Início / โรแมนติก / ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90 / ตอนที่ 153 คำพูดก็เหมือนคำสาปแช่ง

Compartilhar

ตอนที่ 153 คำพูดก็เหมือนคำสาปแช่ง

Autor: Chawin
last update Última atualização: 2026-02-12 14:51:57

77 2-2

                  ตอนที่ 153  คำพูดก็เหมือนคำสาปแช่ง

                  ผู้เฒ่าติงทั้งโกรธและรังเกียจพฤติกรรมที่สุดแสนจะต่ำตมของติงเสวี่ยหยานและหม่าฟู่เฟิง แต่ด้วยสภาพร่างกายของเขาเวลานี้ที่อ่อนแอเกินกว่าจะช่วยเหลืออะไรได้ จึงทำได้เพียงแค่ระเบิดเสียงไออย่างหนักอยู่บนเตียงเท่านั้น

                  ติงเสวี่ยเหม่ยรีบวิ่งเข้าไปช่วยลูบแผ่นหลังให้กับผู้เฒ่าติง ระหว่างลูบตบเบาๆ ก็อดกลั้นน้ำตาที่ไหลเอ่อออกมาไว้ไม่ได้

                  เธอเตรียมใจพร้อมไว้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว หลังจากการหย่าร้าง ไม่ว่าจะย้ายไปอยู่ที่ไหน แม่ม่ายลูกติดอย่างเธอก็คงหนีไม่พ้นเสียงครหานินทาจากคนรอบข้างอย่างแน่นอน

                  แต่ที่ติงเสวี่ยเหม่ยคิดไม่ถึงก็คือ คนแรกที่ใช้เรื่องการหย่าร้างมาทำร้ายทิ่มแทงใส่เธอ จะเป็นญาติใกล้ตัวอย่างพี่สาวกับพี่เขยตนเอง!

                  แต่ถึงอย่างไรก็ตาม แม้ว่าติงเสวี่ยเหม่ยจะรู้สึกขมขื่นใจเพียงใด ทว่าภายใต้สถานการณ์ที่เป็นอยู่ในตอนนี้ เธอทำได้เพียงแค่กัดฟันอดทนต่อไปเท่านั้น!

                  ทางด้านหม่าฟู่เฟิงนั้น แม้เขาจะมีร่างกายผอมแห้งอย่างไร แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เขายังเป็นผู้ชายที่มีพละกำลังเหนือกว่าผู้หญิงโดยธรรมชาติ หากเขาคิดที่จะลงไม้ลงมือใช้ความรุนแรงขึ้นมาจริงๆ ไม่ว่าติงเสวี่ยเหม่ยหรือหลินจิงซูก็ไม่มีทางที่จะเอาชนะเขาได้อย่างแน่นอน!

                  เห็นว่าสถานการณ์ในเวลานี้ตนเองเป็นฝ่ายได้เปรียบเพียงใด ติงเสวี่ยหยานก็คลี่ยิ้มกว้างหันไปพูดกับผู้เฒ่าติงที่นอนอยู่บนเตียงอย่างภาคภูมิใจว่า

                  “เป็นไงล่ะพ่อ? ต่อให้หนูจะต้องเผชิญกับสถานการณ์เลวร้ายแค่ไหน อย่างน้อยหนูก็ยังมีผู้ชายคอยปกป้องคุ้มครอง! คนอย่างหนูน่ะมีดีกว่านังติงเสวี่ยเหม่ยตั้งเยอะ!”

                  หลินจิงซูปรบมือพร้อมกับหัวเราะออกมาอย่างสนุกสนาน ก่อนจะเปล่งเสียงชื่นชมประชดประชันใส่ว่า

                  “หูย! ดูแข็งแกร่งมากเลยค่ะ! จังหวะที่ลุงยกกำปั้นนี่ดูเท่ไม่หยอกเลย! ถ้าจะเก่งขนาดนี้ ทำไมถึงไม่ไปท้าสู้กับลูกพี่เฉินเลยล่ะคะ? ของแบบนี้ต้องลองดูสักตั้ง! แสดงให้พวกมันเห็นประจักษ์สายตาไปเลยคะว่า ลุงแข็งแกร่งขนาดไหน!”

