LOGIN96 2-2
ตอนที่ 191 ใส่ร้ายหลินจิงซู
จ้าวกั๋วผิวพูดขึ้นว่า
“ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อสร้างความเดือดร้อนให้กับคุณ แค่ต้องการความช่วยเหลือเล็กน้อย”
“ช่วย? ช่วยอะไรเหรอคะ?”
อู๋ซิ่วเหลียนเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย
“เอาเป็นว่า งานนี้พวกเราต่างฝ่ายต่างช่วยเหลือกันก็พอครับ หลังจากทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว ทางผมจะมีสินน้ำใจเล็กๆน้อยๆเป็นค่าตอบแทนให้ด้วย ส่วนอันนี้…ผมมอบให้ก่อนเป็นของขวัญแรกพบครับ”
เพื่อแสดงความจริงใจที่มีต่อกัน จ้าวกั๋วผิงหันไปหยิบซองจดหมายปึกหนามาจากข้างเบาะ ภายในนั้นอัดแน่นไปด้วยธนบัตรฟ่อนโต
อู๋ซิ่วเหลียนใจสั่นแทบเป็นลมเมื่อเห็นความหนาของมัน สองมือไม้ที่ยื่นเหยียดออกไปสั่นเทาด้วยความตื่นเต้น
แค่มองผิวเผินผ่านช่องของซองจดหมาย ก็รู้ได้ทันทีว่า ภายในนั้นอัดแน่นไปด้วยธนบัตรสีแดงหนึ่งร้อยหยวนอยู่หนาเตอะ!
ด้วยจำนวนเงินที่มากมายจนนับไม่ถูก อู๋ซิ่วเหลียนสติแทบหลุดไม่อยู่กับเนื้อกับตัว น้ำเสียงหลังจากนั้นนอกจากจะสั่นเทาแล้วยังตะกุกตะกักอีกด้วย แทบเรียบเรียงคำพูดไม่เป็นภาษาทีเดียว
“คะ-คุณผู้ชาย ต้อง…ต้องการให้ดิฉันช่วยเหลือเรื่องอะไรเหรอคะ?”
“ง่ายมาก แค่คุณโทรไปที่เบอร์นี้ แล้วก็เล่าเรื่องที่เลวร้ายที่สุดเกี่ยวกับหลินจิงซูให้ปลายสายฟัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งก็ได้ทั้งนั้น! ขอแค่ทำให้ปลายสายปักใจเชื่อได้ก็พอ!”
จ้าวกั๋วผิงยังพูดต่ออีกว่า
“และถ้าจำเป็นจริงๆ ผมอาจต้องพาคุณกลับเมืองหลวงไปด้วยกัน จำคำพูดของผมไว้ให้ดี ยิ่งทำให้หลินจิงซูดูแย่ได้มากเท่าไหร่ รางวัลที่คุณจะได้รับก็จะยิ่งมากขึ้นตามไปด้วย! บางที…คุณอาจจะทำเงินจากสิ่งนี้ได้มากจนกลายเป็นเศรษฐีนีก็ได้นะ!”
อู๋ซิ่วเหลียนแทบหายใจหายคอไม่ออก กลายเป็นเศรษฐีนีเชียวเหรอ?!
หลินจิงซู นี่แกดันไปสร้างวีรกรรมอะไรไว้อีก? ถึงได้ไปกระตุกหนวดเสือคนประเภทนี้เข้า?!!
แต่จะอย่างไรก็เถอะ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะไปสร้างเรื่องอะไรเอาไว้ มันก็ไม่เกี่ยวกับเธอเลยสักนิด เพราะแต่เดิม เธอก็ไม่ได้ชอบขี้หน้าหลินจิงซูอยู่แล้ว ยิ่งมาตอนนี้ ไม่เพียงได้โอกาสล้างแค้นมันเท่านั้น แต่ยังได้เงินติดไม้ติดมือมาอีกด้วย!
ใครไม่ทำก็โง่แล้ว!
อู๋ซิ่วเหลียนพยักหน้าหงึกๆ
“ได้เลยค่ะ! ดิฉันจะเชื่อฟังและยินดีให้ความร่วมมือกับคุณผู้ชายทุกอย่าง!”
จ้าวกั๋วเผิงแสยะยิ้มอันน่าสะพรึงออกมา
“วิเศษไปเลยครับ ผมรู้สึกชื่นชอบจริงๆที่ได้ร่วมมือกับคนอย่างคุณ”
หลังจากที่นายหญิงเฒ่าแห่งสกุลจู้ออกจากโรงพยาบาลเพราะอาการดีขึ้นมากแล้ว สมาชิกในครอบครัวตระกูลจู้ทุกคน ต่างก็มารวมตัวอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาเพื่อร่วมทานมื้อเย็นด้วยกัน เว้นเพียงจู้หยานที่ไม่ได้มาด้วย เพราะครั้งนี้จู้เอ๋อร์จะบินกลับมาจากต่างประเทศเพื่อเยี่ยมเยียนแม่ตัวเองเช่นเดียวกัน
บนโต๊ะอาหารตัวยาว นายหญิงเฒ่าสกุลจู้มีสีหน้ายิ้มแย้มเบิกบานใจอย่างที่สุด ดูไม่เหมือนกับคนป่วยที่คุณหมอเพิ่งอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลเลยสักนิด
“นี่ทุกคน ฉันได้ยินมาว่าอาหยานมีเพื่อนแล้วนะ!”
