LOGIN
ตอนที่ 1 เกิดใหม่ไปช่วยแม่ (1)
เสียงระฆังชั้นเรียนตีดังกังวาน เป็นจังหวะเดียวกับเสียงโห่ร้องดีใจของเพื่อนร่วมชั้นทั้งหลาย หลินจิงซูที่กำลังนอนฟุบกับโต๊ะตลอดคาบเรียน เผชิญกับเสียงโห่ร้องของทุกคนรอบตัวเข้า ก็ถึงกับสะดุ้งโหยงตื่นขึ้นด้วยความตกใจทันที
เปลือกตาหนักอึ้งของเธอค่อยๆคลี่เปิดออก ตกอยู่ในภวังค์ความงุนงงครู่หนึ่งจึงค่อยกระจ่าง นี่มันคือห้องเรียนสมัยมัธยมปลายของเธอไม่ใช่เหรอ?
นี่ฉัน…ยังไม่ตายงั้นเหรอ?
หรือนี่จะเป็นฝันสุดท้ายก่อนตาย?
นับเป็นความฝันที่เก็บรายละเอียดยิบย่อยได้ดีมากจริงๆ นอกจากสิ่งของต่างๆที่วางระเกะระกะรอบห้องเรียนแล้ว บรรยากาศยังชวนให้นึกถึงสมัยก่อนสุดๆ นอกจากนี้แล้ว บนกระดานดำยังเขียนวันที่และตารางเรียนแจกแจงไว้อย่างชัดเจน ตัวอักษรสีขาวจางๆที่ปรากฏอยู่บนนั้นก็คือ ‘วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน ปี 1990’
เอ๊ะ?
เธออดเสียวสันหลังวูบขึ้นมาไม่ได้ ทันทีที่เห็นตัวเลขชุดนี้!
มันเป็นวันที่แม่ของเธอประสบอุบัติเหตุ!
ทั้งๆที่แม่ของเธอถูกดักซุ่มทำร้ายร่างกายอยู่ในตรอกแท้ๆ และเห็นได้ชัดว่าแม่ของเธอคือเหยื่อ แต่ทุกคนกลับรุมประณามกล่าวหาแม่ของเธอ ว่าแอบลักลอบเล่นชู้กับชายอื่นในเวลากลางวันแสกๆ!
ชื่อเสียงและความดีทุกอย่างที่แม่ของเธอทำมา ได้ถูกทำลายลงอย่างย่อยยับไม่เหลือชิ้นดี!
เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเธอ สิ่งเดียวและสิ่งสุดท้ายที่แม่ของเธอทำได้ ก็คือการแขวนคอตัวเองไว้กับคานบ้าน ปฏิเสธข่าวลือเสียหายอย่างเด็ดขาดจวบจนวาระสุดท้ายของชีวิต
ไหล่ซ้ายของหลินจิงซูถูกกระแทกจากเพื่อนร่วมโต๊ะ กระแสความเจ็บปวดแผ่วอ่อนแล่นผ่านให้สัมผัสรับรู้ได้
“โอ้! โทษทีๆ จิงซูเป็นอะไรรึเปล่า?”
เจ็บ…เธอรู้สึกเจ็บจริงๆ?!
แทบจะในทันใด หลินจิงซูตื่นขึ้นจากภวังค์ความฝันทั้งปวง อึดใจต่อมา เธอรู้สึกกระวนกระวายจนแทบคลั่ง รีบคว้ากระจกบานจิ๋วที่อยู่ใต้โต๊ะของเพื่อนร่วมชั้นออกมาส่องดู เนื่องด้วยความยากจนข้นแค้น ทำให้รูปลักษณ์หน้าตาของเธอดูทรุดโทรมอย่างมากในอดีต แต่ทว่าตอนนี้ ภาพที่มองเห็นผ่านกระจกมีเพียงความอ่อนเยาว์และผิวที่สวยเด้ง ริมฝีผากบางเป็นสีแดงระเรื่องดงาม ผิวพรรณมีสีขาวอมเหลืองเล็กน้อยและเรียบเนียนดั่งเปลือกไข่ ร่างกายไม่สั่นกระตุกเหมือนกับเมื่อครั้งก่อนหน้าที่มีแต่โรคร้ายรุมเร้า สีผิวทั้งซีดขาวและเหี่ยวย่น ดวงตาแดงก่ำขุ่นมัวอยู่ตลอดเวลา
เพื่อย้ำให้มั่นใจ หลินจิงซูจึงตบหน้าตัวเองแรงๆอีกที!
