FAZER LOGIN71 2-2
ตอนที่ 141 สองสามีภรรยาหลบหนี (2)
ทันทีที่พี่เปียวตวาดตอบกลับไปแล้ว หม่าฟู่เฟิงก็รีบขันอาสาโค้งศีรษะให้อย่างนอบน้อม และร้องตอบด้วยความดีอกดีใจ
“ได้เลยครับ! พวกเราทำได้แน่ๆ! พวกเราจะทำทุกวิถีทางเพื่อพาตัวติงจู้ฮั่วมาส่งถึงมือลูกพี่เฉินให้ได้แน่นอนครับ!”
ท่าทีของติงเสวี่ยหยานยังดูลังเลเล็กน้อย เธอเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัยว่า
“ถ้าพาเขากลับมาแล้วยังไง? หมอนั่นจ่ายหนี้แทนเราได้เหรอจ๊ะ?”
ประกายตาสังหารเย็นเฉียบของพี่เปียวเคลื่อนปะทะสาดใส่ติงเสวี่ยหยาน พร้อมกับเอ่ยถามออกไปสั้นๆอย่างไร้ปราณีว่า
“อะไร? หรือจะไม่รับข้อเสนอ?”
จังหวะเดียวกันนั้น หม่าฟู่เฟิงก็รีบโพล่งตอบโดยไม่ต้องคิดทันที เขาช่วงชิงจังหวะก่อนที่ติงเสวี่ยหยานจะทันได้ตอบสนองใดๆด้วยซ้ำไป
“รับสิครับพี่เปียว! ต้องรับอย่างแน่นอน! ปัญหาของลูกพี่เฉินก็เหมือนปัญหาของพวกเรา! เราสองผัวเมียยอมอุทิศทั้งชีวิตที่เหลือเพื่อลูกพี่เฉินได้อยู่แล้ว! เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเราจัดการเถอะนะครับ! ไม่ว่าติงจู้ฮั่วจะหลบซ่อนตัวอยู่มุมไหนของประเทศนี้ พวกเราก็จะลากตัวมันออกมาประเคนให้ถึงหน้าบ้านลูกพี่เฉินอย่างแน่นอน!”
พี่เปียวระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่นเมื่อได้ฟัง ดวงตาที่เต็มไปด้วยอันตรายทั้งคู่จดจ้องไปทางหม่าฟู่เฟิงแน่นิ่ง ก่อนจะเอื้อมมือออกไปตบหน้าอีกฝ่ายเบาๆด้วยความยินดีปรีดา
“ดีมาก ดีมาก! แล้วฉันจะรอฟังข่าวดีจากพวกแกสองคน! หวังว่าจะไม่ทำให้ลูกพี่เฉินของเราต้องผิดหวังนะ ไม่อย่างนั้นแล้ว ผลลัพธ์ที่ตามมา…คงรู้ดีนะว่าจะเป็นยังไง?”
“ครับ! ครับ! ครับ! พวกเราไม่ทำให้ผิดหวังแน่ครับ! ต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟ เราสองคนก็จะลากตัวติงจู้ฮั่วมาส่งถึงมือลูกพี่เฉินให้ได้แน่นอนครับ!!”
หม่าฟู่เฟิงคุกเข่าผงกศีรษะคำนับให้พี่เปียวและคนอื่นๆ จนกระทั่งคนทั้งหมดเดินลับสายตาไป แสงไฟฉายหลายสิบดวงค่อยๆห่างออกไปจนกระทั่งอันตรธานหายไปในที่สุด เหลือเพียงไอหมอกแห่งรัตติกาลที่ย้อนคืนกลับสู่สภาวะปกติ เห็นเช่นนั้น สองสามีภรรยาพลันรู้สึกผ่อนคลายลงในท้ายที่สุด ต่างคนต่างถอนหายใจออกมาเฮือกแล้วเฮือกเล่าด้วยความโล่งใจ ร่างทั้งร่างทรุดหมอบลงกับพื้นอย่างหมดสภาพ
ทันทีที่พี่เปียวจากไป ติงเสวี่ยหยานก็กัดฟันกรอดพูดขึ้นอย่างไม่สบายใจว่า
“ถ้าติงจู้ฮั่วกลับมาแล้วยังไงล่ะ? น้ำหน้าอย่างมันจะมีปัญญาช่วยเราจ่ายหนี้ตั้ง30,000หยวนที่ยังไม่รวมดอกได้งั้นเหรอ?”
