LOGIN98 1-2
ตอนที่ 194 ไอ้แก่ใกล้ลงโลง
โบกมือร่ำลาจู้หยานแล้ว หลินจิงซูจึงค่อยเดินทางกลับไปยังหมู่บ้านติงเจี่ย
ทันทีที่กลับมาถึงบ้าน เธอก็ได้ยินสุ้มเสียงทะเลาะโวยวายกรีดร้องดังออกมาจากห้องด้านในห้องครัว
“ติงเสวี่ยเหม่ย! นี่แกทำแบบนี้หมายความว่ายังไง? นับวันแกยิ่งปฏิบัติต่อฉันกับหม่าฟู่เฟิงไม่ต่างจากคนนอก! อย่าลืมสิว่าใครกันที่ขโมยชามข้าวเหล็กที่สามีของฉันควรจะได้ แล้วเอาไปให้ไอ้เจ้าหลินชิงอี้ พอถูกมันเฉดหัวทิ้ง ก็เป็นแกเองไม่ใช่เหรอที่ต้องคลานเข่ากลับมาซุกหัวนอนอยู่ที่นี่อย่างไร้ยางอาย? รู้ไว้ซะด้วยว่า ทั้งแกทั้งลูกของแกล้วนติดหนี้บุญคุณพวกเราอยู่! กับอีแค่อาหารสักมื้อทำไมถึงให้กันไม่ได้?!”
หลินจิงซูรีบเดินเข้ามาดูเหตุการณ์ด้านใน และพบว่าติงเสวี่ยหยานและหม่าฟู้เฟิงกำลังยืนถือชามข้าวคนละใบ ตรงข้ามเป็นติงเสวี่ยเหม่ยที่กำลังยืนเท้าสะเอวอยู่หน้าหม้อหมูตุ๋น
ผัวเมียเดนมนุษย์สองตัวนี้เปรียบดั่งหมาป่ากระหายเนื้อ ดวงตาทั้งคู่ของพวกมันเปล่งประกายสีเขียว มีแต่ความอิจฉาริษยาฉายอยู่เต็มเปี่ยม และที่พวกมันยืนขวางประจันหน้าอยู่อย่างนั้น ก็เพื่อปิดกั้นประตูทางออกไว้ ไม่ให้ติงเสวี่ยเหม่ยสามารถหนีไปไหนได้นั่นเอง
“หลีกทางซะ นี่เป็นหมูตุ๋นที่ฉันทำไว้ให้พ่อ! พ่อกำลังใกล้จะฟื้นตัวจากอาการป่วยแล้ว ควรได้กินอาหารบำรุงเพิ่มเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง!”
หม่าฟู่เฟิงชูชามข้าวในมือขึ้นสูงคล้ายขู่ว่าจะหวดใส่ อีกทั้งยังพูดเสียงกระแทกกระทั้นข่มขวัญขึ้นว่า
“ฉันกับพี่สาวของแกขอแค่คนละชิ้นเท่านั้นเอง ยังเหลืออีกตั้งครึ่งชิ้นไว้ให้พ่อ! คนป่วยไข้ใกล้ตายแบบนั้นจะให้กินเนื้อไปทำไม? เสียของเปล่าๆ! ทั้งฉันทั้งพี่สาวของแกล้วนร่างกายแข็งแรง กระดูกกระเดี้ยวยังดีไม่มีปัญหาอะไร ถึงได้ต้องกินเนื้อเพื่อเอาแรงไปทำงานเพื่อครอบครัว! แล้วตัวแกเองล่ะ? เคยทำประโยชน์อะไรเพื่อครอบครัวบ้าง? การที่เสวี่ยหยานมีน้องสาวอย่างแกนี่นับว่าซวยจริงๆ!”
“ใช่แล้ว! แกนี่มันไม่ได้เรื่องอะไรเลยจริงๆ! รีบส่งหมูตุ๋นพวกนั้นมาซะ!”
ติงเสวี่ยหยานกระแทกเสียงข่มขู่อีกคน
“เดนมนุษย์อย่างพี่คงจะฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องแล้วสินะ? ขนาดพ่อตัวเองแท้ๆยังกล้าทำแบบนี้เหรอ?”
ใบหน้าของติงเสวี่ยเหม่ยาผันเปลี่ยนเป็นหม่นทมิฬ ก่นด่าเสียงเย็นยะเยือกผ่านลำคอ
ติงเสวี่ยหยานฟังแล้วก็ยิ่งโกรธมากเข้าไปใหญ่
“แกน่ะสิเดนมนุษย์! ขนาดผัวตัวเองยังไม่เอา! แล้วฉันพูดผิดตรงไหน? แทนที่จะเอาเนื้อไปให้ไอ้แก่ร่างเน่าใกล้ตายแบบนั้นกิน สู้ให้…”
ทว่ายังไม่ทันจะได้พูดจบประโยคเสียด้วยซ้ำ ติงเสวี่ยหยานก็ถูกน้องสาวตนเองตบจนหน้าสะบัดอย่างฉับพลัน! สีหน้าท่าทางของติงเสวี่ยเหม่ยยิ่งเปลี่ยนผันกลายเป็นมืดทมิฬกระทั่งดวงตา
“เห็นสารรูปตัวเองตอนนี้บ้างมั้ย? ไม่คู่ควรจะเป็นลูกสาวของพ่อฉันด้วยซ้ำไป”
“นี่แก…เดี๋ยวนี้แกกล้าตบหน้าฉันตั้งแต่เมื่อไหร่? แกนะแก!!!”
