LOGIN78 1-2
ตอนที่ 154 หากเลือดข้นกว่าน้ำ เงินก็ข้นกว่าเลือด!
ได้ยินคำพูดประโยคนี้หลุดออกจากปากหลินจิงซู หม่าฟู่เฟิงก็รู้สึกเหมือนถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นชายอย่างแรง เขาคว้าเก้าอี้ตัวหนึ่งขึ้นมาจากพื้น ยกชี้ใส่หน้าสาวน้อยอย่างโกรธเกรี้ยว
“วันนี้ฉันจะกระทืบแกให้ตายเลยนังตัวดี!”
“แน่ใจเหรอ?”
สายตาคู่เย็นยะเยือกสาดประกาย หลินจิงซูเหลือบมองสบประมาทใส่หม่าฟู่เฟิงอย่างไม่ไยดี ยิ้มกล่าวโดยปราศจากความเกรงกลัวใดๆว่า
“ถ้ากล้ากระทืบหนูจนตาย ฟางเส้นสุดท้ายที่คิดจะช่วยให้คุณหลุดพ้นจากลูกพี่เฉินก็จะขาดลงด้วยเช่นกัน”
หม่าฟู่เฟิงและติงเสวี่ยหยานหยุดการเคลื่อนไหวอย่างกะทันหัน ต่างคนต่างมองหน้าแลกเปลี่ยนสายตากัน
“แก แกพล่ามอะไรของแก?”
ในมือของหม่าฟู่เฟิงยังคงกำเก้าอี้ไว้แน่น ก่นเสียงหัวเราะเย้ยเยาะขึ้นว่า
“อย่าพูดราวกับตัวแกสูงส่งไปหน่อยเลย เด็กน้อยอย่างแก แค่จะหาเงินมาซื้อข้าวกินเองก็ไม่มีปัญญาด้วยซ้ำ! ฉันพูดถูกรึเปล่าล่ะ?”
รับฟังคำพูดประโยคนี้ หลินจิงซูถึงกับระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นจนท้องแข็งด้วยความขบขัน
“พวกคุณนี่ช่างไม่รู้อะไรเลยจริงๆ เคยรู้กันบ้างมั้ยว่าฉันกับแม่สร้างกำไรจากธุรกิจได้มากเท่าไหร่? ใบ้ให้ก็ได้ว่าเป็นหลักหมื่นหยวน ก่อนหน้านี้พวกเราสองคนยังคิดกันอยู่ว่า จะถอนเงินก้อนนั้นออกมาช่วยดีหรือเปล่า?”
ได้ยินเท่านี้ หม่าฟู่เฟิงและติงเสวี่ยหยานก็ถึงกับร่างกระตุกวูบคล้ายแมวสะดุ้งน้ำเย็น ดวงตาสองคู่เป็นประกายฉายแววละโมบเจิดจรัสขึ้นในทันที
“พวกแก…นี่พวกแกสองคนค้าขายกันจนมีเงินมีทองจริงๆงั้นเหรอ?”
หลินจิงซูเคลื่อนสายตามองใส่ติงเสวี่ยเหม่ย และบอกกับเธอว่า
“แม่คะ พาคุณตาออกไปรับลมเดินเล่นข้างนอกก่อนดีกว่าค่ะ”
ติงเสวี่ยเหม่ยจ้องมองหน้าลูกสาวด้วยความรู้สึกสับสน ชั่ววินาทีนั้นได้แต่แอบนึกสงสัยประหลาดใจว่า นี่ตัวเธอได้ยินอะไรผิดไปหรือเปล่า?