“นังโง่เอ๊ย! หัดฉลาดขึ้นบ้างเถอะ!”
ภาพลักษณ์ของผู้ชายแสนขี้ขลาดเมื่อครู่ได้อันตรธานหายวับไปไม่เหลือแม้เงา หม่าฟู่เฟิงในเวลานี้แตกต่างจากเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง เขาตวาดด่าและตอบกลับภรรยาด้วยน้ำเสียงก้าวร้าวไปว่า
“แกนี่มันโง่บรมจริงๆ! ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอว่า ทั้งหมดเป็นกับดักที่ลูกพี่เฉินวางเอาไว้! ลองคิดดูสิ พวกมันจงใจทำทุกวิถีทางเพื่อให้เราจ่ายหนี้ไม่ไหว! เงินตั้ง30,000หยวนยังไม่รวมค่าดอกเบี้ย แถมยังขู่ว่าจะตัดมือพวกเราทิ้งอีก! เห็นได้ชัดว่า มันกำลังใช้เราเป็นเครื่องมือล่อให้ติงจู้ฮั่วโผล่หัวออกมาต่างหาก!”
“แล้วเราควรทำยังไงดี? ไอ้น้องทรพีติงจู้ฮั่ว นี่มันไปก่อเรื่องสร้างปัญหาให้ลูกพี่เฉินตั้งแต่ตอนไหนกัน! เรื่องซวยๆก็เลยตกมาอยู่ที่เราสองคน!”
“แรกๆอาจเป็นปัญหาระหว่างมันกับลูกพี่เฉินเท่านั้น แต่เราดันซวยกลายไปเป็นตัวตายตัวแทนน่ะสิ! ฉันก็รู้สึกทะแม่งๆในใจตั้งแต่แรกแล้ว พวกเราเป็นใครมาจากไหน ทำไมจู่ๆลูกพี่เฉินถึงได้ยอมให้ยืมเงินง่ายๆแบบนี้? ยังไงซะตอนนี้เราก็ต้องหาทางตามตัวน้องชายของแกมาให้ได้! เพราะลำพังแค่เราสองคน อย่าว่าแต่เงินต้นเลย แค่ค่าขัดดอกในแต่ละวันยังไม่มีปัญญาจะหามาจ่ายด้วยซ้ำ!”
เห็นว่าติงเสวี่ยหยานแอบมีสีหน้ากังวลเมื่อเขาพูดชื่อติงจู้ฮั่ว หม่าฟู่เฟิงก็อดหัวเราะเยาะออกมาไม่ได้ พร้อมพูดถากถางขึ้นว่า
“เชอะ แกเองก็อย่าแกล้งทำเป็นพี่สาวที่แสนดีไปหน่อยเลย ถ้าแกเลือกที่จะช่วยติงจู้ฮั่วจริงๆ งั้นฉันขอตายตั้งแต่ตอนนี้เลยดีกว่า แล้วจะขอเป็นผีมาตามดูว่า ลูกพี่เฉินจะทำยังไงกับแกต่อไป?”
ติงเสวี่ยหยานได้ฟังก็ถึงกับเนื้อตัวสั่นเทาไม่หยุด นึกถึงเรื่องน่าหวาดกลัวยิ่งกว่าฝันร้ายที่ต้องเผชิญหลังจากนี้ เธอพลันรู้สึกว่า บางทีชีวิตของน้องชายตนเองอาจไม่ได้มีค่าขนาดนั้น
มันคุ้มค่าแล้วที่จะยอมสละ!
เธอเอ่ยถามต่อไปด้วยอย่างเป็นกังวลว่า
“ถ้าพ่อรู้เรื่องนี้เข้าจะเป็นยังไง? สถานการณ์ตอนนี้มันเลยเรื่องโฉนดบ้านไปไกลโขแล้ว!”
“ก็ช่างหัวพ่อแกสิ! ขอเพียงที่เราพาติงจู้ฮั่วกลับมาได้ ลูกพี่เฉินก็น่าจะเลิกตามจองล้างจ้องผลาญพวกเราเหมือนกัน! อาศัยจังหวะที่พวกมันเผลอ เราก็รีบชิงหนีไปให้ไกลๆ!”