ติงเสวี่ยหยานปิดกุมใบหน้ากว่าครึ่งซีกที่ร้อนฉ่าและแสบสัน ถลึงตาจ้องมองติงเสวี่ยเหม่ยผู้เป็นน้องสาวตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ เสี้ยวอึดใจเดียวกัน เธอก็พุ่งถลาตัวออกไปเต็มกำลังหวังตอบโต้ แต่กลับถูกกระชากผมอย่างแรงจนหน้าหงาย
ด้วยความเจ็บปวดเกินพรรณนา ติงเสวี่ยหยานกรีดร้องลั่นราวกับถูกผีเข้า พยายามเหลียวหน้าไปมอง และก็ต้องถึงกับขวัญผวา เพราะสิ่งแรกที่พบเห็นก็คือใบหน้าดุดันทมิฬของหลินจิงซู
หลินจิงซูเชิดหน้าชูคางสูง ยิงสายตาปะทะกับติงเสวี่ยหยานด้วยความหยิ่งผยอง มือข้างนั้นที่บีบกำผมเผ้าของอีกฝ่ายไว้ค่อยๆคลายออก
“นังเด็กสารเลว! แกนี่มันหนังเหนียวตายยากตายเย็นเหลือเกินนะ! วันนี้ฉันจะขอสู้กับแกให้ตายกันไปข้าง!”
เสี้ยวอึดใจนั้น ติงเสวี่ยหยานก็เตรียมเข้าประจัญบาน ทว่ากลับเป็นหม่าฟู่เฟิงที่คว้าตัวหยุดอีกฝ่ายไว้ได้ทันท่วงที แล้วรีบกระซิบข้างหูเตือนสติโดยไว
“อย่าทำอะไรบุ่มบ่ามสิ! คิดเหรอว่าเด็กสาวตัวเล็กๆอย่างมันจะมีปัญญาเอาชนะพี่เฉินได้จริงๆ? มิหนำซ้ำยังกลับมาที่นี่ได้อย่างปลอดภัยด้วย นี่แสดงให้เห็นแล้วว่า อะไรหลายๆอย่างในตอนนี้คงไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด! บางทีสองคนนั้นอาจทำข้อตกลงลับร่วมกันไว้ตั้งแต่แรก ส่วนหน้าที่ของมันในตอนนี้ก็คือ จงใจยั่วโมโหให้พวกเราลงมือเพื่อหวังผลอะไรบางอย่างก็ได้?”
ติงเสวี่ยหยานยั้งหยุดชั่วหนึ่งอึดใจ หลังจากครุ่นคิดพินิจตามจึงพบว่าค่อนข้างมีเหตุผล
เด็กในวัยเรียนอย่างหลินจิงซูจะเอาปัญญาที่ไหนไปเล่นไพ่นกกระจอกเอาชนะลูกพี่เฉินได้? ไม่แน่ว่าสองคนนั้นอาจร่วมมือกันตั้งแต่แรกจริงๆก็เป็นได้?
พินิจดูหลินจิงซูดีๆ รูปร่างหน้าตาของมันก็จัดว่าสวยไม่เบาเลย หากรู้จักออดอ้อนประจบประแจงสักหน่อย นับได้ว่าเป็นดาวรุ่งดวงหนึ่งทีเดียว โอกาสที่จะเติบโตในสายอาชีพนี้จึงค่อนข้างสดใส และบางที…ลูกพี่เฉินอาจจะหลงเสน่ห์ของมันไปแล้วก็เป็นได้?
หลินจิงซูย่อมไม่รู้ว่าสองคนนั้นกำลังครุ่นคิดสิ่งใดอยู่ เธอพ่นเสียงเย็นชาตอกใส่หน้าว่า
“ถ้าอยากกินหมูตุ๋นนักก็ไปซื้อมาทำกินเองสิ! ไม่ใช่มาทำตัวเป็นขอทานอยู่แบบนี้!”
“นี่แก!!”
ทั่วทั้งใบหน้าของติงเสวี่ยหยานเปลี่ยนเป็นเขียวสลับม่วงด้วยความเดือดดาลสุดขีด แต่อีกใจหนึ่งก็แอบหวาดกลัวอย่างมากเช่นกัน เพราะหากตนเผลอไปกระตุกหนวดเสือของลูกพี่เฉินเข้าจริงๆล่ะ? ท้ายสุด เธอทำได้เพียงแค่อดทนข่มโทสะเอาไว้เสมือนกัดฟันกลั้นอุจจาระ
หม่าฟู่เฟิงรีบยิ้มประจบประแจง เล่นบทเป็นคุณลุงผู้แสนใจดี
“จิงซูน้อย ลุงเข้าใจดีว่าเราน่ะอคติกับลุงและป้าขนาดไหน แต่ตอนนี้พวกเราสองคนได้เปลี่ยนไปแล้วนะ! จากที่ทุกวันต้องออกไปเข้าบ่อนเล่นการพนัน ตอนนี้ก็เอาแต่อยู่บ้านดูแลพ่อที่กำลังป่วยหนักแทน! จิงซูน้อย พวกเราเปลี่ยนไปแล้วจริงๆนะ เลิกมองพวกเราในทางลบได้แล้ว”
“หมายถึงเอาแต่นอนขี้เกียจอยู่บ้านทุกวัน เพราะไม่มีเงินไปเล่นพนันน่ะเหรอคะ? ตอนนี้เงินในบ้านมีแทบไม่พอใช้อยู่แล้ว ยังจะมาเป็นภาระเพิ่มอีกเหรอคะ? ดูท่าลุงกับป้าคงจะเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ เปลี่ยนจากผีพนันกลายมาเป็นขยะกองโตสองชิ้น!”
หลินจิงซูประชดประชันตอกสวนใส่หน้า
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







