LOGIN98 2-2
ตอนที่ 195 พ่อทูนหัวมาแล้ว!
“จะมากไปแล้วนะนังเด็กผี! ทั้งที่ตอนนี้ฉันอุตส่าห์เลิกเล่นพนันไปแล้ว นี่แกยังจะบีบบังคับให้ฉันต้องออกไปทำงานอีกงั้นเหรอ? ใจคอแกอยากจะเห็นฉันเหนื่อยตายให้ได้เลยใช่มั้ย?!”
ติงเสวี่ยหยานแผดเสียงตะคอกอย่างสุดจะทน
“พวกคุณสองคนจะเป็นตายร้ายดียังไง มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับหนูอยู่แล้ว แต่ได้โปรดเถอะนะคะ กรุณาหยุดทำตัวเป็นภาระของแม่หนูได้แล้ว หรือถ้าเป็นไปได้ ก็ช่วยไปตายที่ไหนสักแห่งได้ยิ่งดี หนูจะรู้สึกขอบคุณเป็นอย่างมากเลยล่ะ!”
สิ่งที่หลินจิงซูมอบให้คนทั้งสอง มีเพียงความห่างเหินและไร้เยื่อใย
“เด็กผู้หญิงตัวกะจ้อยร่อยอย่างแก อย่าคิดว่าฉันจะไม่กล้า…”
ระหว่างที่ติงเสวี่ยหยานกำลังถกแขนเสื้อขึ้นเตรียมสู้ตายกับหลินจูซูอยู่นั้น เธอกลับถูกหม่าฟู่เฟิงฉุดแขนห้ามปรามไว้ทันที ท้ายที่สุดสองสามีภรรยาก็จำต้องจากไปอย่างไม่สู้เต็มใจนัก
เมื่อเห็นคนทั้งสองยอมล่าถอยกลับไป หลินจิงซูจึงหันไปบอกกับติงเสวี่ยเหม่ยว่า
“แม่ เอาหมูตุ๋นไปป้อนคุณตาเถอะค่ะ ป่านนี้คงจะหิวแย่แล้ว”
“จ้ะๆ แม่จะรีบไปเดี๋ยวนี้ล่ะ”
ติงเสวี่ยเหม่ยพยักหน้ารับคำ แล้วรีบตักหมู่ตุ๋นชิ้นโตเข้าไปให้ผู้เฒ่าติงในห้องนอน
วันรุ่งขึ้น ทั้งหลินจิงซูและติงเสวี่ยเหม่ยต่างตื่นนอนแต่เช้าเพื่อมาทำงานบ้าน
วันตรุษจีนใกล้จะมาถึงแล้ว จึงจำเป็นต้องล้างทำความสะอาดทั้งในและนอกตัวบ้านให้เอี่ยม และอีกหนึ่งเหตุผลที่หลินจิงซูต้องรีบตื่นแต่เช้าขนาดนี้ ก็เพราะเธอยังต้องเดินทางกลับไปที่ตัวเมือง เพื่อเจรจาหารือกับจางหลานถึงเรื่องเปิดร้านค้าใหม่
นับตั้งแต่วันนั้นมา นี่ก็ผ่านพ้นมาหลายวันแล้ว เธอยังไม่รู้เลยว่าสถานการณ์ทางฝั่งของจางหลานเป็นอย่างไรบ้าง จึงตั้งใจจะใช้โอกาสนี้แวะเวียนไปเยี่ยมเยียนถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ อีกทั้งมอบของขวัญปีใหม่ให้พร้อมจะถามถึงเรื่องธุรกิจไปในคราวเดียว
หลินจิงซูและติงเสวี่ยเหม่ยยุ่งจนหัวหมุนตลอดเช้าตรู่ ส่วนติงเสวี่ยหยานและหม่าฟู่เฟิงนั้นยังไม่ตื่น ชีวิตประจำวันของสองผัวเมียคือนอนดึกตื่นสายเช่นนี้ทุกวัน
ขณะที่ติงเสวี่ยเหม่ยกำลังตักน้ำจากบ่ออยู่ที่สวนหน้าบ้านนั้น ทันทีที่เงยหน้าขึ้นมา ก็เห็นกลุ่มชายชุดดำยกโขยงบุกเข้ามาในบ้านอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย!
เธอจำได้แทบจะในทันทีที่เห็น ชายฉกรรจ์เหล่านั้นก็คือคนกลุ่มเดียวกันกับที่มาตามทวงหนี้ และรุมกระทืบติงเสวี่ยหยานกับหม่าฟู่เฟิงในคืนนั้น!
หลังจากที่หลินจิงซูกลับมาถึงเมื่อวาน เด็กคนนี้ก็ไม่ได้บอกอะไรถึงเรื่องเหล่านี้กับเธอเลยสักคำ
สรุปว่า…ปัญหาต่างๆได้รับการแก้ไขแล้วจริงๆใช่มั้ย?
แล้วทำไมคนพวกนี้ยังต้องบุกมาที่นี่อีกล่ะ?
มือไม้ของติงเสวี่ยเหม่ยสั่นเทาไปหมด ถังน้ำที่แบกหิ้วมาระหว่างทางพลันตกร่วงกระแทกพื้น สายน้ำใสสาดกระเซ็นเปียกชุ่มไปทั่วทั้งบริเวณในพริบตา
“พวก…พวกคุณเป็นใคร? เข้ามาในบ้านของฉันทำไม?”
ติงเสวี่ยเหม่ยหน้าถอดสีขวัญเสียอย่างที่สุด
ชายซึ่งเป็นผู้นำกลุ่มมีรูปร่างสูงโปร่ง สวมใส่เสื้อฮาวายอันคุ้นเคย ก้าวเดินตรงเข้ามาพร้อมด้วยน้ำเสียงดุดันที่เปล่งดัง
“หลินจิงซูอยู่ที่ไหน?”