บุตรชายคนโตของนายหญิงเฒ่าสกุลจู้ จู้ฉงเหวยที่โดยปกติไม่ค่อยได้กลับบ้าน เป็นพวกบ้างานหนักมาก หากไม่นอนค้างที่บริษัทก็มักจะอยู่ตามห้องเช่าแถวนั้น เมื่อได้ยินว่าในที่สุดจู้หยานก็มีเพื่อนเหมือนคนอื่นๆแล้ว เขาก็รู้สึกประหลาดใจไม่น้อยทีเดียว
“แม่ พูดจริงเหรอครับนี่? นี่ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีเลย! หมายความว่าสุขภาพจิตของเด็กคนนี้ดีขึ้นมากแล้วสินะ!!”
จู้อี้กับฟานหรงต่างพยักหน้าสนับสนุน พร้อมกับพูดเสริมขึ้นว่า
“ตอนนี้อาหยานหายจากโรคซึมเศร้าแล้ว กลับมาที่เมืองหลวงรอบนี้ดูเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคนเลยล่ะ! ดูเหมือนว่าแผนการของคุณย่ากับคุณลุงจะได้ผลนะครับ ที่ให้เขาไปพักฟื้นที่ผิงเฉิง นับว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องมากจริงๆ!”
ทว่าจู้เอ๋อร์กลับทนฟังต่อไปไม่ได้ เขาร้องสบถออกมาและตอบโต้ด้วยน้ำเสียงหยามเหยียดว่า
“สมใจกันแล้วไม่ใช่เหรอ? ดูมันสิ ตั้งแต่พวกแกให้มันย้ายไปที่ผิงเฉิงและได้รู้จักกับเพื่อนคนนั้น มันก็กลายเป็นตัวอะไรไปแล้วไม่รู้ตอนนี้? คนบ้านนอกแบบนั้นเข้าหามันเพราะอะไร? ไม่ใช่เพราะชื่อเสียงเงินทองของมันหรอกเหรอ? คิดว่าด็กคนนั้นอยากจะเป็นเพื่อนกับจู้หยานจริงๆกันเหรอ? ฮ่าฮ่า…ฉันเพิ่งโทรไปหามันครั้งล่าสุด ถึงได้รู้ว่าตอนนี้มันสันดานเสียขนาดไหนแล้ว! ไอ้เด็กที่ชื่อจู้หยาน มันก็คือความอับอายของวงศ์ตระกูลจู้ของเรา!!”
“สัตว์นรกอย่างแกน่ะหุบปากไปเลย! แค่ฉันอนุญาตให้แกเหยียบเข้าบ้านตระกูลจู้วันนี้ก็นับว่าบุญแค่ไหนแล้ว? แกทำเรื่องเลวๆกับอาหยานไว้ซะขนาดนั้น ถ้าอาหยานยังเห็นแกเป็นพ่ออยู่ก็แปลกแล้ว! ทั้งที่อีกฝ่ายเลือดเนื้อเชื้อไขของแกแท้ๆ แต่แกก็ยังโง่งมทำตัวไร้ยางอายอยู่ได้! ถ้ารู้ว่าแกจะเป็นอย่างนี้ตั้งแต่แรก ฉันจะไม่คลอดลูกชายอย่างแกออกมาก็คงดี!”
นายหญิงเฒ่าสกุลจู้กัดฟันกรอด ถลึงตาจ้องมองใส่จู้เอ๋อร์ด้วยความเคียดแค้น
จู้เอ๋อร์ถูกแม่ตัวเองพูดจาทำร้ายจิตใจขนาดนี้ เขาโกรธมากจนถึงกับโยนตะเกียบในมือทิ้งลงพื้นทันที
“จู้หยานเป็นลูกชายของผมนะแม่! แล้วผมจะไปทำร้ายเขาได้ยังไง! แล้วใครล่ะที่เป็นคนใส่ร้ายผิงผิงว่าเป็นคนวางยาพิษเขา? ไหนล่ะหลักฐาน? จะต้องมีใครสักคนพยายามใส่ร้ายผมกับลูกๆแน่นอน!!”
“แล้วแกคิดว่าเป็นใครล่ะ? ฉัน พี่ชายคนโตของแก บรรดาหลานๆพวกนี้ หรือเมียของแกที่ตายไปแล้วงั้นเหรอ? แกน่ะหลงนังโสเภณีนั่นจนกู่ไม่กลับแล้วจริงๆ!”
นายหญิงเฒ่าสกุลจู้ตะโกนสวนตอบกลับทันควัน
“แม่ครับ แล้วตลอดเวลาที่ผ่านมา แม่เคยให้ผมเลือกอะไรบ้างมั้ยครับ? ผมเองก็…”
ก่อนที่เขาจะทันได้พูดจบด้วยซ้ำ จู้เอ๋อร์ก็ถูกพี่ชายคนโตของเขาจู้ฉงเหวยตบหน้าอย่างแรงจนต้องเงียบไป
“หุบปากโสโครกของแกไปเถอะ! คิดว่าคนอื่นไม่เคยเจอแบบที่แกเจอรึไง!”
จู้เอ๋อร์ถูกตบสุดแรงจนหน้าสั่นแทบร่วงหล่นจากเก้าอี้ ทว่าสิ่งเดียวที่เขาทำได้ก็คือ เพียงแค่จ้องหน้าจู้ฉงเหว่ยด้วยดวงตาที่แดงก่ำเท่านั้น พร้อมกับกัดฟันด้วยความโกรธและเคียดแค้นอยู่ในใจ!
“กริ๊ง..กริ๊ง…”
ทันใดนั้นเอง เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
จู้ฉงเหว่ยเช็ดมือที่เปื้อนสกปรกพลางพูดขึ้นว่า
“น่าจะเป็นสายจากบริษัท เดี๋ยวฉันไปรับเอง ทุกคนกินกันตามสบายเถอะ”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