โอ้ย! เหมือนจริงเกินไปแล้ว!
หรือฉัน…ฉันกลับมาแล้ว! ย้อนเวลากลับมาแล้วจริงๆ!? ย้อนกลับมาในวันที่แม่ประสบอุบัติเหตุ!
เธอไม่มีเวลามานั่งตอบคำถามเพื่อนร่วมชั้นคนนี้อีกแล้ว หลินจิงซูวิ่งหน้าตาตื่นพุ่งตัวออกจากประตูห้องเรียนไปด้วยความเร็วสุดแรงเกิด!
เลือกเส้นทางที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดี กระโดดข้ามกำแพงเตี้ยพุ่งทะยานออกไปในอึดใจเดียว
ได้โปรดเถอะนะ! ขอให้ทุกอย่างยังไม่สายเกินไป! บางทีเธออาจจะช่วยแม่ไว้ได้ทัน!
ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร สิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้จะเป็นความจริงหรือฝันไป เธอไม่สนใจอะไรอีกแล้ว!
ขอให้ได้พยายามอย่างเต็มที่ก็เพียงพอ!!
เนื่องจากตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาเลิกเรียน พวกภารโรงจะไม่มีทางยินยอมให้นักเรียนออกก่อนกำหนดง่ายๆอย่างแน่นอน
แต่เพื่อภารกิจครั้งนี้ หลินจิงซูจึงจำต้องหนีเรียนกระโดดข้ามกำแพงไปโดยพละการเท่านั้น!
หากปล่อยให้ล่าช้าเกินไปกว่านี้ เธออาจจะไปไม่ทันการเอา!
หลินจิงซูวิ่งสับเท้าฝุ่นตลบมุ่งสู่ตรอกเปลี่ยวแห่งนั้น ซึ่งเป็นสถานที่ที่แม่ของเธอถูกข่มขื่น!
ระหว่างทางไปนั้น เธอได้ใช้เงินจำนวน 1.5 หยวนเพื่อขอซื้อกรรไกรจากคนแถวนั้นและกำไว้ในมือแน่น
ลึกเข้าไปด้านในของตรอกแห่งนั้น แม่ของเธอติงเสวี่ยเหม่ย กำลังถูกชายร่างสูงกำยำขึ้นคร่อมอยู่ มือคู่นั้นที่ทั้งหนาทั้งใหญ่กำลังฉีกกระชากเสื้อผ้าของแม่เธอจนขาดวิ่น
ทันทีที่หลินจิงซูห็นภาพฉากนี้กับตา เธอก็โกรธจัดจนเลือดขึ้นหน้า!
ผู้ชายชั่วช้าบัดซบคนนี้ล่ะ คือคนร้ายตัวจริงที่ฆ่าติงเสวี่ยเหม่ย!
เห็นเต็มสองตาว่าแม่ของเธอเป็นผู้บริสุทธิ์และถูกข่มขื่น แต่ทั้งย่าและป้ารองต่างลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า แม่ของเธอนั่นล่ะที่แอบมาเล่นชู้กับชายอื่นในเวลากลางวันแสกๆ! อีกทั้งยังบีบบังคับให้แม่ของเธอหย่ากับพ่อด้วย
ทางด้านแม่ของเธอนั้นยืนกรานว่าตนเองคือเหยื่อ ย่อมไม่เต็มใจจะเซ็นใบหย่าเป็นธรรมดา แต่เป็นเพราะไม่มีใครเชื่อเธอเลยแม้แต่คนเดียว ติงเสวี่ยเหม่ยจึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากตัดสินใจผูกคอตายประชด ทั้งหมดก็เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง
ทุกคนที่มีส่วนร่วมในเหตุการณ์ครั้งนั้น จนทำให้เรื่องราวเลยเถิดมาจนถึงจุดนี้ ล้วนนับว่าเป็นคนร้ายทั้งสิ้น ไม่เว้นแม้กระทั่งพ่อของหลินจิงซู ที่ไม่เคยออกหน้าหรือพูดอะไรเพื่อทวงความเป็นธรรมให้กับแม่ของเธอเลยตั้งแต่ต้นจนจบ!