หม่าฟู่เฟิงบอกปัดอย่างไม่ใส่ใจ
แม้ติงเสวี่ยหยานจะมีอาการลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ท้ายที่สุด เธอก็พยักหน้ายอมตกลงร่วมแผนการกับหม่าฟู่เฟิง
ไหนๆบ้านหลังนี้ก็จะถูกยึดแล้ว เธอก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ในหมู่บ้านติงเจี่ยอีกต่อไป
ติงเสวี่ยเหม่ยที่หลบซ่อนตัวอยู่มุมหนึ่งในบ้านพร้อมกับหลินจิงซู ระหว่างที่กำลังแอบฟังบทสนทนาเหล่านั้น ก็มีหลายครั้งหลายคราที่รู้สึกโมโหจนแทบทนไม่ไหว อยากจะวิ่งออกไปกระชากสองคนนั้นขึ้นมาด่าให้รู้แล้วรู้รอด!
ทำไมเดนนรกสองตัวนี้ถึงได้กล้าลงมือทำกับคนที่เธอรัก และห่วงใยที่สุดได้อย่างเลือดเย็นขนาดนี้กัน?
ตลอดระยะเวลานั้น หลินจิงซูต้องคอยกุมจับแขนผู้เป็นแม่ไว้อย่างเหนียวแน่น เพื่อป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายเผลอทำอะไรโง่ๆลงไป เธอยังทักท้วงเตือนสติให้อีกฝ่ายใจเย็นว่า
“แม่คะ ทนฟังไปก่อนอีกสักพัก ไม่แน่บางทีเราอาจได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากกว่านี้”
ทั้งหมดนี้เหนือความคาดหมายของหลินจิงซูไปไกลมาก เธอไม่คาดคิดเลยว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวพันไปถึงน้าชายของเธอด้วย!
หรือเป็นไปได้ไหมว่า ชาติก่อนน้าชายของเธอจะถูกติงเสวี่ยหยานและหม่าฟู่เฟิงหลอกสำเร็จจริงๆ? ก็เลยถูกคนที่ชื่อลูกพี่เฉินอะไรนั่นกระทืบจนขาหักพิการไปชั่วชีวิต?
หลินจิงซูในตอนนี้ รู้สึกว่าตนเองคิดถูกจริงๆที่ตัดสินใจอยู่ที่นี่ต่อไป บางทีสิ่งนี้อาจเรียกว่าทฤษฎีผีเสื้อขยับปีกก็เป็นได้ ตัวเธออาจสามารถเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของติงจู้ฮั่วให้ไม่ต้องพิการไปชั่วชีวิตได้!
เดิมทีเธอต้องการเก็บออมเงินส่วนหนึ่งไว้เพื่อใช้เป็นค่าผ่าตัดขาให้กับติงจู้ฮั่วอยู่แล้ว แต่หากเธอสามารถช่วยให้อีกฝ่ายรอดพ้นจากสถานการณ์นี้ได้สำเร็จ ไม่เพียงแต่จะช่วยชีวิตคนๆหนึ่งได้ แต่เงินในส่วนนั้นก็จะกลับกลายมาเป็นเงินทุนเพิ่มเติมให้กับธุรกิจของเธอแทน!
หม่าฟู่เฟิงและติงเสวี่ยหยาน ทั้งสองต่างช่วยกันเก็บเสื้อผ้าที่เกลื่อนกลาดกระจายอยู่เต็มพื้นยัดเก็บใส่กระเป๋าอย่างรวดเร็ว แต่ระหว่างที่กำลังจะหมุนตัวกลับเข้าบ้านนั้น จู่ๆทั้งคู่ก็ถูกก้อนหินขนาดใหญ่สองก้อนหวดทุบใส่ที่ท้ายทอยอย่างแรง
ทั้งสองคนสิ้นสติลงฉับพลัน ร่วงหลับไปกองอยู่กับพื้น และไร้ซึ่งปฏิกิริยาตอบสนองใดๆอยู่เป็นเวลานาน
เวลานั้น หลินจิงซูและติงเสวี่ยเหม่ยจึงค่อยเผยกายออกมาท่ามกลางเงามืด ทั้งคู่เคียงข้างกันมาด้วยสีหน้าโกรธเกรี้ยวเกินจะบรรยาย
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







