LOGIN127 1-2
ตอนที่ 252 ยอดขายพุ่งทะยาน
ประสบการณ์ที่เคยได้สัมผัสมาในอดีต กลับตรงข้ามกับปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง เพราะในตัวเมืองหลักผิงเฉิง ทุกคนที่ต้องสัญจรเข้าออกบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยนั้น ส่วนใหญ่ล้วนควักเงินซื้อชานมไข่มุกดื่มโดยแทบไม่ต้องผ่านการคิดไตร่ตรองเลยด้วยซ้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักศึกษาที่ชื่นชอบของหวานเป็นพิเศษ ถึงขั้นขอซื้อตุนไว้ถึงห้าหกแก้วเลยทีเดียว
ดูท่าหลินจิงซูจะดูถูกกำลังการใช้จ่ายของผู้คนในตัวเมืองหลักมากเกินไปหน่อย
ภายในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง เม็ดไข่มุกและชานมที่ได้เตรียมไว้ล่วงหน้า ตอนนี้กลับไม่เพียงพอเสียแล้ว
ดังนั้น ติงเสวี่ยเหม่ยและเฉินเฉวียนเย่จึงต้องเข้าไปช่วยกันปั้นไข่มุกชุดใหม่อยู่ที่หลังร้าน ในขณะที่หลินจิงซูและจู้หยานก็รับหน้าที่ต้อนรับลูกค้าอยู่หน้าร้าน
ทั้งสี่คนแบ่งงานกันทำอย่างเป็นสัดเป็นส่วนชัดเจน แม้วันแรกจะยุ่งจนหัวหมุน แต่ทุกคนต่างก็มีความสุขกันอย่างมาก
สำหรับเรื่องที่อยู่อาศัย เพื่อความปลอดภัยและสะดวกต่อการเปิดร้าน หลินจิงซู ติงเสวี่ยเหม่ยและเฉินเฉวียนเย่ จึงได้ตัดสินใจเช่าอาพาร์ตเมนต์สองห้องเพื่อพักอาศัย
ตัวเฉินเฉวียนเย่ในตอนนี้ ไม่ได้มีพันธะใดๆกับธุรกิจบนถนนไป๋ฮั่นอีกต่อไปแล้ว ดังนั้น เขาจึงตั้งใจเช่าห้องติดกับสองแม่ลูก โดยคิดกับตัวเองว่า ชีวิตของตนหลังจากนี้คงจะอยู่กับพวกเธอสองคนต่อไปอีกยาวอย่างแน่นอน
ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อ เพราะเพิ่งจะลงทุนไปได้ไม่ทันไร ตอนนี้กลับเห็นแววกำไรมหาศาลมาแต่ไกลแล้วจริงๆ!
“จิงซู ธุรกิจชานมไข่มุกของเธอนี่มันสุดยอดมาก! เพิ่งจะเริ่มเปิดขายวันแรกเท่านั้น แต่กลับสามารถทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำขนาดนี้!”
เฉินเฉวียนเย่นั่งนับธนาบัตรปึกใหญ่ในมือด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส ใบหน้าของเขาเวลานี้เรียกได้ว่าบานเป็นกระด้ง
แม้ว่ารายได้จะไม่ดีเท่ากับบ่อนไพ่กระจอกหรือร้านคาราโอเกะก็ตามที แต่รายได้ระดับนี้นับว่าทัดเทียมได้กับธุรกิจประเภทอื่นๆที่เขาเคยทำมาเลยก็ว่าได้ อย่างเช่นภัตตาคารในโรงแรมเป็นต้น
เนื่องจากค่าเช่าในตัวเมืองหลักนั้นแพงมาก ทำให้ราคาชานมไข่มุกต่อแก้วจำต้องมีราคาที่สูงตามไปด้วย
ปัจจุบันขายในราคาแก้วละ2.5หยวน ซึ่งนับว่าแพงกว่าเมื่อครั้งที่ขายในตัวเมืองรองผิงเฉิงราวหนึ่งหยวนเศษๆ
“วันนี้ได้กำไรตั้ง360หยวน!”
เฉินเฉวียนเย่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ยัดธนบัตรทั้งหมดลงในมือหลินจิงซูเพื่อให้เธอตรวจนับอีกครั้ง
“นี่ขนาดหักค่าวัตถุดิบกับค่าเช่าไปแล้วนะ…”
หลินจิงซูพึมพำเบาๆกับตัวเอง ทันใดนั้น แววตาของเธอก็พลันเปล่งประกายเจิดจรัส
“เพิ่งเริ่มขายวันแรกก็ได้กำไรมากขนาดนี้แล้ว ถ้ายังรักษามาตรฐานยอดขายได้แบบนี้ต่อไป…พวกเราคงจะร่ำรวยในอีกไม่ช้าแน่ๆ!”
