Masuk89 1-2
ตอนที่ 176 เรื่องบาดหวางระหว่างเขากับติงจู้ฮั่ว
หลินจิงซูตระหนักดีว่า คงไม่อาจปิดซ่อนเรื่องราวจากชายคนนี้ได้อีกต่อไป ทว่าจะให้ยอมรับเสียในตอนนี้เลย ก็เกรงว่าจะง่ายดายเกินไปเช่นกัน เพราะเธอเองก็ยังไม่รู้ว่า ระหว่างเหลาหวางโถวกับเฉิงเฉวียนเย่นั้น มีเรื่องบาดหมางใจหรือความแค้นใดกันแน่?
“ทำไมถึงไม่พูดล่ะ?”
สังเกตเห็นสีหน้าท่าทางของหลินจินซูเข้า เฉินเฉวียนเย่จึงแทงด้วยประโยคคำถามต่อเนื่อง
“ฉันเป็นน้องชายของหวางเจียนเหว่ย ถ้าไล่กันตามศักดิ์ ฉันก็นับเป็นอาจารย์อาของเธอ”
หลินจิงซูเลือกที่จะขัดขืนไม่ตอบคำถามของเฉินเฉวียนเย่ แต่ก็ไม่ปฏิเสธเรื่องที่เป็นลูกศิษย์ของเหลาหวางโถวเช่นกัน เธอตัดสินใจยิงคำถามสวนกลับไปแทน
“คิดไม่ถึงเลยว่าคุณกับเขาจะเป็นพี่น้องกัน แต่ทำไมถึงต้องแค้นเคืองกันขนาดนี้ด้วย?”
“ก็ไอ้เวรนั่นมันทรยศฉันไง!”
เฉินเฉวียนเย่โยนก้นบุหรี่ทิ้งลงพื้น ก่อนจะใส่อารมณ์กระทืบเท้าบดขยี้มันจนแหลกเหลว เขาเงยหน้าขึ้นจ้องมองเธอและพูดออกไปว่า
“หลังออกจากกองทัพ เราสองคนต่างสัญญากันว่า จะช่วยกันหาเงินหาทองเพื่อกินใช้ไปด้วยกัน กระทั่งวันนั้นที่ไอ้สารเลวนั่นขโมยเงินกองกลางทั้งหมดของพวกเราไป! แล้วจากนั้นมา มันก็หายตัวเข้ากลีบเมฆไม่ทิ้งร่องรอยไว้เลย! ฉันพยายามตามสืบหาตัวมันอยู่หลายปี สุดท้ายก็คว้าน้ำเหลว ก็เลยต้องถามจากเธอนี่ล่ะแม่สาวน้อย ดูท่าจะมีหวังที่สุดแล้ว บอกมา ตอนนี้หวางเจียนเหว่ยมันอยู่ที่ไหน?”
หลินจิงซูยังจำได้ ชาติที่แล้วเหลาหวางโถวเคยเล่าให้เธอฟังว่า เขาเคยเป็นโคตรเซียนอันโด่งดังในมาเก๊า หากลองคำนวณตามระยะเวลาโดยคร่าวๆ ตอนนี้เหลาหวางโถวก็น่าจะอยู่ในบ่อนคาสิโนที่ไหนสักแห่งในมาเก๊าเช่นกัน
แต่ก็อย่างว่า มาเก๊าเป็นเมืองแห่งแสงสีที่กว้างใหญ่ไพศาล ต่อให้เฉินเฉวียนเย่รู้ตำแหน่งที่อยู่ของเหลาหวางโถวไป ก็คงต้องใช้เวลาอีกนานพอควรกว่าจะหาตัวเขาพบ
แต่ถึงอย่างนั้น จากคำบอกเล่าของเหลาหวางโถว ระดับฝีมือของตัวเขาในช่วงเวลานี้น่าจะเป็นช่วงขาขึ้นสุดขีด ต่อให้เผชิญหน้ากับเฉินเฉวียนเย่แบบหนึ่งต่อหนึ่ง ก็ยากจะคาดเดาได้ว่าใครกันแน่ที่จัดการกับใคร?