หลินจิงซูดวงตาเปลี่ยนเป็นสีเลือดแดงก่ำ บีบกระชับกรรไกรในกำมือแน่น ก่อนจะพุ่งเสียบใส่ต้นคอของชายผู้นั้นสุดแรงเกิดอย่างไร้ปราณี เธอเล็งเส้นเลือดแดงใหญ่บริเวณคออีกฝ่ายเอาไว้ หวังจะฆ่ามันให้ตายคาที่ในทันที
เสี้ยวจังหวะเดียวกันกับที่ปลายกรรไกรแหลมกำลังจะลุถึงบริเวณลำคอ ชายคนนั้นคล้ายสัมผัสถึงภัยอันตรายได้ก่อน จึงรีบเบี่ยงศีรษะหันมองมา ทำให้เป้าโจมตีของหลินจิงซูคลาดเคลื่อน เปลี่ยนไปเสียบทะลุเข้าที่หัวไหล่ของอีกฝ่ายแทน
“อ๊ากกก!!”
ชายคนนั้นร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวดคล้ายจะขาดใจ
เลือดสีแดงพุ่งกระฉูดรุนแรง
ชายคนนั้นวกสายตาเหลียวมองไปที่หลินจิงซูทันที พร้อมแหกปากร้องตะโกนลั่นด้วยความเกรี้ยวกราดว่า
“อีเด็กเวร! แกกล้าแทงฉัน ฉันก็กล้าฆ่าแก!”
อีกฝ่ายโผพุ่งเข้าใส่หลินจิงซูอย่างบ้าคลั่ง เวลานี้ หลินจิงซูเป็นเพียงเด็กสาวมัธยมปลายอ่อนแอคนหนึ่งเท่านั้น อย่างเก่งก็ทำได้เพียงแค่ลอบทำร้ายด้วยกรรไกรเหมือนเมื่อครู่ หากให้สู้กันแบบตัวต่อตัว เธอย่อมไม่มีทางเทียบชั้นกับชายฉกรรจ์ตรงหน้าได้อย่างแน่นอน
แต่ในเวลาเดียวกันนั้น ติงเสวี่ยเหม่ยที่อยู่ด้านหลังพลันได้สติ รีบคว้าอิฐแข็งก้อนหนึ่งที่อยู่แถวนั้นขึ้นมา แล้วหวดทุบเข้าที่หลังศีรษะของชายคนนั้นอย่างแรง
ชายคนนั้นถึงกับสูญเสียการทรงตัวยืนแทบไม่ตรง เลือดอุ่นไหลนองออกจากหลังศีรษะอย่างรวดเร็ว
หลินจิงซูชูกรรไกรขึ้นเตรียมเสียบแทงร่างของชายตรงหน้าอีกครั้ง แต่กลับพบว่าอีกฝ่ายรีบหมุนตัววิ่งหนีหางจุกตูดออกไปในสภาพเลือดไหลอาบ เธอจึงหยุดมือไว้เพียงแค่นั้นไม่เคลื่อนไหวใดๆต่อ
ในชีวิตก่อนหน้า เมื่อครั้งที่ติงเสวี่ยเหม่ยถูกข่มขื่น คดีนี้กลับไม่สามารถเสาะหาตัวคนร้ายได้พบ กล่าวคือผู้ลงมือกลับเป็นปริศนาโดยตลอด
แต่ในที่สุด ครั้งนี้หลินจิงซูก็รู้ตัวคนร้ายแล้ว แต่ถึงอย่างนั้น ด้วยสถานการณ์หลายๆอย่างในเวลานี้ ทำให้เธอไม่สามารถทำอะไรได้มากไปกว่านี้แล้วเช่นกัน ติงเสวี่ยเหม่ยขวัญเสียหวาดผวาอย่างหนัก จนร่างกายสั่นเทาเกินจะควบคุม และได้ทรุดตัวล้มลงกับพื้นอย่างอ่อนแรง
หลินจิงซูไม่มีทางเลือกอื่นเช่นกัน จำต้องยอมรามือไม่ไล่ตามตัวคนร้ายต่อ แล้วหันกลับมาช่วยประคองร่างของติงเสวี่ยเหม่ยขึ้นมาแทน
“แม่ ทำไมวันนี้ถึงมาเดินในตรอกนี้ได้ล่ะ?”
