋ซัาวหยางทำได้เพียงพยักหน้าตอบกลับไปเท่านั้น เพราะตอนนี้มีแต่เสียงร้องไห้ที่เปล่งออกมา วันนี้ทั้งพี่อี้หานและพี่เจี้ยนเวยไม่ได้อยู่ในหมู่บ้าน เพราะต้องไปรับข้าวเหนียวอีกหมู่บ้าน "ซั่วหยางเรื่องมันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเจียงสงถึง…""ข้าไม่รู้ขอรับ เหมือนท่านพ่อจะนอนหลับไปเฉย ๆ ขอรับ"ตอนอู๋ซั่วหยางเข้าไปในห้อง ท่านพ่ออู๋เหมือนคนที่นอนหลับแล้วไม่ตื่น หากภาษาชาวบ้านก็เรียก ใหลตาย"งั้นพี่ไปกันเถอะ"บ้
อู๋ซินถงใช้เวลาอยู่ที่ไร่ที่นาทั้งวัน ที่นี่ก็บรรยากาศดีแถมลมพัดผ่านเย็นสบายมากอีกด้วย ท่านพ่อเองก็ดูจะชอบอยู่ที่นี่มากกว่าอยู่ที่บ้านเสียอีก"เดี๋ยวยกขึ้นหลังเกวียนจะได้เอาไว้ต้มตอนเย็น"อู๋ซั่วหยางพาอู๋ซินถงขุดหาเผือกหามันมาไว้ต้มกิน เพราะกลับไปที่บ้านคงจะไม่มีอะไรกิน ดีที่วันนี้ท่านพ่อดักปลาได้ถึ
ยามเฉิน(07.00-08.59 น.)"ดีจริง ๆ เลยนะ เช้านี้กินน้ำต้มข้าวหรือข้าวต้มใส่น้ำกันแน่ แล้วนี่อะไรผักนี่ไปเอามาจากไหนกัน เจ้าซั่วหยาง""ลืมอะไรไปหรือว่าที่บ้านต้องประหยัด จะมากินเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้แล้ว ท่านก็น่าจะรู้ดีนะ""นี่! เจ้าโง่ ข้ารู้แต่เพราะเมื่อคืนก็กินแต่น้ำข้าวต้มไปแล้วไม่ใช่หรือไง เช้าน
โจวอี้หานรับรู้ถึงสายตาของโจวจี้ไหลกับโจวจี้ฉุนที่มองมายังเขา คงจะกำลังนินทาเขาอยู่ แต่สองคนนี้ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรออกจะตลกเสียด้วยซ้ำ โชคดีที่คนทั้งสองมีภรรยาดีที่พอจะควบคุมสามีให้อยู่ในขอบเขตได้แต่มีคนหนึ่งที่เขานั้นรู้สึกกลัวเป็นที่สุด คือ โจวลู่อี(เป็นเกอ) เป็นลูกคนเล็กของท่านลุงโจวและก็เป็นเก
ทำความเข้าใจก่อนอ่านนิยายเรื่องนี้ เป็นอีกนามปากกาของไรท์ค่ะ ชื่อว่า เจ๊หงส์ขายเต้าเจี้ยวค่ะ จะเขียนพวกวายจีนค่ะ อีกนามปากกาจะชื่อ Cherry Brown จะเขียนจีนโบราณ ชญ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ สามารถอ่านผลงานอีก 2 เรื่องของไรท์ได้นะคะ เรื่อง เกิดใหม่เป็นภรรยานายพราน กับ ซุนจือหลินข้าจะเป็นคนขายผักที่สวยที







