LOGIN96 1-2
ตอนที่ 190 อู๋ซิ่วเหลียนและจ้าวกั๋วผิงร่วมมือกัน
อู๋ซิ่วเหลียนพูดจบ เธอก็พร้อมแล้วที่จะจากไปอย่างไม่ไยดี
ย่าอู๋ปั้นสีหน้าเคร่งขรึม เตรียมยกไม้เท้าฟาดใส่อู๋ซิ่วเหลียน แต่ทว่าอีกฝ่ายก็สามารถเลี่ยงหลบได้โดยง่าย และยังผลักไสร่างของหญิงชราจนล้มลงกระแทกกับพื้นด้วย
ย่าอู๋กัดฟันสาปส่งด้วยความคับแค้นใจ
“แกมันนังผู้หญิงร่านชัดๆ! ที่แต่งตัวแบบนี้อย่านึกว่าฉันไม่รู้นะ คิดจะไปเอากับผู้ชายคนไหนอีกล่ะ?! ล่อลวงชิงอี้ลูกชายฉันไปคนนึงแล้ว พอเขาไม่อยู่ก็หนีไปร่านใส่ผู้ชายคนอื่นต่อ! แกน่ะ…มันก็แค่อิตัวน่าสมเพช!”
อู๋ซิ่วเหลียนหัวเราะเยาะ
“เชอะ หลินชิงอี้ของแกมันเป็นคนดีนักรึไง? พูดออกมาได้ไม่อายปาก! กล้าดีนักนะที่ใส่ร้ายว่าฉันเป็นฝ่ายล่อลวงมัน? ตลอดเวลาที่ผ่านมา ทั้งฉันทั้งเสวี่ยเสวี่ยต่างก็เชื่อใจในตัวมันยิ่งกว่าอะไรดี! แล้วดูสิ่งที่มันทำกับพวกเราสองแม่ลูกตอนนี้สิ? ปฏิเสธมาสิว่าลูกชายของแกไม่ได้แอบหลับนอนกับเมียของน้องชายตัวเอง!? ถ้าฉันเป็นอีตัว ลูกชายของแกก็เป็นไอ้หน้าตัวเมียนั่นล่ะ!”
“แก! แกกล้าดียังไง!?”
ย่าอู๋ด่าทอเสียงดังยิ่งขึ้น
“แกกล้าดียังไงถึงได้มาหลอกลวงชิงอี้ของฉัน! ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต ฉันก็จะไม่ปล่อยแกไว้แน่!!”
“เลิกพล่ามไร้สาระได้แล้ว ต่างคนต่างอยู่ไป ฉันไม่อยากเสียเวลากับชีวิตเฮงซวยแบบนี้อีกแล้ว!”
อู๋ซิ่วเหลียนมุ่งสู่บ้านของป้าฮวงทันที โดยไม่แม้แต่จะเหลียวกลับไปมองอีก
ป้าฮวงที่กำลังซุ่มแอบมองเหตุการณ์โกลาหลวุ่นวายจากข้างบ้าน เห็นอู๋ซิ่วเหลียนตัดสินใจเลือกทางเดินนี้ เธอถึงกับพยักหน้าเห็นด้วยอยู่ในใจเงียบๆ ถูกต้องแล้วซิ่วเหลียน เธอเลือกเดินถูกทางแล้ว!
เธอรีบออกมารอที่หน้าบ้าน กุมมืออู๋ซิ่วเหลียวเอาไว้และพูดขึ้นว่า
“ไปกันเถอะซิ่วเหลียน ใกล้ถึงเวลานัดแล้ว เดี๋ยวฉันจะพาไปแนะนำให้รู้จักกับคุณชายนักธุรกิจที่ว่า”
ป้าฮวงนำทางอู๋ซิ่วเหลียนไปจนถึงรถลีมูซีสีดำที่กำลังจอดรออยู่ก่อนแล้ว ทันทีที่เผชิญพบกับภาพฉากตรงหน้า ดวงตาของอู๋ซิ่วเหลียนก็ฉายประกายระยิบระยับขึ้นทันที สีหน้าท่าทางเผยแสดงความตื่นเต้นสุดขีด ร่องรอยความไม่สบอารมณ์ที่เพิ่งก่อตัวขึ้นได้อันตรธานดับสิ้นไปในพริบตา
ป้าฮวงเป็นฝ่ายพูดขึ้นว่า
“คุณชายจ้าวรออยู่ในรถแล้วล่ะ”
“อืม อืม ฉันรู้แล้ว!”
อู๋ซิ่วเหลียนพยักหน้ารับคำขาน ขณะที่กำลังจะก้าวข้ามถนนเพื่อไปขึ้นรถ จู่ๆกลับถูกกป้าฮวงฉุดแขนไว้กะทันหัน
“มีอะไรอีกล่ะ?”