                  ได้ฟังคำพูดถากถางดูถูกที่พ่นออกมาจากปากของหลินจิงซูแล้ว ใบหน้าของหม่าฟู่เฟิงก็เห่อร้อนขึ้นทันที เขาทั้งโกรธและรู้สึกอับอายขายหน้าในเวลาเดียวกัน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังกัดฟันตอบโต้อย่างไม่ยอมแพ้ว่า

                  “นังหนู ถ้าแกยังกล้าพูดจาไร้สาระอีกคำเดียว ฉันนี่แหละจะกระทืบแกให้จมกองเลือดตรงนี้เลย! อ่อ…ฉันเองก็ลืมไป เด็กไม่มีพ่ออย่างแกคงไม่มีใครคอยสั่งสอนสินะ สันดานถึงได้เสียแบบนี้ใช่มั้ย? ได้! ถ้าอย่างนั้นฉันจะดัดสันดานแทนพ่อบังเกิดเกล้าของแกเอง!”

                  หลินจิงซูแสยะยิ้มที่ไม่ใช่รอยยิ้ม พูดเย้ยหยันใส่ด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า

                  “พวกไม่มีปัญญาแม้แต่จะได้เป็นพ่อคนอย่างลุง อย่าเสนอหน้ามาสั่งสอนลูกคนอื่นเลยค่ะ”

                  คำพูดประโยคนี้ของหลินจิงซู เปรียบเสมือนมีดคมกริบที่เสียบทะลุเข้าหัวใจของสองสามีภรรยาอย่างจัง!

                  เวลานี้ ใบหน้าของทั้งติงเสวี่ยหยานและหม่าฟู่เฟิง เปลี่ยนเป็นยับยู่อัปลักษณ์ยิ่งกว่าผ้าขี้ริ้ว

                  ย้อนกลับไปในอดีต หลังจากที่ติงเสวี่ยหยานแต่งเข้าตระกูลหม่าได้ไม่นาน เธอก็ตั้งครรภ์อย่างรวดเร็ว แต่หม่าฟู่เฟิงกลับปฏิเสธไม่ยอมรับเป็นพ่อเด็ก เหตุเพราะเขาเคยไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล และคุณหมอได้บอกกับเขาว่า เขามีสภาวะตัวอสุจิไม่แข็งแรง โอกาสที่จะมีลูกได้แทบเป็นศูนย์ เขาจึงเชื่อว่าติงเสวี่ยหยานจะต้องท้องกับชายอื่น และได้บังคับให้เธอกินยาทำแท้ง อีกทั้งยังลงมือทุบตีฝ่ายหญิงในขณะที่ตั้งครรภ์อีกด้วย

                  เวลานั้น ติงเสวี่ยหยานปฏิเสธเรื่องคบชู้ชนิดหัวเด็ดตีนขาด แต่ท้ายที่สุด ก็ทนมือทนตีนสามีไม่ไหว จึงต้องจำใจหนีกลับมาอยู่บ้านพ่อของเธอ เพื่อปกป้องเด็กในท้องให้อยู่รอดปลอดภัย

                  ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ก็คือเด็กไม่แท้ง เพราะอายุครรภ์เกินกว่าที่จะกินยาทำแท้งได้แล้ว เธอพยายามอย่างสุดชีวิตเพื่อคลอดเด็กคนนี้ให้ออกมาลืมตาดูโลก

                  และเธอก็ได้ลูกชาย

                  เมื่อเด็กอายุได้ราวสี่ห้าเดือน ใบหน้าของเขาก็ประหนึ่งถอดแบบมาจากหม่าฟู่เฟิงผู้เป็นพ่อ ทั้งคู่เหมือนกันราวกับแกะ กระทั่งเวลานั้นเอง ตระกูลหม่าก็เพิ่งตระหนักได้ว่า เด็กที่ติงเสวี่ยหยานอุ้มท้องมานานกว่าเก้าเดือนนั้น แท้ที่จริงแล้วก็คือลูกของหม่าฟู่เฟิง!

                  ทว่าครอบครัวตระกูลหม่ามีความสุขได้ไม่ทันไร จู่ๆเด็กชายตัวน้อยก็เริ่มมีไข้สูงต่อเนื่อง และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

                  ผู้คนในหมู่บ้านต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ทั้งหมดเป็นเพราะครอบครัวตระกูลหม่าบังคับให้ติงเสวี่ยหยานกินยาทำแท้ง จึงส่งผลให้เด็กมีร่างกายอ่อนแอและเสียชีวิตลงในที่สุด

                  เรื่องที่เกิดขึ้นเสมือนเป็นตราบาปในใจของคนตระกูลหม่าไปชั่วนิรันดร์

                  ทุกอย่างสายเกินกว่าจะมานั่งเสียใจแล้ว!

                  และนับจากนั้นมา หม่าฟู่เฟิงและติงเสวี่ยหยานก็ไม่เคยทั้งท้องลูกชายหรือลูกสาวอีกเลยจวบจนบัดนี้!