“จะมาหาเธอทำไม?”
แม้ติงเสวี่ยเหม่ยจะกำลังสั่นสะท้านด้วยความกลัวเพียงใด แต่เพื่อความปลอดภัยของลูกสาวแล้ว เธอยังคงยืนหยัดอยู่ตรงนั้นอย่างห้าวหาญ
เฉินเฉวียนเย่ยืนจ้องมองหญิงชนบทที่แสนธรรมดาตรงหน้า กวาดสายตาพินิจมองขึ้นลงอยู่หลายรอบ ปรากฏว่ารูปลักษณ์ใบหน้าของเธอกลับดูคล้ายคลึงหลินจิงซูอยู่หลายส่วน
“เธอเป็นแม่ของสาวน้อยนั่นเหรอ?”
“ใช่แล้ว ถ้ามีอะไรอยากจะคุยกับเธอ ก็คุยกับฉันแทนได้! เพราะฉันเป็นแม่ของเธอเอง!”
คล้ายกับว่าเฉินเฉวียนเย่เพิ่งได้ฟังเรื่องตลกขบขันไป เขาอดหัวเราะออกมาเบาๆไม่ได้ ก่อนจะพูดขึ้นว่า
“ที่แท้ก็เป็นแม่นี่เอง ดันเผลอเข้าใจผิดไปซะได้! ทีแรกก็คิดว่าเป็นแค่สาวบ้านนอกไม่รู้หนังสือหนังหา อย่างว่าล่ะนะ คนที่จะเป็นแม่ของเจ้าเด็กนั่นได้ คงต้องไม่ใช่ผู้หญิงซื่อๆโง่ๆอย่างแน่นอน จริงมั้ยครับคุณผู้หญิง?”
ติงเสวี่ยเหม่ยได้แต่ยืนนิ่งอึ้งตะลึงงัน เธอเองก็ไม่แน่ใจว่า อีกฝ่ายกำลังชมหรือกำลังด่าเธออยู่กันแน่? ทว่าอย่างไร ความรู้ด้านกฎหมายที่เคยพูดคุยกับหลินจิงซูในอดีต ดูท่าว่าตอนนี้เธอคงจะต้องงัดขึ้นมาใช้งานจริงๆแล้ว!
อย่างไรเธอก็ต้องรีบไล่คนพวกนี้ออกไปให้พ้นก่อนที่หลินจิงซูจะมาพบเข้า มิฉะนั้น สถานการณ์คงจะต้องยิ่งเลวร้ายลงกว่าเดิมเป็นแน่!
“เอาล่ะ ในเมื่ออยากจะให้พูดคุยกันตรงนี้ ฉันก็จะพูดกับเธอตรงนี้นี่ล่ะ! นับแต่นี้เป็นต้นไป…ฉันคงต้องเรียกเธอว่าน้องสาวแล้วสินะ”
เฉินเฉวียนเย่เว้นช่องไฟหยุดชั่วขณะ ก่อนจะแสยะยิ้มและพูดต่อว่า
“ฉันอยากจะขอเป็นพ่อทูนหัวของลูกสาวเธอ!”
“หะ-ห๊ะ?!”
ติงเสวี่ยเหม่ยร้องอุทานเสียงหลง ถึงกับยืนตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูก
“แล้วทำไมฉันต้องอยากได้คุณเป็นพ่อทูลหัวด้วยล่ะ?!”
วัตถุมามาก่อนเสียง ปรากฏไม้กวาดด้ามยาวพวยพุ่งออกมาจากในตัวบ้าน ก่อนจะตามมาด้วยร่างของหลินจิงซู ที่เร่งก้าวฉับๆตรงเข้ามาในสภาพเหงื่อชุ่มไปทั้งตัวอย่างรวดเร็ว
เฉินเฉวียนเย่เอียงศีรษะหลบเลี่ยงไม้กวาดพิฆาตได้อย่างง่ายดาย และเมินเฉยต่อคำทักท้วงของหลินจิงซูโดยสิ้นเชิง แต่กลับขมวดคิ้วขึ้นเสียงเอ่ยถามอย่างไม่พอใจแทน
“สาวน้อย ทำไมถึงต้องทำงานบ้านพวกนี้เองด้วยล่ะ? นังติงเสวี่ยหยานกับไอ้หม่าฟู่เฟิงมันหายหัวไปไหน?”
ลูกน้องที่อยู่ข้างเคียงกับเฉินเฉวียนเย่รีบอธิบายให้ผู้เป็นนายฟังทันที
“ฉันเดาว่าพวกมันน่าจะยังหลับอยู่ครับลูกพี่ ฉันรู้จักบ้านของมันสองคนดี จะให้ไปลากตัวออกมาเลยดีมั้ยครับ?”
“ไม่ต้อง ฉันจะไปปลุกพวกมันสองคนด้วยลำแข้งตัวเองนี่ล่ะ! ในขณะที่ลูกสาวของฉันต้องตื่นมาทำงานหนักตั้งแต่เช้าตรู่ พวกมันกลับเอาแต่นอนกินบ้านกินเมืองอยู่นี่นะ!? ไอ้สุนัขพวกนี้มันช่างกล้านัก!!! พวกแก! นำทาง!!”
“เชิญทางนี้ครับลูกพี่!”
เฉินเฉวียนเย่เดินกระทืบเท้ากระฟัดกระเฟียดเสียงดังออกไป เขาตามลูกน้องที่นำทางไปบ้านของติงเสวี่ยหยานกับหม่าฟู่เฟิงในทันที ปล่อยทิ้งให้สองแม่ลูกได้แต่ยืนงงอยู่หน้าบ้านแบบนั้น
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