หลินจิงซูเห็นติงเสวี่ยเหม่ยเอาแต่ยืนอึ้งไร้ซึ่งการเคลื่อนไหว เธอจึงกระตุ้นเตือนอีกครั้งว่า
“แม่คะ ถ้าอย่างนั้นก็เฝ้าดูแลคุณตาอยู่ในบ้านนี่ล่ะ เดี๋ยวหนูจะออกไปคุยกับสองคนนั้นข้างนอกเอง ไม่ต้องห่วง ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อยดี”
ทุกการเคลื่อนไหวก่อนจะลงมือทำสิ่งใด หลินจิงซูมักให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยของตัวเธอเองและแม่เป็นอันดับแรกเสมอ ประการถัดมาจึงค่อยเป็นวิธีการแก้ไขปัญหา ไอ้เรื่องจำพวกที่จะจับโยนตัวเองเข้าไปสู่สถานการณ์ที่เป็นอันตรายนั้น ไม่เคยมีอยู่ในหัวสมองของหลินจิงซูอยู่แล้ว
ด้วยประสบการณ์มากมายนับครั้งไม่ถ้วน ที่เคยได้พบเห็นหลินจิงซูลงมือจัดการปัญหาต่างๆมานักต่อนัก ติงเสวี่ยเหม่ยจึงค่อนข้างสบายใจไม่ได้เป็นห่วงเท่าไหร่ เพราะเมื่อลองครุ่นคิดให้ดีแล้ว เธอตระหนักได้ว่า ลูกสาวคนนี้หาใช่คนประเภทที่จะยอมปล่อยให้ตัวเองต้องเจ็บตัวอย่างแน่นอน
ทว่าตรงกันข้ามกับผู้เฒ่าติงที่เวลานี้ดูจะเป็นห่วงหลินจิงซูอย่างยิ่ง
ติงเสวี่ยเหม่ยยิ้มปลอบใจ
“พ่อคะ ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกค่ะ ระหว่างที่เราทำธุรกิจการค้า ก็มีผู้คนมากมายจ้องจะก่อปัญหาให้เราอยู่ไม่เป็นสุขเรื่อยๆ แต่สุดท้ายก็ได้ซูซูออกโรงจัดการให้ทุกครั้ง เธอเก่งกว่าที่พ่อเห็นเยอะเลยนะคะ”
ทว่าแม้ติงเสวี่ยเหม่ยจะพูดออกไปเช่นนั้น แต่เมื่อต้องเห็นหลินจิงซูเดินตามหม่าฟู่เฟิงและติงเสวี่ยหยานออกไปข้างนอกกันสามคน กระทั่งตัวเธอเองก็ยังอดแสดงสีหน้ากังวลออกมาไม่ได้เช่นกัน
ไม่ว่าหลินจิงซูจะฉลาดเป็นกรดหรือมากด้วยเล่ห์เหลี่ยมขนาดไหน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่า ทั้งหม่าฟู่เฟิงและติงเสวี่ยหยานล้วนแล้วแต่เป็นหมาป่าคลั่งกระหายความโลภ และการจะควบคุมให้สัตว์จำพวกนี้เชื่องนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก
“แกมีเงินอยู่เท่าไหร่? เอาออกมาใช้หนี้ให้พวกเราเถอะ!”
หม่าฟู่เฟิงพูดออกไป พลางยกสองมือขึ้นถูไถไปมาด้วยความตื่นเต้น
“ใช่แล้ว ใช่แล้ว ในตัวแกตอนนี้มีเงินอยู่เท่าไหร่ล่ะ? น่าจะสักพันสองพันหยวนสินะ? แค่นั้นก็ช่วยต่อชีวิตให้พวกเราไปได้อีกหลายวันแล้วล่ะ!”
ติงเสวี่ยหยานเร่งพูดเสริม
หลินจิงซูหัวเราะคิกคักสนุกสนาน ในมือควักหยิบสมุดบัญชีธนาคารเล่มหนึ่งออกมา แล้วพลิกเปิดให้ทั้งคู่ดูให้เห็นกับตา
“ลองดูแล้วกันค่ะว่ามีเลขศูนย์กี่ตัว?”