                  ฉะนั้นแล้ว เรื่องลูกจึงเปรียบเสมือนบาดแผลขนาดใหญ่ที่ฝังลึกอยู่ภายในใจของคนทั้งคู่!

                  นับตั้งแต่วันที่ลูกชายของติงเสวี่ยหยานและหม่าฟู้ฟิงได้เสียชีวิตลง ทุกคนในครอบครัวตระกูลหม่า ก็ถูกสั่งห้ามไม่ให้พูดถึงเรื่องนี้ต่อหน้าคนทั้งคู่อีกเป็นอันขาด!

                  ทว่าใครจะคาดคิด ในวันที่บาดแผลเรื่องลูกกำลังจะสมานหายดีเป็นปกติ กลับมีคมหอกที่หลุดออกมาจากปากของใครบางคน เสียบทะลุและฉีกบาดแผลนั้นให้เปิดออกมาอีกครั้ง!

                  ติงเสวี่ยหยานใช้สองมือกำคอเสื้อตนเอง แล้วเริ่มกรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง

                  “นังเด็กชั่ว! นังสัตว์นรกมาเกิด!! วันนี้ฉันจะฆ่าแก! ฉันจะสับแกให้เป็นหมื่นๆชิ้น!!”

                  หม่าฟู่เฟิงที่มีใบหน้ามืดหม่น เค้นเสียงผ่านลำคอด้วยความอาฆาตแค้น

                  “ดูท่าไอ้เจ้าหลินชิงอี้มันคงไม่เคยอบรมสั่งสอนแกเลยจริงๆ งั้นฉันจะรับหน้าที่นี้แทนเอง!!”

                  สำหรับปมในใจเรื่องนี้ที่หลินจิงซูหยิบยกมาพูดนั้น แม้แต่ติงเสวี่ยเหม่ยที่ได้ยินยังรู้สึกเจ็บปวดใจแทนคนเป็นพ่อเป็นแม่เช่นกัน

                  ไม่ว่าพี่สาวของเธอจะเย้ยหยันหรือดูถูกดูแคลนกันเพียงใด แต่ติงเสวี่ยเหม่ยก็ยังเลือกที่จะอดทนอดกลั้นไม่หยิบยกเอาเรื่องดังกล่าวขึ้นมาพูด เพราะรู้ดีว่าหากหลุดปากออกไป ก็คงไม่ต่างอะไรกับคำสาปแช่งที่ทำลายชีวิตคนอื่น

                  เสี้ยววินาทีนั้น เห็นหม่าฟู่เฟิงและพี่สาวของตนกำลังจะพุ่งถลาจู่โจมใส่หลินจิงซู ติงเสว่ยเหม่ยก็รีบวิ่งออกไปขวางไว้ กางสองมือสกัดกั้นอย่างไม่ยอมเช่นกัน

                  “ใจเย็นๆก่อนเถอะ! ฉันรู้ว่าซูซูเลือกใช้คำพูดที่รุนแรงเกินไปจริงๆ แต่ก็อย่าลืมว่า พี่เองก็เลือกใช้คำพูดแรงๆทำร้ายจิตใจพวกเราก่อน! พอตัวเองถูกพูดจี้ใจดำเข้าบ้าง ทำไมถึงทนไม่ได้ล่ะ? เราทุกคนต่างก็มีหัวใจมีความรู้สึก เพราะฉะนั้น เวลาจะพูดอะไรออกมา ก็ช่วยหัดคิดถึงความรู้สึกของคนอื่นด้วย ไม่ใช่สักแต่อยากจะพูดอะไรก็พูดออกมา!”

                 

                  ติงเสวี่ยหยานยังคงหน้าด้านหน้าทน ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน และตอบโต้กลับไปอย่างเฉยชาว่า

                  “ชีวิตยังอีกยาวไกล! สักวันฉันจะตั้งท้องได้อีกครั้งแน่! ส่วนนังเด็กไร้การศึกษาที่เที่ยวสาปแช่งคนอื่นอย่างแก วันนี้ฉันจะสั่งสอนมอบบทเรียนให้เข็ดหลาบเลยล่ะ!”

                  หลิวจิงซูย่อมไม่ลืมทิ้งคำสบประมาทติดปลายนวม

                  “ป้าคะ ถ้าอยากจะมีลูกจริงๆ หนูขอแนะนำให้ลองไปนอนกับผู้ชายคนอื่นดู! เผื่อว่าจะมีน้ำยากว่าสามีตัวเอง!”

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต (จบบริบูรณ์)

    263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 471 ความจริงในอดีต

    262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง

    262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย

    261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ

    260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก

    259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status