แม้เฉินเฉวียนเย่จะมีอำนาจอิทธิพลอย่างยิ่งบนถนนไป๋ฮั่น แต่เมื่อไปถึงมาเก๊า เขาก็เป็นเพียงลูกปลาในมหาสมุทรใหญ่เท่านั้น ประสบการณ์ในท้องทะเลกว้างของเขา ยังนับว่าอ่อนด้อยกว่าเหลาหวางโถวหลายเท่านัก
แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อเปรียบเทียบจุดแข็งจุดด้อยของคนทั้งสองแล้ว ใครจะเป็นฝ่ายแพ้หรือชนะยากนักที่จะตัดสิน!
“คราวนี้จะมาไม้ไหนอีกล่ะสาวน้อย? หรือกำลังถ่วงเวลาคิดหาแผนการ? หัวหมุนติ้วไปหมดแล้วสินะ”
เฉินเฉวียนเย่ยกนิ้วชี้จิ้มเข้าที่หัวของหลินจิงซูอยู่หลายทีขณะพูด
เมื่อถูกอีกฝ่ายจิ้มนิ้วเข้าที่หัวอย่างแรงหลายทีติดต่อกัน หลินจิงซูจึงรีบเบี่ยงตัวหลบเลี่ยงพร้อมกับบ่นพึมพำ
“แล้วมาจิ้มหัวหนูทำไม?”
“แล้วทำไมฉันถึงจะทำไม่ได้ล่ะ? ฉันเป็นอาจารย์อาของเธอนะ อย่าลืมสิ! ไม่มีสิทธิ์ลงโทษสั่งสอนเธอบ้างเลยรึไง?”
เฉินเฉวียนเย่รับบทเป็นอาจารย์อาอย่างเต็มตัว แถมยังเอ่ยปากบ่นไม่หยุดอีกว่า
“ไม่รู้ไอ้หมอนั่นมันคิดบ้าอะไรอยู่ ถึงได้ตัดสินใจถ่ายทอดวิชาให้กับเด็กวัยกระเตาะแบบนี้! ในวัยนี้เธอควรตั้งใจเรียนหนังสือไปจะดีกว่า อย่าได้เที่ยวไปเล่นไพ่นกกระจอกที่ไหนอีกล่ะเข้าใจมั้ย? โชคดีแค่ไหนแล้วที่มาเจอฉันก่อน นี่ขืนไปเล่นที่บ่อนอื่นแล้วเจอพวกคนพาลเข้า ป่านนี้ขาของเธอคงได้เป็นง่อยไปแล้วล่ะ!”
“นี่ลุง!”
ถูกเฉินเฉวียนเย่ยืนเท้าสะเอวพร้อมกับชี้หน้าพร่ำบ่นอยู่อย่างนี้ หลินจิงซูก็ชักจะหงุดหงิดขึ้นมาเช่นกัน ที่เรื่องราวทุกอย่างมันวุ่นวายมากมายขนาดนี้ ไม่ใช่เป็นเพราะตัวลุงเองหรอกรึ! แล้วยังจะมีหน้ามาทำเป็นตัวเป็นผู้ใหญ่ชี้นิ้วสั่งสอนกันหน้าตาเฉยอีก!
“ทำไม มองหน้าฉันแบบนี้หมายความว่าไงห๊ะ? ฉันพูดถูกรึเปล่าล่ะ?”
เฉินเฉวียนเย่ยังคงบ่นปากเปียกปากแฉะต่อไป
หลินจิงซูมองค้อนใส่ด้วยความรู้สึกหมั่นไส้เล็กน้อย ก่อนจะกลับเข้าเรื่องที่คุยกันค้างไว้ เธอเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า
“ถ้าหนูบอกที่อยู่ของเขาให้รู้ ลุงจะยอมตอบคำถามหนูสักข้อได้มั้ยล่ะ?”
