Masuk127 2-2
ตอนที่ 253 จะเข้ามหาวิทยาลัยไหน?
ท้ายที่สุดนี้ หลินจิงซูคือผู้กลับเกิดใหม่ ข้อได้เปรียบเหนือทุกคนก็คือชุดข้อมูลความรู้ที่ล้ำหน้า รวมไปถึงการล่วงรู้เหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ชานมทุกแก้วและทุกรสชาติที่เธอทำออกมา ล้วนแล้วแต่แตกต่างและแปลกใหม่ ไม่ว่าจะในยุคสมัยใด เธอย่อมสามารถปรับสูตรให้ตรงใจผู้บริโภคได้ แล้วด้วยเหตุนี้ หลินจิงซูจึงได้มั่นใจและตัดสินใจเลือกทำธุรกิจชานมไข่มุกนี้
อีกหนี่งปัจจัยที่สำคัญก็คือ เธอในตอนนี้ยังเป็นคนเข้าสังคมเก่งอีกด้วย ทันทีที่เปิดภาคเรียนใหม่ เธอเลือกที่จะหยิบใช้กลยุทธ์ ‘การบอกต่อ’ เป็นการกระจายข่าวภายในกลุ่มเพื่อนนักศึกษาด้วยกัน เพื่อบอกกันปากต่อปากให้ไปทดลองชิม
เธอใช้ประโยชน์จากอายุและช่วงวัยที่ใกล้เคียงกัน แฝงตัวเข้าไปในมหาวิทยาลัยได้อย่างแนบเนียน แสร้งทำเป็นนักศึกษาสาวในชุดไปรเวท เดินกินชานมไข่มุกไปอย่างเอร็ดอร่อย เพื่อยั่วน้ำลายเหล่านักศึกษาคนอื่นๆที่อยู่บริเวณโดยรอบ จนท้ายที่สุด หลายคนต่างก็ต้องชวนกันไปลองชิม ผลตอบรับที่ได้คือทุกคนต่างมีความสุขเป็นอย่างมาก
มีคนเคยกล่าวไว้ว่า การตลาดที่ดีที่สุดก็คือ คำพูดบอกต่อจากคนใกล้ตัว เพราะขอเพียงใครสักคนที่คุณสนิทสนมด้วยบอกว่าดี ข้อครหาทั้งหมดที่มีต่อสินค้านั้นย่อมสูญหายไปตามด้วย อีกทั้งยังง่ายต่อการเชิญชวน
ในเวลานี้ ภาพที่เหล่านักศึกษาเดินสัญจรไปมาในมหาวิทยาลัย โดยที่ในมือต่างถือแก้วชานมตรา ‘ชาคุณแม่’ อันสวยสะดุดตา กลับสามารถพบเห็นได้ทั่วไปแล้ว หลินจิงซูเห็นเช่นนั้นก็อดที่จะใจชื้นขึ้นมากไม่ได้ เพราะนี่นับเป็นสัญญาณที่ดีอย่างไม่ต้องสงสัย
พลังจากการบอกปากต่อปาก สามารถกระตุ้นความต้องการของเหล่านักศึกษาได้อย่างดีเยี่ยมจริงๆ
หลังจากนั้น หลินจิงซูยังได้เปิดตัวบริการใหม่ที่มีชื่อว่า ส่งตรงถึงมือ ซึ่งก็คือรูปแบบการจัดส่งให้ถึงที่นั่นเอง
เนื่องด้วยนักศึกษาโดยส่วนใหญ่ล้วนอยู่ตามหอพักรอบๆมหาวิทยาลัย และในยุค 90 นี้ การจะสร้างบริการจัดส่งให้ถึงมือก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินเอื้อมอะไร
และทันทีที่เปิดตัวบริการนี้ ก็ส่งผลให้ยอดการสั่งซื้อพุ่งสูงขึ้นมากเป็นประวัติการณ์
มีเครื่องดื่มชานมไข่มุกเย็นชื่นใจส่งตรงให้ถึงหน้าประตูบ้าน ใครบ้างจะไม่ชอบใจจริงมั้ย?