หลินจิงซูเคยนึกเคยฝันที่ไหนกันว่า จู่ๆแม่ตัวเองก็นึกอยากจะเดินผ่านตรอกซอยเปลี่ยวๆสายนี้ ที่ร้อยวันพันปีไม่เคยเฉียดผ่าน?
บริเวณนี้ไม่ค่อยมีผู้คนสัญจรไปมาสักเท่าไหร่ เพราะทางทั้งแคบและมืด อีกทั้งหน้าถนนยังขรุขระเดินเหินลำบากอีกด้วย
ติงเสวี่ยเหม่ยตอบทั้งน้ำตา
“พ่อของลูกวานให้แม่นำเงินเก็บของเราไปซื้อสร้อยทองให้ลูกพี่ลูกน้อง เพื่อมอบเป็นของขวัญวันเกิดครบรอบอายุสิบแปดปี ป้ารองเป็นคนแนะนำเส้นทางลัดนี้ให้แม่ บอกว่าใกล้ร้านทองมากกว่า แม่ก็เลยลองมาดู”
ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมในชีวิตก่อนหน้าป้ารองถึงได้พาย่ามา ‘จับชู้’ ถึงที่นี่ได้อย่างแม่นยำนัก!
เรื่องนี้ต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกับผู้หญิงคนนั้นแน่ๆ!
แต่ทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้ด้วยนะ? ฉีกหน้าทำลายชื่อเสียงของติงเหสี่ยวเหม่ยไปแล้วจะได้อะไร?
ทันใดนั้นหลินจิงซูพลันนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงรีบร้องถามออกไปว่า
“แม่ แล้วเงินที่จะเอาไปซื้อสร้อยทองล่ะอยู่ที่ไหน?”
“อยู่ในกระเป๋านี่” ติงเสวี่ยเหม่ยตบกระเป๋าสะพายข้างตัวเบาๆ
“เอามาให้หนูก่อน เร็วเข้า!” หลินจิงซูร้องสั่งโดยเร็ว
ท่ามกลางสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ สติสตางค์ของติงเสวี่ยเหม่ยได้กระเจิงไม่เหลือแล้ว ได้ยินลูกสาวขึ้นเสียงออกคำสั่งเช่นนี้ เธอจึงไม่ทันได้คิดอะไรมาก และรีบหยิบเงินก้อนหนึ่งส่งให้หลินจิงซูอย่างว่าง่าย
หลินจิงซูรับมาแล้วก็รีบนำไปฝังไว้ใต้กองอิฐแดงที่ถูกนำมาโยนทิ้งไว้ข้างทาง พร้อมโยนแผ่นไม้จำนวนหนึ่งกลบไว้อย่างรวดเร็วเพื่อซ่อนให้มิดชิดยิ่งขึ้น
“ซูซู ลูกคิดจะทำอะไรน่ะ?”
ติงเสวี่ยเหม่ยเฝ้าดูการกระทำของลูกสาวด้วยความสับสนไม่เข้าใจ
หลินจิงซูร้องบอกต่อโดยไม่สนใจจะตอบคำถามก่อนหน้า
“ทันทีที่คุณย่ากับป้ารองมาถึง แม่ต้องบอกไปว่าถูกโจรปล้น ส่วนหนูก็แค่บังเอิญผ่านมาก็เลยรีบวิ่งมาช่วย!”
ติงเสวี่ยเหม่ยยิ่งงุนงงหนักเข้าไปอีกจนไม่สามารถปะติปะต่อเรื่องราวได้ถูก ระหว่างกำลังจะปริปากถามว่าทำไมคุณย่ากับป้ารองต้องมาที่นี่ด้วย ไม่ใช่ว่าทั้งคู่ควรอยู่ที่บ้านเหรอ? แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงโวยวายดังลั่นขึ้น
“ซิ่วเหลียน ที่แกพูดมาเป็นความจริงเหรอ?! นังแพศยาเสวี่ยเหม่ย! แกกล้าดียังไงถึงได้สวมเขาให้ลูกชายชั้น!!”
“คุณแม่ ฉันเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แค่เคยได้ยินคนเขานินทากันว่าพี่สะใภ้เสวี่ยเหม่ยแอบเล่นชู้อยู่กับผู้ชายอื่น…”
*****
อ่านจบแล้วอย่าลืมกดติดตามกันด้วยนะครับบ><
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