“ก็ลองถามมาสิ”
“ลุงมีเรื่องบาดหมางอะไรกับอาของหนูกันแน่ ถึงได้พยายามจะล่อให้เขาออกมาแบบนี้?”
“หมายถึงไอ้เจ้าติงจู้ฮั่วน่ะเหรอ? ฉันมีความแค้นส่วนตัวกับมันนิดหน่อย แต่มันก็เป็นคนละเรื่องกับที่ป้าและลุงของเธอก่อไว้นะ สองคนนั้นน่ะถูกผีพนันเข้าสิงจนกู่ไม่กลับแล้ว ต่อให้ฉันไม่เคลื่อนไหวอะไร สักวันมันก็ต้องเอาโฉนดบ้านหลังนั้นมาค้ำกับฉันอยู่ดีนั่นล่ะ”
หลินจิงซูไม่รู้สึกแปลกใจกับคำพูดของเฉินเฉวียนเย่เท่าไหร่นัก เพราะเธอตระหนักดีกว่า ในชีวิตก่อนหน้าติงเสวี่ยหยานและหม่าฟู่เฟิงนั้นมีสันดานเช่นไร สำหรับเธอแล้ว มันก็แค่หนังม้วนเดิมที่ฉายซ้ำให้ดูอีกรอบเท่านั้น
เฉินเฉวียนเย่พูดต่อว่า
“ส่วนเรื่องความแค้นส่วนตัวระหว่างฉันกับอาของเธอน่ะ เอ่อ…ก็หนักใจอยู่นะที่ต้องพูด เอาเป็นว่า…ฉันดันไปตกหลุมรักผู้หญิงคนหนึ่งในระหว่างไปดูละครเวที…”
เขายังไม่ทันจะพูดจบประโยคด้วยซ้ำ กลับถูกสายตาจ้องจับผิดของหลินจิงซูเพ่งเล็งใส่ไม่หยุด
“เดี๋ยวสิ เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งด่าว่ากัน ฉันไม่ได้คิดสกปรกอะไรกับผู้หญิงคนนั้นเลยนะ แค่คิดว่าถ้าสามารถชักชวนให้เธอไปร้องเพลงในคาราโอะของฉันสักครั้งสองครั้งได้ บางทีเรื่องธุรกิจที่กำลังเจรจากับพวกผู้หลักผู้ใหญ่อยู่ก็น่าจะราบรื่นกว่านี้อย่างแน่นอน แต่กลับคิดไม่ถึงว่า ทันทีที่ฉันเข้าใกล้ผู้หญิงคนนั้น แต่ยังไม่ทันที่จะได้ปริปากพูดคุยอะไรสักคำ จู่ๆฉันก็ถูกอาของเธอเหวี่ยงถุงกระสอบหนักกระหน่ำฟาดใส่ไม่ยั้ง! อาหารไก่ในถุงแตกเละโปรยเลอะเต็มเนื้อเต็มตัวฉันไปหมด! ฉันต้องถูกคนนับร้อยหัวเราะเยาะใส่ มันทรมานใจกว่าที่คิดมากนะสาวน้อย!”
หลินจิงซูเลิกคิ้วจ้องหน้าเฉินเฉวียนเย่ด้วยความรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย พร้อมกับถามขึ้นว่า
“สรุปว่าอาของฉันเป็นศัตรูกับคุณเพียงเพราะเรื่องช่วยผู้หญิงนี่นะ? อารมณ์แบบพระเอกช่วยสาวงามน่ะเหรอ?”
“นี่สาวน้อย พูดแบบนั้นก็ไม่ถูกนะ เพราะถ้าบอกว่าอาตัวเองเป็นพระเอก งั้นก็หมายความว่าฉันต้องเป็นตัวโกงน่ะสิ?”
“อันนี้คุณพูดเองนะคะ หนูไม่เกี่ยว”
หลินจิงซูยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