และด้วยเหตุนี้เอง ทำให้หลินจิงซูมีเงินมากเพียงพอสำหรับจัดหาโทรศัพท์บ้านมาติดตั้งที่ร้านได้ อีกทั้งยังใช้เป็นเครื่องมือรับคำสั่งซื้อจากเหล่านักศึกษาผ่านทางโทรศัพท์โดยเฉพาะด้วย
“จู้หยาน นายพักบ้างเถอะ รอบนี้ให้ฉันไปส่งเองดีกว่า”
หลินจิงซูปาดเหงื่อที่เปียกชุ่มหน้าผากทิ้งไป แล้วหันไปบอกกับจู้หยาน
ด้วยเหตุที่หลินจิงซูเพิ่งเปิดตัวชานมไข่มุกรสชาติใหม่พร้อมกับบริการ ‘ส่งตรงถึงมือ’ จึงทำให้งานในร้านชานมไข่มุกของเธอค่อนข้างยุ่งเป็นพิเศษ ตอนนี้ทั้งสี่ชีวิตแทบไม่มีเวลาได้พักหายใจ
คนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคงจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากคุณชายผู้มีฐานะร่ำรวยอย่างจู้หยาน คนที่ไม่เคยมีประสบการณ์การทำงานหนักถึงเพียงนี้มาก่อนในชีวิต ใบหน้าของเขาจึงซูบลงไปมากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
“ไม่เป็นไร ผมจะไปกับคุณด้วย”
จู้หยานแบกกระเป๋าใบโตสะพายขึ้นหลัง แล้วเดินตามหลินจิงซูไปด้วยกัน
ใบหนึ่งเขาถือ ส่วนอีกใบเธอถือ และนี่คือรายการสั่งซื้อสุดท้ายของวันนี้พอดี
หลังจากจัดส่งชานมไข่มุกเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งสองต่างก็ใช้ทางลัดเดินตัดเข้าในตัวมหาวิทยาลัย ทั้งสองต่างหลับตาพริ้มรับลมยามเย็น
เวลานี้ เหล่านักศึกษาต่างจับกลุ่มกันทำกิจกรรมที่แตกต่างกันไป บ้างก็นั่งติวหนังสืออยู่ในโรงอาหาร บ้างก็รวมกลุ่มกันเตะฟุตบอลอยู่ในสนามกีฬา บรรยากาศโดยรวมช่างดูกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียว
นี่สินะ…ชีวิตของเด็กมหาวิทยาลัย?
หลินจิงซูทอดสายตาเหม่อมองวัยรุ่นหนุ่มสาวรอบตัว ริมฝีปากสีชมพูอ่อนเผยปรากฏรอยยิ้มเล็กๆออกมาให้เห็น เธอไม่เคยมีโอกาสได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยเลยด้วยซ้ำในชาติก่อนหน้า ย่อมเป็นเรื่องปกติที่เธอจะไม่เคยได้สัมผัสบรรยากาศเหล่านี้มาก่อน แต่อย่างไรก็ตาม ในชีวิตนี้ของเธอกลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ในที่สุด หลินจิงซูก็สามารถสานฝันในสิ่งที่ไม่เคยทำได้สำเร็จมาก่อน
การมีชีวิตในฐานะนักศึกษามหาวิทยาลัย
เพียงแค่ลองคิดจินตนาการถึงภาพเหล่านั้น ก็ทำเอาหลินจิงซูถึงกับดีใจจนเนื้อเต้นไปหมด!
“จิงซู ตัดสินใจได้รึยังว่า อยากจะเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยไหน? สนใจที่นี่รึเปล่าล่ะ?”
เสียงร้องถามของจู้หยานช่วยฉุดหลินจิงซูให้กลับคืนสู่โลกความเป็นจริงอีกครั้ง
“เอ่อ…”
หลินจิงซูอ้ำอึ้งทำอะไรไม่ถูกอยู่ชั่วครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบไปว่า
“ก็ถ้าคะแนนสอบเข้าของฉันถึงเกณฑ์ของมหาวิทยาลัยประจำมณฑลแห่งนี้ แน่นอนว่าฉันก็ต้องเลือกเรียนที่นี่อยู่แล้ว”
ในเมื่อปัจจุบัน แหล่งสร้างรายได้เดียวที่มีอยู่ของเธอคือที่นี่ จึงเป็นเรื่องปกติที่เธออยากจะเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้
จะได้สามารถดูแลธุรกิจและศึกษาเล่าเรียนควบคู่กันไปพร้อมๆกัน
เพียงแค่คิดก็มีความสุขจะแย่แล้ว!