อู๋ซิ่วเหลียนร้องถามด้วยน้ำเสียงรำคาญ
“ถ้าในอนาคตได้คบหากับคุณชายจ้าวจริงๆ ก็อย่าลืมกันล่ะ”
อู๋ซิ่วเหลียนส่งสายตาเหยียดมองท่าทีประจบกระแจงอันน่ารังเกียจของป้าฮวง ที่ดูราวกับเปรตกำลังขอส่วนบุญจากเธอ แต่นั่นก็ยิ่งทำให้เธอมั่นใจมากขึ้นว่า บุคคลที่อยู่ภายในรถคันนั้น ดูท่าจะร่ำรวยมากจริงๆ!
อู๋ซิ่วเหลียนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเฉยชา
“ฉันยังไม่ได้คุยกับเขาสักคำ อย่าด่วนกระโตกกระตากไปเลย”
พูดจบ เธอก็ไม่สนใจป้าฮวงอีกเลย เดินข้ามถนนไปเพื่อขึ้นรถลีมูซีนคันยาวอย่างรวดเร็ว
ป้าฮวงแอบอึ้งเล็กน้อยกับปฏิกิริยาท่าทีที่เปลี่ยนสีฉับไวของอีกฝ่าย เธอได้แต่กลอกตามองค้อนพร้อมสาปส่งอยู่เบื้องหลังของอู๋ซิ่วเหลียน และอดที่จะรำพึงตัดพ้อไม่ได้ว่า
“หึ ฉันอุตส่าห์เป็นแม่สื่อให้แท้ๆ! ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากขออะไรสักคำ มันก็เห็นฉันเป็นตัวน่ารำคาญไปซะแล้ว!”
ทันทีที่อู๋ซิ่วเหลียนเปิดประตูรถและกำลังจะเข้าไปนั่ง สิ่งแรกที่เธอเห็นก็คือ จ้าวกั๋วผิงที่นั่งอยู่ด้านในมาพร้อมกับชุดสูทและเน็ทไทสุดหรูหรา วินาทีนั้น หัวใจของเธอแทบระเบิดเพราะความปีติยินดีอย่างที่สุด รีบคลี่ยิ้มทรงเสน่ห์ประดับประดาทั่วทั้งใบหน้า
“เป็นคุณชายท่านนี้รึเปล่าคะที่ต้องการพบดิฉัน?”
อู๋ซิ่วเหลียนดัดเสียงให้หวานฉ่ำ พยายามยิ้มให้สวยสุดชีวิต ปิดท้ายด้วยขยิบตาให้จ้าวกั๋วผิง
วินาทีนั้น จ้าวกั๋วผิงแทบอาเจียนที่ถูกผู้หญิงบ้านนอกยั่วยวนใส่ รอยยับย่นบริเวณหว่างคิ้วของเขาขมวดยู่ยี่ด้วยความไม่พอใจ แต่เมื่อนึกถึงประโยชน์ของตัวเธอที่มีต่อแผนการหลังจากนี้ เขาจึงระงับความรู้สึกรังเกียจเหล่านั้นกลับลงสู่ก้นบึ้งในใจ
“ครับ คุณคือคุณป้ารองของหลินจิงซูใช่มั้ย?”
จ้าวกั๋วผิงพูดตรงเข้าประเด็นทันที
อู๋ซิ่วเหลียนไม่คิดไม่ฝันเลยว่า ความประทับใจแรกของการพบเจอกันสองฝ่าย เขาจะเอ่ยถึงนังสุนัขตัวเมียนั่นก่อนเป็นอย่างแรก! แม้แต่คำทักทายให้เธอสักคำก็ยังไม่มีด้วยซ้ำ!? หรือเป็นไปได้ไหมว่า นังเด็กเวรนั่นมันจะก่อวีรกรรมอะไรขึ้นมาอีกแล้ว?
ก่อนที่จ้าวกั๋วผิงจะทันได้พูดอะไร เธอก็รีบออกตัวอธิบายด้วยความร้อนรนก่อนทันที
“คุณชายคะ หลินจิงซูกับแม่ของเธอถูกตระกูลหลินของเราขับไล่ออกไปนานแล้ว ไม่ว่าเธอจะมีเรื่องบาดหมางอะไรกับคุณชาย พวกเราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรด้วยทั้งนั้นนะคะ!”
ได้เห็นท่าทางการแสดงออกของอู๋ซิ่วเหลียนที่ตอบสนองกลับมาเช่นนี้ จ้าวกั๋วผิงก็แอบแสยะยิ้มอย่างพึงพอใจ ยิ่งอีกฝ่ายมีนิสัยเป็นพวกขี้ขลาดมากเท่าไหร่ ตัวเขาก็ยิ่งสามารถหลอกใช้งานได้ง่ายมากขึ้นเท่านั้น!
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