ทันทีที่สองสามีภรรยาเห็นตัวเลขบนหน้าสมุดบัญชี ก็เป็นอันต้องตกตะลึงจนลมแทบจับ ประสานเสียงร้องอุทานลั่นด้วยความเหลือเชื่อ
“23,000หยวน!!!”
นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ทั้งสองเคยเห็นเงินจำนวนมหาศาลขนาดนี้ วินาทีเดียวกันนั้น หม่าฟู่เฟิงและติงเสวี่ยหยานก็ถึงกับเนื้อตัวสั่นผับๆ แทบพยุงตัวให้ยืนตรงต่อไปไม่ไหว
นี่ไม่ได้ฝันไปใช่ไหม?
หลินจิงซูกับติงเสวี่ยเหม่ยมีเงินเก็บในธนาคารมากกว่า20,000หยวนจริงๆเหรอนี่?!
ไม่อยากจะเชื่อเลย!
แม้หม่าฟู่เฟิงและติงเสวี่ยหยานจะติดหนี้พนันเป็นเงินกว่า30,000หยวน แต่ทว่าในความเป็นจริง เงินที่เสียไปกับการเล่นไพ่นกกระจอกก็เพียงแค่หลักหมื่นต้นๆเท่านั้น ที่เหลือล้วนเป็นดอกเบี้ยทั้งสิ้น
“สมุดเงินฝากเล่มนี้เป็นของจริงแน่นะ?”
ติงเสวี่ยหยานเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย
“เอาหัวเป็นประกันเลยค่ะ”
หลินจิงซูพยักหน้ายืนยัน อีกทั้งแสร้งปั้นหน้าเล่นละครทำเป็นสงสารเห็นใจขณะพูดออกไปว่า
“เดิมทีหนูต้องการจะใช้เงินเก็บก้อนนี้มาช่วยไถ่ถอนหนี้สินให้ เพื่อคุณตาจะได้บ้านกลับคืนมา และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่น่าเสียดายที่ป้ากับลุงไม่เชื่อใจพวกเรา และปฏิเสธการช่วยเหลือของหนูกับแม่”
“มะ-ไม่ใช่แบบนั้นนะจ๊ะจิงซูน้อย!”
ติงเสวี่ยหยานกลับคำเปลี่ยนสรรพนามทันควัน คำพูดคำจาต่อจากนั้นล้วนถูกแทนที่ด้วยน้ำเสียงไพเราะหวานซึ้งกว่าเดิมมาก
“เรานั่นล่ะที่ผิด ก็ทำไมก่อนหน้านี้เรากับแม่ถึงไม่รีบเอาสมุดเงินฝากออกมาให้ดูก่อนล่ะ? เพราะอย่างนี้ป้ากับลุงก็เลยเข้าใจผิดน่ะสิจ๊ะ!”
หม่าฟู่เฟิงผงกศีรษะซ้ำแล้วซ้ำเล่า รีบยิ้มประจบประแจงและพูดสนับสนุนขึ้นทันที
“ใช่แล้ว! ใช่แล้ว! ป้าของเราพูดถูกต้องแล้ว! ทั้งหมดล้วนเกิดจากความเข้าใจผิดทั้งนั้น! พวกเราต่างก็เป็นครอบครัวเดียวกัน ย่อมต้องมีเรื่องกระทบกระทั่งกันเล็กๆน้อยๆบ้างเป็นธรรมดา”
หลินจิงซูอดที่จะหัวเราะเยาะและสาปส่งคนจำพวกนี้อยู่ภายในใจไม่ได้ ทันทีที่เห็นตัวเลขในสมุดบัญชีธนาคารของเธอ จากสุนัขเหลือขอก็กลับมายืนสองขา กลายเป็นญาติผู้แสนดีได้อย่างหน้าตาเฉยจริงๆ!
หากเลือดข้นกว่าน้ำ เงินก็ข้นกว่าเลือด!
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