แต่ถึงอย่างนั้น ระบบการสมัครเข้ามหาวิทยาลัยในช่วงปี 1990 ก็ค่อนข้างแตกต่างไปจากระบบในศตวรรษที่ 21พอควร ที่ให้กรอกรายชื่อมหาวิทยาลัย 5อันดับแรกที่เลือกก่อนการสอบได้
แต่ในระบบเก่านั้น หลังจากการสอบเสร็จสิ้นลงแล้ว ในระหว่างที่รอคะแนนออก จะต้องทำการกรอกรายชื่อมหาวิทยาลัยที่ต้องการเข้าส่งให้กับทางโรงเรียน
สรุปก็คือ จะต้องคำนวณคะแนนคร่าวๆด้วยตัวเองก่อน แล้วนำคะแนนนั้นไปเทียบกับเกณฑ์คะแนนของแต่ละมหาวิทยาลัย เพื่อดูว่าน่าจะสามารถผ่านเกณฑ์ของมหาวิทยาลัยไหนได้บ้าง
เรียกได้ว่าเป็นระบบที่ต้องอาศัยโชคพอสมควร
มีหลายต่อหลายคนที่ประสบกับปัญหาว่า ในความเป็นจริง ตนสามารถทำคะแนนได้ดีกว่าที่คาดการไว้มาก แต่เพราะกลัวว่าจะไม่ผ่าน จึงได้เลือกมหาวิทยาลัยที่มีคะแนนต่ำๆไว้ก่อน ท้ายที่สุด ก็พลาดการได้เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยชั้นนำไป
สรุปก็คือ นอกจากจะต้องมีความรู้แล้ว ยังต้องคาดเดาได้แม่นยำด้วย
หลินจิงซูเองก็ตระหนึกถึงช่องโหว่ของระบบการคัดเลือกมหาวิทยาลัยในแบบนี้ดี กระทั่งตัวเธอเองยังอดสบถออกมาไม่ได้ถึงความห่วยแตกของมัน
แต่จากที่คาดการณ์ ครั้งนี้เธอน่าจะทำคะแนนสอบได้ดีพอควร และน่าจะมากพอที่จะผ่านเกณฑ์การคัดเลือกของมหาวิทยาลัยประจำมณฑลแห่งนี้
ย้อนกลับไปเล็กน้อย เมื่อครั้งที่เธอถูกตัดสินว่าไร้ความผิดไม่ได้โกงข้อสอบนั้น ก่อนจะเดินออกจากโรงเรียนมา หลินจิงซูได้วกกลับไปหาอาจารย์ประจำชั้นก่อน เพื่อกรอกชื่อมหาวิทยาลัยที่ต้องการจะเข้าเรียน
ซึ่งแน่นอนว่า เธอได้เลือกมหาวิทยาลัยประจำมณฑลแห่งนี้
“ถ้าคุณจะเข้าเรียนที่นี่ ผมเองก็จะกลับไปกรอกที่นี่เหมือนกัน”
จู่ๆจู้หยานก็เอ่ยขึ้นมา
หลินจิงซูแอบตะลึงงันเล็กน้อย มองหน้าเขาสลับกับทางเดินเป็นระยะๆ
ทั้งสองกำลังเดินเล่นอยู่รอบสนามกีฬาของมหาวิทยาลัย เวลานี้อาทิตย์อัสดงแล้ว บรรยากาศเริ่มมืดค่ำลง พร้อมกับสายลมเย็นที่พัดผ่านชวนให้ผ่อนคลายจิตใจยิ่ง
ภายใต้โคมไฟแสงสลัวที่สาดส่องตามทางเดิน ใบหน้าขาวนวลแต่เย็นชาไร้อารมณ์ของจู้หยานยามนี้ ได้ถูกฉาบคลุมไว้ด้วยแสงนวลอบอุ่นเล็กน้อย
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล




![คลั่งรักสาวขัด[ดอ]ดอก](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