“แต่อย่าลืมว่าถึงช่วงวันหยุดยาวหรือปิดภาคเรียนเมื่อไหร่ จำนวนเด็กนักศึกษาก็จะหายไปครึ่งต่อครึ่งเลยล่ะ ถึงตอนนั้นยอดขายคงไม่น่าจะดีเท่าไหร่นัก”
ติงเสวี่ยเหม่ยเอ่ยแสดงความคิดเห็น และเริ่มขมวดคิ้วครุ่นคิดหาวิธีการแก้ไขสถานการณ์
“เรื่องนั้นไม่เป็นไรหรอกค่ะแม่ การประเมินธุรกิจจะต้องดูเป็นไตรมาสไป หลังจากหารเฉลี่ยดูแล้ว รายได้ไม่ควรจะหนีกันเท่าไหร่นัก อีกอย่าง นอกจากกลุ่มลูกค้าที่เป็นนักศึกษาแล้ว เรายังมีกลุ่มลูกค้าที่เป็นพวกพนักงานอยู่อีกนะคะ ถึงช่วงเวลานั้นเมื่อไหร่ เราก็แค่ออกโปรโมรชั่นที่เน้นดึงดูดความสนใจของคนวัยทำงานโดยเฉพาะก็ได้”
หลินจิงซูหยิบยกเหตุผลขึ้นพูดปลอบใจ
การเปิดร้านของเธอในคราวนี้ ล้วนเป็นไปด้วยความเร่งรีบพอควร ยังมีอีกหลายสิ่งอย่างที่หลินจิงซูไม่ทันได้เตรียมตัว อาทิเช่น ป้ายร้านค้าและแก้วบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบเอง
อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องจำเป็นเร่งรีบถึงขั้นคอขาดบาดตายอะไร หลังจากเปิดร้านไปสักพัก ค่อยหาคนมาจัดการเรื่องนี้ก็ไม่ยาก
เหตุผลที่เธอต้องเหยียบคันเร่งรีบเดินหน้าธุรกิจว่องไวเช่นนี้ก็เป็นเพราะว่า ช่วงเปิดภาคเรียนของมหาวิทยาลัยใกล้จะมาถึงในอีกไม่ช้าแล้ว
นั่นจึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลเช่นกันว่า เพราะเหตุใดช่วงนี้ถึงได้มีกำไรจากการขายชานมไข่มุกเพียงแค่ไม่กี่ร้อยหยวนต่อวัน
เพราะหากคำนวณตามอัตราการใช้จ่ายเงินของคนในตัวเมืองหลัก รายได้ก็ควรจะต้องมากกว่านี้
ในคืนเดียวกัน ผู้ร่วมหุ้นทุกคนต่างนัดรวมตัวกัน เพื่อเจรจาหารือเกี่ยวกับการกระจายอัตราค่าตอบแทนของแต่ละคน
รายได้ทั้งหมดที่ได้จากการทำธุรกิจนี้ จะถูกแบ่งสรรกันตามสัดส่วนเงินลงทุนในตอนแรก
เป็นเรื่องปกติที่หลินจิงซูจะต้องถือหุ้นในธุรกิจชานมไข่มุกมากที่สุด โดยคิดเป็น 51% ของหุ้นทั้งหมด ด้วยเหตุนี้ เธอจึงมีสิทธิ์ออกเสียงและมีสิทธิ์ในการตัดสินใจโดยชอบธรรม
ถัดมาก็เป็นผู้ถือหุ้นอันดับสองซึ่งก็คือเฉินเฉวียนเย่ ด้วยจำนวนเม็ดเงินที่อัดฉีดเข้ามา อีกทั้งยังลงแรงช่วยงานในธุรกิจอีกคน ทำให้เขาได้กลายมาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับสองรองจากหลินจิงซู
ส่วนจู้หยานและจางหลานนั้น ทั้งสองคนมีอัตราส่วนการถือหุ้นเพียงแค่จำนวนหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากเงินลงทุนที่ไม่ได้มีจำนวนมากมายอะไร
ร้านชานมไข่มุกเปิดทำการได้ราวสองถึงสามวันเห็นจะได้ ก็เริ่มมีป้ายร้านและบรรจุภัณฑ์ที่สวยงามสะดุดตาเข้ามาเสริมเพิ่มจุดแข็งให้
ทุกอย่างล้วนเป็นไปตามแผนทุกประการ
ทว่าภายในระยะเวลาไม่กี่วันถัดมา ก็ต้องเผชิญพบกับสถานการณ์ที่สุดแสนจะคุ้นเคย
นั่นก็คือเริ่มมีร้านชานมไข่มุกใหม่ๆ ไล่เปิดแข่งอยู่ที่บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเช่นเดียวกันกับร้านของเธอ
นี่คือภาพฉากเดียวกับเมื่อครั้งที่เคยเกิดขึ้นในตัวเมืองรองผิงเฉิงไม่มีผิด
เมื่อเห็นใครสักคนบุกเบิกธุรกิจใหม่ และเริ่มทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำ หลายต่อหลายคนก็จะเริ่มกระตือรือร้นที่จะเลียนแบบตาม
แต่ถึงอย่างนั้น ครั้งนี้หลินจิงซูแทบจะไม่เคลื่อนไหวตอบโต้ใดๆด้วยซ้ำไป เพราะเธอตระหนักดีว่า เหตุการณ์เช่นนี้ย่อมต้องเกิดขึ้นไม่ช้าก็เร็ว
วันรุ่งขึ้น ทันทีที่เปิดร้านชานมไข่มุกขายตามปกติ จำนวนลูกค้าที่เคยเข้ามาอุดหนุนกลับตกฮวบลงอย่างรวดเร็ว
ถึงอย่างนั้น หลินจิงซูกลับไม่มีท่าทีวิตกกังวลแต่อย่างใด
ในโลกของธุรกิจ นี่ล้วนเป็นเรื่องธรรมดาอย่างมาก
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







